ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 959 วันสุดสัปดาห์
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 959 วันสุดสัปดาห์
ตอนที่ 959 วันสุดสัปดาห์
สวนเต๋อชวง ห้อง 2303
จินนานั่งดูทีวีกับ ‘ลั่วฝู’ ในห้องนั่งเล่น บางครั้งก็เลื่อนดูโทรศัพท์ ทั้งคู่แทบไม่ได้คุยกัน
ทันใด ‘ลั่วฝู’ หันมา ดวงตาเป็นประกายพลางพูดว่า
“ฉันกลับมาแล้ว!”
จินนาไม่ตอบทันที เพราะ ‘ลั่วฝู’ กับฟรังก้ามีบุคลิกคล้ายกัน
ฟรังก้ารีบหยิบโทรศัพท์แล้วบอกจินนา
“รีบส่ง ‘ถังบดทำลายข้อมูล’ มาให้ฉันใหม่เร็ว”
เมื่อได้ยินคำว่า ‘ถังบดทำลายข้อมูล’ จินนาจึงแน่ใจว่าเป็นฟรังก้าตัวจริงกลับมาแล้ว
ฟรังก้าปลดล็อกหน้าจอ พบว่าวีแชตถูก ‘ลั่วฝู’ ติดตั้งใหม่ มีการเพิ่มจินนา โรแซน และพนักงานฝ่ายบริหารบางคนกลับมา แต่ไม่มี ‘คนโง่’ ‘อันเรย์’ และ ‘หลี่ลู่’
หลังดูผ่านๆ ฟรังก้ารีบกดเข้ากระเป๋าเงินวีแชต
สีหน้าเธอแข็งค้างทันที
“ง…เงินของฉัน…หายไปหมดแล้ว!”
จินนาตาโต รีบเข้ามาดูใกล้ๆ พบว่ากระเป๋าเงินวีแชตของฟรังก้ามียอดเงิน ‘0.00 หยวน’
“ไม่ใช่แค่ลบข้อมูลทั้งหมดในโทรศัพท์ แม้แต่เงินในกระเป๋าเงินออนไลน์ ก็ถูกลบไปด้วยหรือ?” ฟรังก้ารีบดาวน์โหลดแอปธนาคารใหม่อย่างร้อนรน ใช้เวลาพักใหญ่เข้าระบบ แล้วตรวจสอบยอดเงินคงเหลือ
เธอถอนใจยาวด้วยความโล่ง ตบอกตัวเองพลางพูด
“ยังดี ก้อนใหญ่ยังอยู่ ตกใจแทบตาย”
พอสงบลง เธอจึงอธิบายให้จินนาฟัง
“เงินในบัตรธนาคารยังอยู่!”
จินนาชำเลืองมองยอดเงินในบัตรของเธอ แล้วถามอย่างครุ่นคิด
“กระเป๋าเงินวีแชตของเธอมีเงินอยู่เท่าไรเดิม?”
“138 หยวน” ฟรังก้าตอบฉับไว “ในอาลีเพย์ยังมีอีกสามร้อยกว่า”
แอปอาลีเพย์ถูก ‘ลั่วฝู’ ดาวน์โหลดกลับมาแล้วเช่นกัน เธอกดเข้าไปดูพบว่ายังมีเงินเหลือร้อยกว่าหยวน
“เอ่อ…” ฟรังก้าพลิกดูรายการธุรกรรม ยืนยันว่าเงินร้อยกว่าหยวนเป็นเงินที่ ‘ลั่วฝู’ โอนจากบัตรธนาคารเข้ามาทีหลัง ใช้ไปบางส่วนกับการสั่งอาหาร ส่วนเงินสามร้อยกว่าที่มีก่อนหน้านี้หายไปจริงๆ
จินนากดอกตัวเองอย่างขบขัน
“ก็แค่เสียเงินไปราวๆ ห้าร้อยหยวน แต่เธอทำท่าเหมือนแสนสองหมื่นหายไปหมด ตกใจแทบตาย”
เงินหกหมื่นที่ได้จากการขายของ ตอนนี้อยู่ที่จินนา โดยโอนให้ลูเมี่ยนและอ็องโตนีไปครึ่งหนึ่งแล้ว
“อย่าพูดไม่เป็นมงคลสิ 500 หยวนก็เยอะนะ พอให้เราไปซื้อของที่ตลาดค้าส่งได้เพียบเลย!” ฟรังก้าคิดสักครู่ “ฉันต้องโอนให้ลูเมี่ยนกับอ็องโตนีส่วนหนึ่ง ให้ทุกคนแยกเก็บไว้บ้าง เผื่อถูกปล้นทีเดียวหมด…นึกออกแล้ว นี่มันเหมือนเกมเลย การถูกเตะออกจากแดนฝันอาจทำให้ ‘ดรอป’ ไอเทมและเงิน แถมยังจะเก็บกลับคืนไม่ได้ด้วย อา…ไม่ควรเอาไข่ไว้ในตะกร้าใบเดียว”
“เงินในบัตรธนาคารยังอยู่ แต่เงินในโทรศัพท์หายไป?” จินนาครุ่นคิด “เพราะตอนนั้นเธอแค่กดล้างข้อมูลในโทรศัพท์ทีเดียว ไม่ได้ล้างข้อมูลบัตรหรือเปล่า? การสูญเสียเงินน่าจะเป็นปัญหาจาก ‘ถังบดทำลายข้อมูล’ มากกว่าไหม?”
ฟรังก้าพยักหน้าช้าๆ
“มินิโปรแกรมตัวนี้เจ๋งจริงๆ ฉันสงสัยว่ามันอาจลบข้อมูลในเซิร์ฟเวอร์และข้อมูลสำรองไปด้วย…มีเพียงหนทางนี้เท่านั้น ถึงจะรับมือกับภาพถ่ายศาสตร์เร้นลับได้ และไม่ทำให้ประวัติแชตของเราถูกตรวจพบ…”
พูดถึงตรงนี้ ฟรังก้าขมวดคิ้วเล็กน้อย
“ฉันเคยถามมาดามเมจิกเชี่ยนและมาดามจัดจ์เมนต์ พวกเธอรู้จักผู้บริหารระดับสูงทุกคนของศาสนจักรไอน้ำ แต่ไม่มีใครชื่อสเตียโน่เลย”
“ความรู้สึกของอ็องโตนีตอนนั้นต้องไม่ผิดแน่ สเตียโน่กับศาสนจักรไอน้ำควรมีความเชื่อมโยงกันอย่างใกล้ชิด” จินนาก็แสดงสีหน้าฉงน
“พวกเธอดูเหมือนจะมีคนที่สงสัยอยู่ บอกว่าหลังยืนยันแล้วจะบอกผ่านร้านชำซิงเมิ่ง” ฟรังก้าพลันมองไปรอบตัว แล้วชี้ไปบนเพดาน กดเสียงลงพูด “จะเป็นพระองค์หรือเปล่า? มีเพียงมินิโปรแกรมที่พระองค์สร้างเท่านั้นจึงจะทรงพลังขนาดนี้ได้ และพระองค์ก็คงเข้ามาในความฝันได้”
“บางที…” เสียงของจินนาเปลี่ยนเป็นทุ้มต่ำ
ในฐานะคนพื้นเมืองทรีอาร์ เธอได้รับการศึกษาทางศาสนามาตั้งแต่เด็ก และยังเคารพยำเกรงเทพแท้จริงอยู่หลายส่วน
ตอนนี้เธอสงสัยว่า ในเมืองแห่งความฝันนี้ ตนจะได้เจอกับ ‘สุริยันเจิดจรัส’ ที่เคยศรัทธา ในสักวันหนึ่งหรือไม่
และถ้า ‘สุริยันเจิดจรัส’ เข้ามา ภาพสะท้อนแดนฝันจะหน้าตาเป็นอย่างไร?
ท่ามกลางความเงียบชั่วขณะ ฟรังก้าเพิ่มเพื่อนพวกลูเมี่ยนกลับเข้ามา แล้วจัดการแบ่งสรรทรัพย์สิน เธอกับจินนาเก็บไว้เก้าหมื่น ลูเมี่ยนกับอ็องโตนีได้เก้าหมื่น
จากนั้น เธอเล่าความรู้สึกตอนถูกเตะออกจากแดนฝันให้จินนาฟัง รวมถึงรายละเอียดที่พบหลังกลับสู่โลกจริง
เธอไม่ได้รวบรวมทั้งหมดส่งให้ลูเมี่ยน โดยตั้งใจว่าพรุ่งนี้จะหาโอกาสพบกัน แล้วคุยต่อหน้า
นี่เพราะกังวลว่า ข้อมูลอ่อนไหวที่ส่งออกไป ยังไม่ทันใช้ ‘ถังบดทำลายข้อมูล’ ลบ ก็อาจนำมาซึ่งความผิดปกติ
มาดามจัดจ์เมนต์กำชับไว้แล้วว่า ให้เธอสงบเสงี่ยมเจียมตัวและรอบคอบในช่วงนี้!
คุยกันจนเกือบตีหนึ่ง ฟรังก้าก็ยืดตัวบิดขี้เกียจ
“ยังดีที่ ‘ลั่วฝู’ ไม่ได้ใช้เงินสุรุ่ยสุร่าย ไม่อย่างนั้นฉันคงเจ็บใจตาย”
“เอาละ ล้างหน้าแปรงฟันแล้วนอนกันเถอะ พรุ่งนี้ยังต้องตื่นเช้าไปทำงาน อา…เธอลองดูสิว่าบริษัทฮอลล์ฟิล์มกำลังรับคนอยู่ไหม ลองสมัครดู ตรงสายเลยนะ!”
มุมปากจินนาเหยียดขึ้น เผยรอยยิ้ม
“เธอลืมไปแล้วหรือว่า พรุ่งนี้เป็นวันอาทิตย์?”
“อ่อใช่” ฟรังก้าอึ้งไปครู่ “การไปมาระหว่างฝันกับจริงทำให้ฉันสับสนไปหมด อันที่จริง ‘ลั่วฝู’ ควรหยุดงานวันนี้ แต่เพราะกลุ่มบริษัทมีแขกสำคัญ เลยต้องทำงานเพิ่มอีกวัน…อา…พรุ่งนี้ยังต้องไปส่งลุดวิกที่โรงเรียนกวดวิชาอีก”
…………
หมู่บ้านซินหง ในห้องเช่า
ลูเมี่ยนไม่ได้ดูแลการเรียนลุดวิก หลังรับเงินจากฟรังก้า เขาลบข้อมูลการโอนเงินแล้วใช้มือถือค้นหา ‘อินทิสกรุป’ และ ‘แขกวีไอพี’ ต่อไป
“คุณกำลังค้นหาอะไร ต้องการความช่วยเหลือไหม?” อ็องโตนีข้างๆ เอ่ยถาม
“ยังไม่จำเป็น” ลูเมี่ยนตอบโดยไม่เงยหน้า “ฉันกำลังรวบรวมข้อมูลของซาราธุสตรา แต่ใช้ชื่อนี้ค้นหาตรงๆ ไม่ได้”
ก่อนที่อ็องโตนีจะถามต่อ เขาเสริมว่า
“ฉันอยากรู้ว่า ซาราธอยู่โรงแรมหรูไหน และมีกำหนดการล่าสุดอย่างไร”
“คุณกำลังวางแผนจะ…” อ็องโตนีเข้าใจความคิดลูเมี่ยนอย่างว่องไว
ลูเมี่ยนเงยหน้า เผยรอยยิ้มสดใส
“ถูก จัดการเขาซะ”
“ไม่มีเหตุผลที่เราต้องคอยรับมือกับลูกสมุนราชันสวรรค์ตลอด เราก็ทำเชิงรุกได้ แทรกซึม ลอบสังหาร กำจัด ให้ภัยหายไปก่อนเกิด”
“ตอนนี้พวกเราทุกคนล้วนอยู่ลำดับ 7 ไม่ใช่ว่าไม่มีโอกาสชนะ จากการสู้กับศพหญิงคืนชีพ เรารู้ว่าแค่ไม่ปล่อยให้ศัตรูหนี ไม่ถูกกล้องบันทึก และไม่มีพยาน ราชันสวรรค์ก็หาตัวเราไม่ได้”
อ็องโตนีพยักหน้ารับ แสดงว่าแนวคิดลูเมี่ยนไม่มีปัญหา
เขาเพียงเตือนว่า
“ถึงเขาจะถูกกดลงมาอยู่ลำดับ 7 แต่แก่นแท้ก็ยังเป็นเทวทูต ต้องมีพลังลึกลับ พิเศษ และประหลาดแน่นอน อีกทั้งยังเก่งการใช้ร่างแทน ไม่ใช่จะสังหารได้ง่ายนัก และรอบตัวก็อาจมีลูกน้องของราชันสวรรค์คนอื่นอีก”
“ฉันรู้” ลูเมี่ยนพยักหน้ายิ้มๆ “พลังเหนือธรรมชาติของซาราธ แม้เหลือแค่ความแข็งแกร่งลำดับ 7 ก็ยังพิสดารน่ากลัวอยู่ ต้องคำนึงถึงก่อนลงมือ”
หลังรวบรวมข้อมูลซาราธได้พักหนึ่ง ลูเมี่ยนใช้ ‘ถังบดทำลายข้อมูล’ ลบประวัติการค้นหา แล้วใช้กระดาษ ปากกา และสมองจัดระเบียบข้อมูล
หลังดูข้อมูลที่จัดระเบียบแล้วซ้ำไปมา เขาก็วางแผนว่า พรุ่งนี้หลังส่งลุดวิกเข้าเรียนพิเศษ จะหาโอกาสไปสำรวจสถานที่จริง
เวลาที่เหลือ เขาหยิบแผ่นน้ำแข็งก้อนใหม่ออกมา ตรวจสอบข้อมูลตัวละครในแดนฝัน ตรวจสอบผลลัพธ์เบื้องต้นจากการสังเกตและติดต่อของทีมตน เป็นเช่นนี้ซ้ำไปซ้ำมา
……………
วันรุ่งขึ้น ณ โรงเรียนกวดวิชาเมิ่งเสี่ยง
ลูเมี่ยนพาลุดวิกที่เคลื่อนไหวเชื่องช้า มาส่งที่หน้าห้องเรียนภาษาอังกฤษพื้นฐาน
แอนเดอร์สันมองเขาครู่หนึ่งแล้วทักทาย
“จะเรียนพื้นฐานด้วยกันไหม?”
“ไม่ละ ผมอยากเรียนวาดรูปมากกว่า” ลูเมี่ยนตอบสั้นกระชับ พลางผลักลุดวิกไปทางแอนเดอร์สัน
แอนเดอร์สันไม่ได้พูดอะไรต่อ เพียงพาลุดวิกเดินกลับเข้าห้อง
ลูเมี่ยนนั่งลงฝั่งตรงข้าม รอคอยอย่างใจเย็นเหมือนครั้งก่อน
ไม่นานนัก เขาก็เห็นโจวหมิงรุ่ย
โจวหมิงรุ่ยใส่เสื้อยืดขาวลายกราฟิก ดูเป็นหนุ่มสดใสกว่าตอนทำงานมาก
เนื่องจากเตรียมใจมาบ้างแล้ว โจวหมิงรุ่ยจึงไม่แปลกใจที่เห็นเขานั่งอยู่ เพียงพยักหน้าเล็กน้อยเป็นการทักทาย
ลูเมี่ยนไม่ได้เข้าไปทัก เพียงตอบรับอย่างสุภาพ
ติดต่อให้มาก อย่าเข้าใกล้เกินไป เพื่อลดความระแวงของเป้าหมาย!
ยิ่งไปกว่านั้น การหยั่งเชิงของฟรังก้าเมื่อคืนก่อนนับว่าได้ผลดีมาก จนโจวหมิงรุ่ยเกิดความระแวงกับผลิตภัณฑ์ต่อเนื่องของเครื่องดื่ม ‘นักลอบสังหาร’ ตอนนี้ต้องให้เวลาเขาย่อยข่าวสำคัญนี้ก่อน
เมื่อลองพิจารณาดู การที่ฟรังก้าถูกเตะออกจากแดนฝันในครั้งนี้ ถือว่าคุ้มค่าแล้ว
หลังมองโจวหมิงรุ่ยเลี้ยวเข้าห้องเรียน ลูเมี่ยนละสายตามาเล่นมือถือ
ทันใดนั้น เขาเกิดลางสังหรณ์ จึงเงยหน้ามองไปทางเคาน์เตอร์หน้าโรงเรียน
เขาเห็นนานา ผู้เป็นครูใหญ่ สวมชุดยาวสีขาว พาชายชราเดินเข้ามา
ด้านหลังทั้งสองมีพนักงานโรงเรียนกวดวิชาอีกมาก รวมถึงหน้าใหม่ที่ลูเมี่ยนไม่เคยเห็น
ลูเมี่ยนจ้องมองชายชรา เห็นอีกฝ่ายสวมชุดทางการสีดำ เรือนผมขาวโพลน เคราขาวทั้งยาวและดก ดวงตาสีน้ำเงินลึกจนแทบไร้ประกาย
ลูเมี่ยนหรี่ตาลง เขาเคยเห็นภาพวาดของชายคนนี้
ซาราธ!
เขามาที่โรงเรียนกวดวิชาเมิ่งเสี่ยงอีกแล้ว? ลูเมี่ยนลุกขึ้นอย่างเงียบงัน ถอยหลังเหมือนผู้ปกครองคนอื่น เพื่อหลีกเลี่ยงกลุ่มคนพวกนี้
นานาพาซาราธหยุดที่หน้าประตูห้องเรียนภาษาอังกฤษธุรกิจ แล้วแนะนำสถานการณ์
สายตาของซาราธจับจ้องไปยังเหล่านักเรียน
ตอนนี้ ลูเมี่ยนถอยไปอยู่ในส่วนลึกของโถงทางเดิน หยุดอยู่ข้างสัญญาณเตือนไฟไหม้ พลางเงยดูกล้องวงจรปิดที่จับภาพบริเวณนี้ได้
เขาใช้หางตาคอยสังเกตซาราธ หากอีกฝ่ายมีพฤติกรรมผิดปกติหรือจะคุยกับโจวหมิงรุ่ย เขาจะทำลายกล้องจากมุมอับก่อน แล้วต่อยสัญญาณเตือนไฟให้ดัง สร้างความวุ่นวาย ให้ทุกคนวิ่งออกนอกโรงเรียนกวดวิชา
ระหว่างนั้น เขาจะแสดงเป็นผู้ปกครองตื่นตระหนก รีบพาลุดวิกหนี พลางคอยขัดขวางการเคลื่อนไหวต่างๆ ของซาราธ
……………………………………………………..