ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 962 จดหมายแจ้งความ
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 962 จดหมายแจ้งความ
ตอนที่ 962 จดหมายแจ้งความ
ท่ามกลางเสียงเคี้ยวของลุดวิก อ็องโตนีขับรถไปจอดใต้ร่มไม้ที่ไกลออกไป เพื่อหลบแดด
เขาเลื่อนหน้าต่างลงเล็กน้อย ส่วนลูเมี่ยนใช้พลังสร้างน้ำแข็งช่วยเสริมแอร์เก่าที่ทำงานได้ไม่ดีนัก
พวกเขารอเกือบครึ่งชั่วโมง จนเห็นคุณหนูฮวงและฮวงเจียเจียพร้อมคณะ เดินออกมาจากโรงพยาบาลมู่ซู มีคนแต่งกายคล้ายตำรวจหามหลี่เค่อจี่ ซึ่งถูกมัดขาและใส่กุญแจมือทั้งสองข้างไว้
หลังจากเห็นทุกคนแยกกันขึ้นรถแล้วออกจากโรงพยาบาลไป ลูเมี่ยนก็ได้รับข้อความจาก ‘กรีนแห่งบริษัทอินทิส’
“เป้าหมายถูกย้ายไปแผนกจิตเวชของโรงพยาบาลอีกแห่ง เขาจะถูกประเมินทางจิตและถูกสอบสวนโดยตำรวจอีกครั้ง”
“อีกหนึ่งสัปดาห์ พวกเราต้องปฏิบัติการอีกครั้ง”
“ตกลง” ลูเมี่ยนส่งโทรศัพท์ให้อ็องโตนีอ่านข้อความจากกรีน
จากนั้นลูเมี่ยน จึงเอ่ยปาก
“การต่อสู้ในระดับทางการ พวกเราเข้าไปยุ่งไม่ได้ แต่ต้องกระทำบางสิ่งในที่ลับ ต่อให้ไม่สนใจปฏิบัติการของ ‘ลูกๆ ขององค์มารดาผู้ยิ่งใหญ่’ เลย แต่หลังจากนี้หนึ่งสัปดาห์ ก็ต้องคอยระวังคนของราชันสวรรค์ที่อาจแทรกซึมเข้าไปในโรงพยาบาล เพื่อกำจัดภาพสะท้อนแดนฝันของแฟรงค์·ลี เหมือนที่พวกเขาฆ่าผู้แจ้งสาร
“พวกเขาทำเรื่องแบบนี้ได้แน่”
อ็องโตนีพยักหน้ารับ
“นี่เป็นการใช้จุดบอดทางจิตวิทยา ในสายตาคนส่วนใหญ่ หลี่เค่อจี่ถูกขังในห้องจิตเวช มีตำรวจเฝ้า ย่อมปลอดภัย ขณะที่คนเบื้องหลังหลี่เค่อจี่มีอิทธิพลและกำลังเคลื่อนไหว ในระยะสั้น หลี่เค่อจี่และพวกคงไม่ทำอะไรเสี่ยง คนส่วนใหญ่จึงผ่อนคลายความระวัง นี่คือโอกาสดีในการลอบสังหาร”
“ในสองสามวันนี้ พวกเราควรช่วยหลี่เค่อจี่ออกมาไหม?” ลูเมี่ยนพึมพำอย่างไม่แน่ใจ
อ็องโตนีพูดเสียงราบเรียบ
“ถ้าช่วยเขาออกมา ทางนั้นก็จะกลายเป็นบุคคลที่ถูกออกหมายจับ”
“คุณวางแผนจะพาเขาไปซ่อนที่ไหน?”
“นี่อาจทำให้เราตกเป็นผู้ต้องสงสัยของตำรวจ ในเมืองแดนฝัน นี่หมายถึงว่า เรากำลังต่อต้านจิตสำนึกหลักของความฝัน ย่อมเข้าใกล้การถูกราชันสวรรค์ค้นพบ”
“ซ่อนในภาพวาด?” ลูเมี่ยนครุ่นคิดก่อนตอบ
โลกในภาพวาดที่ ‘จิตรกร’ สร้างขึ้นมา แตกต่างจากโลกในกระจก พวกมันไม่ได้เชื่อมต่อกัน ไม่สามารถเดินทางจากโลกในภาพวาดหนึ่งไปยังอีกโลกหนึ่งได้โดยตรง ต้องไปถึงหน้าภาพที่ต้องการก่อน จึงจะเข้าไปได้
กล่าวคือ หากหลี่เค่อจี่ซ่อนในโลกในภาพวาด พวกลูเมี่ยนเพียงดูแลภาพนั้นให้ดี ก็ไม่ต้องกังวลว่าจะมีใครแทรกซึมเข้าไปด้วยวิธีอื่น หรือใช้อุโมงค์เหนือจริงค้นหาเข้ามา
โดยไม่รอให้อ็องโตนีตอบ ลูเมี่ยนหัวเราะออกมา
“ก็ไม่จำเป็นต้องเสี่ยงช่วยหลี่เค่อจี่หรอก เปลี่ยนแนวคิดกันดีกว่า”
“พวกเราไปซ่อนตัวแถวนั้น รอให้คนของราชันสวรรค์ไปกำจัดเป้าหมาย แล้วก็ซุ่มโจมตีพวกเขา จัดการพวกเขาเสีย”
“พอถึงกำหนดหนึ่งสัปดาห์ เมื่อฉันกับลูกๆ ขององค์มารดาผู้ยิ่งใหญ่ไปเร่งตัวอ่อนในท้องหลี่เค่อจี่ คุณกับฟรังก้าและจินนา ก็คลุมหน้าซุ่มโจมตีพวกเรา ฉันจะแกล้งสู้ไม่ไหว พาลูกๆ ขององค์มารดาผู้ยิ่งใหญ่หนีไป จนหลี่เค่อจี่พลาดโอกาสคลอดลูกภายในสี่สัปดาห์”
“ความล้มเหลวดีกว่าถูกเปิดเผย อย่างมากก็แค่ บุตรแห่งเทพจะเสียความน่าเชื่อถือในสายตาของพวกกรีน”
พูดถึงตรงนี้ ลูเมี่ยนหยิบโทรศัพท์ ส่งข้อความถึงจินนา
“ช่วงนี้คอยปกป้องโรแซนให้ดี”
เมื่อซาราธและสมุนของราชันสวรรค์กำลังไล่กำจัดตัวละครในแดนฝัน ซึ่งมีไม่น้อยที่เคยช่วยเหลือโจวหมิงรุ่ยทั้งทางตรงและทางอ้อม โรแซนที่เพิ่งเตือนโจวหมิงรุ่ยก็อาจเป็นหนึ่งในเป้าหมายสำคัญ
ลูเมี่ยนเคยเล่าเรื่องซาราธมาก่อน ทำให้จินนาและฟรังก้าเข้าใจความหมายได้ทันที ตอบกลับมาว่า ‘ได้’
ทั้งสองฝ่ายจึงใช้ ‘ถังบดทำลายข้อมูล’ ลบประวัติการแชตไปทันที
“ตอนนี้จะไปไหนต่อ? กลับไหม?” อ็องโตนีมองท้องฟ้าที่ยังสว่างไสว
ลูเมี่ยนคิดอย่างละเอียดถี่ถ้วนสักพักแล้วจึงพูด
“ไปที่ร้านชำซิงเมิ่ง”
ยี่สิบกว่านาทีต่อมา พวกเขามาถึงจุดหมาย
ขณะที่อ็องโตนีพาลุดวิกไปต่อแถวที่ร้านขายขนมเปี๊ยะใกล้เคียง ลูเมี่ยนก็เข้าไปในร้านของชำซิงเมิ่ง เดินไปยังเคาน์เตอร์แคชเชียร์ และถามเจ้าของร้านอย่างสุภาพ
“มีจดหมายของพวกเราไหม?”
เจ้าของร้านที่กำลังเล่นโทรศัพท์อยู่ พยักหน้ารับ หยิบจดหมายฉบับหนึ่ง โยนลงบนเคาน์เตอร์
ลูเมี่ยนเปิดมันทันทีแล้วเริ่มอ่าน
“เรื่องรองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมู่ซู พวกเราได้สื่อสารกับดยุกผีดูดเลือด รวมถึงข้ารับใช้ระดับสูงของศาสนจักร ‘พระแม่ธรณี’ แล้ว ตอนนี้ยังไม่พบความผิดปกติใดในตัวนายหญิงโรลังด์ พวกข้ารับใช้ก็ไม่ได้รับคำเตือนจาก ‘พระแม่ธรณี’ ในเรื่องนี้”
“เธออาจกำลังคิดว่า แล้วถ้าผู้อำนวยการโรงพยาบาลมู่ซูเป็นภาพสะท้อนแดนฝันของ ‘พระแม่ธรณี’ ล่ะ? พวกเราตอบได้อย่างแน่ชัดว่า ปัจจุบันยังไม่ถึงขั้นนั้น นี่เป็นวิวรณ์จากเทพโดยตรง ไม่ว่าผู้อำนวยการโรงพยาบาลมู่ซูจะชื่ออะไรก็ช่างเถิด เว้นแต่เขาจะชื่อโอมีเบล่า…”
“มาดามเมจิกเชี่ยน คุณก็เล่าเรื่องสยองได้เก่งไม่เบา สมกับที่เป็นนักเขียนใหญ่…” ลูเมี่ยนพึมพำแล้วอ่านต่อ
“ชื่อสเตียโน่ในยุคที่สี่ถือว่าโด่งดังมาก ชื่อเต็มคือยูกส์·สเตียโน่ พระองค์เป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้งนิกายมอสส์ แต่ภายหลังแยกตัวออกมา หายหน้าหายตาไปเนิ่นนาน มีคนคาดเดาว่า หลังสงครามสี่จักรพรรดิ ก่อนหายนะสีจาง พระองค์ได้กลายเป็นเทพแท้จริง ใช่แล้ว…เธอคงเดาได้แล้วว่าเป็นใคร และจงจำไว้ว่า เมื่อกลับสู่โลกจริง อย่าเอ่ยนามนี้ด้วยภาษาที่มีพลังเหนือธรรมชาติ”
เป็นเทพจักรกลไอน้ำจริงๆ…ที่เราแอดเพื่อนเทพแท้จริง แถมยังได้พระองค์ช่วยทำมินิโปรแกรมให้…ทั้งยังใจดีน่าคบหา…ถ้าอ็องโตนีรู้ว่านั่นคือเทพที่เขาเคยศรัทธาและคงยังศรัทธาอยู่บ้าง จะมีปฏิกิริยาอย่างไรนะ? อารมณ์จะทะลุการควบคุมของ ‘ผู้ชม’ หรือไม่…ลูเมี่ยนยัดจดหมายตอบกลับเข้ากระเป๋านักเดินทาง
เขาหยิบโทรศัพท์ ส่งข้อความถึงแอนเดอร์สัน·ฮู้ด
“คุณไปมอบตัวเถอะ”
ผ่านไปสามสี่นาที ‘ชื่อที่ทำให้คุณประทับใจ’ จึงตอบกลับ
“ตลอดหลายปีนี้ คนที่ทำให้ผมงุนงงได้ชั่วขณะมีไม่มาก คุณคือหนึ่งในนั้น”
“คุณจะไปสถานีตำรวจเพื่อแจ้งเบาะแสการตายของเดนิสหรือ?”
ลูเมี่ยนเอาโทรศัพท์มาใกล้ปาก ยิ้มพลางพูด
“ผมจะเขียนชื่อผู้ต้องสงสัยที่ฆ่าเดนิสทุกคนในจดหมายร้องเรียน ส่งให้กรมตำรวจ ใช้อำนาจทางการมาเล่นงานคนผู้นั้น หวังให้เขาเสียหายหนัก และในสายตาคนทั่วไป สิ่งที่คนใบ้ทำกับที่คุณทำ ถือว่าไม่ต่างกัน”
“ในเมื่อเป็นแบบนั้น สู้คุณไปมอบตัวเลยดีกว่า ผมจะได้ไม่ต้องเขียนจดหมายร้องเรียน”
คำพูดเหล่านี้ถูกแปลงเป็นตัวอักษรอย่างรวดเร็ว ส่งไปจนถึงแอนเดอร์สัน·ฮู้ด
แอนเดอร์สัน·ฮู้ดตอบกลับเร็วเช่นกัน
“คุณกลัวว่าถ้าเขียนจดหมายร้องเรียน ตัวคุณจะถูกทางการจับตา จึงกระตุ้นให้ผมมอบตัว เพื่อลดความเสี่ยงของคุณเองสินะ?”
“ไม่ต้องห่วง คนใบ้แค่ทำให้เดนิสไม่ระวังตัว ไม่ได้ลงมือจริง ไม่ทิ้งร่องรอยใดๆ ในจุดเกิดเหตุ และยังใช้พลังภาพวาดปลอมหลักฐานอย่างแน่นหนา หากไม่แล้ว ตัวผมที่เป็นทั้งเพื่อนร่วมห้องและคนแจ้งความเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังเกิดเหตุ ซึ่งเป็นผู้ต้องสงสัยอันดับแรก ก็คงถูกจับไปนานแล้วละ”
“แต่ผู้ร่วมลงมือก็ระมัดระวังมาก ไม่ทิ้งเบาะแสที่มีประโยชน์ไว้เช่นกัน แต่การสร้างความรำคาญให้เขา เบี่ยงเบนความสนใจ ชักนำชื่อนี้เข้าสู่สายตาตำรวจ ก็ถือว่าไม่เลวเหมือนกัน”
“ไปแจ้งความเถอะ แค่ไม่ต้องเอ่ยชื่อผม”
ลูเมี่ยนทำเสียง ‘จุ๊’ แล้วเดินกลับไปที่เคาน์เตอร์ พูดกับเจ้าของร้าน
“ช่วยเขียนจดหมายให้ผมได้ไหม?”
เห็นเจ้าของร้านเงยหน้ามอง จนแสงแดดสดใสข้างนอกถูกเมฆบัง ลูเมี่ยนยิ้มเยาะตัวเองแล้วพูด
“ผมเป็นคนไม่รู้หนังสือ เขียนไม่ได้”
เจ้าของร้านยิ้มเล็กน้อย
“อยากเขียนอะไรล่ะ?”
ลูเมี่ยนคิดสองสามวินาที
“การตายของเดนิสเกี่ยวข้องกับซาราธุสตรา เขาฆ่าเดนิส”
เจ้าของร้านวางโทรศัพท์ หยิบกระดาษและปากกา เขียนข้อความอย่างรวดเร็ว แล้วถาม
“เขียนกี่ชุด?”
“สามชุด” ลูเมี่ยนลดจำนวนให้น้อยที่สุด
เมื่อเจ้าของร้านเขียนเสร็จ เขาขอบคุณ หยิบจดหมายร้องเรียนทั้งสามฉบับเดินไปทางกระจกวิเศษอาโรเดส
เขาวางมือแตะกระจกเงินโบรานบานนี้
ลูเมี่ยนต้องการทดสอบว่า กระจกที่อ้างตัวว่ายิ่งใหญ่เหลือหลาย มีมิติด้านหลังกระจกหรือไม่ และเป็นส่วนหนึ่งของโลกในกระจกหรือเปล่า
ก่อนที่ผิวกระจกจะปรากฏตัวอักษรใด ร่างของลูเมี่ยนก็พุ่งไปข้างหน้าทันที กลายเป็นโปร่งใสแล้วมุดเข้าไป
เพียงชั่วพริบตา เขาเห็นมิติอันว่างเปล่ามืดมิดด้านหลังกระจก
“กระจกวิเศษก็คือกระจก…นั่นสินะ ในเมื่อแม้แต่วัตถุคล้ายกระจก ยังทำตัวเป็นเหมือนกระจกได้ ก็ไม่มีเหตุผลที่กระจกวิเศษ ซึ่งภายนอกเป็นกระจกของจริง จะไม่ถูกนับรวม…” ลูเมี่ยนพึมพำ พลางสำรวจรอบข้าง
เขาพบว่ามิติหลังกระจกของกระจกวิเศษอาโรเดสแตกต่างจากกระจกบานอื่นๆ
ความว่างเปล่าโดยรอบ มืดมิดลึกล้ำยิ่งกว่า แต่ราวกับมีผืนผ้าไร้ตัวตนคลุมอยู่ ด้านหลังผ้ามีดวงตาหลายคู่จ้องมองเขา มีสิ่งลึกลับกำลังไหลเวียนไร้เสียง
พิเศษจริงๆ…ลูเมี่ยนไม่มัวเสียเวลา ใช้แผนผังของกรมตำรวจจากไพ่อาร์คาน่าใหญ่ ผนวกกับความรู้สึกต่อกระจกบานต่างๆ ในขอบเขต เลือกกระจกบานหนึ่ง แล้วเดินทางไป
เขาจะใช้โลกในกระจก ‘ส่งมอบ’ จดหมายร้องเรียน!
ไม่นานนักก็มาถึงจุดหมาย แล้วนำหน้าชิดผิวกระจก เพื่อสังเกตสภาพภายนอก
วินาทีถัดมา เขาพบบุคคลหนึ่ง
อีกฝ่ายสวมเสื้อเชิ้ตขาวเรียบร้อย บนบ่ามียศตำรวจประดับ พื้นดำปักลวดลาย เป็นชายวัยกลางคนที่ดูเคร่งครัด ผมดำแซมขาวเล็กน้อย ดวงตาสีน้ำตาลเข้มเกือบดำกำลังมองมายังกระจกของลูเมี่ยน
ลูเมี่ยนสะดุ้งเฮือกถอยหลัง รู้สึกเหมือนถูกอีกฝ่ายมองเห็นไม่มีผิด
ที่นี่คือห้องทำงานที่ 1 ของกรมตำรวจ ชายคนดังกล่าวคือผู้นำสูงสุดของหน่วยตำรวจในเมืองแดนฝัน ย่าเก่อคี
……………………………………………………..