ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 963 ยามดึก
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 963 ยามดึก
ตอนที่ 963 ยามดึก
ลูเมี่ยนเคยเห็นในข้อมูลที่ไพ่อาร์คาน่าใหญ่มอบให้ว่า ต้นแบบของตัวละครย่าเก่อคี ผู้นำกรมตำรวจที่ 1 น่าจะเป็นครูของมาดามเมจิกเชี่ยน ดยุกแห่งจักรวรรดิทูดอร์ ราชาเทวทูตผู้ทรงพลังที่สุดแห่งยุคที่สี่ มิสเตอร์เบเทล·อับราฮัม
และในคำแนะนำนี้ มีการคาดเดาที่สำคัญอย่างยิ่ง
ต้องสงสัยว่าเป็นสัญลักษณ์แห่งแดนฝันที่แสดงถึงเอกลักษณ์ของเส้นทาง ‘ผู้ฝึกหัด’
คล้ายคลึงกันนี้ ไพ่อาร์คาน่าใหญ่คาดเดาว่า อามุนด์ที่ปรากฏในแดนฝันคือสัญลักษณ์ของ ‘เอกลักษณ์’ เส้นทาง ‘นักโจรกรรม’ แต่บ่อยครั้งก็เป็นตัวจริงด้วย
นี่เป็นเพราะอามุนด์เคยเป็นเทพแท้จริงของเส้นทาง ‘นักโจรกรรม’ มาก่อน ครอบครองเอกลักษณ์ของเส้นทางนี้มานับพันปี ได้ทิ้งตราประทับทางจิตวิญญาณอันเข้มข้นไว้ใน ‘เอกลักษณ์’ อาจกล่าวได้ว่า ในช่วงเวลายาวนานก่อนหน้านี้ พระองค์ก็คือเอกลักษณ์ของเส้นทาง ‘นักโจรกรรม’
ดังนั้น ก่อนที่ตราประทับวิญญาณของอามุนด์ในเอกลักษณ์เส้นทาง ‘นักโจรกรรม’ จะถูกลบเลือนจนหมดสิ้น อามุนด์ยังคงมีความเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับเอกลักษณ์ดังกล่าว สามารถอาศัยมันเข้าออกเมืองแดนฝันได้อย่างอิสระ แม้จะถูกราชันสวรรค์พบเจอและถูกเตะออกไป ก็ยังสามารถกลับเข้ามาได้อีกโดยไม่จำกัดจำนวนครั้ง
ในเมื่อเอกลักษณ์ของเส้นทาง ‘นักโจรกรรม’ คือหนึ่งในส่วนประกอบของความฝันเสมือนจริงนี้ ก็เท่ากับว่าอามุนด์คือส่วนหนึ่งด้วยเช่นกัน หากราชันสวรรค์ไม่ประสงค์จะให้อามุนด์เข้ามาอีก หรือให้พระองค์ถูกตีกรอบกิจกรรมจนสามารถทำอะไรได้ ตามการคาดเดาของไพ่อาร์คาน่าใหญ่ จะมีเพียงสามวิธีเท่านั้น
หนึ่งคือ ไม่ต้องการเอกลักษณ์ของเส้นทาง ‘นักโจรกรรม’ แยกมันออกไป สองคือ รีบลบตราประทับวิญญาณของอามุนด์ในเอกลักษณ์โดยเร็ว สามคือ บรรลุข้อตกลงร่วมกับมิสเตอร์ฟูล เพื่อผนึกกำลังกันกีดกันอามุนด์ออกไป
แน่นอนว่า ไม่มีวิธีใดจากสามข้อนี้ สามารถนำมาปฏิบัติได้จริงเลย วิธีที่สองซึ่งดูเหมือนจะเป็นไปได้มากที่สุด มีเงื่อนไขว่าราชันสวรรค์ต้องถือครองความเปรียบอย่างมากในแดนฝัน เกือบจะตื่นขึ้นมาแล้ว มิฉะนั้น ในสภาวะหลับใหล ในการต่อสู้อย่างดุเดือดกับมิสเตอร์ฟูล แม้พระองค์จะเป็นผู้ยิ่งใหญ่ ก็ไม่อาจลบตราประทับวิญญาณของอามุนด์ในเอกลักษณ์ ‘นักโจรกรรม’ ให้หมดสิ้นในเวลาอันสั้นได้
แน่นอน อามุนด์ก็ยังคงถูกตีกรอบในเมืองแดนฝัน ส่วนจะถูกตีกรอบอย่างไร แม้แต่ไพ่อาร์คาน่าใหญ่เองก็ไม่ทราบ ได้แต่เชื่อจากพฤติกรรมของอามุนด์ว่า พระองค์ก็ใช่ว่าจะทำอะไรก็ได้โดยไร้ข้อห้าม
ในทำนองเดียวกัน ในเอกลักษณ์ของเส้นทาง ‘ผู้ฝึกหัด’ ก็มีตราประทับวิญญาณของมิสเตอร์ ‘ประตู’ หลงเหลืออยู่ด้วย ก่อให้เกิดเป็นภาพสะท้อนแดนฝันของย่าเก่อคี
แม้ว่าเอกลักษณ์ของเส้นทาง ‘ผู้ฝึกหัด’ จะเคยถูกอามุนด์รวมเข้าไป ทำให้พระองค์กลายเป็นเทพแท้จริงสองเส้นทาง แต่อามุนด์อยู่ในระดับนี้เพียงช่วงเวลาสั้นๆ เห็นได้ชัดว่าไม่สามารถลบตราประทับวิญญาณของมิสเตอร์ ‘ประตู’ ได้หมดสิ้น
ลูเมี่ยนหดร่างกายกลับทันที แล้วก็หายไปจากตำแหน่งในทันใด เคลื่อนตัวไปยังกระจกบานอื่น ทิ้งไว้เพียงเพลิงทมิฬสองสามกลุ่มที่โปรยปรายอย่างเงียบงัน เผาไหม้ร่องรอยต่างๆ ที่เขาอาจทิ้งไว้
อีกฝ่ายคือสัญลักษณ์ของ ‘เอกลักษณ์’ เส้นทาง ‘ประตู’ ย่อมต้องมีอำนาจควบคุมโลกในกระจกได้ในระดับหนึ่งแน่นอน หากยังคงอยู่หลังกระจกบานเดิม คงไม่แคล้วได้ถูกเปิดโปงแน่!
ราวหนึ่งถึงสองวินาทีต่อมา ลูเมี่ยนย้ายไปยังจุดหมายแห่งที่สอง
ภาพสะท้อนแดนฝันของเอกลักษณ์เส้นทาง ‘ผู้ฝึกหัด’ คือย่าเก่อคี ภาพสะท้อนแดนฝันของเอกลักษณ์เส้นทาง ‘นักโจรกรรม’ คืออามุนด์… ภาพสะท้อนแดนฝันของเอกลักษณ์เส้นทาง ‘นักทำนาย’ คือโจวหมิงรุ่ย ซึ่งก็คือหัวใจของการแย่งชิงระหว่างมิสเตอร์ฟูลกับราชันสวรรค์? ลูเมี่ยนคิดพลางซ่อนกายไว้ในความมืด
เขารอคอยอย่างอดทนสักพัก หลังจากแน่ใจว่าไม่มีใครติดตามมา จึงเข้าใกล้ผิวกระจก แอบมองออกไปข้างนอก
ข้างนอกเป็นห้องทำงานเช่นกัน ขณะนี้ไม่มีใครอยู่
นี่คือห้องทำงานของนายตำรวจเติ้งเอิน
ลูเมี่ยนหยิบจดหมายร้องเรียนออกมา แล้วทำให้มัน ‘ลอย’ ขึ้น
จดหมายลอยออกจากผิวกระจกทันที ตกลงบนโต๊ะของนายตำรวจเติ้งเอิน
มันเพิ่งสัมผัสกับพื้นโต๊ะไม้ เปลวเพลิงทมิฬกลุ่มหนึ่งก็พุ่งออกจากกระจกทันที ลุกไหม้เข้าหามันอย่างรวดเร็ว ส่องให้เห็นใยแมงมุมที่มองไม่เห็น ซึ่งพันรอบจดหมายอย่างหนาแน่น
เพลิงทมิฬห่อหุ้มจดหมายเอาไว้ แผดเผาร่องรอยที่หลงเหลืออยู่ เผาใยแมงมุมบางส่วน ส่วนใยแมงมุมที่เหลือก็หดกลับไปด้านหลังกระจก
ลูเมี่ยนเปลี่ยนตำแหน่งอีกครั้ง เคลื่อนตัวไปยังกระจกบานที่สาม
ข้างนอกยังคงเป็นห้องทำงาน เป็นของนายตำรวจอีกคนหนึ่ง นามว่าหวังเวยเหลียน
เขาเป็นนายตำรวจบุคลิกแข็งกร้าว ตัวตนที่สอดคล้องในโลกจริงคือ อดีตกษัตริย์องค์ก่อนหน้าของอาณาจักรโลเอ็น วิลเลียม·ออกัสตัสที่หก ผู้ซึ่งล่วงลับไปแล้ว
ไพ่อาร์คาน่าใหญ่ล้วนรู้สึกสงสัยอยู่บ้าง เนื่องจากร่างอวตารของมิสเตอร์ฟูลที่เคยเตร็ดเตร่อยู่บนโลก ล้วนไม่มีจุดตัดกับวิลเลียม·ออกัสตัสที่หก แล้วเหตุใดกษัตริย์ที่สิ้นชีพไปแล้วรายนี้ จึงมีภาพสะท้อนที่สอดคล้องในเมืองแดนฝัน?
สถานการณ์คล้ายกันนี้ยังประกอบด้วย วิลเลียม·ออกัสตัสที่หนึ่ง เฮนรี่·ออกัสตัสที่หนึ่ง และบรรพชนคนอื่นๆ ของตระกูลออกัสตัส พวกเขาล้วน ‘ปรากฏ’ อยู่ในกรมตำรวจหรือศาลในเมืองแดนฝัน โดยใช้นามสกุลหวัง
ไพ่อาร์คาน่าใหญ่ได้แต่เชื่อว่า มิสเตอร์ฟูลยังมีร่างอวตารอีกมากมายที่เก่าแก่โบราณ
อาจเป็นเพราะตำรวจกำลังประชุมหรือออกปฏิบัติภารกิจ ในห้องทำงานของหวังเวยเหลียนก็ไม่มีใครเช่นกัน ลูเมี่ยนวางจดหมายร้องเรียนได้อย่างราบรื่น เคลื่อนผ่านโลกในกระจกไปยังห้องทำงานอื่นแบบสุ่ม ทิ้งจดหมายฉบับสุดท้ายไว้ ไม่กล้าเสี่ยงกลับไปหาย่าเก่อคีอีก
จากนั้น เขาย้อนกลับไปยังร้านขายของชำซิงเมิ่ง ออกมาจากมิติหลังกระจกที่ตรงกับกระจกวิเศษอาโรเดส
“ขอยืมกระดาษกับปากกาอีกได้ไหม?” ลูเมี่ยนเดินมายังเคาน์เตอร์คิดเงิน ถามอย่างสุภาพ
เจ้าของร้านวางกระดาษกับปากกา ซึ่งใช้เขียนจดหมายก่อนหน้านี้ลงบนเคาน์เตอร์
ลูเมี่ยนเริ่มเขียนจดหมายถึงไพ่อาร์คาน่าใหญ่ เนื้อหาในจดหมายมีสามประเด็นหลัก
หนึ่งคือ เตือนไพ่อาร์คาน่าใหญ่ให้ระวังโรแซนในโลกความจริง คอยให้การคุ้มครองที่จำเป็น สองคือ ขอให้พวกเขายืนยันสถานการณ์ในโลกความจริงของแอนเดอร์สัน·ฮู้ด และสามคือ แจ้งเรื่องที่หลี่เค่อจี่ถูกจับกุม
เมื่อส่งจดหมายเสร็จและกล่าวขอบคุณ ลูเมี่ยนก็กลับมายังรถเก๋งสีเทา
อ็องโตนีกับลุดวิกกลับมาแล้ว
ก่อนที่อ็องโตนีจะขับรถ ลูเมี่ยนได้เล่าคร่าวๆ ถึงตัวตนที่เป็นไปได้ของสเตียโน่
อ็องโตนีเงียบไปชั่วครู่ ขณะสตาร์ทรถก็เอ่ยอย่างทอดถอนใจว่า
“เทพแท้จริงก็เคยมีช่วงเวลาที่อ่อนแอ พระองค์ก็เคยมีช่วงชีวิตแบบเดียวกับพวกเรา…นี่คือเส้นทางสู่เทพอย่างแท้จริง สิ่งนี้ทำให้ผมรู้สึกว่า เทพไม่ได้ห่างไกลเกินเอื้อมอีกต่อไป ไม่ได้สูงส่งมาแต่กำเนิด หรือเป็นเทพโดยธรรมชาติ…”
“เบิกเนตร?” ลูเมี่ยนถามกลับด้วยคำศัพท์ใหม่ที่เพิ่งเรียนรู้
อ็องโตนีหมุนพวงมาลัยพลางเอ่ยปาก
“แต่พระองค์ก็ต่อสู้กับเทพมารจริงๆ ไปพร้อมกับคุ้มครองประชาชน…”
“ผมจำได้ว่าในเมืองอุตสาหกรรมฝั่งตะวันตกของทะเลกลาง บรรดานักบวชในชุดคลุมจะไปจัดพิธีที่โรงงานเป็นประจำ ตอนนี้มองย้อนกลับไป มันดูเหมือนการนำเอาการซ่อมบำรุงใหญ่ทั้งโรงงาน การเริ่มใช้งานเครื่องจักรใหม่อย่างเป็นทางการ และการที่นักบวชได้เข้าใกล้เครื่องจักรในสายการผลิต มาห่อหุ้มให้กลายเป็นพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์…”
อ็องโตนีพูดเรื่อยเปื่อยถึงเรื่องราวทางศาสนาที่เคยได้ฟังตั้งแต่เด็ก รวมถึงพิธีกรรมทางศาสนาที่ได้ประสบมาเมื่อโตขึ้น ลูเมี่ยนเงียบฟังพลางพยักหน้าเห็นด้วยหนึ่งสองประโยคเป็นครั้งคราว
…………
สวนเต๋อชวง ตึก 5 ห้อง 1502
โรแซนรู้สึกดีใจมากเมื่อพบว่าฟรังก้ากลับมาเป็นปกติแล้ว
เธอถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น
“ตอนนั้นคุณรู้สึกยังไงบ้าง?”
“หายใจไม่ออก เหมือนปลาที่ถูกจับขึ้นจากน้ำ เหมือนคนที่ถูกเตะออกจากโลกนี้” ฟรังก้าอธิบายอย่างเรียบง่าย ไม่ได้พูดถึงส่วนที่อาจทำให้โรแซนนึกถึงแดนฝัน
จินนาช่วยเสริมตาม
“ช่วงนี้คุณต้องระวังตัวหน่อยนะ สมุนของพลังชั่วร้ายกำลังพยายามเข้าใกล้โจวหมิงรุ่ยเช่นกัน และจัดการกับคนที่เคยช่วยเหลือโจวหมิงรุ่ยไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม พวกเราเป็นห่วงว่า พวกมันอาจจะจับตาดูคุณด้วย”
“อา…” โรแซนชี้ไปยังภาพสีน้ำมัน รวมถึงภาพร่างใหม่ที่แขวนอยู่บนผนัง “ฉันเปลี่ยนห้องของตัวเองให้เป็นป้อมปราการแล้ว พวกมันจะปกป้องฉันตอนนอนหลับ”
ฟรังก้าและจินนามองตามนิ้วของโรแซน เห็นภาพสีน้ำมันที่วาดนกแก้วสีสันสดใส
รอบๆ นกแก้วคือลวดลายสีที่ดูนามธรรม ดวงตาของมันกลอกไปมาเล็กน้อยตอนที่พวกฟรังก้ามองมา ราวกับจะบอกว่า ‘สวัสดี ฉันมีชีวิตนะ!’
หลังจากดูภาพในห้องนั่งเล่นและห้องนอน จินนาพยักหน้าแล้วพูดว่า
“พลังของจิตรกรนี่น่าอัศจรรย์จริงๆ”
“แต่ถ้าคุณไว้ใจพวกเรา ทางนี้สามารถรับประกันความปลอดภัยในแง่ของชีวิตแก่คุณได้”
“ทำยังไง?” โรแซนถาม
จินนาไม่ปิดบัง
“ให้เลือดและเส้นผมของคุณกับพวกเราสักเล็กน้อย ทางนี้จะช่วยสร้างกระจกตัวแทนให้ อา…ระยะทางตรงระหว่างห้องของเราสองคน พอจะอยู่ในขอบเขตที่พลังนี้จะใช้งานได้ และพวกเรายังสามารถย่นระยะห่างระหว่างกันใน ‘อาณาเขตชาแมน’ ของคุณ เพื่อให้แน่ใจว่ามันใช้ได้ผล”
“แต่นั่นก็หมายความว่า พวกเราสามารถใช้กระจกตัวแทนแผ่นดังกล่าวสาปคุณ หรือฆ่าคุณได้อย่างง่ายดายและแม่นยำ”
โรแซนเงียบลงทันที
ผ่านไปสักพัก เธอจึงยิ้มออกมา
“ลองดูก็ได้ ถ้าพวกคุณจะฆ่าฉันจริง ก็มีโอกาสตั้งมากมายในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา”
เมื่อใกล้เที่ยงคืน โรแซนที่ชำระล้างร่างกายเรียบร้อยแล้ว ตรวจดูประตูหน้าต่างและภาพวาดต่างๆ แล้วเอนตัวลงบนเตียง ปิดไฟเข้านอน
ในความมืดสนิท โรแซนหลับไปอย่างรวดเร็ว ยังคงเฝ้าปกป้องบาเรียโปร่งแสงต่อไป
นาทีแล้วนาทีเล่าเลื่อนผ่าน บนภาพสีน้ำมันนกแก้วในห้องนั่งเล่น ลวดลายสีสันที่ดูรกๆ กลับเริ่มขยับเคลื่อนไหว
นกแก้วสีสันสดใสรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงดังกล่าว จึงเตรียมจะส่งเสียงร้องโหวกเหวก แต่กลุ่มสีเหล่านั้นได้พุ่งเข้ามาอุดปากของมัน พร้อมกับกดทับปีกเอาไว้
ไม่นานนัก นกแก้วสีสันสดใสก็ถูกกลุ่มสีท่วมทับ ละลายกลายเป็นส่วนหนึ่งของพวกมัน
กลุ่มสีเหล่านี้ไหลออกมาจากภาพสีน้ำมันราวกับน้ำ ทำให้ผืนผ้าใบกลายเป็นช่องว่างโล่ง
พวกมันไหลไปยังห้องนอนในความเงียบของราตรี ลอดผ่านช่องประตู มาถึงข้างเตียงของโรแซน
ทันใดนั้น สายธารที่ประกอบด้วยกลุ่มสีนี้พุ่งขึ้น เปลี่ยนเป็นรูปร่างมนุษย์
ร่างมนุษย์หลากสีนั้น ยืนมองโรแซนที่กำลังหลับอย่างเงียบงัน มองอยู่อย่างนั้นนานยี่สิบถึงสามสิบวินาที
ในที่สุด มันก็เปลี่ยนกลับไปเป็นสายธารของกลุ่มสี ไหลย้อนกลับตามเส้นทางเดิม กลับไปยังภาพสีน้ำมันในห้องนั่งเล่น
กลุ่มสีเริ่มขยับไหว ประกอบร่างเป็นนกแก้วสีสันสดใสและฉากหลังรอบๆ อีกครั้ง
นกแก้วเหมือนเดิมทุกประการ ดวงตายังคงมีชีวิตชีวา
เช้าวันรุ่งขึ้น โรแซนตื่นขึ้นมา
เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาก่อน ดูข้อความ แล้วจึงค่อยๆ ลุกจากเตียง ตรวจสอบสภาพของห้องนอนและห้องนั่งเล่น
“ไม่มีปัญหาอะไร” โรแซนถอนหายใจโล่งอก เดินไปที่ห้องน้ำ
…………
หลังจากจินนาและฟรังก้าแยกจากโรแซนแล้ว พวกเธอออกไปสังเกตตัวละครในแดนฝันที่อยู่ใกล้กับโจวหมิงรุ่ย
นี่เป็นภารกิจล่าสุดของเธอกับอ็องโตนี
แน่นอนว่า เธอได้ส่งประวัติสมัครงานให้กับบริษัทภาพยนตร์ฮอลล์แล้ว ในฐานะนักศึกษาศิลปะสาขาการแสดง
และวันนี้ เธอหรืออ็องโตนีคนใดคนหนึ่ง จะไปติดต่อกับเผิงเติง ตัวละครในแดนฝันที่พิเศษอย่างยิ่ง
……………………………………………………..