ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 966 ปฏิบัติอย่างแตกต่าง
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 966 ปฏิบัติอย่างแตกต่าง
ตอนที่ 966 ปฏิบัติอย่างแตกต่าง
นาทีแล้วนาทีเล่าผ่านไป ลูเมี่ยนเห็นพนักงานออฟฟิศทยอยออกจากตึกเทคโนโลยี ขณะที่ริมถนนมีรถเข็นหลายคันมาจอดอย่างไม่เป็นที่สะดุดตา ขายอาหารทั้งผัดเส้น ผัดหมี่ อาหารตุ๋น ของทอด และอาหารปิ้งย่าง
รถหลายคันแล่นผ่านพื้นที่นี้ไปพร้อมไฟที่เปิดสว่าง ทุกคนยังคงวุ่นวาย
ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น…ลูเมี่ยนมองไม่เห็นร่องรอยของโจวหมิงรุ่ยแล้ว แต่เขาก็ไม่รู้สึกถึงความผิดปกติใดๆ
ตอนนั้นเอง ลุงเซียเดินเข้ามา
“ไปตรวจตราอีกรอบกันเถอะ เดี๋ยวหัวหน้าสวี่จะหาว่าเราแอบเกียจคร้านอยู่ในออฟฟิศ”
“ได้ครับ” ลูเมี่ยนพยักหน้า
จากนั้น เขาเห็นลุงเซียหันตัวด้วยท่าทางผิดปกติ
“คุณเป็นอะไร? เจ็บเอวหรือ?” ลูเมี่ยนหยุดฝีเท้า ยังคงยืนใกล้หน้าต่าง
ลุงเซียเอียงศีรษะ พูดด้วยสีหน้าปกติ
“ผมไม่ได้…เป็นอะไร…หรอก…”
ระหว่างที่พูด ริมฝีปากของเขาเคลื่อนไหวติดขัดเป็นช่วงๆ และสำเนียงก็เปลี่ยนไป
ไม่ทันที่ลูเมี่ยนจะตอบสนอง ลุงเซียละสายตากลับ แล้วเดินต่อไปทางประตู
หัวเข่า ข้อเท้า แขน และไหล่ของเขา ราวกับถูกเติมด้วยตะกั่ว หนักอึ้งและแข็งทื่อ แทรกด้วยความรู้สึกฝืดติดขัด
ลูเมี่ยนนึกย้อนไปถึงการแสดงหุ่นกระบอกที่เขาเคยเห็นในห้องใต้ดินของบาร์ ‘หัวเดียวกระเทียมลีบ’ ในทรีอาร์ รู้สึกราวกับมีเส้นด้ายที่มองไม่เห็นผูกติดอยู่ที่ข้อต่อทุกจุดของลุงเซีย
“ตอนนี้ลุงเซียดูเหมือนหุ่นกระบอกมากกว่ามนุษย์…”
“เขาถูก ทำให้เป็นหุ่นเชิด แล้วหรือ?”
“ความคิดของเรา…ทำไมถึง ติดขัด…”
“เรากำลังถูกทำให้เป็นหุ่นเชิดด้วยหรือ?”
ลูเมี่ยนสะดุ้งตกใจ ก้มศีรษะ พยายามยกแขนขวา
ในสายตาของเขา แขนของตัวเองยกขึ้นแล้วหยุด ยกขึ้นอีกแล้วหยุดอีก เหมือนกำลังดูวิดีโอตอนที่อินเทอร์เน็ตช้า
จริงสิ…ปฏิกิริยาแรกของลูเมี่ยนคือนึกว่า ราชันสวรรค์กำลังทำให้เขาเป็นหุ่นเชิด แต่ไม่มีความรู้สึกทุกข์ระทมแบบที่ฟรังก้าเคยบรรยายไว้ว่า เหมือนปลาหลุดจากน้ำหรือคนขาดอากาศหายใจ
เขานึกถึงความเป็นไปได้อีกอย่างทันที
ซาราธุสตราหรือลูกน้องคนอื่นของราชันสวรรค์ อาจซ่อนตัวอยู่ในที่มืด พยายามจัดการกับเขา!
ลูเมี่ยนขยับคอเล็กน้อย เหลือบมองไปนอกหน้าต่าง
เขาพบว่ารถที่แล่นอยู่บนถนนหยุดชะงักพร้อมกันครู่หนึ่ง แต่ไม่ได้เกิดเหตุการณ์ที่รถเบรกแล้วพุ่งไปข้างหน้าไม่หยุด
หลังจากหยุดนิ่งชั่วขณะ รถเหล่านั้นก็แล่นต่อไป
ผ่านไปสองวินาที พวกมันก็หยุดอีกครั้ง
ทำให้ลูเมี่ยนรู้สึกเหมือนกำลังดูภาพจากกล้องวงจรปิด ทีละเฟรม!
ไม่เพียงแต่รถยนต์เท่านั้น คนขายผัดเส้นหมี่และลูกค้าของพวกเขา ก็แสดงอาการติดขัดผิดปกติในลักษณะเดียวกัน
“ในแดนฝัน…ในเมืองใหญ่…การทำให้เป็นหุ่นเชิด…ในขอบเขตกว้างขนาดนี้…มีแต่…ราชันสวรรค์…หรือ…มิสเตอร์ฟูล…เท่านั้น…ที่ทำได้…”
“ความผิดปกติ…มาแล้ว…”
ลูเมี่ยนพยายามรวมสมาธิ เตรียมพร้อมที่จะออกจากแดนฝันด้วยตัวเอง
แม้เขาจะไม่เข้าใจว่า เหตุใดสิ่งที่ตนประสบจึงแตกต่างจากฟรังก้า แต่สถานการณ์ปัจจุบันและการเปลี่ยนแปลงรอบตัวทำให้เขารู้สึกว่า นี่ไม่ใช่สิ่งที่ตนจะหลีกหนีหรือต่อต้านด้วยพลังส่วนตัวได้
ทางออกเดียวคือ ออกจากแดนฝันด้วยตัวเองก่อนที่จะถูกเปลี่ยนเป็นหุ่นเชิด
อย่างไรก็ตาม ลูเมี่ยนไม่ได้รีบลงมือทันที เพราะเขาไม่จำเป็นต้องใช้ ‘ถังบดทำลายข้อมูล’ ลบรายชื่อติดต่อสำคัญในโทรศัพท์ เนื่องจากได้ทำไว้ล่วงหน้าแล้ว จึงยังมีเวลาพอที่จะสัมผัสกับการเปลี่ยนแปลงในปัจจุบัน ดูว่าจะสังเกตเห็นข้อมูลซ่อนเร้นบางอย่างได้หรือไม่
หลังผ่านไปสิบกว่าวินาที ความคิดของลูเมี่ยนกลับมาลื่นไหลอย่างฉับพลัน ไม่มีความรู้สึกว่าสมองถูกยัดเต็มไปด้วยแป้งเปียกอีกต่อไป
“จบแล้ว? ยุติการเปลี่ยนเป็นหุ่นเชิดแล้วหรือ?’ ลูเมี่ยนยังคงมองออกไปข้างนอก พบว่ารถบนถนนไม่มีการหยุดชะงักแปลกๆ อีกแล้ว”
พ่อค้าแม่ค้าและคนเดินถนนก็ล้วนกลับมาเป็นปกติ
“ยังไม่เดินอีก มัวเหม่ออะไรอยู่?” ลุงเซียหันมาอีกครั้ง เร่งเร้าลูเมี่ยน
ลูเมี่ยนดวงตากระตุกพลางพูดยิ้มๆ
“โอย…ปวดท้อง ผมขอตัวไปห้องน้ำก่อน”
พูดจบ เขาก็วิ่งออกไป ผ่านลุงเซีย พุ่งเข้าห้องน้ำสาธารณะในชั้นนี้
ลุงเซียมองแผ่นหลังของอีกฝ่ายพลางด่าอย่างขบขัน
“ไอ้วัวขี้เกียจ ม้าขี้เกียจ ขี้ฉี่เยอะ!”
ลูเมี่ยนเข้าไปในห้องส่วนตัว หลังจากล็อกประตูแล้ว ก็รีบใช้ ‘ข้ามโลกวิญญาณ’ ทันที
เขา ‘เทเลพอร์ต’ ไปยังห้องน้ำสาธารณะอีกแห่งหนึ่ง ปรากฏตัวอยู่กลางอากาศในฝั่งชาย
เมื่อเห็นว่าห้องด้านล่างไม่มีคน ลูเมี่ยนค่อยๆ ร่อนลงไป แล้วล็อกประตูจากด้านใน
ที่นี่คือโรงแรมหรูที่ซาราธุสตราพักอยู่ ย้อนกลับไปก่อนที่ลูเมี่ยนจะไป ‘เฝ้า’ หน้าห้องคนไข้ของหลี่เค่อจี่ที่โรงพยาบาลหงเยว่ เขาได้แวะมาที่นี่เพื่อสำรวจพื้นที่ แม้ว่าแผนการโจมตีเชิงรุกเพื่อสังหารซาราธุสตรา จะถูกเลื่อนออกไปชั่วคราว เปลี่ยนเป็นการใช้หลี่เค่อจี่เป็นเหยื่อล่อศัตรูที่อาจปรากฏ แต่ในเมื่อมีเวลาเหลือเฟือ เขาก็ยังคงเตรียมการเพิ่มเติม เผื่อว่าซาราธุสตราจะเลือกใช้วิธีทางอ้อมในการกำจัดหลี่เค่อจี่ เมื่อถึงตอนนั้น แผนสำรองอาจกลายเป็นแผนหลักได้
ลูเมี่ยนหยิบกระจกออกมา วางบนถังน้ำ
จากนั้น เขากดมือขวาลงบนกระจก
ร่างของเขาโน้มไปข้างหน้ากะทันหัน ค่อยๆ จางหาย เข้าสู่พื้นผิวกระจก
อาศัยโลกในกระจก เขาเคลื่อนย้ายไปถึงกระจกหน้าต่างในห้องชุดของซาราธุสตรา
ภายใต้แสงราตรี นี่คือกระจกจริงๆ อย่างไม่ต้องสงสัย
ลูเมี่ยนไม่ได้นำใบหน้าเข้าใกล้กระจก แต่กลับยืนห่างออกมา แอบดูสถานการณ์ในห้อง
เขาไม่แน่ใจว่า ซาราธุสตรากลับโรงแรมแล้วหรือยัง บางทีอาจยังอยู่ข้างนอกเพื่อเข้าสังคม เขาก็ไม่กล้าใช้วิธีทำนายเพื่อค้นหาตำแหน่งของอีกฝ่าย กลัวจะเตือนภัยให้ ‘นักทำนาย’ ตัวจริงไหวตัวทัน
วินาทีถัดมา เขาเห็นเงาคนเงาหนึ่ง ร่างนั้นสวมชุดทางการสีดำ ผมขาวดูยุ่งเหยิงเล็กน้อย แขวนอยู่บนโคมไฟหลัก แกว่งไกวแผ่วเบาๆ เหมือนศพถูกแขวนคอ
ซาราธุสตรา!
นี่มัน……ลูเมี่ยนตกตะลึงอยู่ในใจ
“ซาราธุสตราถูกมิสเตอร์ฟูลแขวนคอ เหมือนกับที่เขาแขวนคอผู้แจ้งสารหรือ?”
“การ ‘เตือน’ โจวหมิงรุ่ยในช่วงบ่ายของเรา…ได้ผลจริงๆ?”
“เราแค่หวังให้ซาราธุสตราถูกเตะออกจากแดนฝัน แถมยังเตรียมสังเวยด้วยโอกาสเข้าแดนฝันของตัวเอง…”
ขณะที่ความคิดลูเมี่ยนกำลังสับสน เขาเห็นตัวหนอนบิดเบี้ยว เคลื่อนไหว โปร่งใส ร่วงหล่นจากร่างของซาราธุสตรา
พวกหนอนเหล่านี้พอตกลงบนเตียงและพื้น ก็จางลงกะทันหันแล้วหายไป ราวกับเป็นเพียงภาพลวงตา
ทันใดนั้น ลูเมี่ยนเห็นร่างหนึ่งก้าวออกมาจากความว่างเปล่า
ร่างดังกล่าวสวมชุดทางการสีดำ ผมขาวทั้งศีรษะ มีเครารกชัด ดวงตาสีน้ำเงินเข้มจนเกือบดำสนิทไร้ประกาย
ซาราธุสตรา!
อีกคนที่เป็นซาราธุสตรา!
ซาราธุสตราที่ยังมีชีวิตอยู่!
ซาราธุสตราเงยหน้าขึ้น มองร่าง ‘ตัวเอง’ ที่ห้อยอยู่บนโคมไฟด้วยสีหน้าเรียบเฉย
ร่างที่ถูกแขวนคอค่อยๆ จางลง จนกระทั่งโปร่งใสเหมือนกับหนอนที่ร่วงหล่นเมื่อครู่ แล้วสุดท้ายก็หายไป
“ร่างที่ถูกแขวนเมื่อครู่ คือภาพสะท้อนจากรอยแยกประวัติศาสตร์ของซาราธุสตราหรือ?”
“ซาราธุสตราสังเกตเห็นอันตรายล่วงหน้า จึงเรียกภาพจากประวัติศาสตร์มาแทนตัวเอง? ไม่อย่างนั้น ในพลังเทียบเท่าลำดับ 7 ภาพประวัติศาสตร์คงดำรงอยู่ไม่ได้นานขนาดนี้แน่…” ลูเมี่ยนหลบตา ไม่มองซาราธุสตราอีก เกรงว่าอีกฝ่ายจะรู้สึกตัว
ข้อมูลที่ได้จากไพ่อาร์คาน่าใหญ่เกี่ยวกับพลังของเส้นทาง ‘นักทำนาย’ ตั้งแต่ลำดับ 3 ‘ปราชญ์โบราณ’ มีรายละเอียดค่อนข้างครบถ้วน แต่พอถึงลำดับ 2 ‘ผู้ชี้นำปาฏิหาริย์’ กลับแค่อธิบายรวบรัด ว่าอะไรคือความปรารถนา อะไรคือปาฏิหาริย์ สูงกว่านั้น ไพ่อาร์คาน่าใหญ่แทบไม่ได้กล่าวถึงเลย คำว่าปลูกถ่ายและปั่นหัว สองคำนี้ก็เพิ่งถูกกล่าวถึงเล็กน้อยในภายหลังเพื่ออธิบายเหตุการณ์เฉพาะ
ลูเมี่ยนยืนอยู่ในมิติหลังกระจกอันมืดมิด เปรียบเทียบประสบการณ์ของตัวเองกับซาราธุสตรา และคาดเดาสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้น
“เบื้องต้นยืนยันได้ว่า เป็นความผิดปกติจากการที่เราบอกใบ้โจวหมิงรุ่ยตอนกลางวัน”
“ฝั่งของเรา คนเดินถนนและรถยนต์ในบริเวณใกล้เคียง ล้วนได้รับผลกระทบจากการกลายเป็นหุ่นเชิด ไม่ใช่แค่ตัวเราคนเดียว…นั่นแสดงว่า การบอกใบ้โจวหมิงรุ่ยของเราดึงดูดสายตาของราชันสวรรค์จริงๆ แต่เพราะทำตอนกลางวัน ราชันสวรรค์จึงไม่สามารถระบุตำแหน่งได้แม่นยำ ได้แค่กำหนดพื้นที่คร่าวๆ?”
“ในการเป็นหุ่นเชิดแบบรวมกลุ่ม ถ้าเราใช้พลังผู้วิเศษต่อต้านหรือดิ้นรน เราจะถูกราชันสวรรค์ระบุตำแหน่งได้อย่างรวดเร็ว และหากเลือกที่จะออกจากแดนฝันเพื่อหลีกเลี่ยงอันตราย ราชันสวรรค์ก็ถือว่าบรรลุจุดประสงค์แล้ว ในการทำให้เราต้องสูญเสียโอกาสเข้า-ออกแดนฝันไปหนึ่งครั้ง…ช่างเจ้าเล่ห์จริงๆ…”
“คำเตือนที่เราบอกกับโจวหมิงรุ่ย ก็ถูกมิสเตอร์ฟูลรับรู้เช่นกัน ซาราธุสตราจึงเผชิญกับการกลายเป็นหุ่นเชิดในทันที แต่สิ่งที่รับแทนคือภาพในรอยแยกประวัติศาสตร์…”
“ทำไมซาราธุสตราถึงดูใจเย็นขนาดนี้? นี่คือ ‘ผู้ไร้หน้า’ หรือ? หรือว่าพระองค์มั่นใจว่า ก่อนจะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหม่ สายตาของมิสเตอร์ฟูลจะมาแค่ครั้งเดียว หากหลบพ้นไปแล้วก็คือหลบพ้นไปจริงๆ?”
“พรุ่งนี้ให้โรแซนลองหยั่งเชิงโจวหมิงรุ่ยดู ว่าเขายังจำการคุกคามของซาราธุสตราได้หรือไม่ ถ้าจำได้ และซาราธุสตราก็ไม่ได้เผชิญกับการเป็นหุ่นเชิดหรือถูกเตะออกจากแดนฝันอีก ก็แสดงว่าราชันสวรรค์คอยให้ความช่วยเหลืออยู่ อาศัยการตายของภาพสะท้อนจากประวัติศาสตร์มาคลี่คลายเหตุการณ์..”
“พวกเราจะใช้วิธีคล้ายๆ กันเพื่อไม่ให้ถูกเตะออกจากแดนฝันได้ไหม?”
“หรือว่า…การขู่ที่ผ่านปากคนอื่น กับการยั่วยุต่อหน้า คงไม่เหมือนกัน ดังนั้นประสบการณ์ของฟรังก้ากับซาราธุสตราจึงไม่ค่อยเหมือนกัน…”
คิดถึงตรงนี้ ลูเมี่ยนก็แอบมองออกไปนอกกระจกอีกครั้ง
เขาเห็นซาราธุสตราเดินไปทางประตูราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น เปิดประตูให้ผู้ติดตามหลายคนเข้ามา แล้วหารือเรื่องการเจรจาธุรกิจพรุ่งนี้กับพวกเขา
ลูเมี่ยนรู้สึกเสียดาย
เมื่อครู่เขายังคิดอยู่เลยว่า จะถือโอกาสตอนที่ภาพประวัติศาสตร์ของซาราธุสตราถูกแขวนคอและร่างจริงปรากฏ ลงมือลอบสังหารอย่างจะแจ้งดีไหม!
พลังคำสาปของเขาในตอนนี้ หากโจมตีใส่ร่างจริง มันยังไม่มีคุณสมบัติในการโอนย้ายตามไปถึง ‘กระดาษคนตัวแทน’
มองผู้ติดตามเหล่านั้นแวบหนึ่ง ประเมินความเป็นไปได้ที่จะมีผู้วิเศษอยู่ในกลุ่ม ลูเมี่ยนตัดสินใจออกจากกระจกหน้าต่างซึ่งทำตัวเหมือนกระจกเงาอย่างเงียบงัน เคลื่อนย้ายกลับไปยังห้องน้ำ
เขาเพิ่งเดินออกไปไม่ถึงสองวินาที ซาราธุสตราและบรรดาผู้ติดตามในห้องก็หันครึ่งตัวบ้าง เอียงศีรษะบ้าง พร้อมใจกันมองไปทางกระจกหน้าต่างขอบห้องนั่งเล่นที่สะท้อนแสงยามค่ำคืน
…………
ภายในโรงแรมราคาถูก
อ็องโตนีที่แยกตัวเองหลังจากพบกับเผิงเติง นั่งอยู่ตรงขอบเตียง รอคอยความผิดปกติที่อาจจะเกิดขึ้น
……………………………………………………..