ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนพิเศษ ชีวิตประจำวันในหมู่บ้านกอร์ตู
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนพิเศษ ชีวิตประจำวันในหมู่บ้านกอร์ตู
ตอนพิเศษ ชีวิตประจำวันในหมู่บ้านกอร์ตู
หมู่บ้านกอร์ตู ร้านเหล้าคร่ำครึ
“โอ๊ค ฉันพนันได้เลยว่า โอลัวร์ต้องเป็นเมียน้อยของเศรษฐีสักคนแน่ๆ แต่ถูกภรรยาขี้หึงจับได้ จึงต้องหนีมาหลบซ่อนตัวอยู่ที่ชนบท! ไม่อย่างนั้น หญิงงามอย่างเธอจะมาซื้อที่ดินในหมู่บ้านกอร์ตูของพวกเรา แล้วมาคลุกคลีกับพวกบ้านนอกอย่างเราๆ ทำไมกัน?” ลาร์กา·กิโยมที่เมาหยำเป พูดกับเพื่อนของตน
โอ๊คมองไปรอบๆ โดยสัญชาตญาณ ก่อนจะตบไหล่ของลาร์กาแผ่วเบา พลางกล่าวว่า
“ฉันต้องไปทุ่งนาแล้ว อย่าให้ลูเมี่ยนได้ยินสิ่งที่นายพูดเชียว นายก็รู้อยู่ ไอ้หนุ่มนั่นพอโมโหขึ้นมา ก็แทบไม่ต่างจากหมาบ้า ยิ่งโอลัวร์เคยเรียนศิลปะการต่อสู้มาด้วย มักจะคอยปกป้องเขาอยู่เสมอ”
พูดจบ โอ๊คก็ลุกขึ้น ออกจากร้านเหล้าคร่ำครึ
ลาร์กา·กิโยมเตรียมจะดื่มเหล้าที่เหลือให้หมด แต่เหลือบไปเห็นสตรีนางหนึ่ง แต่งกายเร่าร้อน เดินเข้ามาทางประตู ชุดเดรสสีแดงเข้ารูปนั้น อวดความขาวเนียนบริเวณเนินอกได้เต็มพิกัด
อึก…ลาร์กาเผลอกลืนน้ำลาย ร่างกายเร่าร้อนขึ้นมาทันที
รอจนกระทั่งหญิงสาวคนนั้น นั่งลงตรงเคาน์เตอร์บาร์ เขาจึงหยิบแก้วของตนเดินเข้าไป ยิ้มเจื่อนๆ พลางเอ่ยปาก
“สวัสดีครับ มาดามคนสวย ผมขอเลี้ยงเครื่องดื่มได้ไหม?”
เขากำลังเลียนแบบตัวละครในเรื่องเล่าของกวีเร่ร่อน พูดจาค่อนข้างเป็นทางการ ไม่อย่างนั้น ตามสไตล์เดิมของตน คงจะพูดตรงๆ ว่า ‘ลูกแมวน้อย อยากดื่มสักแก้วไหม?’
หญิงสาวที่ใบหน้าไม่ได้โดดเด่นนัก แต่กลับมีท่าทางเย้ายวนเป็นธรรมชาติ เหลือบมองลาร์กาครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มพลางกล่าว
“เหล้าที่ดิฉันอยากดื่ม แพงพอสมควรเลยนะ ขั้นต่ำก็ 1 เฟลคิน”
ลาร์กาเข้าใจความหมายของอีกฝ่ายทันที รู้แล้วว่าเธอประกอบอาชีพอะไร ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง จึงดื่มเหล้าที่เหลือจนหมด ถูมือพลางกล่าว
“ได้ครับ งั้นพวกเรา…ไปชั้นบนไหม?”
ร้านเหล้าคร่ำครึมีห้องพักอยู่จำนวนหนึ่งบนชั้น 2
หญิงสาวกลอกลูกตาแผ่วเบาอย่างเย้ายวน ยิ้มหวานขณะเอ่ย
“คุณอยากลองอะไรที่ตื่นเต้นกว่านี้ไหม? ดิฉันอยากไปที่…”
เธอเอนตัวเข้าไปกระซิบข้างหูของลาร์กา ใช้เสียงต่ำกระซิบเนื้อหาส่วนที่เหลือ
ลาร์กาตะลึงไปครู่หนึ่ง ลมหายใจหนักขึ้นทันที ตาเริ่มแดงก่ำ
“ดี! ดีเลย!”
เขารีบตอบไปอย่างเร่งรีบ
แบบนี้ไม่เพียงแต่จะตื่นเต้น ยังช่วยประหยัดค่าห้องให้เขาได้อีกด้วย
ไม่นานนัก เขากอดหญิงสาวเย้ายวนคนนั้น เดินมายังห้องเก็บกองฟางแห้งที่ทรุดโทรมแห่งหนึ่ง
หญิงสาวดิ้นหลุดจากมือของเขา แล้วส่งสายตาเย้ายวนมาให้
“คุณรอข้างนอกก่อนนะ ดิฉันขอเข้าไปเตรียมตัวสักหน่อย”
“เตรียมตัวอะไร?” ลาร์กาที่รอไม่ไหวอีกแม้แต่วินาทีเดียว โพล่งถามออกไปทันที
“ในเมื่อจะแสวงหาความตื่นเต้น ก็ควรมีลูกเล่นหลากหลายสักหน่อย…” หญิงสาวเอนตัวกระซิบข้างหูของลาร์กาอย่างเย้ายวน กระซิบอีกสองสามประโยค ก่อนจะกล่าวทิ้งท้ายว่า “ไว้พอได้ยินเสียงเรียกของดิฉัน คุณค่อยเข้ามา จำเอาไว้นะ ให้ถอดเสื้อผ้าออกให้หมดก่อน”
แฮ่ก…แฮ่ก…ลาร์กาฟังจนเลือดพล่านขึ้นสมอง เสมือนวัวได้เห็นผ้าแดง หรือหัวรถจักรไอน้ำที่กำลังพ่นควันพลุ่งพล่าน
“วางใจได้ คุณยังไม่ได้จ่ายเงิน ดิฉันไม่หนีหรอก” มือขวาของหญิงสาวเลื่อนผ่านใบหน้าของลาร์กาอย่างช้าๆ ก่อนจะก้าวเท้าเข้าไปในห้อง แล้วปิดประตูไม้
เพิ่งจะผ่านไปเพียงหนึ่งถึงสองนาที แต่ในความรู้สึกของลาร์กากลับช้าอย่างที่สุด
ทันใดนั้น เขาได้ยินเสียงของหญิงสาวดังแว่วออกมา
“เข้ามาได้”
ลาร์กาวิ่งเข้าไปทันที ผลักประตูไปพร้อมกับรีบร้อนถอดเสื้อผ้าออก
ไม่นานนัก เมื่อร่างกายอันเปลือยเปล่าของเขาคุ้นชินกับแสงสลัวในห้อง เขากลับมองไม่เห็นหญิงสาวเย้ายวนคนนั้น เห็นเพียงแกะตัวเมียขนสีเทาขาวตัวหนึ่ง ยืนอยู่ข้างกองฟางแห้ง เอียงหัวมองมายังตนเอง
“…”
ลาร์กายังไม่ทันได้ตั้งตัว เสียงตะโกนก็ดังระงมขึ้นจากด้านหลังเขา
“แกะของข้า! แกะของข้า!”
“ลาร์กา เจ้าจะทำอะไรกับแกะของข้า!”
กลุ่มคนที่ตามหาแกะที่หายไป พากันวิ่งเข้ามาในห้องนี้ทันที
ลูเมี่ยนที่ปะปนอยู่ในกลุ่มคน ส่งสายตาไปยังกองฟางแห้งสักจุดตรงมุมห้อง ขณะเดียวกันก็ก้าวไปด้านข้างสองก้าว บดบังสายตาของคนอื่นๆ ที่อาจมองไปทางนั้น
…………
นอกหมู่บ้านกอร์ตู ริมฝั่งแม่น้ำที่ไหลเอื่อย
ลูเมี่ยนหยิบเงิน 5 เฟลคินออกมา ส่งให้หญิงสาวเย้ายวนที่สวมชุดเดรสสีแดง ยิ้มพลางกล่าว
“กะหล่ำปลีน้อยของผม คุณมีพรสวรรค์ด้านการแสดงจริงๆ”
“ทั้งหมดนี้ก็เพื่อความอยู่รอด สุริยันจงเจริญ!” หญิงสาวเย้ายวนรับค่าตอบแทนแล้วนับดู ก่อนจะแสดงความเคารพต่อองค์เทพอย่างไม่จริงใจนัก
เธอมองใบหน้าหล่อเหลาของลูเมี่ยนครู่หนึ่ง ยิ้มหวานขณะกล่าว
“ยังเหลือเวลาอีกมาก ดิฉันว่าจะกลับไปที่ร้านเหล้านั่น ดูว่าจะทำธุรกิจได้อีกสักกี่ราย แต่ก่อนหน้านั้น คุณต้องการไหม? ถ้าเป็นคุณ ดิฉันเก็บแค่ 10 ริกต์ก็พอ”
ลูเมี่ยนหัวเราะแผ่วเบา
“ก่อนอื่น ผมขอเตือนคุณสองเรื่อง หนึ่ง รถม้าของไปรษณีย์กำลังจะออกแล้ว สอง ‘ไอ้ต้าวตัวน้อย’ คนเมื่อครู่น่ะ สนิทกับหลวงพ่อในหมู่บ้านเรามาก ถ้าเขาตามเจอคุณ ฟู่ว…ผมไม่กล้าคิดเลยว่าจะเกิดอะไรขึ้น”
หญิงสาวเย้ายวนตะลึงไปครู่หนึ่ง แล้วยิ้มเจื่อนๆ พลางกล่าว
“สงสัยดิฉันต้องรีบออกเดินทางจริงๆ แล้ว”
เธอพึมพำทันที
“คนเมื่อกี้น่ารักตรงไหนกัน? แล้วอายุก็ดูจะไม่น้อย…”
พูดไปพลาง หญิงสาวผู้ช่ำชองก็ตระหนักได้ทันที แล้วหัวเราะออกมา
รอจนกระทั่งหญิงสาวเย้ายวนคนนั้น ออกจากหมู่บ้านกอร์ตูไปแล้ว ลูเมี่ยนจึงค่อยๆ เดินกลับไปยังบ้านสองชั้นครึ่งรวมใต้ดิน ณ ชายหมู่บ้าน
เมื่อผลักประตูเข้าไป รูม่านตาของเขาขยายใหญ่ทันที
โอลัวร์สวมชุดฝึกต่อสู้สีอ่อน ผมยาวสีทองหนาทึบถูกมัดเป็นหางม้าสูง มือขวาถือท่อนไม้ เคาะฝ่ามือซ้ายแผ่วเบา
“สารภาพมา ออกไปทำอะไรชั่วๆ มาอีกแล้ว?” โอลัวร์มองน้องชายของตนเองด้วยรอยยิ้มอ่อนๆ
ลูเมี่ยนแอบถอยหลังหนึ่งก้าวอย่างไม่เป็นที่สังเกต
“พี่รู้แล้ว?”
ไม่เร็วเกินไปหน่อยหรือ? โอลัวร์แทบไม่ค่อยได้ออกจากบ้านด้วยซ้ำ!
“ไปทำเรื่องชั่วๆ มาจริงๆ สินะ?” โอลัวร์ ‘ทำหน้าประหลาดใจ’ “ไอ้หนุ่มนี่คงทำเรื่องชั่วทุกวันแน่ๆ ทำไมฉันแย๊บแค่ทีเดียว ก็โดนเข้าพอดีเลยล่ะ?”
ท่าทีของเธอ ไม่เหมือนกำลังลองแย๊บเลยสักนิด…ลูเมี่ยนคิดพลิกแพลงฉับพลัน ก่อนจะสารภาพอย่างจริงใจว่า ตนแกล้งลาร์กาอย่างไร
โอลัวร์ถอนหายใจ ‘เฮ่อ’ เสียงหนึ่ง
“เพราะเรื่องที่ลาร์กาแพร่ข่าวลือว่าฉันเป็นเมียน้อยเศรษฐีใช่ไหม? พวกเขาจะพูดกันยังไงก็ช่างเถอะ ฉันไม่ได้สนใจอยู่แล้ว…”
ลูเมี่ยนเม้มริมฝีปากแผ่วเบา ก่อนจะตอบเสียงต่ำ
“แต่ฉันสน”
“เห…” โอลัวร์ถึงกับอึ้ง
ผ่านไปสองสามวินาที เธอจึงถอนหายใจ
“ประเด็นสำคัญคือ ไม่มีความจำเป็นต้องไปยุ่งเกี่ยวกับพวกหลวงพ่อเลย แม้ฉันจะไม่กลัวหลวงพ่อ แต่ถ้าเขาหาเรื่องกวนใจเราตลอดเวลา หมู่บ้านกอร์ตูนี่ก็อยู่ไม่ได้แล้ว”
ลูเมี่ยนพยักหน้าทันที พูดอย่างจริงใจยิ่ง
“ขอโทษ ฉันผิดเอง”
“ขอโทษไวจัง?” โอลัวร์จิกกัดอย่างขบขัน
ลูเมี่ยนก้มหน้าตอบ
“คราวหน้าไม่กล้าแล้ว”
โอลัวร์ขมวดคิ้ว พลางหัวเราะ ‘หึๆ’
“ครั้งสุดท้ายที่ได้ยินประโยคนี้ แค่เมื่อวานซืนเองนะ”
“ไม่กล้าแค่วันเดียวเองสินะ?”
ยังไม่ทันที่ลูเมี่ยนจะพูดต่อ เธอก็วางไม้ลง ดีดปากพลางกล่าว
“ก็ใช่ว่าจะแก้แค้นไม่ได้ แต่ต้องระวังเรื่องขอบเขตด้วย ให้อยู่ในกรอบ ‘เล่นพิเรนทร์’ เข้าไว้”
“สรุปก็คือ อยู่เฉยๆ รอจนกว่านายจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ แล้วพวกเราจะได้ออกจากหมู่บ้านกอร์ตู”
“จริงสิ นายเอาเงินจากไหนเดินทางไปดาลีแอช จ้าง ‘นักแสดง’ มาเล่นพิเรนทร์?”
แม้โอลัวร์จะให้เงินค่าขนมน้องชายที่ยังไม่บรรลุของตนเดือนละหลายเฟลคิน แต่ก็ไม่สบอารมณ์นักที่เจ้าหนูนี่เข้าร้านเหล้าคร่ำครึบ่อยครั้ง
เขาแทบไม่มีทางเหลือเงินเก็บเลย ขณะนี้ก็ยังไม่ใช่ต้นเดือนด้วย
เหนือสิ่งอื่นใด เงินค่าขนมจำนวนดังกล่าว ช่วยให้ดื่มได้แค่ไม่กี่วันเท่านั้น แต่ลูเมี่ยนกลับแวะไปได้บ่อยๆ แต่ละครั้งยังดื่มไม่น้อยด้วย…นี่ก็นับเป็นความสามารถอย่างหนึ่งเหมือนกัน…รู้สึกราวกับว่า แม้ไม่ให้เงินค่าขนม เขาก็ยังอยู่ได้สบาย มีเหล้าดื่มทุกวัน…โอลัวร์พึมพำในใจ ก่อนจะเห็นลูเมี่ยนเผยรอยยิ้มออกมา
“นี่เป็นของขวัญจากคนใจดีบางท่าน” เขาตอบเช่นนั้น
“ก็ได้ ปีกกล้าขาแข็งแล้ว เก่งแล้วสินะ” โอลัวร์เหลือบมองน้องชายของตน “อีกสี่สิบห้านาทีก็ถึงเวลาเรียนแล้ว ฉันเตรียม ‘เซอร์ไพรส์’ ไว้ให้นายด้วย”
โจทย์ที่ต้องทำเป็นกองพะเนิน! เรียงความยาวเหยียดที่ต้องคัดลอก!
“เซอร์ไพรส์?” ลูเมี่ยนถอยหลังอีกก้าวหนึ่ง “เซอร์ไพรส์ของพี่นี่…ฉันเป็นฝ่าย ‘ตกตะลึง’ ส่วนพี่เป็นฝ่าย ‘ชอบใจ’ ใช่ไหม?”
เขาหันกายกลับ วิ่งปึงปังออกไปไกล ทิ้งคำพูดไว้ว่า
“ฉันยังมีธุระต่อ อีกสี่สิบห้านาทีจะกลับมานะ!”
ลูเมี่ยนวิ่งไปตลอดทาง จนถึงจัตุรัสหัวหมู่บ้าน ได้พบกับแรมงด์·เคร็กก์
สหายคนนี้รออยู่ที่นี่ตามนัด
“แกล้งคนเสร็จแล้วหรือ?” แรมงด์ถามด้วยสีหน้าคาดหวัง “ตอนนี้ฉันช่วยคัดลอกเรียงความและทำการบ้านให้ได้แล้วใช่ไหม?”
เพื่อให้ได้สิทธิ์ช่วยลูเมี่ยนคัดลอกเรียงความและทำการบ้าน เพื่อแลกกับคำสอนด้านคำศัพท์และอื่นๆ จากสหายคนนี้ เขาได้แบ่งค่าตอบแทนที่ได้จากการขึ้นภูเขาไปช่วยคนเลี้ยงแกะทำชีสอย่างยากลำบาก ให้อีกฝ่ายไปกว่าครึ่ง
ลูเมี่ยนยิ้มน้อยๆ
“ยังต้องให้นายทำอะไรอีกสักเรื่อง”
“เรื่องอะไร?” แรมงด์รู้สึกกระวนกระวายทันใด
ลูเมี่ยนเหลือบมองโบสถ์ด้านข้างจัตุรัส
“เดี๋ยวนายหาโอกาสบอกคนในหมู่บ้านว่า ลูอิส·ลุนด์ พ่อบ้านของเจ้าหน้าที่ปกครอง ตั้งฉายาให้ลาร์กาเพราะเรื่องวันนี้”
“ฉายาอะไร?” แรมงด์ถามด้วยความอยากรู้
ลูเมี่ยนหัวเราะเสียงหนึ่ง
“บุรุษแห่งแกะ”
“ได้” แรมงด์ตอบตกลงในทันที เพ่งมองด้วยสายตาแรงกล้า พลางถามต่อ “แล้วเมื่อไรฉันจะได้ช่วยคัดลอกเรียงความกับทำการบ้านล่ะ?”
ลูเมี่ยนทำหน้าเคร่งขรึมขณะตอบ
“พรุ่งนี้”
พร้อมกับพูดดังกล่าว เขาก็หัวเราะในใจ
ความจริงแล้ว ต่อให้นายไม่ทำอะไรเลย ฉันก็จะสอนอยู่แล้ว กะหล่ำปลีน้อยของฉัน…
ช่วยไม่ได้ละนะ สมุดการบ้านกับปากกาเก่าๆ มันไม่ได้งอกมาจากต้นไม้…
…………
ภายในบ้านสองชั้นที่ฝังครึ่งหนึ่งใต้ดิน
โอลัวร์มองดูเงาหลังของลูเมี่ยนที่เดินออกไปไกล ใบหน้าค่อยๆ เผยรอยยิ้มออกมา
เธอรู้ดีถึงแหล่งรายได้บางส่วนของลูเมี่ยน รู้ว่าเขาใช้ข้ออ้างการสอนคำศัพท์และความรู้ ‘เสาะหา’ เงินทองจากสหายอย่างแรมงด์ เอวา และคนอื่นๆ แต่นี่ก็เป็นสิ่งที่เธอต้องการเห็น
เธอค้นพบแต่เนิ่นๆ ว่า ทุกครั้งที่พวกแรมงด์มาเยี่ยมบ้าน พวกเขาต่างอิจฉาลูเมี่ยนที่มีพี่สาวอย่างเธอคอยสอนความรู้ ตอนนั้น เธอเคยคิดจะเปิด ‘คลาสเรียนฟรี’ เพื่อช่วยเหลือเด็กๆ ทุกคนในหมู่บ้านกอร์ตู แต่พอคิดดูอีกทีหนึ่ง นี่เป็นสิ่งที่ศาสนจักรและรัฐบาลควรทำ หากตนรับภาระนี้เอง ย่อมจะดึงความสนใจจากหลวงพ่อและเจ้าหน้าที่ปกครอง อาจถึงขั้นถูกสืบสวนด้วย
เธอในฐานะ ‘จอมเวท’ ย่อมทนต่อการสืบสวนไม่ได้
ดังนั้น เมื่อค้นพบว่าลูเมี่ยนมีแนวโน้มจะช่วยเหลือสหาย เธอจึงจงใจปล่อยให้น้องชายรู้ว่า ตนตรวจการบ้านคัดลอกไม่ละเอียด และมักจะซื้อสมุดการบ้านและปากกาใหม่ให้เขาบ่อยๆ เพื่อบรรลุเป้าหมายของตนโดยอ้อม
ในฐานะผู้ข้ามมิติ เธอไม่อาจทนเห็นเด็กๆ ไม่มีการศึกษา!
นอกจากนี้ ยังมีเหตุผลสำคัญอีกประการหนึ่ง…
โอลัวร์ดึงสายตากลับมา ยิ้มแล้วเหยียดตัวอย่างผ่อนคลายสุดขีด
อยู่ชนบทนานๆ ไปก็เบื่อเหมือนกัน การต่อสู้กับน้องชายด้วยไหวพริบปัญญา นับเป็นความบันเทิงที่หาได้ยากอย่างหนึ่ง!
(จบ)
……………………………………………………..