ราชันเร้นลับ Lord of the Mysteries - บทที่ 133 ยันต์ผลาญเงิน
อลิซาเบธพลันประหม่าหลังจากได้ยินคำตอบไคลน์ เธอเริ่ม
แสดงท่าทีกระวนกระวายโดยไม่รู้ตัว
“ช่วยทำนายหาสาเหตุได้ไหมคะ รวมถึงหนทางแก้ไข
ปัญหา…”
พลังทำนายจะบอกใบ้เพียงแนวทางในการแก้ปัญหา ไม่ใช่
วิธีการโดยตรง แถมยังมาในรูปแบบสัญลักษณ์ซึ่งต้องตีความ
เพิ่มเติม
โชคดีมากที่เธอมาหาถูกตน เราไม่ใช่หมอดูทั่วไป นอกจาก
จะย่อยโอสถนักทำนายสมบูรณ์แล้ว ยังศึกษาศาสตร์เร้นลับ
อย่างลึกซึ้งและสม่ำเสมอ
ไคลน์กล่าวกับเด็กสาวเสียงขรึม
“ในเมื่อเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับความฝัน ผมขอแนะนำให้ใช้
เทคนิคดูดวงลักษณะเดียวกัน…ทำนายความฝัน”
“ด…ได้ค่ะ เชิญเริ่มได้เลย”
อลิซาเบธรีบพยักหน้าหงึกหงักคล้ายนกหัวขวานหิวโหย
ไคลน์แสดงความเป็นมืออาชีพ
“แต่คุณต้องนอนหลับที่นี่เพื่อให้ผมอ่านความฝัน…จะ
ไม่เป็นอะไรแน่หรือ”
“ไม่มีปัญหาค่ะ ฉันเชื่อใจคุณ”
เด็กสาวตอบโดยไม่ลังเล ก่อนจะเสริมด้วยน้ำเสียง
ตะกุกตะกัก
“ต…แต่ฉันไม่มั่นใจว่าจะฝันแบบนั้นอีก”
“ทดลองดูคงไม่เสียหาย”
ไคลน์ยิ้มอย่างอ่อนโยนเพื่อให้กำลังใจ จากนั้นก็ชี้นิ้วไปยัง
โซฟายาวด้านหลังห้องมโนรา
“เชิญครับ”
“ม…ไม่จำเป็นค่ะ ฉันหลับตรงนี้ได้”
อลิซาเบธส่ายหัวแผ่วเบา เธอนั่งกอดอกพร้อมกับอธิบาย
“ที่โรงเรียน ฉันมักหลับในท่านี้เสมอหากรู้สึกเหนื่อย
ล้า”
จากนั้น เด็กสาวเหยียดข้อศอกทั้งสองข้างออกไปวางบน
ขอบโต๊ะ ท่อนแขนกลายเป็นหมอนให้ศีรษะหนุนนอน
“เอาล่ะ ให้คิดว่าผมไม่ได้อยู่ในห้อง”
ไคลน์อมยิ้มพลางใช้เนตรวิญญาณตรวจสอบสีออร่าจากเด็ก
สาว เพื่อจะได้ทราบว่าอีกฝั่ายหลับสนิทหรือยัง
“ตกลงค่ะ”
อลิซาเบธหลับตาและก้มศีรษะลง เธอนำหน้าผากวางไว้บน
ท่อนแขนและขยับตัวเล็กน้อยเพื่อค้นหาอิริยาบถที่หายใจ
สะดวก
ชายหนุ่มเอนหลังพิงเก้าอี้อย่างเงียบงัน ปล่อยให้บรรยากาศ
ภายในห้องเหมาะสมแก่การหลับสนิท
เป็นความสุขสงบผ่อนคลาย ลืมทุกปัญหาที่เคยเผชิญก่อน
หน้า
เมื่อเห็นอีกฝั่ายหลับ ไคลน์หยิบแผ่นเงินลักษณะครึ่งวงกลม
ออกมาถือ ผิวโลหะมีอักษรภาษาเฮอร์มิสสลัก รวมถึงสัญลักษณ์
และตัวเลขอีกชุดหนึ่ง
ยันต์ห้วงความฝัน ไคลน์สร้างมันกับมือเมื่อช่วงเช้า
แถมยังสร้างยันต์หลับใหลและยันต์สยบวิญญาณติดตัวไว้
อย่างละสองชิ้น ชนิดแรกเป็นแผ่นเงินสี่เหลี่ยม ส่วนชนิดหลัง
เป็นแผ่นเงินสามเหลี่ยม การจำแนกเช่นนี้ช่วยให้ตนไม่หยิบ
สลับกันในช่วงเวลาวิกฤติ
“แดงฉาน”
ไคลน์ท่องคาถากระตุ้นยันต์เสียงค่อยด้วยภาษาเฮอร์มิส
โบราณ
วลีดังกล่าวเป็นคาถากระตุ้นยันต์ที่ชายหนุ่มตั้งขึ้นเอง ยัง
เหลือขั้นตอนถ่ายเทพลังวิญญาณเข้าไปในยันต์ จึงไม่ต้องกังวล
ว่ายันต์จะเผลอทำงานโดยไม่ตั้งใจ ขอเพียงเป็นคาถาที่สั้นและ
จดจำง่ายก็พอ
เสียงไคลน์ดังกังวานทั่วห้องมโนรา ทันใดนั้น ยันต์ห้วงความ
ฝันในมือพลันเบาลงจนคล้ายไร้น้ำหนัก
หลังจากถ่ายพลังวิญญาณ ชายหนุ่มวางยันต์ลงบนโต๊ะ
ตรงหน้าอย่างนุ่มนวล
เปลวเพลิงสีใสลุกโชนในลักษณะเงียบสงบไร้สุ้มเสียง เพียง
พริบตา แผ่นเงินครึ่งวงกลมเริ่มเปลี่ยนเป็นสีดำจากการเผาไหม้
เปลวเพลิงไร้สีบรรจงแผ่ขยายโอบล้อมร่างกายไคลน์และอลิ
ซาเบธ ชายหนุ่มถือโอกาสเข้าฌานด้วยวิธีการสร้างบอลแสง
ซ้อนทับในห้วงจิต
ท้องทะเลความทรงจำไม่ปรากฏสิ่งใดนอกจากบอลแสงทรง
กลม มอบความรู้สึกโดดเดี่ยวเล็กน้อย
ฉากรอบตัวเริ่มหยุดนิ่งก่อนจะเกิดการบิดเบี้ยวผิดรูป ทันใด
นั้น ภาพการมองเห็นพลันเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลอมเหลือง
รอบตัวมีเพียงผืนทะเลทรายกว้างขวางสุดลูกหูลูกตา
เมื่อกวาดสายตามอง มันได้เห็นซากศพของคนและม้า
เกลื่อนกลาด โลหิตแดงเข้มรวมถึงซากอาวุธกระจัดกระจายทั่ว
ทุกทิศ
อลิซาเบธสวมชุดหรูหราของสตรีชนชั้นสูงพร้อมหมวกตา
ข่าย เธอกำลังมองไปรอบตัวด้วยสีหน้าสับสนกระวนกระวาย
จนกระทั่งเด็กสาวหันมาพบไคลน์ที่ยืนอยู่ด้านหลัง
อากัปกิริยาของเธอพลันเปียมด้วยความยินดีปรีดา
“คุณโมเร็ตติ พวกเราพบกันอีกแล้ว ฉันเคยนึกสงสัยมา
นานว่า ไคลน์·โมเร็ตติในอัลบัมรูปภาพจะใช่คุณหรือไม่
บังเอิญพบเข้าในตอนที่เซเลน่าแวะมาดูดวงกับสโมสร หลังจาก
นั้น ฉันลองแวะเวียนมาอีกหลายครั้งแต่ก็คลาดกับคุณตลอด
เนื่องจากต้องเรียนตอนกลางวัน เวลาว่างจึงไม่ตรงกันเลย และ
เมื่อถึงช่วงหยุดยาว ครอบครัวก็ดันพาไปพักร้อนที่หมู่บ้านลา
มุด…คุณจะช่วยฉันได้ใช่ไหม”
ไคลน์พลันผงะเมื่อได้ยินประโยคเมื่อครู่
อลิซาเบธกล่าวว่า เธอแวะเวียนสโมสรพยากรณ์บ่อยครั้ง
หลังจากทราบว่าตนอาจรับงานเสริมเป็นหมอดูที่นี่…อย่างนั้น
หรือ
ไม่ใช่การเสแสร้ง ความประหลาดใจของเธอเป็นเรื่องจริง
คำพูดเมื่อครู่มาจากก้นบึ้งหัวใจ
หัวหน้าดันน์·สมิทเคยกล่าวไว้ว่า ภายในความฝัน มนุษย์
ทุกคนจะเปิดเผยความรู้สึกแท้จริงโดยไม่ปิดบัง
ยกเว้นตัวเรา…เดอะฟูล
ทันใดนั้น ฉากความฝันของอลิซาเบธเริ่มแปรเปลี่ยน ภาพ
ตรงหน้าปรากฏร่างอัศวินสูง 1.9 เมตรเดินเข้าหาไคลน์และเด็ก
สาวพร้อมกับดาบยาวใหญ่ลากพื้น
อัศวินคนดังกล่าวสวมเกราะดำสนิท เสียงโลหะกระทบกัน
ดังกังวานทั่วห้วงความฝัน บริเวณศีรษะปรากฏแสงสีแดงสอง
จุดลอดผ่านช่องว่างหมวกเหล็กบริเวณดวงตา มันกำลังสำรวจ
ไคลน์และอลิซาเบธอย่างตั้งใจ
วิญญาณอาฆาต ยังไม่กลายเป็นวิญญาณชั่วร้ายเต็มตัไคลน์
ร่างปัจจุบันสามารถสำรวจสีออร่าอีกฝั่ายได้โดยไม่ต้องเปิดเนตร
วิญญาณ
จากเอกสารลับของเหยี่ยวราตรี วิญญาณเร่ร่อนคือกลุ่มที่
รับมือได้ง่ายที่สุด รองมาเป็นวิญญาณอาฆาตและเงามืด ส่วน
วิญญาณชั่วร้ายนั้นเข้าขั้นตึงมือ และบางกรณีอาจแข็งแกร่ง
เทียบเท่าผู้วิเศษขั้นสูง
ขณะครุ่นคิด ไคลน์ก้าวขาไปข้างหน้าเพื่อใช้ร่างกายบังอลิ
ซาเบธไว้ จากนั้นก็กระทืบเท้าทำลายมโนภาพความฝันจนแตก
ละเอียด
ก่อนภาพจะหายไป จุดแสงหลายจุดปรากฏรอบตัวชาย
หนุ่มคล้ายฝูงหิ่งห้อย
จนกระทั่งภาพการมองเห็นไคลน์กลับสู่ห้องมโนรา
เครื่องมือเครื่องไม้สำหรับดูดวงจำนวนมากวางเรียงบนโต๊ะอย่าง
เป็นระเบียบ ระหว่างตนและอลิซาเบธมีซากยันต์ห้วงความฝันที่
ถูกเผาไหม้จนเกือบสมบูรณ์
มุมปากไคลน์พลันกระตุกแผ่วเบาเมื่อได้เห็นภาพตรงหน้า
ยันต์ในขอบเขตพลังเทพธิดารัตติกาลส่วนมากมักต้องสร้าง
จากโลหะประเภทเงิน ราคาของมันจึงสูงลิบจนน่าใจหาย
ยันต์เหล่านี้เป็นอุปกรณ์ผลาญเงินชั้นดี…
ต่อไม่ให้คิดค่าแรงหรือค่าเสียเวลา ลำพังวัสดุสร้างยันต์ก็ปา
เข้าไป หก ถึง แปด ซูลต่อหนึ่งชิ้นแล้ว
ไคลน์ใจเย็นลงเล็กน้อยเมื่อตระหนักถึงชะตากรรมอันน่า
สมเพชของผู้วิเศษโบสถ์สุริยันเจิดจรัส โลหะที่สอดคล้องกับเทพ
สุริยันเจิดจรัสคือทอง และพวกมันต้องเผาทอง!
อลิซาเบธส่งเสียงครางในลำคอขณะเงยหน้าขึ้น ก่อนจะยืด
เส้นยืดสายเล็กน้อย
เธอชำเลืองมองไคลน์
“มิสเตอร์โมเร็ตติคะ มีความคืบหน้าจากฝันของดิฉันบ้าง
ไหม”
“มี”
ไคลน์ผงกศีรษะรับ
“ผมขอรับประกัน ฝันร้ายของคุณจะหายไปภายในหนึ่ง
สัปดาห์”
ตนจะนำเรื่องนี้ไปรายงานกับหัวหน้าเพื่อให้ส่งคนไปสำรวจ
ปราสาทข้างหมู่บ้านลามุด
ไคลน์เสริมในใจ · อลิซาเบธพลันตื่นเต้น
“จริงหรือคะ สุดยอด…! ขอบคุณมากค่ะ มิสเตอร์โม
เร็ตติ!”
แต่ทันใดนั้น เด็กสาวพลันขมวดคิ้ว
“มีอะไรงั้นหรือ”
ไคลน์ซักถามเป็นกังวล
“ไม่มีอะไรค่ะ ฉันแค่นึกขึ้นได้ว่าต้องรีบกลับบ้านแล้ว”
เด็กสาวควักธนบัตร หนึ่งซูลที่เตรียมไว้วางลงบนโต๊ะ
จากนั้นก็สวมหมวกตาข่ายปกปิดใบหน้าและกล่าวคำอำลาด้วย
เธอเดินออกไปด้วยสีหน้าเจือความลังเล
เมื่อปิดประตูห้องมโนรา อลิซาเบธเร่งฝีเท้าเดินออกจาก
สโมสรไปยังบันไดอาคาร เด็กสาวเหลียวซ้ายแลขวาเพื่อให้แน่ใจ
ว่าไม่มีใครพบเห็น ก่อนจะสะบัดแขนเบาๆ และพึมพำด้วยสี
หน้าปวดแปลบ
“แค่หนามตำทำให้ปวดขนาดนี้เลยหรือ…”
…
ภายในสำนักบริษัทรักษาความปลอดภัยหนามทมิฬ
ดันน์·สมิทใช้มือถูหน้าผากของตนขณะจ้องมองไคลน์
“คุณรีบกลับมาเพราะเผชิญเหตุการณ์เหนือธรรมชาติอีก
แล้วใช่ไหม”
ให้ตายสิหัวหน้า…สายตาเหยียดหยันนั่นมันอะไร!
ไคลน์กระแอมหนึ่งหนก่อนขานรับ
“ใช่ครับ”
“คราวนี้เป็นเรื่องอะไร”
ดันน์ยังคงลูบหน้าผาก · ไคลน์เรียบเรียงคำ
“สองเรื่องครับ เหตุการณ์แรก ขณะกำลังเลือกซื้อ
วัตถุดิบสร้างยันต์ที่ตลาดมืดค้าหลังผับมังกรชั่ว ผมเหลือบเห็น
สัตว์ประหลาด ‘อเดมิทอร์’ กำลังยืนสั่นที่มุมห้อง”
ชายหนุ่มพยายามสื่อเป็นนัยว่า ตนลงทุนไปเยอะ…ขอเบิก
เงินได้ไหม
ไคลน์นึกเสียดายที่ไม่สามารถเบิกเงินค่าจ้างนักสืบเอกชนได้
เพราะถึงแม้จะมีบางส่วนเกี่ยวข้องกับนายแพทย์ดักซ์เตอร์ แต่
ตนก็ต้องรายงานให้เหยี่ยวราตรีทราบเกี่ยวกับปล่องไฟสีแดง ซึ่ง
ไคลน์ไม่ต้องการ
ดันน์พยักหน้ารับอย่างไม่ใส่ใจมากนัก
“แล้วเกิดอะไรขึ้นกับอเดมิทอร์”
ไคลน์พ่นลมหายใจแผ่วเบา
“อเดมิทอร์ฝันเห็นซากศพนอนเกลื่อนกลาดและโลหิต
แดงฉานกระจัดกระจาย หนึ่งในนั้นเป็นศพของเขาเอง คงเสีย
ขวัญกับเรื่องนี้มากทีเดียว”
ดันน์ซักถาม
“คุณมีความเห็นอย่างไรในฐานะนักทำนาย”
“ภัยพิบัติ…หายนะครั้งใหญ่เป็นวงกว้าง แต่มิอาจระบุ
ให้ละเอียดกว่านี้ได้ แถมความฝันของสัตว์ประหลาดอเดมิทอร์
อาจไม่ใช่เหตุการณ์จริง แต่เป็นเชิงสัญลักษณ์”
ไคลน์กล่าวพลางทบทวน มันกังวลว่าคำพูดตนอาจตกหล่น
“ตกลง ผมจะรายงานเรื่องนี้ให้วิหารศักดิ์สิทธิ์ทราบและ
รอฟังผลตอบรับ”
ดันน์ส่ายศีรษะแผ่วเบาพลางตำหนิตัวเอง
“ผมไม่ถนัดเรื่องพวกนี้เลย”
ไคลน์ไม่มีสิ่งใดเสริม ชายหนุ่มเปลี่ยนหัวข้อสนทนาเป็นภัย
คุกคามที่อลิซาเบธกำลังเผชิญ
“หมู่บ้านลามุดสินะ…เด็กคนนั้นเป็นผู้ศรัทธาของโบสถ์
รัตติกาลหรือเปล่า”
ดันน์ซักถามรายละเอียด
“ใช่ครับ”
“ถ้าอย่างนั้นก็ไม่มีปัญหา พวกเราจะเดินทางไปยัง
หมู่บ้านลามุดและแวะทานอาหารเย็นที่นั่น จริงสิ ต้องพาฟราย
ไปด้วย หากเป็นเหตุการณ์เกี่ยวกับวิญญาณอาฆาต เขาถนัดยิ่ง
กว่าใคร”
ดันน์นวดคลึงขมับด้วยสีหน้าครุ่นคิด มันพยายามทบทวนว่า
ตนลืมสิ่งใดไปหรือไม่
หากอลิซาเบธไม่ใช่ผู้ศรัทธาโบสถ์รัตติกาล คดีนี้ต้องถูก
ส่งไปยังทูตพิพากษาหรือจิตแห่งจักรกลตามแต่ศาสนาที่เธอนับ
ถือ แต่ถ้าเด็กสาวมิได้ศรัทธาสามศาสนาหลักของอาณาจักร คดี
จะถูกส่งต่อไปยังจิตแห่งจักรกลซึ่งรับหน้าที่ดูแลเขตชานเมือง
ครอบคลุมไปถึงหมู่บ้านลามุด
ไคลน์ก้มหน้าเงียบงันคล้ายกำลังครุ่นคิด
จนกระทั่งดันน์พูดเสริม
“ในเมื่อเป็นภารกิจสามคนและเกี่ยวข้องกับวิญญาณ
อาฆาต พวกเราสามารถเบิกใช้งานของวิเศษต้องห้ามรหัส 3-
0782 ได้”
“3-0782?”
หลังจากนั่งนึกทบทวนราวหนึ่งนาที่ ในที่สุดไคลน์ก็จำชื่อ
ของวิเศษชิ้นดังกล่าวได้
‘ตราศักดิ์สิทธิ์แห่งสุริยันที่บิดเบือน’
ผู้วิเศษจะทนต่อผลข้างเคียงของมันได้นานกว่าบุคคลทั่วไป
ความสามารถของ 3-0782 คือการชำระล้างซากศพและ
วิญญาณทุกชนิดภายในรัศมีสิบห้าเมตร
อย่างไรก็ตาม ผลข้างเคียงนับว่ารุนแรงเอาเรื่อง หากมนุษย์
ธรรมดาอยู่ภายในรัศมีสิบห้าเมตรเกินหนึ่งชั่วโมง พวกเขาจะ
กลายเป็นคนเสียสติที่เอาแต่สรรเสริญดวงอาทิตย์โดยไม่กระทำ
สิ่งใด
ส่วนผู้วิเศษจะทนได้ราวหกชั่วโมง
หืม…เมื่อตระหนักว่าหัวหน้าสามารถจดจำรหัสของวิเศษ
ได้แม่นยำ ตัวมันที่ต้องใช้เวลานึกนานกว่าหนึ่งนาทีรู้สึกอับอาย
อย่างบอกไม่ถูก
ดันน์·สมิทเอนหลังพิงเก้าอี้พลางจ้องมองไคลน์ด้วย
นัยน์ตาเทาลุ่มลึก
“คุณแวะสโมสรพยากรณ์มาใช่ไหม ภายในสองวันที่ผ่าน
มา คุณรู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงทางพลังวิญญาณบ้างหรือ
เปล่า”