ราชันเร้นลับ Lord of the Mysteries - บทที่ 145 ขอความร่วมมือ
ผู้วิเศษบางเส้นทางสามารถเปลี่ยนสายได้หลังจากลำดับห้า?
เหยี่ยวราตรีไม่ได้บอกเราแบบนี้สักหน่อย…
หัวหน้าเล่าเพียงว่า หากดื่มโอสถผิดเส้นทาง ผู้วิเศษจะ
กลายเป็นบุคคลเสียสติ ในกรณีโชคดีอาจรักษาชีวิตและสติไว้ได้
แต่ไม่สามารถเลื่อนระดับได้อีกตลอดชีวิต
สรุปว่ามีข้อยกเว้นด้วยหรือ
ยิ่งอ่านไดอารี ไคลน์ก็ยิ่งตกตะลึง
ชายหนุ่มไม่คิดว่าจักรพรรดิโรซายล์จะเขียนเรื่องล้อเล่นลง
ในไดอารีเข้ารหัสของตัวเอง แต่กระนั้น ความเคลือบแคลงของ
ไคลน์ยังคงไม่จางหาย
ต่อให้จักรพรรดิโรซายล์ไม่โกหก ก็ไม่ได้หมายความว่าข้อมูล
จะถูกต้องเสมอไป อาจถูกหลอกมาอีกทอดหนึ่ง หรือไม่ก็
ตีความผิดไปเอง
คงต้องหาข้อพิสูจน์เรื่องนี้ภายหลัง แต่การจำใส่สมองไว้ก็
ไม่ใช่เรื่องเสียหาย ไคลน์เตือนสติตัวเองหลังจากไตร่ตรองอยู่พัก
ใหญ่
หากข้อความในไดอารีเป็นจริง ผู้วิเศษสามารถเปลี่ยน
เส้นทางได้ในลำดับสี่ จินตนาการเกี่ยวกับโลกผู้วิเศษของไคลน์
จะเปลี่ยนแปลงไปโดยสิ้นเชิง
มีความลับซับซ้อนมากเพียงนี้เชียวหรือ
หากอ้างอิงข้อมูลจากปากดันน์·สมิท โบสถ์รัตติกาลจะ
ถือครองเส้นทางผู้ไร้หลับโดยสมบูรณ์ และเส้นทางนักเก็บ
ซากศพจนถึงอย่างน้อยลำดับห้า ‘ผู้เฝั้าประตู’
หมายความว่า ต่อให้ผู้เก็บซากศพมาถึงทางตันก็ไม่มีปัญหา
แค่สลับไปเส้นทางผู้ไร้หลับเมื่อถึงลำดับสี่ก็สิ้นเรื่อง
เฉกเช่นโบสถ์จักรกลไอน้ำ พวกมันถือครองเส้นทางสมบูรณ์
ของนักปราชญ์ และเส้นทางเกือบสมบูรณ์ของผู้ส่องความลับ
คงมีความสัมพันธ์ในลักษณะคล้ายคลึงกัน
น่าสนใจมาก…
ชักน่าสงสัยแล้ว ว่าเส้นทางใดสามารถข้ามสลับระหว่างนัก
ทำนาย หรือจะเป็นผู้ฝึกหัดและนักจารกรรม เพราะจักรพรรดิ
โรซายล์เคยนึกเสียดายสองเส้นทางดังกล่าว
แต่จากคำอธิบายของหัวหน้าและมาดามดาลี่ย์ เส้นทางนัก
ทำนายจะมีพลังต่างกันในห้าลำดับแรก และผสานกันเป็นพลัง
สมบูรณ์ในลำดับสี่ หมายความว่า ตนจะไม่สามารถสลับเส้นทาง
ได้เหมือนผู้วิเศษสายอื่น
หลังจากไตร่ตรองสักพัก ไคลน์ตัดสินใจสลัดความคิด
ฟุั้งซ่าน คงไม่มีประโยชน์หากมัวปวดหัวกับทฤษฎีเลื่อนลอยไร้
การยืนยัน
แผ่นไดอารีมาในลักษณะหน้าคู่ คือติดกันเป็นแผ่นเดียว แต่
เนื้อความกลับไม่ต่อเนื่อง วันเดือนปีห่างกันค่อนข้างมาก คง
เป็นความผิดพลาดจากคนทำสำเนา
“9 เมษายน ความสัมพันธ์ระหว่างโบสถ์สุริยันเจิดจรัส
โบสถ์วายุสลาตัน และโบสถ์ปัญญาความรู้ ค่อนข้างย่ำแย่ พวก
มันตั้งตนเป็นศัตรูต่อกันตลอดเวลา เฉกเช่นความสัมพันธ์
ระหว่างโบสถ์รัตติกาลและโบสถ์แห่งสงครามของจักรวรรดิฟุซัค
เรื่องนี้จะเป็นช่องว่างให้โบสถ์จักรกลไอน้ำอย่างเราฉวยโอกาส
ชิงความได้เปรียบ ห้ามมองข้ามโดยเด็ดขาด 13 เมษายน เรามี
โอกาสเข้าร่วมชุมนุมลับขององค์กรเก่าแก่ ไม่เคยคิดมาก่อนว่า
บุคคลระดับสูงเหล่านี้จะเป็นสมาชิกองค์กรด้วย น่าสะพรึงกลัว
มาก ไม่อยากจะเชื่อว่า ศิลาเย้ยเทพแผ่นที่สองจะอยู่ในมือของ
องค์กรนี้จริง เราเพิ่งเคยเห็นสมบัติลับในตำนานเป็นครั้งแรก!
เป็นดังตำนานกล่าวไว้ ศิลาเย้ยเทพเก็บซ่อนความลับเหนือ
จินตนาการ…หึหึ บางทีเราควรสร้างศิลาเย้ยเทพสำหรับ
ตัวเองไว้สักแผ่น ไม่สิ ต้องสร้างไว้หลายๆ ชุด แต่ละชุดเก็บซ่อน
ความลับแตกต่างกันไป”
ไดอารีจบลงเท่านี้
เชี่ย!
ไอ้รุ่นพี่จักรพรรดิโรซายล์ ทำไมเอ็งถึงไม่เขียนชื่อองค์กรลับ
ไว้ด้วย!?
บิดาท่านตายเถอะ!
บางที่ อาจเป็นเพราะเหตุผลบางประการ จักรพรรดิโร
ซายล์จึงมิอาจบันทึกชื่อองค์กรลงไดอารีได้ แม้จะเป็นภาษาจีน
กลางก็ตาม
ไคลน์จ้องมองแผ่นกระดาษหนังตรงหน้าด้วยอารมณ์
หลากหลาย ทั้งอึดอัดและกระสับกระส่าย
แต่ข้อมูลข้างต้นทำให้ชายหนุ่มมั่นใจว่า จักรพรรดิโรซายล์
เคยเห็นแผ่นศิลาเย้ยเทพจริง และในภายหลังได้สร้างสำรับ
‘ไพ่’ จำลองศิลาเย้ยเทพขึ้นมา ถูกเรียกขานว่า ยี่สิบสอง
เส้นทางสู่พลังเทพ
ต้องมีความลับในการครอบครองพลังเทพซ่อนอยู่แน่ ชัก
สงสัยแล้วว่า ไพ่ทั้ง ยี่สิบสองใบกำลังถูกเก็บซ่อนไว้ไหนบ้าง
หรือจะเป็นองค์กรลับผู้ถือครองแผ่นศิลาเย้ยเทพดังกล่าว
ชายหนุ่มก้มหน้าครุ่นคิดเป็นเวลานาน
เมื่อเริ่มได้สติกลับมา ไคลน์ละสายตาจากไดอารีและหันไป
มองแฮงแมน จัสติส รวมถึงเดอะซัน
“อันที่จริง พวกเจ้าไม่ต้องรอเราก็ได้”
“หามิได้ขอรับ เป็นเกียรติของเราแล้ว”
อัลเจอร์ไม่หลงเหลือสีหน้าบูดบึ้งในตอนแรก เพียงก้มศีรษะ
อย่างนอบน้อม
ออเดรย์ครุ่นคิดสักพัก ก่อนจะฉีกยิ้มกว้าง
“มิสเตอร์ฟูล ยังจำไอเดียระบบสอบข้าราชการของท่าน
ได้ไหมคะ ปัจจุบันได้รับความเห็นชอบจากกษัตริย์และรัฐมนตรี
แล้ว อีกไม่นานจะถูกส่งเข้าสู่สภาขุนนางและสภาสามัญ
คาดการณ์ว่าจะนำมาใช้จริงภายในต้นปีหน้า”
“ดูเหมือนกษัตริย์และรัฐมนตรียังมีสมองหลงเหลืออยู่
บ้างสินะ”
อัลเจอร์เหยียดรัฐบาลตามนิสัย
งั้นหรือ…ปัจจุบัน สติปัญญาและความรู้ของเบ็นสันน่าจะ
สอบผ่านได้ทันในต้นปีหน้า
แต่หากร่างกฎหมายผ่านสองสภาสูงเมื่อใด กฎหมายจะถูก
ประกาศอย่างเป็นทางการล่วงหน้าทางหนังสือพิมพ์ และ
ผู้สมัครสอบคนอื่นก็จะมีเวลาเตรียมตัว
โอกาสของเบ็นสันมีแค่ครั้งแรกเท่านั้น หากพลาดและต้อง
ไปสอบแก้ตัวกลางปี เวลาเตรียมตัวของคนอื่นจะเท่าเทียมจน
แทบหมดโอกาส
อย่างไรก็ตาม เบ็นสันไม่มีทางเอาชนะบรรดาหัวกะทิจาก
มหาวิทยาลัยแน่ ไม่ใกล้เคียงเลยสักนิด
แต่ก็ไม่น่าห่วง เพราะอัจฉริยะเหล่านั้นไม่ได้หมายตา
ตำแหน่งเดียวกับเบ็นสัน พวกมันคงสนใจเก้าอี้ระดับสูงอย่าง
เลขาธิการสภา หรือไม่ก็เลขาธิการคงคลังมากกว่า
เมื่อเริ่มเห็นโอกาสรอดของพี่ชาย ไคลน์ผงกศีรษะอย่างพึง
พอใจ
หลังจากเห็นท่าทีผ่อนคลายของเดอะฟูล ออเดรย์เอนหลัง
พิงเก้าอี้ด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม
“มิสเตอร์แฮงแมน ข้อมูลที่คุณเคยให้ตรวจสอบ ดิฉัน
ได้รับคำตอบแล้ว กษัตริย์และนายกรัฐมนตรีมีความเห็นตรงกัน
ว่าจะไม่แก้แค้นอาณาจักรฟุซัคในสงครามคาบสมุทรไบลัม
ตะวันออกไปอีกพักใหญ่ ฮิฮิ…ถึงเวลาคุณต้องจ่ายค่าตอบแทน
เพิ่มเติมแล้ว”
อัลเจอร์ก้มหน้าครุ่นคิดสักพัก
“ขอบคุณมาก มิสจัสติส คำตอบของคุณช่วยให้ผมเบาใจ
ได้หลายเรื่อง ต้องการค่าตอบแทนเป็นสิ่งใดหรือ ผมยินดีหาก
ไม่เหลือบ่ากว่าแรง”
ออเดรย์ฉีกยิ้มกว้าง คำตอบถูกเตรียมไว้ล่วงหน้าแล้ว
“เบาะแสของสมาคมแปรจิต หรือไม่ก็เบาะแสสำหรับ
วัตถุดิบโอสถนักอ่านใจ แต่ถ้าเป็นอย่างหลัง คงต้องรอให้
เดอะซันส่งมอบสูตรเสียก่อน”
“สบายมาก” อัลเจอร์ตอบไม่ลังเล
ถัดจากแฮงแมนไปสองเก้าอี้ เด็กหนุ่มผมน้ำตาลกำลังนั่ง
สับสนสุดขีด บทสนทนาของคนเหล่านี้เข้าใจยากเหลือเกิน แม้
จะตั้งใจฟังอย่างละเอียดแล้วก็ตาม
ระบบสอบข้าราชการ?
กษัตริย์? นายกรัฐมนตรี?
สภาขุนนาง? สภาสามัญ?
คาบสมุทรไบลัมตะวันออก?
อาณาจักรฟุซัค? สมาคมแปรจิต?
เดอร์ริคไม่เข้าใจแม้แต่สิ่งเดียว
มีเพียงคำว่าฟุซัค วลีดังกล่าวใช้รากศัพท์ภาษาคนยักษ์ หรือ
ว่าสองคนนี้จะเกี่ยวพันกับราชวงศ์ยักษาจากอดีตกาล
เดอร์ริคนั่งมองจัสติสและแฮงแมนด้วยสีหน้าสุดประหลาด
ใจ คล้ายกับตนและอีกฝั่ายไม่ได้อาศัยอยู่บนโลกเดียวกัน
พวกเขาอยู่ต่างเมือง ต่างแคว้น หรือจะเป็นต่างอาณาจักร
บนดินแดนเทพทอดทิ้งกันแน่
เด็กหนุ่มยังคงเงียบงัน ไม่มีถ้อยคำใดหลุดจากปาก เริ่ม
เข้าใจขึ้นมาบ้างแล้วว่า เหตุใดเดอะฟูลถึงบอกว่าตนจะไม่ได้รับ
เงินและวัตถุดิบจากจัสติส
สามารถดึงผู้คนห่างไกล ให้มารวมกันในจุดเดียวโดยไม่
สนใจสัตว์ประหลาดความมืดบนดินแดนต้องสาป…
เขาเป็นเทพอย่างนั้นหรือ
บางทีอาจเป็นถึงเทพเก่าแก่ในตำนาน
หลังจากแจ้งความประสงค์ของตัวเองจนครบถ้วน ออเดรย์
ตั้งใจจะผันตัวเป็นผู้เฝั้ามองอย่างเงียบงัน แต่พลันฉุกคิดบางสิ่ง
กะทันหัน
“เมื่อไม่นานมานี้ ดิฉันมีโอกาสได้เข้าร่วมชุมนุมผู้วิเศษ
พร้อมกับเพื่อนสนิท หัวหน้าใหญ่ของชุมนุมมีชื่อว่ามิสเตอร์ A…
ไม่ทราบว่ามิสเตอร์ฟูล มิสเตอร์แฮงแมน และมิสเตอร์ซัน มีใคร
ทราบเบาะแสของบุคคลดังกล่าวบ้างไหม”
ผมไม่เข้าใจบทสนทนาของพวกคุณแม้แต่อย่างเดียว เดอร์
ริคตัดพ้อ ไม่ได้กล่าวสิ่งใดออกไป
มิสเตอร์ A? รหัสคล้ายกับมิสเตอร์ Z
มีโอกาสสูงว่าจะอยู่ในองค์กรลับเดียวกัน หากจำไม่ผิดคงชื่อ
ชุมนุมแสงเหนือกระมัง
ไคลน์ทำเพียงคาดเดา มิได้แสดงความเห็นใดออกไป
มันต้องรักษามาดผู้รอบรู้ของเดอะฟูลให้มาก จะพูดข้อมูล
ผิดไม่ได้เด็ดขาด นอกจากคำตอบดังกล่าวจะคลุมเครือคล้ายนัก
ต้มตุ๋น
อัลเจอร์ชำเลืองมองเก้าอี้ประธานครู่หนึ่ง เมื่อเห็นว่าเดอะ
ฟูลไม่เปลี่ยนท่าที่ ยากจะคาดเดาว่าอีกฝั่ายกำลังคิดสิ่งใด จึง
ตัดสินใจหันกลับไปหาจัสติส
“ชุมนุมแสงเหนือไม่ลงรอยกับโบสถ์วายุสลาตัน โบสถ์
สุริยันเจิดจรัส และโบสถ์ปัญญาความรู้ สมาชิกโบสถ์เหล่านี้จะมี
ข้อมูลของชุมนุมแสงเหนือค่อนข้างมาก ตัวผมเองคือหนึ่งใน
นั้น”
ไม่ต้องเล่าเยอะก็ได้ ฉันทราบอยู่แล้วว่านายเป็นคนของ
โบสถ์วายุสลาตัน คุณนักเดินเรือ
แน่นอน อัลเจอร์อาจเลือกทรยศฝั่ายใดฝั่ายหนึ่งเข้าสักวัน
หากไม่ชุมนุมไพ่ทาโรต์ก็คงเป็นโบสถ์วายุสลาตัน
แต่น่าแปลก เหตุใดสามโบสถ์หลักเก่าแก่ถึงเป็นศัตรูกับ
ชุมนุมแสงเหนือ พวกมันเคยก่อเรื่องชั่วช้าไว้อย่างนั้นหรือ
ไคลน์ไม่เล่าความคิด เพียงชำเลืองมองแฮงแมนละส่งยิ้มให้
อัลเจอร์สัมผัสได้ และทราบว่าเดอะฟูลสามารถมองเห็น
เส้นทางผู้วิเศษของตน แต่ก็ไม่ได้ใส่ใจมากนัก อีกฝั่ายมีสถานะ
ใกล้เคียงเทพ ตัวมันเป็นได้เพียงลูกไก่ในกำมือ
“ชุมนุมแสงเหนือประกอบด้วย ห้านักบุญและ ยี่สิบสองผู้
ส่งสาร พวกมันใช้ตัวอักษรในภาษาแทนรหัส ตั้งแต่มิสเตอร์ A
ถึงมิสเตอร์ X พวกมันทุกคนล้วนเป็นผู้วิเศษ ลำดับต่ำสุดคือเจ็ด
และสูงสุดคือห้า แฝงตัวเร้นกายในเงามืด หากมีใครตายจะ
แต่งตั้งคนใหม่ทดแทนทันที่ ผมไม่ยืนยันว่ามิสเตอร์ A ของคุณ
จะเป็นคนเดียวกับมิสเตอร์ A จากชุมนุมแสงเหนือหรือไม่ แต่
โอกาสเป็นไปได้มาก ส่วนรายละเอียดชุมนุมแสงเหนือ เคยเล่า
ให้ฟังไปแล้วในชุมนุมครั้งก่อน”
ออเดรย์ผงกศีรษะ เธอประเมินให้มิสเตอร์ A มีระดับสูงขึ้น
จากเดิม
“ขอบคุณมากค่ะ คุณไม่ต้องตอบแทนดิฉันเพิ่มเติม
แล้ว”
“ไม่เป็นไร สืบเนื่องจากคำตอบเมื่อครู่ ผมต้องการ
รบกวนคุณสักเรื่อง แน่นอนว่ามีค่าตอบแทนในปริมาณสูง”
อัลเจอร์กล่าวลุ่มลึก
“เรื่องอะไรหรือคะ” เด็กสาวขมวดคิ้วถาม
อัลเจอร์พยายามเรียบเรียงคำพูด
“มีสายข่าวรายงานว่า โจรสลัดฉายา ‘พลเรือโทพายุ’
คีลิงเกอร์ ลอบขึ้นฝังและแทรกซึมเข้าไปในกรุงเบ็คลันด์ ยังไม่
ทราบจุดประสงค์แน่ชัด ผมต้องการให้คุณช่วยระบุตำแหน่งของ
มัน นอกเหนือจากนั้นไม่จำเป็นต้องเสี่ยงอันตราย”
“พลเรือโทพายุ คีลิงเกอร์? หนึ่งในเจ็ดพลเรือโจรสลัดคน
นั้นน่ะหรือ”
ดวงตาออเดรย์พลันเบิกโพลง มิอาจรักษาภาวะเนตร
วิญญาณไว้ได้อีก
หากถามว่า เด็กสาวต้องการทำสิ่งใดหลังจากกลายเป็น
ผู้วิเศษ คำตอบคงหนีไม่พ้นการพัวพันในเหตุการณ์แสนสำคัญ
ร่วมกับบุคคลทรงพลังของโลกมากหน้าหลายตา
นั่นคือชะตากรรมของตัวเอกยังไงล่ะ!
“ถูกต้อง มันคือผู้วิเศษลำดับหกเส้นทางลูกเรือ ‘ผู้รับใช้
วายุ’ แถมยังพกพาสมบัติวิเศษชั่วร้ายติดตัว กลอุบายเจ้า
เล่ห์และอำมหิต อย่าพยายามเข้าใกล้โดยเด็ดขาด”
อัลเจอร์เน้นถ้อยคำหลังหนักแน่น ก่อนจะหันมามองทาง
ไคลน์
“มิสเตอร์ฟูลขอรับ หากตกที่นั่งลำบาก กระผมสามารถ
ขอความช่วยเหลือจากผู้รับใช้ของท่านได้หรือไม่ ขอรับประกัน
ว่ามีค่าตอบแทนให้ท่านผู้นั้นสมน้ำสมเนื้อ”
ผู้รับใช้คนนั้นคือฉันเอง…ไคลน์รำพันในใจ
“อาจเป็นไปได้ หากผู้รับใช้ของเราบังเอิญอยู่ในเบ็คลันด์
เวลาดังกล่าวพอดี”
“เข้าใจแล้วขอรับ”
อัลเจอร์ก้มศีรษะ ใบหน้าผิดหวังเล็กน้อย แต่ก็ไม่หดหู่เสีย
ทีเดียว