ราชันเร้นลับ Lord of the Mysteries - บทที่ 217 มิสเตอร์ประตูเล่าเรื่อง
‘มิสเตอร์ประตู…? ลักษณะการตั้งชื่อคล้ายเรามาก ชัก
น่าสนใจ สหายน่าสมเพชผู้หลงทางและถูกขังท่ามกลางพายุมืด
มิดเป็นใคร และอยู่บนเส้นทางไหนกันแน่ หรืออาจเป็นดังข้อ
สันนิษฐานของโรซายล์ มิสเตอร์ประตูคือเทพนอกรีตหรือไม่ก็
ปีศาจ’
ไคลน์หัวเราะแผ่วเบา เป็นอารมณ์ขบขันผสมความเยือก
เย็น สมองของมันกำลังสนใจประวัติศาสตร์ของยุคสมัย 4
“เรารู้จักเหตุการณ์สำคัญในประวัติศาสตร์อย่าง
‘สงครามสี่จักรพรรดิ’ เป็นอย่างดี แต่ก็ไม่ทราบถึง
รายละเอียดเชิงลึกและตัวละครสำคัญ เพราะเจ็ดโบสถ์หลักมิได้
แพร่งพรายข้อมูลมากนัก บุคคลทั่วไปจึงทราบเพียงตัวตนสำคัญ
อย่าง ‘จักรพรรดิมืด’ แห่งฝั่ายจักรวรรดิโซโลมอน เราจึงไม่
เคยรู้มาก่อน จนกระทั่งมิสเตอร์ประตูเล่าให้ฟังในวันนี้ ว่า
จักรพรรดิอีกสามคนเป็นใครบ้าง ประกอบด้วย คนแรก
จักรพรรดิโลหิตแห่งราชวงศ์ทูดอร์ มันอยู่ในภาวะกึ่งเสียสติ คน
สอง จักรพรรดิรัตติกาลแห่งจักรวรรดิทรันซอสต์ และคน
สุดท้าย จักรพรรดิยมโลกแห่งทวีปใต้ หรือรู้จักกันในนาม เทพ
มรณา จากคำบอกเล่าของมิสเตอร์ประตู สงครามครั้งนี้ได้พลิก
โฉมประวัติศาสตร์โลกอย่างใหญ่หลวง เหล่าจักรพรรดิต่างร่วง
หล่นในเวลาไล่เลี่ย เรียงจากจักรพรรดิมืด จักรพรรดิโลหิต และ
จักรพรรดิรัตติกาล ขณะเดียวกันก็หมายความว่า จักรพรรดิ
ยมโลก เทพมรณา ทำการเก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากสงครามได้
มหาศาลในฐานะฝั่ายกำชัย หลังจากเล่าถึงจุดดังกล่าว มิสเตอร์
ประตูได้เน้นย้ำใจความสำคัญว่า หลังจากมรณาทำการเก็บตัว
เพื่อ ‘ย่อย’ ราวหนึ่งศตวรรษ มันเกิดเสียสติกะทันหัน แต่
ขณะเดียวกันก็ทรงพลังขึ้นจากเดิมหลายระดับ เป็นเหตุให้เทพ
มรณาจับมือกับแม่มดบรรพกาล นำพาภัยพิบัติ ‘ไร้ชีวิตชีวา’
มายังทวีปเหนือ แน่นอน มิสเตอร์ประตูมิได้ประจักษ์เรื่องราว
ในช่วงหลังด้วยตัวเอง แต่ได้ยินมาจากการแวะเวียนไปยังโลก
จริงทุกเดือน น่าเหลือเชื่อมาก! เทพมรณาเสียสติ แต่
ขณะเดียวกันก็แข็งแกร่งขึ้น! เหตุใดตัวตนระดับเทพถึงยังเกิด
ภาวะเสียสติได้อีก? แม้แต่เทพก็ยังไม่ปลอดภัยงั้นหรือ? เราต้อง
เปลี่ยนมุมมองต่อเทพใหม่ทั้งหมด! อย่างไรก็ตามข้อเท็จจริง
ดังกล่าวช่วยยืนยันสมมติฐานของเราหลายข้อ เช่นประเด็นการ
ปรากฏตัวบนโลกมนุษย์บ่อยครั้งของเหล่าเจ็ดเทพองค์หลัก
ในช่วงก่อนยุคสมัย 5 พวกเขาคอยแผลงอิทธิฤทธิ์สร้างความ
สมดุลให้ทวีปเหนือใต้มาโดยตลอด บางรายเคยลงมาเหยียบโลก
มนุษย์เหมือนกับมรณาด้วยซ้ำ! เราตัดสินใจถามมิสเตอร์ประตู
ไปว่า คุณเข้าร่วมสงครามสี่จักรพรรดิด้วยหรือไม่? และอยู่ฝั่าย
ใด มีบทบาทอย่างไรบ้าง รวมถึง เจ็ดเทพหลักวางตัวอย่างไร
ในช่วงสงครามดังกล่าว? พวกเขาอยู่ฝั่ายไหน? และมีบทบาท
อย่างไร?”
“แต่มิสเตอร์ประตูไม่ยอมตอบคำถาม เพียงเล่าอย่างมี
เลศนัยว่าจำนวนของตัวตนเฉียดเทพในสงครามสี่จักรพรรดิ มี
มากกว่าจินตนาการของเราหลายเท่านัก”
“นอกจากนั้น เขายังอธิบายถึง ‘กฏเหล็ก’ แสนสำคัญ
2 ข้อบนโลกผู้วิเศษ ข้อแรก ‘กฏความถาวรของพลังพิเศษ’
และข้อสอง ‘กฏการอนุรักษ์พลังพิเศษในเส้นทางใกล้เคียง’
รายละเอียดตรงกับข้อมูลในมือเราทุกประการ กฏสองข้อ
ดังกล่าว เราเคยได้ยินมาจากองค์กรเก่าแก่ลึกลับอันดับหนึ่งของ
โลก และเคยพิสูจน์ด้วยตาตัวเองมาบ้างแล้ว ฮะๆ ! สิ่งนี้จะ
นำไปสู่ข้อสรุปน่าสนใจมากมายบนโลกผู้วิเศษ! เกิดมุมมองใหม่
จากคำสอนคลุมเครือของบรรพชน! หากพวกจิตอ่อนได้ยินเข้า
อาจถึงขั้นตกตะลึงจนแข้งขาอ่อนแรงเลยทีเดียว! ตัวอย่างเช่น
หากเส้นทางใดมีผู้วิเศษลำดับสูงมากเกินไป จำนวนผู้วิเศษ
ลำดับต่ำก็จะลดลงอย่างมาก หรือสรุปได้ว่า พลังพิเศษจาก
แหล่งต้นกำเนิดมีปริมาณจำกัด จะไม่เพิ่มขึ้นหรือลดลงเด็ดขาด!
หรือสิ่งนี้จะเป็นการยืนยันว่า โลกของเรามีมหาเทพผู้
ปราดเปรื่องและทรงพลังอยู่เบื้องหลังจริง? พระองค์คอยสร้าง
เหล่าเทพแต่ละเส้นทาง จากนั้นก็แบ่งพลังบางส่วนไปให้?”
ไดอารีวันนี้ยาวเป็นพิเศษ ทั้งหมดคือข้อความของ 16
ธันวาคมเท่านั้น ต้องใช้สองแผ่นกระดาษเต็มในการถ่ายทอดจน
ครบถ้วน ไคลน์จินตนาการออกทันที่ ไดอารีของจริงต้องเขียน
ติดกันทั้งด้านหน้าและหลัง แต่ถูกแยกสองแผ่นเพราะการ
คัดลอกซ้ำแล้วซ้ำเล่า
‘ข้อมูลน่าเหลือเชื่อมาก’
ไคลน์ถอนหายใจเงียบงัน
ในฐานะนักเรียนวิชาประวัติศาสตร์ทั่วไป มันเชื่อมาตลอด
ว่า จักรวรรดิโซโลมอน ราชวงศ์ทูดอร์ และจักรวรรดิทรันซอสต์
เกิดขึ้นในยุคสมัยเรียงต่อกันเป็นเส้นตรง ก่อนจะถึงยุคปฏิวัติ
การเมืองและการปกครองโฉมใหม่
แต่มิสเตอร์ประตูกลับทำลายสามัญสำนึกของคนปกติจนไม่
เหลือชิ้นดี มันระบุชัดเจน สงครามสี่จักรพรรดิคือศึกใหญ่
ระหว่างสามราชวงศ์ใหญ่ข้างต้น รวมถึงราชวงศ์มรณา
สิ่งนี้จึงหมายความว่า ทั้งสามจักรวรรดิเกิดขึ้นและแผ่ขยาย
ความยิ่งใหญ่ในยุคสมัยเดียวกันมาตลอด!
หากข้อมูลดังกล่าวเป็นจริง วิชาประวัติศาสตร์โลกของ
อาณาจักรโลเอ็นต้องถูกยกเครื่องใหม่ทั้งหมด โดยเฉพาะยุค
สมัย 4
ไคลน์พลันหวนนึกถึงไคลน์·โมเร็ตติคนก่อน เด็กหนุ่มผู้
หลงใหลประวัติศาสตร์และความลึกลับของยุคสมัย 4 มาโดย
ตลอด
‘ความฝันของนายเป็นจริงแล้วนะ บางที่ มรณาอาจเพิ่ง
กลายเป็นเทพหลังจากคว้าชัยในสงครามสี่จักรพรรดิ แต่คำบอก
เล่าของมิสเตอร์ประตูมีน้อยเกินไป เราไม่สามารถด่วนสรุปเอา
เองได้ ข้อเท็จจริงมีเพียง จักรพรรดิยมโลก หรือเทพมรณา ผู้
ได้รับผลประโยชน์มหาศาลจากสงครามสี่จักรพรรดิ มันทำลาย
ขีดจำกัดเดิม และยกระดับกลายเป็นเทพเต็มตัว แต่ดันโชคร้าย
เกิดภาวะเสียสติแทรกซ้อน ใครจะไปคิดว่า แม้แต่เทพยังเสียสติ
ได้… ลำพังแค่นึกภาพตาม หัวใจยังหวาดหวั่นสั่นกลัวจนแข้ง
ขาอ่อนแรง คำอธิบายของจักรพรรดิโรซายล์ไม่ได้เกินจริงเลย
สักนิด แล้วเป็นไปได้ไหมว่า เหล่าเทพนอกรีตจำนวนมาก อาจ
เคยเป็นเทพในจารีตมาก่อน แต่เกิดการเสียสติภายหลัง ถ้า
สมมติฐานนี้ถูกต้อง สักวันโลกก็จะมีแต่เทพนอกรีตเพ่นพ่านเต็ม
ไปหมด โดยไม่หลงเหลือเทพจารีตแม้แต่องค์เดียว สิ่งนี้หมายถึง
วันสิ้นโลก? เลี่ยงไม่ได้เลยหรือ? ’
ไคลน์ฝืนยิ้มมุมปากเพื่อเก็บซ่อนอารมณ์กระวนกระวาย มัน
เริ่มตระหนักว่า อนาคตวันข้างหน้าคงไม่สดใสสักเท่าไร เป็นสี
เทาหม่นหมองอึมครึม
ขณะเดียวกันไคลน์ประเมินตัวตนอย่างจักรพรรดิมืด
จักรพรรดิโลหิต และจักรพรรดิรัตติกาล ใหม่ทั้งหมด บางทีกลุ่ม
คนเหล่านี้อาจเป็นตัวตนเฉียดเทพตามคำบอกเล่าของมิสเตอร์
ประตู
หรือก็คือ ลำดับ 1 ของเส้นทางตัวเอง
จุดสูงสุดของผู้วิเศษ!
จากสมมติฐานข้างต้น คงไม่ใช่เรื่องแปลกอีกแล้ว หาก
จักรพรรดิมืดจะมีอายุยาวนานหลายร้อยถึงหลักพันปี โดยไม่
เคยเปลี่ยนมือเลยสักครั้ง
สิ่งนี้ช่วยไขความกระจ่างของไคลน์ในอดีตได้มาก เพราะ
เคยมีครั้งหนึ่ง คำบอกเล่าของอาจารย์ภาควิชาประวัติศาสตร์
ได้ขัดแย้งกับข้อมูลจากสมุดบันทึกตระกูลอันทีโกนัส ส่งผลให้
ไคลน์คนก่อนเข้าใจว่า ‘จักรพรรดิมืด’ คือฉายาของ
จักรพรรดิโซโลมอนในแต่ละยุคสมัย สามารถครอบครองได้
หลายคน
แต่วันนี้ ไคลน์เริ่มเกิดมุมมองใหม่ บางทีจักรพรรดิมืดแห่ง
โซโลมอนอาจเป็นคนเดียวกันมาตลอด อย่างไรก็ตาม ยังไม่ควร
ตัดความเป็นไปได้อื่นทิ้ง
ตัวอย่างเช่น จักรพรรดิมืดอาจเปลี่ยนมือมาแล้วสักสองสาม
ครั้ง แต่ชื่อของโอสถลำดับ 1 เส้นทางดังกล่าวคือจักรพรรดิมืด
จึงถูกเรียกว่าจักรพรรดิมืดสืบต่อกันเรื่อยมา
‘เกิดคำถามคาใจอีกแล้ว มิสเตอร์ประตูเป็นใครในยุค
สมัย 4 กันแน่? ’
จักรพรรดิโรซายล์ไม่ได้ลงรายละเอียดไว้ว่า ความผิดพลาด
ในการทดลองคือสิ่งใด และอุบัติเหตุแบบไหน ถึงโชคดีทำให้มัน
บังเอิญสนทนากับมิสเตอร์ประตูได้ ไคลน์จึงไม่มีเบาะแสวิธีการ
ติดต่อกับมิสเตอร์ประตูเลย
กฏความถาวรของพลังพิเศษ โรซายล์ใช้คำพูดเดียวกับ
คำอธิบายของดันน์ก่อนเสียชีวิตทุกประการ หรือบางที่
คำอธิบายของกฏนี้อาจมีต้นตอจากจักรพรรดิโรซายล์แต่แรก
‘หัวหน้า…’
ไคลน์อมยิ้มอบอุ่น
หากยึดตามคำอธิบายของมิสเตอร์ประตูเป็นหลัก กฎทั้ง
สองข้อทำให้ไคลน์เกิดมุมมองใหม่ต่อโลกผู้วิเศษเป็นอย่างมาก
ตัวอย่างเช่น อ้างอิงตามกฏอนุรักษ์พลังพิเศษในเส้นทาง
ใกล้เคียง โบสถใดมีสมบัติศักดิ์สิทธิ์และผู้วิเศษลำดับสูงมาก
ผู้วิเศษลำดับต่ำก็ควรมีจำนวนน้อยลง แต่ความจริงแล้วไม่ได้
เป็นเช่นนั้น ทุกโบสถ์ล้วนมีผู้วิเศษลำดับต่ำมากมาย สังกัด
เหยี่ยวราตรี ทูตพิพากษา หรือจิตแห่งจักรกล กระจายตัวอยู่ทั่ว
ทั้งอาณาจักรและในทะเล
หมายความว่ามิสเตอร์ประตูหลอกลวง? คิดว่าไม่น่าใช่
ฉะนั้น สมมติฐานสมเหตุสมผลจึงเหลือเพียง เทพแต่ละองค์ยอม
‘แบ่ง’ พลังของตัวเองเพื่อเพิ่มให้แก่สาวก
ตัวอย่างถัดไป ถ้ากฏอนุรักษ์พลังพิเศษในเส้นทางใกล้เคียง
เป็นจริง ก็เข้าใจได้ว่า เพราะเหตุใดโบสถ์รัตติกาลถึงต้องทำลาย
แคว้นรัตติกาลบนเทือกเขาโฮนาซิสทิ้ง การมีอยู่ของฝั่ายหลังทำ
ให้วัตถุดิบโอสถเส้นทางผู้ไร้หลับลดลง หรือไม่ก็ยิ่งแคว้น
รัตติกาลเพิ่มจำนวนผู้วิเศษมากขึ้น พลังของเทพธิดารัตติกาลก็
ยิ่งอ่อนแอลง
ตัวอย่างถัดไป ถ้ากฎความถาวรของพลังพิเศษเป็นจริง
บรรดาสมบัติวิเศษของแต่ละโบสถ์ก็ควรถูกใช้เป็นวัตถุดิบโอสถ
ได้เช่นกัน บางทีอาจมีคุณสมบัติเทียบเท่าโอสถด้วยซ้ำ แต่ต้อง
ไม่ลืมขจัดจิตตกค้างด้านลบให้หมด
….
ไม่น่าแปลกใจสักเท่าไร ว่าเหตุใดเอกสารโบราณ รวมถึง
ศิลาจารึก ถึงพร้อมใจกันเรียกขานยุคสมัย 4 ว่า ‘ยุคแห่ง
เทพ’ เพราะยุคดังกล่าวมีบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษรว่า เทพ
ได้ปรากฏกายบนโลกมนุษย์บ่อยครั้ง
‘แล้วเหตุใด เทพถึงหยุดปรากฏกายบนโลกหลังจากยุค
สมัย 5? แถมยังไม่มีหลักฐานการชี้นำจากเทพเพิ่มเติม หากไม่
เพราะผู้วิเศษได้รับการตอบสนองจากพิธีกรรมเรียกขานเทพ
หลายคนคงเคลือบแคลงการมีอยู่ของเทพเป็นแน่’
สมองไคลน์กำลังโลดแล่น มันตระหนักว่าตนกำลังเข้าถึง
ส่วนลึกของศาสตร์เร้นลับบนโลกผู้วิเศษ แต่หลังจากพยายาม
พลิกหาไดอารีสี่แผ่นถัดไป มันเกิดความผิดหวังเมื่อไม่มีเนื้อหา
ส่วนต่อเนื่องเกี่ยวกับมิสเตอร์ประตู
ด้วยความสามารถตัวตลก ไคลน์ควบคุมมัดกล้ามเนื้อบน
ใบหน้าได้ไร้จุดตำหนิ สมาชิกชุมนุมไพ่ทาโร่ต์จึงไม่สามารถ
ตรวจจับอารมณ์ผิดปกติได้ แม้จะมีประสาทสัมผัสเฉียบแหลม
อย่างออเดรย์ก็ตาม
ชายหนุ่มพยายามระงับจิตใจว้าวุ่น ก่อนจะก้มหน้าอ่านได
อารีต่อในแผ่นสาม
“10 กันยายน เราทำใจได้แล้ว แต่ก็อดหัวเสียไม่ได้สักที!
เราต้องมีสมองอึหมาขนาดไหนกัน ถึงโง่เลือกเส้นทาง
นักปราชญ์ในตอนแรก! แน่นอน พลังนักปราชญ์ช่วยให้เราดึง
ความรู้จากโลกเก่ามาใช้ได้เต็มประสิทธิภาพก็จริง ส่งผลให้
โบสถ์ชื่นชอบในตัวเรามาก แต่ปัญหาคือ ทำไมช่วงลำดับต้นของ
เส้นทางถึงได้ขาดแคลนพลังต่อสู้ขนาดนี้!? วันๆ เอาแต่พึ่งพา
สมบัติวิเศษและตัวช่วยภายนอก! ตัวอย่างเช่น ลำดับ 9
นักปราชญ์ จุดเด่นคือความทรงจำ การเรียนรู้สิ่งใหม่ และ
สามารถใช้งานอุปกรณ์ต่างๆ ได้ช่ำชอง ลำดับ 8 นักโบราณคดี
ร่างกายแข็งแกร่งขึ้นเล็กน้อย มีภูมิความรู้โบราณ และสามารถ
ประกอบพิธีกรรมพื้นฐาน ลำดับ 7 นักประเมิน เชี่ยวชาญการ
ใช้งานสมบัติวิเศษ สามารถตระหนักถึงคุณสมบัติของวัตถุ
ปริศนาได้รวดเร็ว ช่วยให้หลีกเลี่ยงอันตรายแฝงทันท่วงที่ ลำดับ
6 ช่างฝีมือ เก่งกาจด้านการสร้างกลไกซับซ้อน แต่ไม่ถึงขั้น
สมบัติวิเศษทรงพลัง นอกเหนือจากนั้น พลังด้านพิธีกรรมจะ
เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด ชื่อตามสมัยใหม่ของโอสถขวดนี้คือ
‘ผู้เชี่ยวชาญเครื่องจักร’ ยิ่งเห็นได้ชัดเมื่อนำไปเปรียบเทียบ
กับเส้นทางผู้ส่องความลับ ลำดับ 7 จอมอาคม และลำดับ 6
ปรมาจารย์คัมภีร์! แค่ฟังจากชื่อก็กินขาดแล้ว! คงดีกว่านี้ถ้า
โบสถ์ของเราครอบครองเส้นทางผู้ส่องความลับโดยสมบูรณ์
รวมถึงไม่มีตัวตนน่าหวาดกลัวอย่างปราชญ์เร้นลับคอยล่อลวง
อย่างไรก็ตาม เส้นทางนักปราชญ์ก็ไม่เลวร้ายเสียทีเดียว เราเพิ่ง
ได้รับข่าวดี อีกไม่นานจะได้รับพลังต่อสู้เป็นของตัวเองแล้ว!
ลำดับ 5 นักโหราศาสตร์! แต่ชื่อใหม่ของมันทำให้เราวิตก
เล็กน้อย เพราะถูกเรียกในยุคปัจจุบันว่า ‘นักดาราศาสตร์’
เราไม่กลายเป็นนักวิทยาศาสตร์สติฟันเฟือนเอาหรือ? สวรรค์ได้
โปรดเมตตาด้วย! ข้ายังเป็นแค่เด็กสอบเข้ามหาวิทยาลัยรอบ
สองอยู่เลย!”
‘ไม่ผิดนักถ้าจะกล่าวว่า จักรพรรดิโรซายล์เชี่ยวชาญการ
ปล่อยมุกตลกผ่านตัวอักษร’
ยอดเยี่ยมถึงขนาด ทำให้ไคลน์ผู้กำลังหดหู่ เกิดอาการมุม
ปากกระตุกได้ ทำเอาอยากประกอบพิธีสวดส่งวิญญาณให้รุ่นพี่
ไปสู่สุคติเลยทีเดียว
‘การหมั่นศึกษาหาความรู้อย่างต่อเนื่อง ช่วยให้ลิงฉลาด
ขึ้นได้จริง’
ไคลน์รำพันติดตลก สมองพลางจดจำลักษณะเด่นผู้วิเศษ
เส้นทางโบสถ์จักรกลไอน้ำ เผื่ออาจได้ใช้ในสักวัน เส้นทาง
นักปราชญ์ขาดแคลนพลังต่อสู้ แต่เก่งด้านสร้างและใช้งาน
สมบัติวิเศษ
ชายหนุ่มพลิกไดอารีแผ่นสามกลับหลัง ตามด้วยการก้มหน้า
อ่านแผ่นถัดไป
“2 มิถุนายน อาณาจักรเริ่มสร้างความวุ่นวายใหญ่หลวง
เอาแต่ก่อสงครามอย่างไม่จบสิ้น พวกเราไม่ได้แข็งแกร่งขนาด
บดขยี้จักรวรรดิฟุซัค อาณาจักรโลเอ็น และอาณาจักรเฟเนพ็อต
ให้สิ้นซากได้สักหน่อย ส่งผลให้ราชวงศ์ไม่มีทางเลือก ต้องสร้าง
หนี้ก้อนโตให้อาณาจักร จนเศรษฐกิจใกล้ล่มสลายเต็มที่ จาก
มุมมองของเรา กลุ่มพ่อค้า ชาวเมือง และทหาร เริ่มไม่พอใจ
เป็นอย่างมาก ขอเพียงเกิดประกายไฟเล็กน้อย การจลาจลครั้ง
ใหญ่ก็จะเริ่มขึ้นอย่างง่ายดาย นี่คือโอกาสของเรา! แต่ห้าม
ประมาทเด็ดขาด ราชวงศ์เซารอนแห่งอินทิสคือหนึ่งใน
ผู้เข้าร่วมสงครามสี่จักรพรรดิ พวกมันเป็นตระกูลเก่าแก่ ย่อมมี
ผู้วิเศษลำดับสูงจำนวนมาก เราต้องการแรงสนับสนุนจากโบสถ์
จักรกลไอน้ำ รวมถึงได้รับความเห็นชอบจากโบสถ์สุริยันเจิด
จรัส จะรีบเผยตัวไม่ได้เด็ดขาด ขั้นแรก ต้องกำชับให้คนของเรา
ก่อจลาจลรุนแรง พยายามทำผิดกฎหมายเข้าไว้ จากนั้น เรา
ค่อยนำกำลังทหารเข้าปราบปราม และยึดครองประเทศอย่าง
ชอบธรรม ในนามของกงสุลใหญฺ่โรซายล์ กุสตาฟ. ฺเชือเท่
ชะมัด`