ราชันเร้นลับ Lord of the Mysteries - บทที่ 218 ความรู้ทั่วไปให้เปล่า
“ 3 มิถุนายน หลังจากถกเถียงกับเอ็ดเวิร์ดและคนอื่นจน
มั่นใจ เราคงต้องเปลี่ยนแผนกะทันหัน ไม่สามารถบอกโบสถ์
สุริยันเจิดจรัสเกี่ยวกับแผนปฏิวัติได้ เพราะขุนนางเก่าและ
ราชวงศ์เซารอนบางส่วน แอบสนับสนุนโบสถ์สุริยันเจิดจรัส
อย่างลับๆ มาตลอด อาจทำให้แผนการของเราถูกรู้ไปถึงหูพวก
มัน และนั่นจะทำให้เกิดผลลัพธ์เลวร้าย เฮ้อ…เจ้ากริมม์ไม่น่า
ตายในทะเลหมอก หมอนั่นฉลาดสุดในหมู่พวกเราแล้ว ความ
วุ่นวายจงบังเกิด! จงปันปั่วนให้มากขึ้น! ต้องเป็นความวุ่นวาย
เท่านั้น เพราะปลาอย่างเราสามารถแหวกว่ายในท้องทะเลแห่ง
ความปันปั่วนได้อย่างอิสระ! รอจนกระทั่งเหล่าเชื้อพระวงศ์
รับมือกับสถานการณ์ไม่ไหว ไม่สามารถควบคุมความสงบได้ ถึง
ตอนนั้นเราจะปรากฏตัวเพื่อกลายเป็นวีรบุรุษปราบจลาจลและ
คืนความสงบสุขแก่อินทิส! ต้องทำให้โบสถ์สุริยันเจิดจรัสยอมรับ
ในฝีมือ! สงสัยต้องแอบยื่นมือช่วยเหลือฝั่ายกบฏมากหน่อย แต่
ควรทำอย่างไรให้แนบเนียนและไม่ถูกสาวถึงตัว? 4 มิถุนายน
ซาราธจากลัทธิเร้นลับแอบนัดพบเราอย่างกะทันหัน”
………
‘อ้าว? แล้วยังไงต่อ? ’
ไคลน์ต้องการทราบว่า เพราะเหตุใดมิสเตอร์ซาราธ ผู้นำ
ลัทธิเร้นลับ ถึงแอบนัดพบจักรพรรดิโรซายล์ขณะกำลังวางแผน
ปฏิวัติอาณาจักรอินทิส
ชายหนุ่มพยายามพลิกสองหน้ากระดาษไดอารีเพื่อมองหา
แต่ก็ไม่พบส่วนใดสอดคล้องกัน ความคับแค้นใจพลันสุมอก
แม้สองแผ่นถัดมาจะไม่ปรากฏข้อมูลสำคัญเหมือนสองแผ่น
แรก แต่ก็เป็นบันทึกเหตุการณ์ปฏิวัติอย่างละเอียด ไคลน์สัมผัส
ถึงกลิ่นอายสงครามกลางเมืองประหนึ่งได้เข้าไปนั่งอยู่ในยุคสมัย
ดังกล่าว อาณาจักรอินทิสในช่วงปี 1173 หรือราวร้อยกว่าปี
ก่อน เกิดความโกลาหลสุดขีด และผลลัพธ์ในไดอารีก็ตรงตาม
ตำราประวัติศาสตร์ทุกประการ
ในฐานะผู้ปราบกบฏและคืนความสงบให้อินทิสสำเร็จ โร
ซายล์ฉวยโอกาสยึดอำนาจพร้อมกับเปลี่ยนระบอบการปกครอง
เป็นสาธารณรัฐ ตามด้วยการแต่งตั้งตัวเองเป็นกงสุลใหญ่
ปกครองประเทศในฐานะพลเรือน มิได้ก่อตั้งราชวงศ์ใหม่
ในช่วงสิบเก้าปีถัดมา โรซายล์ทำการแก้ไขประมวล
กฎหมายอาญาเพื่อส่งเสริมการประดิษฐ์นวัตกรรมใหม่ และ
สนับสนุนแผนปฏิวัติวงการอุตสาหกรรม
สาธารณรัฐอินทิสภายใต้การนำของโรซายล์เจริญก้าวหน้า
อย่างรวดเร็ว แข็งแกร่งขึ้นในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจ
การเมือง การทหาร อีกทั้งยังก่อสงครามเหนือใต้โดยไม่หวั่น
เกรง เปลี่ยนให้ประเทศมาซิน ลุนเบิร์ก เซกัล และประเทศอื่น
กลายเป็นเมืองขึ้น อยู่ภายใต้การปกครองของสาธารณรัฐ แถม
ยังทำให้สามขั้วอำนาจใหญ่ของทวีปเหนืออย่าง ฟุซัค โลเอ็น
และเฟเนพ็อต ยอมก้มศีรษะอย่างจำนน
จนกระทั่งช่วงท้ายของปี 1192 หรือเกือบยี่สิบปีหลังจาก
เหตุการณ์ปฏิวัติ โรซายล์เปลี่ยนระบอบการปกครองจาก
สาธารณรัฐเป็นจักรวรรดิ และสถาปนาตนเองในนาม :
– จักรพรรดิซีซาร์ –
แต่ไม่ถึงหกปีหลังจากนั้น โรซายล์จบชีวิตลงภายในบรม
มหาราชวังเมเปิลขาว ถือเป็นจุดสิ้นสุดของตำนานสำคัญในยุค
สมัย 5
ยิ่งไคลน์ใช้ความคิด มันก็ยิ่งสัมผัสถึงความลึกลับซับซ้อน
เบื้องหลังการตายของโรซายล์ มันเชื่อว่า เหตุการณ์คงไม่เรียบ
ง่ายเหมือนผิวเผินตามตำราประวัติศาสตร์แน่
สิ่งนี้เคยมีตัวอย่างให้เห็นบ่อยครั้ง เรื่องราวความขัดแย้ง
ระหว่างผู้วิเศษด้วยกันเอง หลังจากฆ่าฟันด้วยพลังเหนือ
ธรรมชาติเบื้องหลัง เมื่อจบศึก เบื้องหน้าต้องพยายามไกล่เกลี่ย
ให้เป็นเหตุการณ์ธรรมดา ตัวอย่างชัดเจนคงหนีไม่พ้นการตาย
ของมาดามเชอรอน
‘คิดไว้แล้วเชียว กริมม์ หนึ่งในจตุรอาชา เสียชีวิตลง
ท่ามกลางทะเลหมอก จากเนื้อหาของไดอารีคราวก่อน โรซายล์
เคยระบุว่า เกิดความผิดปกติขึ้นกับหนึ่งในจตุรอาชาของตน อีก
ฝั่ายขาดการติดต่อเป็นเวลานาน เรื่องนี้อาจเกี่ยวกับเกาะ
ประหลาด เต็มไปด้วยสัตว์วิเศษ โรซายล์เคยระบุว่ามันคือลาภ
ก้อนโต คือแดนสวรรค์ แต่เรากลับมองว่าเป็นหายนะ
มากกว่า’
ไคลน์ไตร่ตรองเนื้อหาจากไดอารีสี่แผ่นก่อนหน้า จากนั้นก็
พลิกกระดาษไปยังแผ่นถัดไปด้วยสีหน้าคาดหวัง
แต่เนื้อหากลับน้อยจนน่าใจหาย ส่วนใหญ่เป็นเรื่องจิปาถะ
เช่นความเห็นของโรซายล์หลังจากดื่มไวน์แดงเออร์เมียร์ปี
1128 การตัดพ้อถึงสตรีในฝันตอนเด็ก แต่ปัจจุบันแก่ตัวลงและ
อ้วนท้วน รวมถึงช่วงเวลาย่ำแย่ของชีวิตขณะเสพติดไพ่อย่าง
หนัก
ไดอารีแผ่นที่หกคล้ายกับแผ่นแรก ส่วนใหญ่เป็นการเล่า
เรื่องราวชีวิตประจำวันทั่วไป แต่ย่อหน้าสุดท้ายกลับทำให้
ดวงตาไคลน์ลุกวาว
“8 เมษายน เราทำการส่งคนไปสืบข่าวของลัทธิเร้นลับ
ต้องมีข้อมูลของมันมากกว่านี้ จะปล่อยให้ความผิดพลาดในอดีต
เกิดขึ้นซ้ำสองไม่ได้! ซาราธไม่มีสิทธิ์จูงจมูกเราอีกแล้ว!”
‘รุ่นพี่โรซายล์…คุณพบอะไรเข้า? ไม่คิดจะเล่าให้ฟังสัก
หน่อยหรือ? ’
เมื่อตระหนักว่าไดอารีจบลงเท่านี้ ไคลน์ทำได้เพียงนั่งปลง
อย่างหงุดหงิด และหวังว่าไดอารีจากมิสเตอร์แฮงแมนหกแผ่น
ในการชุมนุมรอบหน้า จะช่วยบรรเทาความคาใจลงได้บ้าง
อย่างไรก็ตาม ไคลน์ทราบดี รายงานการสืบสวนของโร
ซายล์เมื่อร้อยกว่าปีก่อน คงไม่ช่วยให้ตนเข้าใจลัทธิเร้นลับยุค
ปัจจุบันได้มากขึ้นสักเท่าไร ผู้วิเศษจากยุคนั้นคงแก่ตายกันไป
หมดแล้ว นอกเสียจากจะเป็นตัวตนพิเศษอย่างลำดับ 1 ไม่ต้อง
เอ่ยถึงลิ่วล้ออย่างลำดับกลางและต่ำ ไม่มีทางรอดถึงปัจจุบัน
แน่นอน
แต่ไคลน์ก็ยังอยากทราบ เพราะบางทีอาจช่วยให้ตนเข้าใจ
รูปแบบการทำงานของลัทธิเร้นลับมากขึ้น ถึงคนจะเปลี่ยน แต่
เจตจำนงและเปั้าหมายหลักขององค์กรเปลี่ยนกันยาก
หลังจากวางกระดาษไดอารีลงบนโต๊ะทองแดงยาว ไคลน์ใช้
นิ้วชี้ขวาเคาะโต๊ะเป็นจังหวะจนเกิดเสียง สายตาบรรจงมองไล่
เรียงจากจัสติส แฮงแมน และเดอะซัน
ในไดอารีของโรซายล์ยังมีการกล่าวถึงมหาเทพผู้
ปราดเปรื่องและทรงพลัง ตามตำนานของเมืองเงินพิสุทธิ์
‘หมอนั่นได้ยินชื่อนี้มาจากไหน? หรือจะเป็นองค์กรลับ
เก่าแก่ผู้คอยควบคุมชะตากรรมของโลกจากในเงามืด? องค์กร
ดังกล่าวถูกก่อตั้งก่อนยุคสมัย 2 อีกหรือ? ก่อนดินแดนเทพ
ทอดทิ้ง จะถูกเทพทอดทิ้งตามชื่อ…’
ทันใดนั้น ไคลน์ผุดแนวคิดใหม่ มันกล่าวกับทุกคนพลาง
สวมรอยยิ้มอ่อนโยน
“โรซายล์เขียนหลายเรื่องลงในไดอารี มีทั้งด้านมืดของ
ประวัติศาสตร์โลก ไปจนถึงความรู้ทั่วไปไม่ซับซ้อน แต่อย่าง
หลังทำให้เรานึกขึ้นได้ว่า มีบางสิ่งจำเป็นต้องบอกกับพวก
เจ้า”
ทันใดนั้น ออเดรย์ตกตะลึงจนอ้าปากค้างไม่หุบ เด็กสาว
ค่อยๆ หันทั้งตัวมาทางเก้าอี้ประธานชุมนุม ราวกับกำลังถูก
สะกดจิต
‘มิสเตอร์ฟูลตัดสินใจเปิดเผยเนื้อหาของไดอารีด้วย
ตัวเอง? มันเขียนอะไรไว้บ้าง? ’
ออเดรย์ตื่นเต้นจนตัวสั่น ภาวะผู้ชมแตกซ่านในพริบตา เมื่อ
เทียบกันแล้ว แฮงแมนยังทำตัวเยือกเย็นได้อยู่ แต่มันก็เผลอ
เหยียดหลังตั้งตรง ประหนึ่งร่างกายไม่ยอมเชื่อฟังคำสั่ง
มีเพียงเดอะซัน แม้มันจะทราบว่ามิสเตอร์ฟูลสนใจ
ประวัติศาสตร์ของโลก และไดอารีคงบันทึกปริศนาไว้มาก
พอสมควร แต่มันไม่รู้จักตัวละครใดเลย โรซายล์เป็นใครกัน มัน
ไม่เคยทราบประวัติศาสตร์ของทวีปเหนือ จึงเชื่อว่าเนื้อความ
ของไดอารีคงไม่มีส่วนเกี่ยวพันกับโลกของตนสักเท่าไร อาการ
ตื่นเต้นจึงน้อยกว่าอีกสองคนมาก พฤติกรรมของเดอร์ริคเป็นไป
อย่างเหมาะสม
“มิสเตอร์ฟูล จักรพรรดิโรซายล์กล่าวถึงความรู้ทั่วไป
เรื่องใดบ้างคะ? ดิฉันเต็มใจจ่ายเงินเพื่อให้ได้ฟังข้อมูล
เหล่านั้น”
ออเดรย์ซักถามอย่างร้อนรน
‘แต่ขอฟังคนเดียวกันไหม…’
เด็กสาวรำพันเสริมในใจ
ไคลน์หัวเราะแผ่วเบา
“ไม่จำเป็น สิ่งเหล่านี้เป็นแค่ความรู้ทั่วไป แต่หลังจาก
อ่านผ่านเนื้อหาช่วงดังกล่าว เรานึกขึ้นได้ว่า สมาชิกชุมนุมไพ่ทา
โรต์ควรมีความรู้ทั่วไปติดตัวไว้บ้าง แน่นอนเนื่องจากเป็นความรู้
พื้นฐาน บางคนคงทราบดีอยู่แล้ว”
ไคลน์กำลังหมายถึงเดอะซัน
ในเมื่อเมืองเงินพิสุทธิ์มีประวัติศาสตร์ยาวนานหลายพันปี
หลักการพื้นฐานอย่าง ‘กฏความถาวรของพลังพิเศษ’ คงถูก
บรรจุไว้ในตำราเรียนทั่วไป
ยิ่งไปกว่านั้น สภาพความเป็นอยู่ของเมืองเงินพิสุทธิ์
ทุรกันดารกว่าทวีปเหนือมาก ถึงรอบเมืองจะมีสัตว์ประหลาดให้
ฆ่าฟันตลอดเวลา แต่วัตถุดิบผลิตโอสถไม่มีทางหาได้ง่ายขนาด
นั้นแน่
เพื่อให้เมืองอยู่รอดต่อไป คงมิอาจเลี่ยงการใช้ตะกอนพลัง
จากบรรพชนมาปรุงโอสถ สิ่งนี้คือทางรอดเดียวในการรักษา
ความแข็งแกร่งโดยรวมของเมืองไว้ บางทีอาจมาในรูปแบบของ
พิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ เพื่อไม่ให้ชนรุ่นหลังเกิดความสะอิดสะเอียน
ขณะดื่ม
เฉกเช่นแฮงแมน จากการแลกเปลี่ยนในชุมนุมคราวก่อน
มันคงมีข้อมูลไม่น้อยเช่นกัน
‘น่าเสียดาย แต่เราจะให้มิสจัสติสโอนเงินเข้าบัญชีลับ
เดิมบ่อยครั้งไม่ได้ เพราะนั่นจะทำให้ภาพลักษณ์ของ ’ ผู้
สังหารคีลิงเกอร์’ ถดถอยลงในสายตาสมาชิก ภาพจำของผู้วิเศษ
ระดับครึ่งเทพไม่ควรเสื่อมราคา
‘ไว้ค่อยสร้างผู้รับใช้คนใหม่เพิ่มในอนาคต ต้องอ่อนแอ
กว่ามิสเตอร์อะซิก จะได้รับเงินจากจัสติสได้โดยไม่เสียภาพพจน์
การมีผู้รับใช้อ่อนแอไม่ใช่เรื่องแปลกของตัวตนระดับเทพ เฉก
เช่นเทพธิดารัตติกาล พระองค์มีเหยี่ยวราตรีปลายแถวจำนวน
มาก แต่ไม่ได้หมายความว่าพระองค์อ่อนแอ’
ไคลน์ถอนหายใจเบา
“ขอบคุณค่ะ! เป็นพระกรุณาอย่างยิ่ง!”
ออเดรย์ขานตอบลิงโลด ว่ากันตามตรง เธอนึกเสียใจอยู่ราว
สามวินาที่ หลังจากหุนหันพลันแล่น พยายามขอซื้อข้อมูลด้วย
เงิน
ไคลน์หยุดเคาะโต๊ะ มันอธิบายด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำเจือความ
เย็นชา
“ความรู้ทั่วไปข้อแรก กฏความถาวรของพลังพิเศษ พลัง
พิเศษจะไม่มีวันถูกทำลายหรือลดลงจากเดิม ไม่ว่ากรณีใด เพียง
ส่งต่อจากภาชนะเก่าไปยังภาชนะใหม่เท่านั้น”
‘เราเผลอพูดด้วยสำเนียงของหัวหน้า…’
มุมปากไคลน์กระตุกแผ่วเบา
‘ไม่วันถูกทำลายหรือลดลง ส่งต่อจากภาชนะเก่าไปยัง
ภาชนะใหม่’
ออเดรย์ก้มหน้าคิดตาม เธอตระหนักว่าภายใต้ประโยคสั้น
และเรียบง่าย กลับแฝงมาด้วยความนัยปริมาณมหาศาล
แต่แววตาเปลี่ยนไปขณะแอบชำเลืองทางแฮงแมนและ
เดอะซัน เพราะคนทั้งสองไม่แสดงอากัปกิริยาประหลาดใจ
หมายถึงทราบกฏข้อนี้อยู่ก่อนแล้ว
‘มีเพียงเรา…’
เด็กสาวรู้สึกเจ็บใจ แต่ขณะเดียวกันก็นึกสรรเสริญความใจ
กว้างของเดอะฟูล
มาถึงจุดนี้ไคลน์อธิบายเสริม
“ในกรณีผู้คลุ้มคลั่ง หากพวกมันเสียชีวิต ซากศพจะ
หลงเหลือตะกอนพลัง อัดแน่นด้วยพลังพิเศษเส้นทางตัวเอง
ตะกอนพลังก้อนนี้อาจกลายเป็นวัตถุดิบปรุงโอสถ หรือไม่ก็
กลายเป็นสมบัติวิเศษ อย่างหลังค่อนข้างอันตราย จำเป็นต้อง
ถูกผนึกและเก็บไว้อย่างมิดชิด ในกรณีไม่ได้คลุ้มคลั่ง ผลลัพธ์จะ
มีลักษณะคล้ายคลึงกัน แต่ตะกอนพลังนั้นบริสุทธิ์กว่ามาก มี
คุณสมบัติเกือบเทียบเท่าโอสถ ขาดเพียงวัตถุดิบเสริมอีก
เล็กน้อย แน่นอน ตะกอนพลังทั้งสองแบบจะอัดแน่นด้วยพลัง
พิเศษเส้นทางนั้นๆ จึงสามารถนำไปสร้างเป็นสมบัติวิเศษได้
เช่นกัน”
คำอธิบายเรียบง่ายผ่านเข้าสมองออเดรย์ ก่อนจะบรรจง
ซ้อนทับกันทีละชั้นจนตกผลึกเกิดเป็นความรู้ใหม่ ขณะเด็กสาว
กำลังมองว่า แบบนี้ไม่ต่างอะไรกับการกินมนุษย์ด้วยกัน เธอ
พลันฉุกคิดถึงคำถามของตนเมื่อสองสัปดาห์ก่อน คราวนั้นถาม
ไว้กับแฮงแมนว่า :
“ถ้าหากซาลามันเดอร์สีรุ้งเกิดสูญพันธุ์จริง แล้วเส้นทาง
ผู้ชมจะไม่ถูกตัดขาดเอาหรือ?”
ปัจจุบันเธอได้ทราบคำตอบแล้ว แต่เป็นคำตอบไม่น่า
อภิรมย์สักเท่าไร สีหน้าของเด็กสาวหดหู่เจือความ
สะอิดสะเอียน
‘ทำไมโลกผู้วิเศษถึงโหดร้ายนัก? ทำไมเบื้องหลังถึงดำมืด
เช่นนี้? ’
ออเดรย์เคยพบความเลวร้ายจากฝีมือผู้วิเศษมามากก็จริง
แต่เหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นเพราะอีกฝั่ายมีจิตใจชั่วร้าย เป็น
เรื่องเฉพาะบุคคล ตัวอย่างชัดเจนคือคีลิงเกอร์ หรือมิสเตอร์ A
อย่างไรก็ตาม ผู้วิเศษชั่วร้ายไม่ได้ทำให้เด็กสาวหลงใหลโลก
ผู้วิเศษและศาสตร์เร้นลับน้อยลง เพราะเธอทราบดี ทุกคนไม่ได้
เป็นแบบนี้ทั้งหมด
แต่ความจริงแสนหดหู่จากปากเดอะฟูลเมื่อครู่ เนื้อหา
ค่อนข้างรุนแรง เป็นหนแรกอย่างแท้จริง กับการได้ทราบ
‘ธรรมชาติ’ อันดำมืดและเลวร้ายของโลกผู้วิเศษ
‘ได้สติสักที! ออเดรย์! เธอไม่ใช่เด็กสาวไร้เดียงสาแล้วนะ!
ยอมรับความจริงซะ! ไม่มีโลกใบไหนสดใสไปทุกด้าน! ในเมื่อ
เลือกเดินบนเส้นทางนี้ด้วยตัวเองก็ต้องก้าวต่อไปอย่างกล้าหาญ
เท่านั้น!’
ออเดรย์พยายามให้กำลังใจตัวเอง ผลของโอสถผู้ชมช่วยให้
สงบสติได้รวดเร็วกว่าปกติ
หลังจากแอบชำเลืองแฮงแมนและเดอะซัน เธอตระหนักว่า
ทั้งสองไม่มีอาการตกใจแต่อย่างใด หมายถึง พวกเขาทราบเรื่อง
โหดร้ายเช่นนี้มาโดยตลอด
‘ฮึ่ม! มิสเตอร์แฮงแมนแย่มาก! เขาคิดใช้ข้อมูลน่า
สะอิดสะเอียนเช่นนี้ แลกเปลี่ยนกับเราเมื่อสองสัปดาห์ก่อน! ถึง
ข้อมูลเหล่านี้จะเป็นเรื่องลึกลับซับซ้อนของคุณ แต่สำหรับ
มิสเตอร์ฟูล มันเป็นเพียงความรู้ทั่วไปเท่านั้น! แบร่~’
ออเดรย์แลบลิ้นปลิ้นตาในใจ อารมณ์ขุ่นมัวเมื่อครู่เริ่มเจือ
จาง เด็กสาวรีบสลัดภาพหดหู่ออกจากสมอง
ไคลน์ไม่ประหลาดใจกับท่าทีของสมาชิกทั้งสามสักเท่าใด
มันกล่าวต่อด้วยเสียงเรียบ
“ความรู้ทั่วไปข้อสอง กฏการอนุรักษ์พลังพิเศษใน
เส้นทางใกล้เคียง”
‘กฏการอนุรักษ์พลังพิเศษในเส้นทางใกล้เคียง? ’
แฮงแมนขยับเปลี่ยนท่านั่งโดยไม่รู้ตัว มันเคยได้ยินกฏข้อนี้
และเข้าใจบางเรื่อง แต่ยังเข้าไม่ถึงแก่นแท้ มองไม่เห็นภาพ
ตัวอย่างชัดเจน
ด้านจัสติสและเดอะซันก็ไม่ต่าง พวกมันแสดงสีหน้าฉงนแม้
จะได้ยินชื่อเต็มของกฏ
“เส้นทางใกล้เคียง?”
อัลเจอร์โพล่งถาม
ไคลน์ฉีกยิ้มกว้างอย่างมีเลศนัย
“สำหรับคำถามข้อนี้ เจ้าต้องการจ่ายสิ่งใดเพื่อ
แลกเปลี่ยน?”
แนวคิดชั่วร้ายใหม่ของไคลน์คือ :
ความรู้ทั่วไปให้เปล่า แต่คำอธิบายมีราคา
ทั้งสองส่วนสอดคล้องกับภาพลักษณ์ของเดอะฟูลอย่างลง
ตัว และไม่เป็นการทำให้ข้อมูลสำคัญเสื่อมราคา
อัลเจอร์อาจไม่ทราบ
แต่ของฟรีมักมาพร้อมการสิ้นเปลืองเสมอ