ราชันเร้นลับ Lord of the Mysteries - บทที่ 233 อย่าตัดสินคนจากภายนอก
แค่คิดว่า ‘คนเป็น’ กำลังเล่นไพ่กับซากศพไม่ต่ำกว่าสิบ
ภายในห้องแสงไฟสลัว ไคลน์พลันขนลุกไปทั่วร่าง
มันพยายามเก็บซ่อนความหวาดกลัวจากสัญชาตญาณส่วน
ลึก สายตาจ้องมองใบหน้าซีดเซียวและดวงตาสีน้ำตาลดุร้าย
ของอีกฝั่าย
‘อายุราวยี่สิบแปด บรรยากาศรอบตัวแผ่กลิ่นอายความ
บ้าคลั่งอย่างเจือจาง’
ไคลน์แสร้งทำเป็นถูกสะกดข่มจากจิตสังหารอันเหนือกว่า
ของอีกฝั่าย ร่างกายเสียหลักผงะถอยหลังสองก้าวด้วยอาการ
สั่นเทาอย่างสมจริง ในระหว่างนี้คาสปาสเดินออกจากห้อง
พร้อมกับปิดประตู
ชายกั๊กดำซักถามเสียงทุ้มต่ำ
“กำลังตามหาคนคุ้มกันใช่ไหม”
“…ครับ” มันแสร้งกลืนน้ำลาย
แม้จิตใจส่วนลึกกำลังหวาดกลัวเล็กๆ จากความพิสดารของ
อีกฝั่าย แต่สมองยังคงปลอดโปร่งสุขุม ขณะเดียวกันก็เกิด
ความรู้สึกยินดี
‘ยิ่งคนคุ้มกันแข็งแกร่งเท่าไร เราก็ยิ่งปลอดภัยมากขึ้น
เท่านั้น!’
บุรุษหน้าขาวเชิดคางขึ้นพลางซักถาม
“ทำไมถึงต้องจ้างคนคุ้มกัน และต้องการจ่ายในราคา
ไหน”
ไคลน์ไม่อยากตอบทุกคำถาม มันก้มหน้าไตร่ตรองราวยี่สิบ
วินาทีก่อนมอบคำตอบ
“ผมจะบอกรายละเอียดของภารกิจก่อน จากนั้นฝั่ายคุณ
ทำการกำหนดราคา ถ้าผมมีเงินมากพอหรือมีสิ่งของมูลค่าเท่า
เทียมแลกเปลี่ยน จะถือว่าการเจรจาเป็นอันเสร็จสิ้น แต่หาก
ไม่ใช่ ผมคงต้องถอนตัวและมองหาคนคุ้มกันรายอื่นแทน”
บุรุษดวงตาดุร้ายไม่กล่าวสิ่งใด เพียงผงกศีรษะเล็กน้อยเป็น
สัญญาณให้ไคลน์เริ่มเล่าเรื่องราว
ชายหนุ่มชำเลืองหางตาไปทางกลุ่มซอมบี้โดยแสร้งทำเป็น
เข้าใจว่า พวกมันทั้งหมดคือสมาชิกวงไพ่ตามปกติ
จากนั้นก็หันกลับมากล่าว
“ก่อนจะเล่าให้ฟัง ช่วยเชิญคนเหล่านี้ออกจากห้องก่อน
ได้ไหม”
“ไม่จำเป็น” บุรุษหน้าขาวตอบเสียงทุ้ม
ไคลน์แสร้งลังเลอีกครู่หนึ่ง ก่อนจะยอมเล่าเรื่องราวแต่โดย
ดี
“ผมบังเอิญทำให้คนใหญ่คนโตผู้มีพลังอำนาจระดับ
อาณาจักรขุ่นเคืองใจเข้า”
เมื่อกล่าวจบ ความเงียบงันปกคลุมห้องแสงสลัวทันที่ บุรุษ
แววตาดุร้ายและแฝงกลิ่นอายความบ้าคลั่งเกิดอาการชะงักงัน
ร่างกายแข็งที่อไม่ต่างจากรูปปันปูนปลาสเตอร์
ผ่านไปราวหนึ่งนาที่ มันตอบกลับด้วยเสียงทุ้มเจือความเย็น
ชา
“ไม่รับภารกิจ เชิญออกไปได้”
‘เห…? ’
ไคลน์อึ้งหลายวินาทีเมื่ออีกฝั่ายเดินกลับไปนั่งเล่นไพ่
ตามปกติ ก่อนจะได้สติในเวลาถัดมาว่าการเจรจาล้มเหลวไม่
เป็นท่า
‘ทำเป็นอวดเก่งเล่นไพ่กับซอมบี้กลุ่มใหญ่ในห้องตาม
ลำพัง… ทำเป็นปล่อยจิตสังหารคุกคามอย่างดุร้ายเยี่ยงคนเก่ง
เสียเต็มประดา… แต่กลับกลัวจนหัวหดเพียงแค่ได้ยินเรื่องราว
จากปากเรา…’
ไคลน์หัวเราะไม่ได้ร่ำไห้ไม่ออก มันรีบพูดเสริมอย่างมี
ความหวัง
“คนใหญ่คนโตไม่ได้มีพลังอำนาจในกรุงเบ็คลันด์มาก
ขนาดนั้น…”
บุรุษกั๊กดำเมินเฉยไคลน์และเริ่มเล่นไพ่กับเหล่าซอมบี้ต่อ
ซากศพแจกไพ่รอบใหม่ จากนั้น มันก้มมองไพ่ตัวเองพลาง
ส่ายศีรษะ ก่อนจะโยนชิปพนันวางไว้บนโต๊ะ
ไคลน์ถอนหายใจกับภาพเหตุการณ์ตรงหน้า มันเปิดประตู
ห้องออกไปพบคาสปาสผู้ยังยืนรอด้านนอกพร้อมกับจมูกขี้เมา
และรอยแผลเป็นน่าหวาดเสียว
“น่าเสียดาย พวกเราตกลงกันไม่ได้”
ไคลน์พูดอย่างผิดหวัง
คาสปาสไม่ประหลาดใจสักเท่าไร เพียงก้มหน้าใช้ความคิด
ก่อนเงยขึ้นมาถาม
“เขาตั้งราคาแพงไปหรือ”
“เปล่า เขามองว่าภารกิจยากเกินไป”
ไคลน์ไม่ปิดบัง คาสปาสขมวดคิ้ว
“มาริคแข็งแกร่งกว่าใครในความทรงจำของฉัน เขาไม่
เกรงกลัวแม้แต่กระสุนปืน ถ้าหมอนี่บอกว่าภารกิจของนายยาก
เกินไป ฉันคงหาใครเก่งกว่านี้มาช่วยไม่ได้แล้ว”
“น่าเสียดาย…”
ไคลน์ถอนหายใจ
คาสปาสกำหมัดขวาทาบหน้าอกซ้าย
“ขอให้พายุสถิตกับนาย!”
‘แบบนั้นคงได้ตายกันพอดี’
ไคลน์อมยิ้มและตอบกลับ
“ขอบคุณมากครับ แต่รบกวนอย่าเพิ่งหยุดถามหาคนคุ้ม
กันให้ผม เผื่อโชคชะตาจะเข้าข้างในสักวัน แม้โอกาสจะริบหรี่ก็
ตาม คุณไม่ต้องกังวลผมจ่ายค่าตอบแทนแน่ แล้วจะกลับมาอีก
ครั้งพรุ่งนี้ตอนดึก”
หลังจากเห็นอีกฝั่ายผงกศีรษะเป็นเชิงบวก ไคลน์เดินออก
จากผับวีรบุรุษด้วยสีหน้าค่อนข้างเศร้าหมอง ไม่คิดผ่อนคลาย
ตัวเองด้วยการเล่นบิลเลียดสักเกมสองเกม
‘เราพูดตรงไปหรือ? ถ้าอธิบายให้ฟังดูอันตรายน้อยลง
มาริคคงยอมทำภารกิจแน่ แต่เขาจะเรียกร้องเงินเป็นจำนวน
เท่าไร? เฮ้อ…เราไม่ใช่คนชอบหลอกลวงผู้อื่นมาร่วมเผชิญ
ปัญหาด้วยกันสักหน่อย ในฐานะผู้วิเศษ ถ้าขัดแย้งกับจิตใจส่วน
ลึกและหลักการของตัวเองบ่อยครั้ง ภาวะคลุ้มคลั่งคงได้มา
เยือนในเร็ววันแน่’
ท่ามกลางห้วงอารมณ์หลากหลายถาโถม ไคลน์ขึ้นรถม้า
หลายทอดกลับมายังถนนมินส์
………
หลังจากอาบน้ำเสร็จ ชายหนุ่มไม่คิดสิ้นเปลืองถ่านฟืน
เพียงตรงเข้าห้องนอนและขึงม่านปิดมิดชิด แบ่งแยกห้อง
ส่วนตัวกับโลกภายนอกอย่างชัดเจน
ระหว่างทางกลับมันตรึกตรองอย่างถี่ถ้วนและมั่นใจว่า ตน
ไม่สามารถขจัดภัยคุกคามจากคนใหญ่คนโตได้ตามลำพัง
‘สำหรับราชทูตนิรนามเปั้าหมายแรกเริ่มของมันคือการ
หาตัวเอียน·ไรท์ให้พบ การส่งเมอซอลมาหาเราก็เพื่อรีด
ข้อมูลเอียนเท่านั้น แต่ในเมื่อเราไม่ยอมร่วมมือ ทางลัดแบบหวัง
ผลชัดเจนคงหนีไม่พ้นการฆ่าเราและประกอบพิธีกรรมสื่อ
วิญญาณถาม ถ้าเราหาวิธีแจ้งให้ราชทูตทราบว่า ตัวเราเองก็ไม่
ทราบแหล่งกบดานของเอียนเหมือนกัน มันคงยอมรามือและไม่
ยุ่งกับนักสืบนิรนาม เนื่องจากยังมีคนของกองทัพคอยเฝั้าจับตา
มองอย่างใกล้ชิด ไม่คุ้มกับการเสี่ยงก่อคดีอย่างโจ่งแจ้ง แต่
ประเด็นคือ เพราะความแข็งแกร่งของเราเหนือจินตนาการพวก
มัน แผนการจึงถูกเปิดโปงอย่างไม่คาดฝันและกระทบกระเทือน
ต่อภาพรวมอย่างหนัก ถ้าเราเป็นราชทูตคงหาโอกาสล้างแค้น
ให้สาแก่ใจแน่ แต่ยังไม่ใช่ช่วงสองสามวันนี้ เพราะกองทัพกำลัง
จับตาอย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตาม สมมติฐานนี้อยู่ในเงื่อนไขว่า
ราชทูตคนนั้นต้องมีสมอง มิใช่คนมุทะเลผู้ไต่เต้ามาถึงตำแหน่ง
สูง ด้วยสายสัมพันธ์พวกพ้องและการเลียแข้งขาเพียงอย่างเดียว
แต่คนใจร้อนไม่มีทางได้รับตำแหน่งสำคัญอย่างทูตอาณาจักร
แน่ อย่างน้อยก็ต้องสุขุม ในอีกความหมายหนึ่ง ต้นตอของ
ปัญหาปัจจุบันคือแหล่งกบดานของเอียน! หืม…ยังมีโอกาส
เป็นไปได้ทางอื่น ตัวอย่างเช่น ราชทูตอาจเปิดเผยกับกองทัพว่า
เมอซอลเป็นผู้วิเศษ นั่นจะทำให้ฝีมือของเราน่าสงสัยทันที่
กองทัพจะเคลือบแคลงว่าเราโกหก และความซวยก็จะตกอยู่กับ
เราแทน แถมสมมติฐานนี้ยังทำได้ไม่ยาก ขอแค่มีสินบนติดไม้
ติดมือให้กองทัพก็พอ คงต้องระวังตัวให้มากขึ้น’
หลังจากไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วน ไคลน์เกิดความรู้สึกอยากฆ่า
ราชทูตบัดซบนั่นให้ตายคามือ แต่เมื่อประเมินว่าเปั้าหมายมี
ผู้วิเศษแข็งแกร่งอารักขารอบตัว ชายหนุ่มทำได้เพียงถอน
หายใจอย่างหดหู่
‘ว่าแต่ ผู้ส่งสารของมิสเตอร์อะซิกจะทำตามคำสั่งเรา
ไหม…คงไม่กระมัง หรือเราควรเล่นไม้แข็งกับราชทูตด้วยการ
จ้างคนไปเก็บมัน? ในเมื่อมันเป็นฝั่ายเริ่มส่งคนมาลอบสังหาร
ก่อน เราคงไม่รู้สึกผิดสักเท่าไรหากมันตายไป ใช่แล้วต้องมอบ
ภารกิจให้ชุมนุมทาโรต์ บางทีมิสจัสติสหรือแฮงแมนอาจมี
ทางออก เงินก้อนโตอาจล่อตาล่อใจให้มิสเตอร์ A หรือผู้วิเศษ
แข็งแกร่งคนอื่นยอมรับงานนี้’
เมื่อนึกถึงชุมนุมทาโรต์ ไคลน์ผุดแนวคิดใหม่ได้หลากหลาย
ขณะตระหนักว่าตัวเองมีโอกาสรอดมากขึ้น สมองเริ่ม
ประมวลผลอย่างสุขุมนุ่มนวล ปากกาและกระดาษถูกหยิบ
ขึ้นมาเขียนประโยคทำนาย
“แหล่งกบดานของเอียน”
หลังจากตรวจสอบจนมั่นใจว่าห้องนอนของตนไม่มีผู้วิเศษ
แอบแฝง ไคลน์สำรวจผ้าม่านปิดกระจกอย่างละเอียดอีกครั้ง
เพื่อไม่ให้มีสายตาจากภายนอกเล็ดลอดเข้ามา
จากนั้น มันจินตนาการถึงรูปลักษณ์ของเอียนพลางอ่าน
ประโยคทำนายในมือ ต่อด้วยการสะกดจิตตัวเองและเอนหลัง
พิงเก้าอี้
เพียงไม่นาน จิตไคลน์ถูกส่งเข้าภวังค์ฝัน
ฉากตรงหน้าเป็นห้องมืดขนาดเล็กมากแถมยังแออัดสุดขีด
ภายในห้องมีเตียงสองชั้นและคนสี่คนกำลังนอนเรียงบนพื้น
ส่วนเอียนขดตัวบนเตียงชั้นบน แม้ยามหลับสนิทก็ยังสะพาย
กระเปั๋าใบเก่าเอาไว้
ความฝันจบลงแค่นี้ ไคลน์ลืมตาขึ้นพลางตีความผลลัพธ์การ
ทำนาย
หอพักประเภทดังกล่าวตั้งอยู่ในสองย่าน คือเขตตะวันออก
และเขตสะพานเบ็คลันด์ แต่สองจุดดังกล่าวมีอาณาเขต
กว้างไกลเหนือพรรณนา
‘ต่อให้นำตำรวจทั้งเบ็คลันด์มาช่วยกันค้นหาก็ใช่ว่าจะ
เจอ…เอียนระวังตัวมากจนไม่เหลือทิ้งสิ่งของใดไว้ในบ้านเรา
ไม่อย่างนั้นคงใช้เทคนิคแท่งวิญญาณตามหาได้’
หลังจากใช้ความคิดหลายนาที่ ไคลน์ตัดสินใจหยิบปากกา
เขียนต่อท้ายประโยคทำนายล่าสุดของตัวเอง
เป็นข้ออ้าง มีใจความว่า :
“ผมไม่ทราบพิกัดของเอียน·ไรท์ ผมไม่ได้พบเขาอีก
เลยนับตั้งแต่เจอศพเซอเรียล”
กระดาษแผ่นดังกล่าวถูกวางไว้บนโต๊ะโดยใช้ปากกาหมึกซึม
ทับไว้ไม่ให้ปลิว
เมื่อจัดการเสร็จ ไคลน์เดินกลับไปนั่งบนขอบเตียงและ
ทำนายอย่างคร่าวๆ ด้วยเหรียญ
คำถามคือมีใครกำลังแอบมองตนหรือไม่
หลังจากเห็นคำตอบออกมาเป็นเชิงปฏิเสธชายหนุ่มรีบเดิน
ทวนเข็มสี่ก้าวพลางท่องคาถาส่งตัวเองเข้าไปในห้วงมิติเหนือ
หมอกเทา
วิวทิวทัศน์รอบตัวกลายเป็นฉากอันคุ้นเคยอีกครั้ง หากเป็น
มิติแห่งนี้ ไคลน์ไม่ต้องกังวลว่าจะมีใครแอบมอง จึงรีบก้มหน้า
เขียนข้อความแบบเดิมและเริ่มลงมือทำนาย
“มีใครแอบจับตามองเราในโลกจริง”
……..
คำตอบออกมาเป็นเชิงปฏิเสธเช่นเดิม มันจึงระงับอาการ
กระวนกระวายภายในสมอง
ทันใดนั้นมุมสายตาเหลือบเห็นดาวแดงดวงล่าสุดกำลัง
เปล่งแสงสีทองอร่ามประหนึ่งดวงตะวัน
“นี่คือต้นกำเนิดความอบอุ่นเมื่อคืนก่อน?”
ไคลน์เหยียดแขนออกไป มันแผ่พลังวิญญาณสัมผัสดาวแดง
อย่างระมัดระวังเพื่อตอบกลับอีกฝั่าย
ฉากเคลื่อนไหวพร่ามัวถูกฉายขึ้นตรงหน้าในลักษณะม่าน
แสงเป็นภาพของสตรีร่างเล็กคนเดิม หนึ่งในเพื่อนของมิสจัสติส
และถูกตนแกล้งดึงเข้ามาในมิติหมอกเทาชั่วขณะ กำลังยืนหน้า
แท่นบูชาพร้อมกับหญิงสาวผมน้ำตาลยาวปลายหยักศก
เล็กน้อย
ฝังตรงข้ามเป็นชายสวมหน้ากากขาวผู้กำลังสวดภาวนาเอ่ย
พระนามเทพสุริยันเจิดจริสเพื่อสร้างแสงสว่างอบอุ่น
‘หล่อนลงทุนจ้างคนมาปัดเปั่าเชียวหรือ’
ไคลน์เกือบหลุดขำ ขณะเดียวกันก็ทราบหลักการทำงาน
ของความอบอุ่นหลังฝั่ามือ
ความอบอุ่นไม่ได้เกิดขึ้นเพราะมีใครบุกรุกห้วงมิติเหนือ
หมอกเทา แต่เหมือนกับคำสวดภาวนาของจัสติสหรือสมาชิกคน
อื่นขณะเอ่ยนามเต็มของเดอะฟูล เมื่อมิติหมอกเทาได้รับ
‘ข้อความ’ จากบุคคลภายนอกจะทำการส่งสัญญาณเตือนไป
ยังร่างจริงของตนแบบอัตโนมัติ
แต่เพราะคราวนี้ไม่ใช่การสวดภาวนาแฝงข้อความเหมือน
ปกติ เป็นพิธีกรรมมอบแสงสว่างอบอุ่น ทางฝังไคลน์ในโลกจริง
จึงไม่ได้ยินเสียงเพรียกชวนปวดหัวเหมือนทุกครั้ง แต่เป็นความ
อบอุ่นอันบริสุทธิ์แทน
‘การแจ้งเตือน…สิ่งนี้คือการแจ้งเตือนเหมือนใน
โซเชียลมีเดียไม่ผิดแน่! แถมยังไม่เป็นอันตรายกับเรา’
ไคลน์สรุปตามประสบการณ์ส่วนตัว
และขณะเดียวกันก็เริ่มมั่นใจว่า กลไกการทำงานของมิติ
เหนือหมอกเทา สิ่งเชื่อมต่อระหว่างตนกับจัสติสและสมาชิกคน
อื่นไม่ได้อยู่นอกเหนือกฎเกณฑ์หรือขีดจำกัดของโลกใบปัจจุบัน
ยังมีหลักการทำงานเหมือนกับพิธีกรรมเวทมนตร์ทั่วไป มี
ข้อจำกัดตามปริมาณพลังวิญญาณ และจะได้ผลลัพธ์ยอดเยี่ยม
หากใช้อย่างถูกวิธี
ไคลน์นั่งรับชมภาพเคลื่อนไหวพร้อมเสียงอย่างต่อเนื่อง มัน
ค่อนข้างประหลาดใจกับความยาวอันผิดวิสัยของ ‘วิดีโอ’
คราวนี้
ตามปกติแล้ว ไคลน์ไม่สามารถแอบส่องดาวแดงของใครได้
ก่อน ต้องรอให้อีกฝั่ายสวดภาวนาถึงเท่านั้น หรือเรียกเป็น
ภาษายุคใหม่ว่าการ ‘ฝากข้อความ’
หากมีใครส่งข้อความมาหามันสามารถแอบส่องพฤติกรรม
ของอีกฝั่ายได้ระยะหนึ่ง แต่ภาพเคลื่อนไหวจะสิ้นสุดลงหลังจาก
อีกฝั่ายจบพิธีกรรม ความยาวของวิดีโอจึงไม่นานนัก
สำหรับปัจจุบัน คล้ายกับตนกำลังรับชมภาพยนตร์เรื่องยาว
แต่ภาพไม่คมชัด ออกแนวรายการ ‘เรียลลิตี้’ มีทั้งเหตุการณ์
สตรีร่างเล็กเข้าไปคุยกับชายสวมหน้ากากทอง ฉากเพื่อนสนิท
เรียกเธอว่า ‘ซิล’ และรายละเอียดปลีกย่อยจำพวก เธอกำลัง
ต้องการวัตถุดิบหลักสำหรับปรุงโอสถเจ้าพนักงาน
ภาพเคลื่อนไหวฉายไปจนกระทั่งสองสาวเดินทางกลับ
หอพักในเบ็คลันด์ แต่น่าเสียดาย ไคลน์จดจำวิวทิวทัศน์รอบข้าง
ไม่ได้ จึงไม่มั่นใจว่าพวกเธอพักอยู่บนถนนเส้นใด
‘กล้องวงจรปิด’ จบลงเท่านี้
แต่ฉากจบของนิมิตพร่ามัวไม่ได้เป็นลักษณะกระจกแตก
เหมือนทุกที่ ดูคล้ายกับแสงสว่างสีทองกำลังกระจัดกระจาย
ไคลน์เริ่มจับจุดได้ว่า เพราะเหตุใดวิดีโอคราวนี้ถึงนานกว่า
ปกตินัก
‘พิธีกรรมปัดเปั่าช่วยให้อุโมงค์วิญญาณของกล้องวงจร
ปิดคงสภาพได้นานกว่าเดิม? สามสิบปอนด์ของมิสซิลช่างคุ้มค่า
เมื่อไรเราจะทำแบบนี้ด้วยพลังของตัวเองได้บ้าง’
ไคลน์ส่ายศีรษะพลางอมยิ้ม ก่อนจะหยิบปากกาและ
กระดาษออกมาเขียนประโยคทำนายถามหาแหล่งกบดานของ
เอียน