ราชันเร้นลับ Lord of the Mysteries - บทที่ 245 ยืนยัน
ณ บ้าน 15 ถนนมินส์ ไคลน์ไม่รีบร้อนส่งตัวเองเข้ามิติเหนือ
หมอกเทาเพื่อทำนายยืนยันผลลัพธ์เกี่ยวกับเพื่อนมาริค มัน
แสร้งทำเป็นไม่มีอะไรเกิดขึ้นด้วยการอ่านหนังสือพิมพ์บังหน้า
ระหว่างนี้ ไคลน์ได้ยินเสียงสวดภาวนาและรับรู้ได้เลือนราง
ว่าเป็นเสียงของสุภาพสตรี
หลังจากสัมผัสประสบการณ์ได้ยินเสียงกระซิบของพระ
ผู้สร้างแท้จริงโดยตรง ราวกับร่างกายเรามีภูมิคุ้มกันต่อเสียง
มากขึ้น…ไคลน์พลิกกระดาษหนังสือพิมพ์ด้วยสีหน้าครุ่นคิด
มันยังคงนั่งบนเก้าอี้อย่างสบายใจ
เพียงไม่นาน เข็มสั้นของนาฬิกาพกชี้บอกเวลาสี่ทุ่มตรง
ชายหนุ่มหยุดการกระทำทั้งหมดและเดินขึ้นไปยังห้องอาบน้ำ
ชั้นสองเพื่อชำระล้างร่างกาย
เมื่อกลับเข้าห้องนอนส่วนตัวและขึงผ้าม่านปิดมิดชิด ไคลน์
ส่งตัวเองเข้ามิติเหนือสายหมอกเทาอย่างชำนาญ ภาพแรกคือ
ดาวแดงเข้มตัวแทน ‘จัสติส’ กำลังยุบพองโดยมีเสียงสวด
ภาวนาดังเล็ดลอดอย่างเลือนราง
ชายหนุ่มแผ่พลังวิญญาณเข้าไปสัมผัส เกิดเป็นภาพของเด็ก
สาว ‘จัสติส’ สวมชุดนอนผ้าไหมสีขาวสบายตัว
รูปร่างของเธอพร่ามัวเฉกเช่นทุกครั้ง อากัปกิริยาปัจจุบัน
คล้ายกำลังนอนบนเตียง
หลังจากเอ่ยนามอันศักดิ์สิทธิ์จบ ออเดรย์พูดเข้าประเด็น
ทันที่
“ราชทูตเบเคอร์ลันคือนักวางแผน ลำดับหก ของเส้นทาง
นักล่า หนึ่งในลูกน้องของมันต้องสงสัยว่าจะเป็นลำดับห้า…
หลังจากได้รับข้อมูลดังกล่าว ดิฉันทำการประสานงานให้ใคร
บางคนติดต่อมิสเตอร์ A…ทางนั้นยอมรับภารกิจ แต่มีเงื่อนไขว่า
ต้องจ่ายเป็นเงิน หนึ่งหมื่นปอนด์ หรือไม่ก็หนึ่งในสูตรผลิต
ระหว่าง ผู้เจิดจรัส ผู้สังเวยภัยพิบัติ ผู้หยั่งรู้ และจอมบงการ
โดยไม่จำเป็นต้องสมบูรณ์ ขอเพียงบางส่วนเป็นอันใช้ได้ ดิฉัน
เลือกอย่างหลังและจ่ายเงินล่วงหน้าไปก่อน สองพันปอนด์ การ
ตัดสินใจของดิฉันถูกต้องหรือไม่คะ ท่านมิสเตอร์ฟูล”
หนึ่งหมื่นปอนด์…มุมปากไคลน์กระตุกเล็กน้อย ก่อนจะ
ฝืนระงับอารมณ์ให้จดจ่ออยู่กับหัวข้อสนทนา
บางที่ ลูกน้องลำดับห้า ของเบเคอร์ลันอาจอยู่ในเส้นทาง
ทำนายและเคยบุกรุกห้องนอนของเรา…
กฎพื้นฐานของการเอาตัวรอด ต้องประเมินศัตรูให้มี
ระดับสูงกว่าความเป็นจริงเสมอ…
มิสเตอร์ A จะทำสำเร็จจริงหรือ? ไม่ใช่ว่ารับเงินแล้วเผ่นหนี
ไปหรอกนะ…
ผู้สังเวยภัยพิบัติ ผู้หยั่งรู้ จอมบงการ และผู้เจิดจรัส ทั้งหมด
อาจเป็นชื่อของโอสถลำดับสี่ เส้นกั้นแบ่งระหว่างมนุษย์และครึ่ง
เทพ…
ดูเหมือนมิสเตอร์ A จะมีตำแหน่งเป็นหนึ่งใน ยี่สิบสอง ‘ผู้
ส่งสาร’ แห่งชุมนุมแสงเหนือ และการถูกมอบหมายให้
ประจำการในเบ็คลันด์ มหานครแห่งหมู่เมือง ย่อมหมายความ
ว่ามันเป็นรองเพียง ห้า นักบุญของชุมนุมแสงเหนือเท่านั้น บาง
ทีอาจเป็นหัวหน้าของ ‘ผู้ส่งสาร’ ทั้ง ยี่สิบสอง คนทั่ว
โลก…
ชุมนุมแสงเหนือครอบครองเส้นทาง ‘ผู้วิงวอนความลับ’
อย่างสมบูรณ์ กล่าวกันว่าเป็นเส้นทางมุ่งตรงไปสู่พระผู้สร้าง
แท้จริง และด้วยฐานะหนึ่งในผู้ส่งสาร มิสเตอร์ A น่าจะอยู่บน
เส้นทางผู้วิงวอนความลับด้วยเช่นกัน ยิ่งไปกว่านั้น หาก
พิจารณาถึงความสำคัญของเมืองเบ็คลันด์ บางทีมิสเตอร์ Aอาจ
เป็นถึงลำดับห้า ‘คนเลี้ยงแกะ’ เลยทีเดียว หรืออย่างน้อยก็
ต้องลำดับหก ‘นักบวชกุหลาบ’ แต่ทดแทนด้วยสติปัญญา
เฉียบแหลมรวมถึงเครือข่ายข้อมูลมหาศาลในมือ
เราต้องตักเตือนมิให้มิสจัสติสติดก่อกับมิสเตอร์ A มากนัก
เพราะเส้นทางผู้วิงวอนความลับล้วนเป็นพวกกึ่งเสียสติทั้งหมด
หากไม่แสดงออกก็คงเก็บซ่อนไว้ภายใน แทบไม่มีข้อยกเว้นใน
หมู่พวกมัน…เหตุผลรองรับก็คือ ลำดับแปด ผู้สดับ มีพลังใน
การได้ยินเสียงกระซิบของพระผู้สร้างแท้จริงโดยตรง
ใช่แล้ว มีเพียงพวกเสียสติเท่านั้น ถึงกล้ารับภารกิจอันตราย
อย่างการลอบสังหารราชทูต แถมยังมั่นใจว่าตัวเองจะทำ
สำเร็จ…
เรามีสูตรผลิตผู้เจิดจรัสอยู่ในมือ ถึงจะไม่สมบูรณ์ แต่ก็มี
รายละเอียดพิธีกรรมเขียนไว้บางส่วน สิ่งนี้สามารถช่วย
ประหยัดเงินของจัสติสได้ หนึ่งหมื่นปอนด์…
แล้วเหตุใดมิสเตอร์ A ถึงต้องการสูตรผลิตอย่างใดอย่าง
หนึ่งระหว่าง ผู้เจิดจรัส ผู้สังเวยภัยพิบัติ ผู้หยั่งรู้ และจอมบง
การ? อย่าบอกนะว่า เส้นทางเหล่านี้สามารถ ‘สลับ’ กับ
เส้นทางผู้วิงวอนความลับได้ทั้งหมด? ไม่มากไปหน่อยหรือ หาก
รวมเส้นทางปรกติเข้าไปด้วย ทั้งหมดจะมีถึง ห้า เส้นทางเลย
ทีเดียว…
‘ผู้เจิดจรัส’ เป็นของเส้นทางเทพสุริยันเจิดจรัส
แน่นอน เราได้รับสูตรมาจากการจ้องมองเทพโดยตรง ส่วน ‘ผู้
สังเวยภัยพิบัติ’ ฟังดูเหมือนจะเป็นของเทพวายุสลาตัน
หรือไม่ก็เทพธิดารัตติกาล…แต่เราเคยตั้งสมมติฐานว่า สุริยัน
เจิดจรัส วายุสลาตัน และปัญญาความรู้ เป็นอริกันอย่างรุนแรง
เพราะเส้นทางของพวกมันสามารถ ‘สลับ’ กันได้ หากอ้างอิง
ตามทฤษฎีดังกล่าว ‘ผู้สังเวยภัยพิบัติ’ คงเป็นของเทพวายุ
สลาตัน ส่วน ‘ผู้หยั่งรู้’ เป็นของเทพปัญญาความรู้…
ถ้าอย่างนั้น แล้ว ‘จอมบงการ’ เป็นของเส้นทางใด?
ไม่น่าเชื่อว่าเส้นทางเหล่านี้สามารถสลับกับเส้นทางชั่วร้าย
อย่างพระผู้สร้างแท้จริง…
ชิ…เราไม่ควรมอบสูตรผู้เจิดจรัสให้มิสเตอร์ A โดย
เด็ดขาด! แค่บางส่วนก็ไม่ได้! สมาชิกชุมนุมแสงเหนือล้วนเป็น
พวกเสียสติ มักหาโอกาสสร้างความฉิบหายให้โลกอยู่เสมอ เรา
ไม่ควรหยิบยื่นสิ่งของมีประโยชน์ มิฉะนั้นจะกลายมาเป็นดาบ
ทิ่มแทงตัวเองในภายหลัง…เราไม่ได้ทำไปเพราะฝักใฝั่ศีลธรรม
อันดี แต่ทั้งหมดเพื่อประโยชน์และความปลอดภัยของตัวเอง
ทั้งสิ้น หากวันใดอารมณ์ด้านลบภายในเมืองเบ็คลันด์เกิดสุก
งอมขึ้นมาอีก พวกวิกลจริตอย่างชุมนุมแสงเหนือคงเริ่มลงมือ
ประกอบพิธีกรรมสร้างความฉิบหายใหญ่หลวงเหมือนใน
อดีต…
คงต้องให้มิสจัสติสจ่ายด้วยเงินสด หนึ่งหมื่นปอนด์ตามเดิม
หากจำไม่ผิด เธอยังติดค้างส่วนแบ่งค่าหัวคีลิงเกอร์อีก ห้าพัน
ปอนด์ สำหรับอีก ห้าพันปอนด์คงต้องขาย ‘ความรู้’
ชดเชย…ไคลน์นั่งเกาแก้มพลางครุ่นคิด
มันไม่ตอบกลับจัสติสทันที่ เพียงเสกกระดาษและปากกา
สำหรับทำนายขึ้นมา
ไคลน์ไม่เคยรู้จักเพื่อนมาริคมาก่อน ทราบเพียงว่าเป็นสตรี
เพราะมาริคใช้สรรพนามเรียกว่า ‘เธอ’ อย่างชัดเจน ดังนั้น
โอกาสทำนายล้มเหลวจึงมีสูง หากซักถามไปตามตรงว่า ‘เรา
สามารถเชื่อใจเธอได้หรือไม่’
แต่ผลลัพธ์จะออกมาตรงกันข้ามถ้าไคลน์เลือกถามถึงความ
ปลอดภัยของตัวเอง!
ส่วนผลการทำนายจะถูกบิดเบือนหรือไม่ ชายหนุ่มไม่กังวล
เลยสักนิด ทั้งหมดต้องขอบคุณความพิเศษของห้วงมิติสาย
หมอก ถึงการทำนายจะล้มเหลวในบางครั้ง แต่ก็ไม่เคยถูก
บิดเบือนผลลัพธ์แม้แต่หนเดียว
หลังจากไตร่ตรองนานกว่าสิบวินาที่ ไคลน์ตัดสินใจเขียน :
“การจ้างเพื่อนของมาริคให้เป็นคนคุ้มกันนานสามวันมี
ความเสี่ยง”
มันวางปากกาลงและปลดโซ่เงิน ตามด้วยการเพ่งสมาธิ
ทำนายด้วยลูกตุ้มวิญญาณ
เมื่อลืมตาขึ้น ไคลน์เห็นจี้บุษราคัมหมุนตามเข็มนาฬิกา แต่
เป็นความเร็วไม่มากและตีวงค่อนข้างแคบ
มีความเสี่ยงอยู่บ้าง แต่น้อยมาก…หมายความว่าเชื่อถือ
ได้…ไคลน์ผงกศีรษะแผ่วเบาพลางเขียนข้อความทำนายถึง
มิสเตอร์ A บ้าง
กรณีนี้ก็ไม่ต่างกันนัก ชายหนุ่มไม่เคยพบหน้ามิสเตอร์ A มา
ก่อน ข้อมูลมีเพียงคำบอกเล่าและการวิเคราะห์ต่อยอดเอาเอง
หากทำนายว่าอีกฝั่ายแข็งแกร่งพอจะทำภารกิจลุล่วงหรือไม่
ไคลน์เกรงว่าจะไม่ได้รับคำตอบ จึงต้องทำนายแบบย้อนกลับ
แทน
ในฐานะ ‘นักทำนาย’ มากประสบการณ์ ไคลน์ทราบ
ทันทีว่าเปั้าหมายการทำนายของตนคือสิ่งใด มันต้องพุ่งเข้าหา
ราชทูตเบเคอร์ลันโดยตรง!
ราชทูตมีความเกี่ยวข้องกับตนในหลายด้าน แถมไคลน์ยังมี
ข้อมูลในมือค่อนข้างมาก มันทราบดีว่าอีกฝั่ายเป็นใคร ชื่อเต็ม
คืออะไร รวมถึงการงานและรูปลักษณ์ ทราบแม้กระทั่งลำดับ
และชื่อโอสถ เบเคอร์ลันจึงถือเป็นเปั้าหมายเหมาะสมสำหรับ
ทำนายถึง
หลังจากก้มหน้าครุ่นคิด ไคลน์เขียน :
“ชีวิตของเบเคอร์ลัน·ฌอง·มาตินจะถูกคุกคามด้วย
ฝีมือของมิสเตอร์ A”
เพื่อไม่ให้การทำนายล้มเหลว ไคลน์พยายามถามให้กว้าง
เข้าไว้ และไม่ต้องการคำตอบชัดเจนมากนัก
ในคราวนี้ ชายหนุ่มเห็นลูกตุ้มวิญญาณหมุนตามเข็มเช่นเคย
แต่ด้วยความเร็วและการแกว่งเป็นวงกว้างมากขึ้นทุกขณะ
หมายความว่ามิสเตอร์ A จะลงมือตามแผนโดยไม่เชิดเงิน
หนี แถมโอกาสสำเร็จยังสูงมากด้วย…ไคลน์ถอนหายใจแผ่ว
พลางตอบกลับคำสวดภาวนาของจัสติส
“ตกลงตามนั้น การตัดสินใจของเจ้าถูกต้องทุกประการ
แต่ห้ามเปิดเผยตัวตนโดยเด็ดขาด อีกหนึ่งเรื่อง ผู้รับใช้ของเรา
ปรารถนาเงินจำนวน หนึ่งพันปอนด์สำหรับทำภารกิจ ใช้วิธีส่ง
มอบแบบเดิม รบกวนเจ้าจัดการให้เสร็จภายในวันพรุ่งนี้ นำเงิน
จำนวนดังกล่าวไปหักลบกับสูตรโอสถลำดับแปด ผู้ภาวนาแห่ง
แสงของเรา และเจ้าไม่จำเป็นต้องสืบข้อมูลลัทธิเร้นลับแล้ว แต่
ถ้าบังเอิญได้รับข้อมูลเพิ่มเติมในภายหลัง เรายินดีแลกเปลี่ยน
อย่างเหมาะสมด้วยสิ่งอื่น”
หลังจากทราบว่าผู้บุกรุกบ้านตนอยู่ในเส้นทางนักทำนาย
ข้อมูลของลัทธิเร้นลับจึงไม่สำคัญเท่าเมื่อก่อน
ว่ากันตามตรง ไคลน์อยากเรียกร้องเงินจากจัสติสมากกว่า
หนึ่งพันปอนด์ แต่เมื่อประเมินว่าเธอต้องจ่ายค่าจ้างลอบสังหาร
ราชทูตเป็นจำนวน หนึ่งหมื่นปอนด์ ชายหนุ่มเกรงว่าสภาพ
คล่องทางการเงินของอีกฝั่ายอาจเกิดปัญหา จึงเรียกร้องเพียง
หนึ่งพันปอนด์ถ้วนตามจำนวนขั้นต่ำ
เมื่อจัดการเรียบร้อย ไคลน์ไม่คิดนั่งแช่บนห้วงมิติเหนือ
หมอกเทานานนัก มันรีบกลับโลกความจริงทันที่
…
ออเดรย์กำลังถือกระดาษโน้ตเพลงพลางใช้ปากฮัมทำนอง
อย่างไพเราะ จันทร์แดงเข้มส่องแสงสลัวลอดผ่านหน้าต่างเข้า
มาในห้อง
ทันใดนั้น ม่านหมอกสีเทาพลันปรากฏในการมองเห็น
บุคคลผู้หนึ่งกำลังนั่งบนเก้าอี้โบราณเด่นตระหง่าน กำลังจ้อง
มองลงมาพร้อมกับขยับปากกล่าวเสียงค่อย
เมื่อได้ยินคำตอบจากมิสเตอร์ฟูล ออเดรย์เผยสีหน้าโล่งใจ
สุดขีด ไม่ปรากฏเศษเสี้ยวความกังวลแม้แต่น้อย
หนึ่งพันปอนด์…เราใกล้ชำระหนี้ของท่านมิสเตอร์ฟูล
หมดแล้ว…ค่อยยังชั่ว! ออเดรย์ดึงโน้ตเพลงเข้ามาสวมกอด
อย่างมีความสุข บนใบหน้ากำลังเผยลักยิ้มทรงเสน่ห์
แม้ว่าเด็กสาวจะใช้เงินได้เพียงเดือนละหนึ่งพันปอนด์ในอีก
สี่ถึงห้าเดือนถัดไป แต่เธอก็ยินดีกัดฟันเจียดเงินเพิ่มอีก หนึ่งพัน
ปอนด์มอบให้ผู้รับใช้ของมิสเตอร์ฟูล และยอมแบกรับความขัด
สนทางการเงินเอาไว้เอง
คงต้องยืมกายลินมากกว่านี้ และยืดระยะเวลาการผ่อน
ออกไป…ออเดรย์มีความเข้าใจในเศรษฐศาสตร์อย่างแตกฉาน
แต่ก็ไม่น่าแปลกใจสักเท่าไร เมื่อคำนึงว่าบิดาของเธอคือหนึ่งใน
ผู้ทรงอิทธิพลทางการเงินของอาณาจักรโลเอ็น
…
เที่ยงตรงวันพฤหัสบดี ไคลน์ได้ยินเสียงมายาของการสวด
ภาวนาอีกครั้ง เป็นการยืนยันจากจัสติส ว่าเธอได้ฝากเงินใส่
บัญชีลับของตนเรียบร้อยแล้ว
ธุรกรรมทางการเงินภายในกรุงเบ็คลันด์ ไม่ว่าจะเป็นชำระ
หนี้หรือฝากเงิน จะสัมฤทธิผลภายในหนึ่งวันทำการ สิ่งนี้
หมายถึง ตั้งแต่วันศุกร์เป็นต้นไป ไคลน์จะเริ่มถอนเงินออกจาก
บัญชีลับธนาคารเบ็คลันด์สาขาในใดเมืองก็ได้
หลังเสร็จอาหารเที่ยง ไคลน์นัดพบมาดามแมรี·เกเลอร์
เพื่อให้เธอพาไปยังด้านนอกของสโมสรครักซ์ เมื่อไปถึง มี
สมาชิกสองคนยืนรออยู่ก่อนแล้ว
คนหนึ่งคือศัลยแพทย์ชื่อดัง อลัน·คริสต์ ส่วนอีกคนเป็น
ครูสอนขี่ม้าของแวดวงชั้นสูง ทาลิม·ดูมงต์
หลังจากกล่าวคำทักทายเล็กน้อย นายแพทย์รูปร่างสูงโปร่ง
แต่ค่อนข้างผอม บรรยากาศรอบตัวเย็นชา สวมแว่นตากรอบ
ทอง เร่งฝีเท้าเดินกลับเข้าไปในสโมสรครักซ์โดยไม่พูดจา ปล่อย
ให้ครูสอนขี่ม้าผมสีน้ำตาลสั้นหยักศก เดินนำทางไคลน์เข้าไป
ด้านในพลางอมยิ้ม
“หากแมรีไม่แนะนำให้รู้จัก ผมคงไม่ทราบมาก่อน ว่ากรุง
เบ็คลันด์มีนักสืบเอกชนชื่อเสียงโด่งดังเช่นคุณอยู่ด้วย หากผมมี
คดีความต้องการว่าจ้างในอนาคต ขอสัญญาว่าจะมาหาคุณเป็น
ลำดับแรก”
“ขอบคุณล่วงหน้าครับ” ไคลน์ยิ้มตอบ
คำบอกเล่าของแมรีระหว่างทางช่วยให้ชายหนุ่มทราบว่า ปูั่
ของทาลิมเป็นถึงขุนนางใหญ่ระดับไวเคาต์ แต่เนื่องจากใช้จ่าย
อย่างสุรุ่ยสุร่ายสวนทางกับรายรับ แถมบิดาของทาลิมยังมี
พี่ชายร่วมสายเลือดกว่าสิบคน และพี่สาวอีกหกคน ภายใต้
สังคมทุนนิยม ตำแหน่งขุนนางจะถูกประเมินค่าตามดินแดนใน
ครอบครอง ดังนั้นมรดกตกทอดถึงบิดาของทาลิมจึงน้อยนิด แม้
จะเป็นตำแหน่งขุนนางแบบสืบทอดสายเลือด แต่สามารถถูก
ถอดถอนบรรดาศักดิ์ได้หากร่ำรวยไม่มากพอ สิ่งนี้ขึ้นอยู่กับ
อารมณ์ของกษัตริย์ในเวลานั้น
ไม่เหมือนกับทายาทขุนนางคนอื่น ทาลิมไม่ได้รับเงินก้อนโต
เมื่อกลายเป็นผู้ใหญ่ และยิ่งเมื่อมีชื่อเสียงของคุณปูั่คอยค้ำคอ
จึงไม่มีทางลดตัวไปทำงานข้าราชการระดับต่ำหรือคนรับใช้
ตระกูลขุนนางอื่น ดังนั้น ทาลิมจึงตัดสินใจเป็นครูสอนขี่ม้า
สำหรับชนชั้นสูงและทำเงินได้ค่อนข้างน่าพึงพอใจ รายรับต่อปี
ตกอยู่ราวสี่ร้อยปอนด์
“เฮ่อ…การหย่าร้างไม่เคยลงเอยด้วยดี” ไคลน์ไม่
ทราบว่าทาลิมกำลังหมายถึงแมรี หรือหมายถึงปูั่ของตัวเองกัน
แน่
เมื่อไม่สามารถสานต่อบทสนทนา ไคลน์จึงทำเพียงเดินตาม
อีกฝั่ายเข้าไปในสโมสรครักซ์อย่างเงียบงัน จนกระทั่งได้พบกับ
ห้องโถงใหญ่สุดอลังการและสว่างไสวตรงหน้า