ราชันเร้นลับ Lord of the Mysteries - บทที่ 250 รนหาที่ตายเก่ง
“เข้าใจแล้วครับ” ไคลน์ผงกศีรษะ
จ่าฟาซินกล่าวพลางนำมือลูบไล้เส้นผม
“แล้วก็…ทางเรามีแผนช่วยเหลือคุณ ผมจะอธิบายให้
ฟังอย่างละเอียด แล้วคุณค่อยตัดสินใจเอาเอง”
ฟาซินมองเข้าไปในห้องนั่งเล่น
ไคลน์ผายมือเชื้อเชิญ มันยืนมองจ่าตำรวจฟาซีนปิดประตู
บ้านและเดินไปนั่งบนเก้าอี้นวมภายในห้อง
“แล้วแผนคืออะไรครับ?” ไคลน์ยังคงไม่ถอดโค้ท สองมือ
ล้วงกระเปั๋าไว้เช่นเดิม
ฟาซินเอนตัวมาด้านหน้าพลางประสานมือ
“คุณคงทราบดีอยู่แล้ว พฤติกรรมของคุณทำให้ราชทูตไม่
พอใจ ฉะนั้นคืนนี้และคืนพรุ่งนี้คือช่วงเวลาอันตรายอย่างมาก
เบื้องบนมีทางเลือกให้คุณสามข้อ ประการแรก ย้ายไปหลบอยู่
ในวิหารวายุศักดิ์สิทธิ์ชั่วคราว ทางเราทราบดีว่าคุณเป็นสาวก
โบสถ์จักรกลไอน้ำ แต่วิหารฮิลลันอยู่ไกลเกินไป ระหว่างทาง
อาจเกิดอันตรายได้”
ไคลน์พยักหน้ารับแผ่วเบาพร้อมกับรอฟังทางเลือกถัดไป
จากจ่าตำรวจ
ทันใดนั้น ภาพการมองเห็นของชายหนุ่มพลันเลือนราง หัว
สมองเริ่มเชื่องช้า มันเกิดความรู้สึกราวกับรอบตัวถูกล้อมไว้ด้วย
ชั้นกระจกล่องหน
ริมฝีปากจ่าฟาซินขยับขึ้นลงอย่างเอื่อยเฉื่อยผิดธรรมชาติ
สมองไคลน์กำลังประมวลผลในความเร็วถดถอย
เป็นความรู้สึกอันคุ้นเคย มันไม่มีวันลืมเลือนช่วงเวลาขณะ
ขนย้ายสมบัติวิเศษ 2-049 เพื่อตามหารีเอล·บีเบอร์!
ย้อนกลับไปตอนนั้น ไคลน์ถูกเล่นงานบนห้องโดยสารรถม้า
ระหว่างทางหลายหน แต่จะมีคนช่วยผลัดกันปลุกเสมอ ไม่ว่าจะ
เป็นหัวหน้าหรือเลียวนาร์ด และเพื่อให้พบความผิดปรกติของ
พวกพ้องได้เร็ว ทุกคนต้องทำท่ายืดหดแขนตลอดเวลา
ตระกูลอันทีโกสนัสครอบครองเส้นทางนักทำนาย…ศัตรู
ตรงหน้ากำลังใช้พลังเดียวกับหุ่นกระบอกของตระกูลอันที
โกนัส…หมายความว่ามันคือผู้วิเศษลำดับกลางของเส้นทางนัก
ทำนาย…เป็นไปตามคาด…ไคลน์ยังคงประมวลผลอย่างใจ
เย็น แต่เริ่มกระวนกระวายเล็กน้อยเพราะไม่มีดันน์·สมิทช่วย
ปลุกเหมือนอดีต
กล้ามเนื้อบนใบหน้าจ่าฟาซินเริ่มยุบพองอย่างน่าขนลุก รูป
โฉมของมันเปลียนเป็นสุภาพบุรุษผมสีดำดวงตาสีฟั้า ใบหน้า
ค่อนข้างหล่อเหล่า มีรอยหนวดปรากฏเจือจางคล้ายเพิ่งโกน
ฟาซินกล่าวพลางอมยิ้ม
“ช่วยอยู่นิ่งๆ ไปก่อน เชื่อฉันเถอะ พลังนี้รับมือได้ยาก
มากโดยเฉพาะผู้วิเศษลำดับต่ำ”
ขณะฟาซินกล่าว มุมสายตาไคลน์เหลือบเห็นสตรีสวมเดรส
สีดำหรูหราปรากฏกายบนบานกระจกมุขหน้าต่างข้างประตู
เธอเดินออกจากบานหน้าต่างอย่างเชื่องช้าและเยือกเย็น
ด้วยองค์ประกอบทุกส่วนไม่ว่าจะเป็นเส้นผมสีทองเกล้ามวยสูง
ใบหน้างดงามเหนือพรรณนา รวมถึงผิวพรรณขาวนวลราวกับ
หยกหิมะ สตรีผู้นี้มอบความรู้สึกคล้ายคลึงตุ๊กตามากกว่ามนุษย์
ตัวจริง
“คิดไม่ถึงว่าแกจะมีปัญญาจ้างคนคุ้มกันแข็งแกร่งมาได้
หากไม่เพราะผลการทำนายล่วงหน้าช่วยตักเตือน ปั่านนี้ฉันคง
ถูกฆ่าโดยไม่ทันตั้งตัวไปแล้ว…จ่ายไปเท่าไรกัน? แต่ช่าง
เถอะ…ขอแนะนำตัว ฉันคือโรซาโก้” โรซาโก้ไม่มองไปทาง
อื่นขณะพล่ามน้ำท่วมทุ่ง สายตามันจับจ้องไคลน์พลางส่งยิ้ม แต่
มิได้คาดหวังว่าอีกฝั่ายจะตอบกลับมา
ทันใดนั้น มันพลันตระหนักว่ามีสายลมเย็นเฉียบกำลัง
ไหลเวียนรอบลำคอ โรซาโก้เกิดอาการขนลุกไปทุกส่วนของ
ร่างกาย
ราวกับมีใครบางคนกำลังล่องหนและหายใจรดต้นคอมันอยู่!
โรซาโก้แสยะยิ้มชั่วร้ายพร้อมกับยกมือซ้ายขึ้นมาดีดนิ้ว
เปั๊าะ!
เปลวเพลิงลึกลับลุกโชนออกจากแผ่นหลังของมัน ส่งผลให้
ร่างล่องหนถูกไฟคลอกจนกลายเป็นซากเถ้าถ่านในพริบตา
ในสายตาไคลน์ เหตุการณ์ตรงหน้าเกิดขึ้นอย่างเชื่องช้าราว
กับภาพยนตร์ถูกฉายด้วยความเร็วช้าลงจากปรกติ
ไม่ใช่เพราะศัตรูเคลื่อนไหวได้อืดอาด แต่เป็นเพราะสมอง
ของมันกำลังประมวลผลด้วยความเร็วเทียบเท่าหอยทากคลาน
โรซาโก้ควบคุมเราได้แล้ว…แต่ทำไมถึงไม่ลงมือฆ่าทันที?
หรือจะเป็นพวกวายร้ายชอบพล่ามรอให้พระเอกมาจัดการ?
ไม่ใช่แน่ มันไม่ได้โง่ขนาดนั้น…บทสนทนายืดยาวคงมีความนัย
แฝงอยู่…ไคลน์พยายามวิเคราะห์หาสาเหตุ แต่ความคิดอ่าน
กลับไม่รวดเร็วทันใจปรารถนา
สายตาชายหนุ่มจดจ้องโรซาโก้อย่างไม่กะพริบ หวังเก็บ
รายละเอียดให้มากเข้าไว้
ทันใดนั้น ไคลน์เห็นภาพของหญิงสาวผมทองอ่อน ตาสีฟั้า
เดรสสีดำหรูหรา ปรากฏตัวบนกระจกตาทั้งสองข้างของโรซา
โก้!
ขณะเดียวกัน ชายหนุ่มพบว่าร่างจริงของเธอกำลังยืนอยู่
ด้านหลังโรซาโก้ ใกล้กับมุขหน้าต่างข้างประตูบานเดิม คนคุ้ม
กันสาวสวยกำลังย่างกรายเข้าหาโรซาโก้ด้วยอากัปกิริยา
ตะกุกตะกักและเชื่องช้าประหนึ่งหุ่นกระบอก
มันพยายามควบคุมเธออยู่…ส่วนมิสบอร์ดี้การ์ดขัดขืน
และตอบโต้ในเวลาเดียวกัน…พวกเขากำลังต่อสู้กันอย่างสูสี
ภายในขอบเขตระดับสูงของมิติเร้นลับ…เราต้องทำลายสมดุล
นี้ให้ได้…ไคลน์พยายามเพ่งสมาธิกับยันต์ถ้อยคำกัดกร่อนใน
มือซ้าย ผิวสัมผัสของแผ่นโลหะยังคงเย็นเฉียบ ลื่นไหล และแฝง
กลิ่นอายชั่วร้ายไว้เต็มเปียม
ไคลน์กล่าวขอบคุณตัวเอง ในเรื่องไม่ประมาทและ
เตรียมพร้อมต่อสู้ตลอดเวลา
ในสถานการณ์ปัจจุบัน ทางเดียวในการทำร้ายศัตรูคือต้อง
ทำร้ายตัวเองด้วย! มันกัดฟันรวบรวมพละกำลังเพื่อฝืนเปล่ง
เสียงอย่างยากลำบาก
ประหนึ่งเส้นเสียงไคลน์กำลังเน่าเปือย ลูกกระเดือกของมัน
พยายามขยับเขยื้อนในลักษณะสั่นเทา
ถ้อยคำภาษาเฮอมิสถูกเปล่งอย่างแหบพร่าโดยไล่จากเสียง
ทุ้มไปหาแหลม
“กัดกร่อน!”
ถ้าอยากได้การกัดกร่อนก็ต้องพูดว่ากัดกร่อน! ทันใดนั้น ฝั่า
มือซ้ายไคลน์สัมผัสถึงความรู้สึกถูกกัดกร่อนในเชิงมายา มา
เพียงความเจ็บปวด แต่เนื้อหนังยังคงอยู่ครบถ้วน สิ่งนี้เกิด
พร้อมกับเสียงกระซิบแหบพร่าเข้มข้นแฝงความอึดอัด หากใคร
ได้ยินเข้าโดยไม่มีภูมิคุ้มกัน คงได้เสียสติ ณ จุดนั้นในพริบตา
แน่นอน ไคลน์มีอำนาจต้านทานเสียงบาดแก้วหูมากกว่า
มนุษย์ปรกติ ผลข้างเคียงของยันต์จึงไม่ทำให้แผนการต่อไปต้อง
ชะงัก
ลำพังการถ่ายพลังวิญญาณเพื่อกระตุ้นให้ยันต์ถ้อยคำกัด
กร่อนทำงาน ไม่จำเป็นต้องใช้ทักษะควบคุมร่างกายมากมาย
ขนาดนั้น
ภายในสามวินาที่ เสียงเพรียกของพระผู้สร้างแท้จริงจะถูก
ถ่ายทอดลงมายังโลกกายภาพ พร้อมกับเล่นงานสิ่งมีชีวิตภายใน
รัศมีใกล้เคียงอย่างทารุณ
“สาม!”
ทันใดนั้น เสียงมายาอันชั่วร้ายเจือความโหวกเหวกเริ่มเล็ด
ลอดทะลวงโสตประสาท ชายหนุ่มรู้สึกเย็นเฉียบไปถึงกระดูก
สมองวิงเวียนหมุนเคว้ง เส้นเลือดทั่วร่างยุบพองผิดธรรมชาติ
ยากแก่การรักษาสติไว้ให้มั่นคง
โรซาโก้กำลังยืนห่างจากไคลน์โดยมีเพียงโต๊ะกาแฟกั้นแบ่ง
สีหน้าของมันเริ่มล่องลอยราวกับจิตหลุดกะทันหัน ใบหน้าโรซา
โก้บวมพองอย่างผิดธรรมชาติ ขณะเดียวกัน ภาพหญิงสาวบน
กระจกตาเริ่มคมชัดจนไคลน์มองเห็นทุกรายละเอียด
“สอง!”
หญิงสาวผิวพรรณขาวซีดด้านหลังโรซาโก้ได้รับความ
คล่องตัวคืนมาบางส่วน แต่เธอเองก็มีชะตาต้องขมวดคิ้วด้วยสี
หน้าทุกข์ทรมานโดยมิอาจหลีกหนีอำนาจคุกคามพ้น
ในวินาทีนี้ อาการเฉื่อยชาบนตัวไคลน์ถูกขจัดออกอย่าง
หมดจด สมองกลับมาลื่นไหลและสุขุมเยือกเย็น ข้อต่อตาม
ร่างกายขยับได้อย่างอิสระราวกับเพิ่งถูกหยอดน้ำมันหล่อลื่น
ด้วยภูมิคุ้มกันทางเสียง ไคลน์กัดฟันทนต่อความบ้าคลั่ง
มากมายภายในสมอง แผ่นยันต์ถ้อยคำกัดกร่อนถูกโยนใส่โรซา
โก้ฝังตรงข้ามโต๊ะกาแฟอย่างแม่นยำ
“หนึ่ง!”
ขณะแผ่นโลหะสีดำมันเงาเริ่มละลาย ทางด้านโรซาโก้ได้สติ
คืนมาบางส่วน มันพยายามกระโดดหนีอย่างสุดกำลังเนื่องจาก
สัมผัสถึงอันตรายเหนือจินตนาการ แต่ก็สายเกินไป อิทธิฤทธิ์
ของยันต์ส่งผลให้โรซาโก้ตาบอดสนิทตามด้วยเสียงเพรียกอันชั่ว
ร้ายคอยตามหลอกหลอน แต่หากใครสามารถถอดรหัสเสียงนี้
ได้ มันผู้นั้นจะได้รับพลังมหาศาลเป็นของขวัญ
ไม่มีมนุษย์คนใดสามารถอธิบายเสียงดังกล่าวเป็นคำพูดได้
เส้นเลือดตามลำตัวโรซาโก้เริ่มบวมพองราวกับพร้อมปะทุ
แรงเฉื่อยส่งผลให้ร่างกายโรซาโก้กลิ้งไปด้านข้างเล็กน้อย
ตามด้วยการนอนบิดขดบนพื้นห้องอย่างทุกข์ทรมาน สีหน้าปวด
แปลบแสนสาหัส ผิวหนังเกิดการปริแตกจนเผยให้เห็นเลือดเนื้อ
ชุ่มฉ่ำด้านใน
ในเวลาเดียวกัน ทั้งไคลน์และสตรีผมทองดวงตาสีฟั้า ต่างมิ
อาจหลุดพ้นจากอำนาจคุกคามเข้มข้นของยันต์ พวกมันทรุดลง
ไปนอนตัวงอบนพื้นไม่ต่างจากโรซาโก้ ปากอ้ากว้างพลางส่ง
เสียงโหยหวนในลักษณะสั่นเทา ประหนึ่งถูกสว่านเจาะใส่ขมับ
ทั้งเป็นก็มิปาน
ดวงตาพวกทั้งสามคนถลึงปูดโปนไม่ต่าง เส้นเลือดฝอยสี
แดงผุดขึ้นถ้วนทั่วจนไม่เหลือสีขาวเดิมของเนื้อตา โลหิตเข้มข้น
ไหลซึมจากรูจมูก มุมปาก และหางตา ประสาทสัมผัสทั้งหมด
ถูกทำลายชั่วคราว ไม่มีใครได้เห็นภาพหรือได้ยินเสียงจากโลก
จริงในวินาทีนี้
ผ่านไปหลายลมหายใจ ไคลน์ได้สติเป็นคนแรกเพราะ
ชำนาญกว่า มันกัดฟันฝืนพยุงตัวลุกขึ้น สายตาจ้องมองโรซาโก้
กำลังใช้เล็บฉีกกระชากเสื้อผ้าตัวเอง ทะลุไปถึงผิวหนัง จนเผย
ให้เห็นของเหลวน่าขยะแขยงด้านใน
ราวกับมันกลายเป็นสัตว์ประหลาดในตำนานปรัมปรา
ร่างกายเริ่มมีสีแดงเถือกจากการถลกหนังตัวเองทั้งเป็น โรซาโก้
ยังคงดีดดิ้นทุรนทุรายพลางแหกปากร้องไม่หยุด ถ้าประเมิน
จากสภาพก็คงใกล้คลุ้มคลั่งเต็มที่
ไคลน์ไม่รอให้อีกฝั่ายจัดการตัวเอง เพราะมันไม่มั่นใจว่า โร
ซาโก้จะไม่กลายเป็นสาวกอันซื่อสัตย์ของพระผู้สร้างแท้จริงไป
เสียก่อน ผลลัพธ์ดังกล่าวจะนำพาความฉิบหายใหญ่หลวง
ตามมาภายหลัง
ไคลน์ไม่เชื่อว่าเทพนอกรีตตนนี้จะนำพาสิ่งดีๆ มาให้โลก
มนุษย์
ชายหนุ่มชักปืนออกมาพร้อมกับง้างนกเตรียมยิง ตามด้วย
การเดินอ้อมรอบโต๊ะกาแฟจนกระทั่งเห็นศีรษะของโรซาโก้แจ่ม
ชัด จากนั้นจึงลั่นไกใส่กะบาลอีกฝั่ายด้วยสีหน้าเย็นชา
ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง!
ไคลน์ในโค้ทกระดุมสองแถวยืนเล็งเหยื่ออย่างอำมหิต ก่อน
จะรัวกระสุนออกไปห้านัดรวดโดยไม่สนใจว่าโรซาโก้จะตายไปกี่
รอบ ผลลัพธ์ออกมาตรงตามความตั้งใจ แต่ไคลน์ก็ยังไม่กล้าละ
สายตาออก เพียงเพ่งสมาธิเก็บรายละเอียดเพื่อไม่ให้มีสิ่งใดตก
หล่น ฉากตรงหน้าคือภาพศีรษะของโรซาโก้ระเบิดกระจายยิ่ง
กว่าผลแตงโมถูกรถทับ ของเหลวสีแดง ดำ และขาว กระเซ็น
เปรอะเปือนพื้นห้องหลายจุด
หัวหน้า…ขอบคุณสำหรับตัวอย่าง…ขณะไคลน์กำลัง
หายใจหอบ มันลดปากกระบอกปืนลดลงพร้อมกับเผยรอยยิ้ม
โล่งใจตรงมุมปาก
ศพไร้หัวของโรซาโก้กำลังนอนสั่นกระตุกข้างเก้าอี้นวมอย่าง
ไม่มีทีท่าว่าจะหยุด
ขณะเดียวกัน หญิงสาวในชุดเดรสสีดำสไตล์โกธิกเริ่มหยุด
ส่งเสียงกรีดร้อง เธอหายใจแผ่วเบา ส่องมือพยายาม
ตะเกียกตะกายพยุงตัวลุกยืน สภาพผิวหนังในปัจจุบันเริ่ม
โปร่งใสและเลือนรางยิ่งกว่าตอนแรกมาก
เมื่อเห็นว่าศพโรซาโก้ไม่หยุดกระตุก ไคลน์ไม่รีรอจะใช้ยันต์
ผลิตเองอย่าง ‘ยันต์ปัดเปั่า’
ภายใต้บรรยากาศสุขสงบและเย็นเฉียบ ซากศพของผู้บุกรุก
ถึงคราวหยุดเคลื่อนไหว
ชายหนุ่มฉุกคิดบางสิ่งได้หลังจากเห็นภาพตรงหน้า มันรีบ
นำยันต์อีกหนึ่งชนิดออกมาพร้อมกับเปล่งเสียงค่อยในลำคอ
“แดงฉาน!”
ไคลน์ถ่ายพลังวิญญาณเข้าไปพร้อมกับโยนแผ่นโลหะใส่คน
คุ้มกันของตน หญิงสาวเลอโฉมผู้มีเส้นสีผมทองอ่อนและดวงตา
สีฟั้า
หลังจาก ‘ยันต์หลับใหล’ ทำงาน สตรีผิวพรรณขาวซีด
เริ่มขยับร่างกายเชื่องช้าลงและทิ้งตัวหลับไป
เพื่อให้มั่นใจว่าคนคุ้มกันสาวสวยจะไม่ตื่นขึ้นมากะทันหัน
และรบกวนแผนการขั้นถัดไปของตน ไคลน์ทำการโยนยันต์
หลับใหลซ้ำใส่เธออีกแผ่น
บ้าน 15 ถนนมินส์กลับสู่ความเงียบสงัดและสุขสงบอีกครั้ง
เหตุการณ์คราวนี้ไม่มีสิ่งใดในบ้านถูกทำลาย ปรากฏเพียงคราบ
เปือนบนพื้นห้องและเก้าอี้นวมเล็กน้อย เกิดจากของเหลวในตัว
ศพโรซาโก้กระเซ็นใส่ การต่อสู้เมื่อครู่ถือเป็นมิติระดับสูงของ
ศาสตร์เร้นลับ จึงไม่ส่งผลกระทบต่อโลกภายนอกมากนัก
ขณะยืนสำรวจศพโรซาโก้และร่างแน่นิ่งของคนคุ้มกันสาว
สวย ไคลน์รำพันติดตลก
“เรามีพลังพิเศษในด้านดึงดูดอันตรายเข้าหาตัวหรือ
ไง…โชคดีว่ายังมีภูมิคุ้มกันแข็งแกร่งกว่าคนอื่น”
ไคลน์ไม่กล้าประกอบพิธีกรรมสื่อวิญญาณโดยตรง
เนื่องจากโรซาโก้ถูก ‘ปนเปือน’ ด้วยพลังชั่วร้ายของพระ
ผู้สร้างแท้จริง หากสนทนากับดวงวิญญาณมันตอนนี้ คงไม่พบ
สิ่งใดนอกจากความฉิบหาย
แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าไคลน์จนปัญญาสืบหาข้อมูล
เนื่องจากมันยังนำโรซาโก้เข้าสู่ห้วงมิติเหนือสายหมอกเทาและ
สื่อวิญญาณโดยตรงได้!
จากระดับพลังวิญญาณปัจจุบัน ร่างจิตของไคลน์ในมิติ
หมอกเทาอ่อนแอถึงขนาดไม่สามารถยกกล้องถ่ายรูปขึ้น แม้จะ
มีนกหวีดทองแดงของอะซิกช่วยเสริมพลังแล้วก็ตาม ดังนั้นไม่
ต้องกล่าวถึงศพมนุษย์เพศชายเต็มวัย สิ่งนี้หนักกว่ากล้องหลาย
เท่า อย่างไรก็ตาม พิธีกรรมสื่อวิญญาณมิได้กระทำกับศพ
โดยตรง แต่เป็นเพียงเศษเสี้ยวของวิญญาณ
ไคลน์นำเทียนมาวางสร้างแท่นบูชาพร้อมกับประกอบ
พิธีกรรมอัญเชิญตัวเอง ตามด้วยการขึ้นไปตอบสนองเองเสร็จ
สรรพ นำร่างจิตลงมายังโลกกายภาพ
หลังจากอยู่ในร่างปัจจุบัน เนตรไคลน์สามารถมองเห็นดวง
วิญญาณของโรซาโก้ได้เลือนราง ขณะเดียวกันก็พบว่าสภาพ
ร่างกายมิสบอร์ดี้การ์ดค่อนข้างแปลกประหลาด มันเองก็
อธิบายไม่ถูก ออร่าของเธอมอบความรู้สึกคล้ายคลึงร่างจิตตน
แต่อีกใจหนึ่งกลับสัมผัสได้ว่าแตกต่างอย่างมาก
โดยไม่มัวเสียเวลา ไคลน์ใช้มือข้างหนึ่งกำนกหวีดทองแดง
แน่นขนัด ส่วนมืออีกข้างคว้าเศษดวงวิญญาณโรซาโก้และเพ่ง
จิตสิ้นสุดพิธีกรรม เพื่อส่งตัวเองกลับมิติหมอกเทา
หลังจากแท่นบูชาอย่างง่ายถูกจัดเตรียมภายในห้วงมิติกึ่ง
ว่างเปล่า ไคลน์เริ่มต้นพิธีกรรมสื่อวิญญาณอย่างชำนาญ
เรื่องน่าประหลาดใจก็คือ มันพบว่าตนไม่จำเป็นต้องสวด
ภาวนาถึงผู้ใด ก็สามารถเริ่มสื่อวิญญาณกับเปั้าหมายได้เลย ราว
กับตัวมันเป็นผู้วิเศษเส้นทางผู้สื่อวิญญาณเสียเอง
ฟูั่ว…นี่คืออีกหนึ่งความพิเศษของห้วงมิติเหนือหมอกเทา
งั้นหรือ…ไคลน์ตรึกตรองเล็กน้อย แต่จากนั้นก็รีบพึมพำ
ประโยคทำนายโดยกลัวว่าจะไม่ทันการ
“สูตรโอสถเส้นทางนักทำนาย”