ราชันเร้นลับ Lord of the Mysteries - บทที่ 286 รอยยิ้มเหยียดหยัน
ภายในหอนาฬิกาใหญ่ประจำอู่ต่อเรือไบลัมตะวันออก
ไคลน์กำลังซุ่มซ่อนท่ามกลางความมืดสนิท ศีรษะสวมหน้ากาก
ตัวตลกแน่นกระชับ สายตาจ้องมองหอพักสหภาพแรงงาน
ท่าเรือโดยไม่กล่าวสิ่งใด เหนือพื้นดินราวสิบเมตรมีเรือบินสีดำ
กำลังลอยเด่นตระหง่าน
มันย่อมมองไม่เห็นรายละเอียดการต่อสู้ด้านในตัวอาคาร จึง
ไม่มีทางทราบเลยว่า ผลลัพธ์ของปฏิบัติการเด็ดหัวลาเนวุสดำ
เนินไปถึงไหนแล้ว ไคลน์ทำได้เพียงอดทน และประเมิน
สถานการณ์จากสภาพแวดล้อม รวมถึงจุดสีดำของคนเดินผ่าน
ไปมาด้านล่าง
ทันใดนั้น เสาตะเกียงแก๊สภายในย่านดังกล่าวพลันดับสนิท
กะทันหัน
ทั้งหมดดับพรึ่บอย่างพร้อมเพรียง!
ราวกับตรงนั้นกลายเป็นหลุมดำกะทันหัน
ในพริบตา กลิ่นอายซึ่งสามารถสั่นคลอนจิตใจไคลน์อย่าง
หนักหน่วง พลันระเบิดกระจายเป็นวงกว้างโดยมีอาคารอิฐมอญ
แดงเป็นจุดศูนย์กลาง แม้ว่าชายหนุ่มจะยืนอยู่ไกลมากก็ตาม
แต่ร่างกายกลับสั่นเทาอย่างมิอาจควบคุม แข้งขาอ่อนระทวย
ลำตัวงอโน้มไปด้านหน้าตามสัญชาตญาณ
เป็นความรู้สึกของการถูกสะกดข่มรุนแรง จิตใจกำลัง
หวาดกลัวอย่างไร้เหตุผล
ไม่สามารถต่อต้านหรือเผชิญหน้า
ห้ามจ้องมองเทพเด็ดขาด…! ขณะผุดความคิดดังกล่าว
ไคลน์เริ่มย้อนนึกถึงเหตุการณ์ภายในห้องรับแขกของบริษัท
รักษาความปลอดภัยหนามทมิฬ ขณะตนกำลังจะใช้เนตร
วิญญาณตรวจสอบครรภ์ของเมกูส!
เหมือนกันทุกประการ…
ไม่สิ ปัจจุบันยิ่งน่ากลัวกว่าหลายเท่า!
เป็นไปได้อย่างไร? ลาเนวุสไม่ได้ถูกอวยพรแค่เศษเสี้ยวออ
ร่าเทพของพระผู้สร้างแท้จริงหรอกหรือ? ดูเหมือนว่าจะไม่ใช่แค่
นั้นแล้ว…อย่างน้อยก็ต้องมีอำนาจของสมบัติวิเศษสักชิ้นสอง
ชิ้นร่วมอยู่ด้วย! ทำไมถึงได้มอบความรู้สึกราวกับเทพนอกรีต
กำลังจะจุติเช่นนี้?
ขณะไคลน์กำลังสั่นระริกไปทั้งร่างอย่างมิอาจหยุดยั้ง ขณะ
ร่างกายมันเริ่มไร้ความรู้สึกและสมองใกล้ขาวโพลนเต็มที่ ชาย
หนุ่มพลันรู้สึกสุขสงบอย่างกะทันหัน ความมืดมิดแสนอ่อนโยน
และยาวนาน ได้แผ่สะกดข่มออร่าชั่วร้ายซึ่งมนุษย์ธรรมดามิอาจ
ขัดขืน
ความรู้สึกพิสดารทั้งสองกำลังปะทะใส่กันโดยต่างหวัง
เอาชนะอีกฝั่าย ส่งผลให้ตะเกียงแก๊สกลับมาลุกโชน เรือบินซึ่ง
เคยลอยต่ำลง กลับมารักษาระดับเหนือพื้นสิบเมตรตามเดิม
ทุกสิ่งกลับเป็นปรกติ ราวกับเหตุการณ์เมื่อครู่เป็นเพียง
ความฝัน
แต่ไคลน์ยังไม่เชื่อว่าทุกสิ่งจะจบลงอย่างง่ายดายเพียงเท่านี้
มันฝืนลุกยืนด้วยเรี่ยวแรงอันน้อยนิด และทราบดีว่า ภายใน
อาคารอิฐมอญแดงกำลังเกิดเรื่องสำคัญอย่างมาก
ความรู้สึกสะกดข่มท่วมท้นรุนแรงเกิดขีดจำกัดผู้วิเศษปรกติ
ไม่หลงเหลืออยู่อีกแล้ว…รวมถึงความรู้สึกคล้ายกับเทพนอก
รีตใกล้จุติก็สลายไปเช่นกัน หมายความว่า แผนการของลาเนวุส
หรือไม่ก็พระผู้สร้างแท้จริง ถูกขัดขวางก่อนประสบ
ผลสำเร็จ…แต่เหยี่ยวราตรีก็คงได้รับบาดเจ็บสถานหนัก และ
อาจเหลือเรี่ยวแรงสำหรับต่อสู้ไม่มาก…หัวใจไคลน์พลัน
ปันปั่วน มันรีบดึงโซ่เงินออกจากข้อมือซ้าย ถือไว้ในมือ และ
กล่าวด้วยเสียงแผ่วเบา
“ลาเนวุสไม่ใช่ตัวอันตรายในตอนนี้”
หลังจากทวนครบเจ็ดหน ชายหนุ่มรีบลืมตาจ้องมองผลลัพธ์
และพบว่าจี้บุษราคัมกำลังหมุนทวนเข็ม แต่รอบความเร็วไม่ถี่
มาก และคาบการแกว่งก็ไม่กว้าง
สิ่งนี้หมายถึง ลาเนวุสยังคงเป็นตัวอันตราย แต่น้อยลง
กว่าเดิมมาก
ทว่า ไคลน์กำลังสนใจประเด็นอื่น
ผลการทำนายไม่ล้มเหลวแล้ว!
หมายความว่า ลาเนวุสอยู่ในภาวะปราศจากออร่าแห่งเทพ
ซึ่งเป็น ‘พร’ ของพระผู้สร้างแท้จริง!
สายลมเย็นยะเยือกพัดผ่านพลางแทรกซึมเข้าไปในกระดูก
ไคลน์ ชายหนุ่มเริ่มสั่นเทาจากปลายนิ้ว คล้ายกับถูก
กระแสไฟฟั้าพุ่งจากปลายเท้า ทะลวงขึ้นไปยังสมองด้านบนสุด
เราอาจยังพอทำอะไรได้บ้าง! เมื่อเกิดความคิดดังกล่าว
ไคลน์ไม่ลังเล รีบเดินถอยหลังสี่ก้าวพร้อมกับส่งตัวเองเข้ามิติ
สายหมอกเทา
และไม่มัวเสียเวลา ไคลน์นั่นลงบนเก้าอี้เดอะฟูล เสก
กระดาษหนัง ปากกาหมึกซึม พร้อมกับเขียนข้อความ
“เส้นทางหนีของลาเนวุส”
ชายหนุ่มเอนหลังพิง ริมฝีปากพึมพำประโยคทำนาย และ
สะกดจิตตัวเองหลับใหล
ท่ามกลางโลกสีเทาไม่คมชัด มันมองเห็นทางระบายน้ำอัน
มืดมิด เต็มไปด้วยดินโคลนสกปรกเปรอะเปือน รวมถึงท่อโลหะ
ขึ้นสนิมระโยงระยางหลายจุด
ค่อนข้างคับแคบและมิดชิด…
ไม่ผิดแน่ เป็นทางระบายน้ำด้านล่าง!
ไคลน์รีบลืมตาตื่น ห่อหุ้มตัวเองด้วยพลังวิญญาณ ส่งจิต
กลับสู่โลกความจริง
เมื่อการมองเห็นกลับกลายเป็นหอนาฬิกา ไคลน์เดินถอย
หลังสองก้าว และหันกลับไปทางรั้วฝังตรงข้ามเรือบินสีดำ
มันไม่มัวเสียเวลาเดินบันไดวน ชายหนุ่มเลือกกระโดดตี
ลังกาออกจากรั้วโลหะสีเหลือง จากนั้นก็ใช้ฝั่าเท้าเหยียบผนัง
หอคอยพร้อมกันวิ่งลงมาในแนวดิ่ง ประหนึ่งว่ากำลังเดินบนฟืน
ระนาบก็มิปาน
ภายในระยะเวลาแสนสั้น ฝั่าเท้าไคลน์ก็สัมผัสกับแผ่นหิน
บนพื้นถนน
…
ภายในอาคารอิฐแดง เหยี่ยวราตรีสวมถุงมือสีแดงสองคน
กำลังนอนหมดสติหน้าประตูทางเข้า กระจกเงินโบราณกลิ้งไป
หลบตรงมุมเสา กลายเป็นสิ่งของธรรมดาไม่มีอะไรพิเศษโดด
เด่น ไม่มีส่วนใดเหมือนกับสมบัติปิดผนึกระดับหนึ่ง เลยสักนิด
แต่เพียงจ้องมองก็พอจะทราบ ว่ามันกำลังฟืนฟูตัวเองทีละ
นิด
ณ กึ่งกลางทางแยกภายในตึก เครสไทน์อยู่ในสภาพคุกเข่า
ลงหนึ่งข้าง โลหิตไหลซึมจากหางตาทั้งสองจนดูคล้ายกับหยด
น้ำตา
เส้นผมสั้นสีทองอมน้ำตาลค่อนข้างยุ่งเหยิง ปกเสื้อเชิ้ตและ
เสื้อกันลมซึ่งเคยตั้งตรง กำลังอยู่ในสภาพฉีกขาดยับเยิน เผยให้
เห็นคางแหลมและริมฝีปากเรียบบาง
เครสไทน์อ้าปากหายใจเหนื่อยหอบ บนฟันทุกซี่ปรากฏ
ภาพใบหน้ามายาบิดเบี้ยว
อาวุโสใหญ่แห่งโบสถ์รัตติกาลใช้มือซ้ายซึ่งสวมถุงมือแดง
ยันพื้นอาคารโดยหวังพยุงร่างกายให้ลุกยืน ลำคอตั้งตรงด้วยสี
หน้าเจ็บแปลบ สายตาจ้องมองไปข้างหน้า
เบื้องหน้าพอดิบพอดี เป็นบันไดนำพาไปสู่ชั้นสองของ
อาคาร บนขั้นบันไดมีลาเนวุสสวมเสื้อลินินฉีกขาดยืนเด่น
ตระหง่าน
ลาเนวุสกำลังยืนตัวตรงก็จริง แต่กึ่งกลางหน้าอกมีดาบ
กระดูกศักดิ์สิทธิ์สีขาวโพลนเสียบปักลึกเข้าไป
เนื้อแดงไร้ผิวหนังบนแผ่นอก ไม่ได้ก่อตัวเป็นภาพของชาย
ห้อยหัวอีกแล้ว เหลือไว้เพียงรูโหว่ลึกและว่างเปล่า
หากจ้องผ่านรูดังกล่าวเข้าไป จะสามารถมองเห็นแผ่นหลัง
ของลาเนวุสได้เล็กน้อย
ลาเนวุสฝืนขยับตัวอย่างยากลำบาก ตามด้วยการเปล่งเสียง
หัวเราะดังกังวาน และพูดไปหัวเราะไปราวกับคนเสียสติ
“ฮะฮะ! ฮะฮ่าฮ่าฮ่า! ขอบใจมาก! ฉันไม่รู้จะขอบใจแก
ยังไงดี ไม่เชื่อก็ลองมองเข้ามาในดวงตาคู่นี้ดูสิ! ฉันซาบซึ้งจาก
ก้นบึ้งหัวใจเลยทีเดียว! หากพวกแกไม่บุกโจมตีเข้ามาทันเวลา
ฉันคงต้องกลายเป็น ‘ภาชนะ’ ของพระผู้สร้างแท้จริงในอีก
ไม่กี่เดือนข้างหน้า หากถึงเวลานั้น ตัวฉันคงไม่ต่างอะไรกับตาย
ไปแล้ว”
เครสไทน์พลันมึนงงเมื่อได้ยินอีกฝั่ายเปิดปากพูด มันไม่
อยากเชื่อว่า เหยื่อผู้ถูกสมบัติศักดิ์สิทธิ์เล่นงานจนหมดสภาพ
จะกำลังหัวเราะอย่างมีความสุขได้เช่นนี้
ขณะเดียวกัน มันหวังพยุงร่างตัวเองลุกยืน แต่กลับไม่เหลือ
เรี่ยวแรงพอจะทำให้สำเร็จ
หลังจากเห็นเครสไทน์แสดงสีหน้าสับสน ลาเนวุสฉีกยิ้ม
กว้างพลางอธิบาย
“แกรู้อะไรไหม…สำหรับคนอย่างฉัน อารมณ์หดหู่จะ
เกิดขึ้นก็ต่อเมื่อ ไม่มีใครคอยร่วมยินดีกับความสำเร็จครั้งใหญ่
ซึ่งฉันภาคภูมิใจกับมันมาก! แค่ก! ย้อนกลับไปสมัยอยู่ทิงเก็น
ฉันถูกพระผู้สร้างแท้จริงหลอกใช้งาน ไม่เพียงต้องทำพิธีกรรม
อัญเชิญทายาทให้ท่าน แต่กลับถูกแอบฝัง ‘ตัวอ่อน’ ไว้ใน
ร่างกาย ไม่สิ ฉันเชื่อว่าทายาทในครรภ์เมกูส เป็นเพียงกลอุบาย
ของท่านเพื่อหลอกล่อให้ฉันประกอบพิธีกรรม…เพราะท่านไม่
เคยสั่งให้ชุมนุมแสงเหนือคอยคุ้มกันเมกูสเลยสักครั้ง เธอถูกใช้
เป็นเหยื่อล่อมาตั้งแต่แรก ราวกับท่านทราบอยู่แล้วว่า ทารกใน
ครรภ์จะลงมาจุติบนโลกไม่สำเร็จ เมื่อทายาทแท้จริงของท่าน
อยู่ในตัวฉัน ออร่าเทพซึ่งเป็นพรประทานจากท่าน เริ่มหลอม
รวมเป็นหนึ่งเดียวกับ ‘ตัวอ่อน’ ภายในร่างกาย หลังจากฉัน
เดินทางมาถึงเบ็คลันด์ได้ไม่นาน ฮะฮะ…แกคงจินตนาการไม่
ออกแน่ ถึงความเจ็บปวดขณะจิตใจกำลังถูกท่านกลืนกินทีละ
นิด! และในตอนสุดท้าย ฉันก็ต้องกลายเป็นพระผู้สร้างแท้จริง
เสียเอง ขณะกำลังคิดหาทางออก ฉันถูกคนของชุมนุมแสงเหนือ
พบตัวเข้า เนื่องจากพวกมันสัมผัสถึงออร่าเทพ แต่โชคยังดี พวก
มันสมองน้อยชะมัด มีแต่พวกโง่เต็มไปหมด! ฮะฮะ!”
แค่ก! แค่ก! แค่ก! ลาเนวุสอาเจียนเป็นก้อนเลือดคำโต แต่
ในทางกลับกัน ร่างกายของมันเริ่มกระฉับกระเฉงขึ้นเล็กน้อย
ราวกับได้รับกำลังวังชาคืนมา
มันฝืนย่างกรายลงมาข้างล่างอย่างลำบาก ใบหน้าคมเข้ม
เริ่มอ่อนโยนโดยไม่ทราบสาเหตุ คล้ายกับอยู่ระหว่างขั้นตอนคืน
สภาพเดิม
ลาเนวุสเอื้อมมือจับราวบันไดพลางหัวเราะอย่างเหยียด
หยัน
“ฉันค่อนข้างโชคดี เพราะการลงมาจุติบนโลกมนุษย์ของ
พระผู้สร้างแท้จริง จำเป็นต้องใช้อารมณ์ด้านลบค่อนข้างมาก
ประกอบด้วยความสิ้นหวัง หดหู่ เฉยเมย ตึงเครียด โกรธแค้น
และจิตใจชั่วร้าย…ถึงแม้เขตตะวันออกอันกว้างใหญ่ของเบ็ค
ลันด์ เขตอุตสาหกรรมและเขตท่าเรือ จะมีอารมณ์ด้านลบมาก
พอทำให้ท่านถือกำเนิดได้ก็จริง แต่ต้องใช้เวลาค่อนข้างนาน
ทีเดียว ฉันจึงยังเหลือโอกาสดิ้นรนเอาชีวิตรอด ฉันตระหนักดีว่า
ตัวเองหมดโอกาสแจ้งเรื่องนี้กับตำรวจ เนื่องจากรอบตัวมีแต่
สมาชิกชุมนุมแสงเหนือเต็มไปหมด ฉันเคยวางแผนบุกถล่ม
สถานีตำรวจให้ตัวเองถูกจับ แต่ก็ถูกหยุดไว้โดยฝีมือของหนึ่งใน
สมาชิกชุมนุมแสงเหนือ ทำให้หลังจากนั้น ฉันถูกทรมานแสน
สาหัส จนต้องยอมล้มเลิกความคิดดังกล่าว ถัดมา ฉันแสร้งทำ
เป็นใกล้คลุ้มคลั่ง จึงขอโอกาสพวกมันลงไปอาละวาดภายในท่อ
ระบายน้ำ โดยระหว่างนั้น ฉันได้ใช้เลือดชนิดพิเศษของตัวเอง
ปนเปือนเหล่าสรรพสัตว์ภายในท่อระบายน้ำโสโครก เปลี่ยนให้
พวกมันกลายเป็นสัตว์ประหลาดดุร้ายกลายพันธุ์…แต่น่า
เสียดาย พวกแกยังไม่ทันเริ่มสืบคดี แผนการดังกล่าวก็ถูกชุมนุม
แสงเหนือพบเข้าอีกครั้ง เพราะบังเอิญมีสมาชิกโง่ๆ คนหนึ่งถูก
สัตว์ประหลาดของฉันฆ่าตายในทางระบายน้ำ เฮ่อ…ฉันไม่
หลงเหลือออร่าเทพหรือตัวอ่อนอีกแล้ว โลหิตจึงไม่มีผล
ปนเปือน หลังจากนั้น ฉันถูกคุมเข้มยิ่งกว่าเก่า แต่ก็ยังพอหา
จังหวะได้อยู่ จึงฉวยโอกาสขณะพวกมันเผลอ สังหารโสเภณีคน
หนึ่งอย่างเหี้ยมโหดและสยดสยองภายในเขตท่าเรือ เพื่อ
เรียกร้องความสนใจจากตำรวจ แต่ในกรมตำรวจดันมีสายของ
ชุมนุมแสงเหนือเสียได้ พวกมันจึงถอดคดีของฉันออกจากคดี
ฆาตกรรมต่อเนื่อง ส่งผลให้ตำรวจเลิกติดตามเพราะมองเป็นแค่
คดีเลียนแบบ แผนการของฉันจึงพังพินาศอีกครั้ง แต่สวรรค์ยัง
ไม่ทอดทิ้ง ฉันตัดสินใจอย่างชาญฉลาด ร้องขอคนคุ้มกันจาก
ชุมนุมแสงเหนือ เจาะจงเลือกสมาชิกไร้สมอง ดุร้าย เกรี้ยว
กราด และบ้าพลังเป็นพิเศษ…ไม่อยากเชื่อพวกมันจะเห็นดี
เห็นงามโดยไม่ไตร่ตรองเลยสักนิด! ฮะฮะ! เอาสมองไปไว้ไหน
กันหมด? คนบ้าพลังและสมองน้อยแบบนั้น ต้องก่อเรื่อง
ร้ายแรงเข้าสักวันอยู่แล้วไม่ใช่หรือ? และไม่ทำให้ผิดหวัง พวก
แกตามมาจับฉันจนได้!”
ฟูั่ว…เมื่อเล่าจบ ลาเนวุสถอนหายใจ มันเริ่มขยับตัวได้
มากขึ้น ประหนึ่งผลข้างเคียงของสมบัติศักดิ์สิทธิ์เจือจางลง
มันดึงดาบกระดูกออกจากอก ก่อนจะกล่าวพลางตีหน้า
เศร้า
“ช่างน่าเสียดาย…ดันขโมยดาบเล่มนี้กลับไปด้วยไม่ได้
ไม่อย่างนั้นพวกแกคงตามหาฉันพบในพริบตา”
หลังจากดาบสีขาวโพลนหลุดออกจากร่างกายลาเนวุส
บาดแผลใหญ่กึ่งกลางหน้าอกก็ไม่ปรากฏหยดเลือดอีกเลย ราว
กับรู้โหว่ดังกล่าวไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของร่างกายแล้ว
ลาเนวุสเลือนมือขวาขึ้นมาทาบหน้าอก จากนั้นก็โค้ง
คำนับเครสไทน์และหน่วยถุงมือแดงทุกคนอย่างนอบน้อม
“ผู้คนบนเรือบินคงใกล้ฟืนเต็มที่ ฉันคงอยู่นานกว่านี้ไม่ได้
แล้ว ขอบคุณมาก ขอขอบคุณจากใจอีกครั้ง ถึงพวกแกจะโง่ไป
สักหน่อย แต่ก็เป็นผู้มีบุญคุณช่วยชีวิตฉันไว้ ถือเป็นเกียรติ
สำหรับพวกโง่แล้วล่ะนะ”
เมื่อกล่าวจบ มันเหยียดตัวตรง ปิดท้ายด้วยการเผยรอยยิ้ม
แสนยียวนและเหยียดหยัน
“ลาก่อน เหยี่ยวราตรีผู้โง่เขลา จงสละชีวิตของแกเพื่อให้
ฉันหนีรอด!”
ลาเนวุสกำดาบกระดูกพลางสืบเท้าเข้าหาเครสไทน์ หวังดับ
ลมหายใจหัวหน้าหน่วยจู่โจมในคราวนี้ในการแทงครั้งเดียว
แต่ทันใดนั้น ลาเนวุสพลันตระหนักว่า เปลือกตาของตนเริ่ม
หนักอึ้งจนผิดธรรมชาติ คลับคล้ายเตรียมตกอยู่ในภวังค์หลับลึก
ทุกเมื่อ
“ยังมีพลังเหลืออยู่อีกหรือ? ช่างน่ารำคาญซะจริง”
ลาเนวุสกัดลิ้นให้ตัวเองตื่น ก่อนจะขวางดาบกระดูกศักดิ์สิทธิ์ไป
ทางหนึ่งในถุงมือแดง ซึ่งกำลังนอนหมดสติบนพื้นอาคาร
“หยุดนะ!”
เครสไทน์รีบตวัดฝั่ามือด้วยสีหน้าเจ็บปวด คล้ายกับฝืนเค้น
พลังวิญญาณหยดสุดท้าย ยิงคลื่นพลังล่องหน กระแทกใส่ดาบ
กระดูกเพื่อเปลี่ยนทิศทาง
ลาเนวุสฉวยโอกาสดังกล่าวพุ่งตัวไปด้านข้างด้วยความเร็ว
สูง เมื่อเข้าไปห้องน้ำสุดทางเดินยาว มันกระโจนออกจาก
หน้าต่างพร้อมกับหลบหนีอย่างราบรื่น
เพียงไม่นาน มันเปิดฝาท่อระบายน้ำพลางปีนลงไปด้านล่าง
อย่างคล่องแคล่ว
ลาเนวุสเคยชินกับทางระบายน้ำเส้นนี้มาก ดังนั้นถึงจะมืด
สนิท แต่ก็ยังวิ่ง กระโดด และหักเลี้ยวได้อย่างแม่นยำ ทางวงกต
ลับซับซ้อนของท่อระบายน้ำ มิได้เป็นอุปสรรคต่อแผนหลบหนี
แม้แต่น้อย
แต่ทันใดนั้น สัญชาตญาณของมันกลับบอกให้หยุดฝีเท้า
และหันมาด้านหลัง
ฉึก!
ไพ่ปริศนาพุ่งปักลึกลงบนหน้าอก เกิดเป็นบาดแผลพร้อม
กับหยดเลือดสีแดงไหลซึมตามขอบไพ่
ลาเนวุสขมวดคิ้วจ้องมองอีกฝั่าย ด้วยสายตามองเห็นใน
ความมืด ภาพของผู้โจมตีลึกลับจึงปรากฏตรงหน้า
อีกฝั่ายเป็นชายหนุ่มรูปร่างสันทัด สวมชุดคนงานสีฟั้าอม
เทา สวมหน้ากากสีขาว มุมปากสองข้างยกสูงผิดธรรมชาติ
บริเวณจมูกเป็นจุดวงกลมแต้มด้วยสีแดง
ตัวตลกเขื้อนยิ้ม