ราชันเร้นลับ Lord of the Mysteries - บทที่ 311 ต่างคนต่างจ้องมอง
ไคลน์บนเก้าอี้เดอะฟูกวาดสายตามอง
“เธอคือมิสเมจิกเชียน สมาชิกใหม่”
ถัดมา มันหันไปจ้องฟอร์สและกล่าวแนะนำทุกคนให้เธอ
รู้จัก
ขณะฟอร์สพยักหน้ารับการทักทายจากเหล่าสมาชิกซึ่งถูก
ขานด้วยชื่อแทน เธอจ้องมองอีกฝั่ายกลับพลางสำรวจอย่าง
คร่าว
มิสจัสติสมีเส้นผมสีทอง ยังสาวมาก กิริยาท่าทางสง่างาม
ส่วนมิสเตอร์แฮงแมนมีเส้นผมสีน้ำเงินเข้มหยักศก คล้ายกับ
สาหร่ายทะเล…รูปร่างสมส่วน เป็นคนไม่พูดมาก แต่กลับแผ่
กลิ่นอายความกดดันรอบตัวตลอดเวลา คงเป็นหัวหน้าของ
องค์กรใดสักแห่ง…มิสเตอร์ซันเป็นเด็กหนุ่มเก็บตัวเงียบ สงวน
กิริยาท่าทาง นอกเหนือจากนั้นก็บอกอะไรไม่ได้อีก บางที่ เขา
อาจอ่อนแอเหมือนเรา…ดวงตาของมิสเตอร์เวิร์ลเย็นชาจนน่า
ตกใจ ไม่เหมือนกับมนุษย์เลยสักนิด บรรยากาศรอบตัวค่อนข้าง
มืดมน ไม่ควรสนทนาเรื่องไร้สาระด้วย…
ในฐานะนักเขียนนิยายขายดี ฟอร์สใช้จุดเด่นของเธออย่าง
เต็มประสิทธิภาพ
ขณะสมาชิกใหม่จ้องมองทุกคน ทุกคนก็จ้องมองฟอร์สกลับ
เช่นกัน และจากบรรดาทั้งหมด จัสติสออเดรย์ระมัดระวัง
มากกว่าใคร
หากประเมินจากรูปร่าง เราสามารถตัดมิสซิลออกไปได้
เลย…เส้นผมสีน้ำตาลหยักศกเล็กน้อย หรือจะเป็นมาดาม
ฟอร์ส? แต่ท่านเดอะฟูลอาจดึงบุคคลภายนอกเข้ามา ห้ามด่วน
สรุปเอาเอง…หืม สำเนียงการพูดคล้ายกับชาวเบ็คลันด์
รวมถึงสีออร่าและสีอารมณ์ก็สอดคล้องอย่างมาก…ตัวตน
ยิ่งใหญ่อย่างท่านเดอะฟูลคงไม่สร้างสมาชิกปลอมขึ้นมาหรอก
กระมัง… ‘ท่าน’ ไม่จำเป็นต้องเก็บซ่อนสิ่งใดจากพวก
เรา…
หลังจากเพ่งมองหลายวินาที่ ออเดรย์มั่นใจหลายส่วนว่าอีก
ฝั่ายคือฟอร์ส
คงต้องรอข้อมูลอื่นมาประกอบ จึงจะมั่นใจได้เต็มร้อยว่า
เป็นมาดามฟอร์สจริง…
ออเดรย์กำลังใช้พลังพิเศษของตนให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
เด็กสาวรอจังหวะพิสูจน์สมมติฐานของตัวเองด้วยสีหน้าคาดหวัง
ในเวลาเดียวกัน ออเดรย์ตัดสินใจหนักแน่นว่าจะไม่เปิดเผย
ตัวตนต่อหน้าฟอร์ส
เก็บไว้เป็นความลับดีกว่า…รอลุ้นให้เธอค้นพบความจริง
ด้วยตัวเอง แบบนั้นน่าสนุกกว่าตั้งเยอะ!
เด็กสาวชักสายตากลับ เผยรอยยิ้มสง่างามมุมปาก พลาง
แอบชำเลืองสมาชิกใหม่จากด้านข้าง
ในเวลาเดียวกัน เมื่อปราศจากไดอารีจักรพรรดิโรซายล์
ไคลน์ควบคุมเดอะเวิร์ลให้เปล่งเสียงแหบพร่าทันที่
“ทางนี้คือมิสจัสติส มิสเตอร์แฮงแมน…ผมต้องการ
ทราบข้อมูลของโอสถปีศาจและโอสถการ์เดียน”
ไคลน์มั่นใจว่าเดอะซันต้องทราบรายละเอียดของโอสถ
ลำดับหก ปีศาจแน่ เนื่องจากเคยระบุว่าเมืองเงินพิสุทธิ์มีวิชา
เรียนด้านศึกษาปีศาจโดยตรง แต่เพื่อไม่ให้คนอื่นสงสัยว่าตน
กำลังสืบคดีฆาตกรรมต่อเนื่อง ไคลน์จงใจเพิ่มโอสถลำดับห้า
การ์เดียน ของเส้นทางเทพสงคราม หรือรู้จักกันในนามเส้นทาง
คนยักษ์เข้าไปด้วย เพราะในเมื่อเป็นเส้นทางหลักของเมืองเงิน
พิสุทธิ์ซึ่งสืบเชื้อสายมาจากคนยักษ์ เดอะซันย่อมต้องมีข้อมูลใน
มือ
ตัวมันทราบรายละเอียดของลำดับเก้า นักรบเหนือมนุษย์
ลำดับแปด กลาดิเอเตอร์ ลำดับเจ็ด เจ้าศาสตรา อยู่ก่อนแล้ว
จากข้อมูลอย่างคร่าวของเอกสารลับเหยี่ยวราตรี
ส่วนลำดับหก อัศวินรุ่งอรุณ ไคลน์ได้ทราบจากบิชอปยู
ทรอฟสกี้แล้วเช่นกัน ดังนั้น หากต้องซื้อข้อมูลโอสถสักชนิด
การได้ทราบรายละเอียดของลำดับห้าของเส้นทางคนยักษ์ การ์
เดียน ก็ถือว่าไม่เสียหาย
แต่เพื่อให้แนบเนียน ไคลน์ไม่เจาะจงถามเดอะซันโดยตรง
เดอะเวิร์ลเพิ่งเข้าร่วมชุมนุมทาโรต์ได้ไม่นาน จะให้ทราบว่า
เส้นทางหลักของเมืองเงินพิสุทธิ์คือเส้นทางคนยักษ์ก็คงจะ
แปลกไปสักหน่อย
“ถ้านับเฉพาะโอสถปีศาจ ผมพอจะมีข้อมูลอยู่บ้าง”
ในฐานะสมาชิกระดับค่อนไปทางสูงของโบสถ์วายุสลาตัน อัล
เจอร์กล่าวหยั่งเชิงเป็นคนแรก
เดอร์ริค·เบเกอร์ชำเลืองเดอะเวิร์ล และกล่าวโดย
ปราศจากความลังเล
“ผมเชี่ยวชาญทั้งสองโอสถเป็นอย่างมาก ขอแลกเปลี่ยน
ด้วยข้อมูลของพระผู้สร้างเสื่อมทราม”
“ระดับความเท่าเทียมของข้อมูลจะถูกตัดสินโดยมิสเตอร์
ฟูล”
เมื่อกล่าวเช่นนั้นออกไป เดอะซันเพิ่งตระหนักได้ว่า ตนยัง
ไม่ได้รับความเห็นชอบจากมิสเตอร์ฟูล จึงรีบหันหน้าไปมองเพื่อ
สังเกตท่าทีตอบสนอง
เดอะซันน้อย นายเป็นคนพูดเองนะ!
ถ้าไม่ตอบตกลงคงเสียน้ำใจแย่…
มุมปากไคลน์สั่นระริกเนื่องจากฝืนกลั้นขำ ก่อนจะกล่าวกับ
อีกฝั่ายด้วยรอยยิ้ม
“ไม่มีปัญหา”
ยิ่งไปกว่านั้น หากเป็นข้อมูลเกี่ยวกับพระผู้สร้างแท้จริงล่ะก็
ไม่มีใครในชุมนุมทาโรต์รู้มากไปกว่าเราแล้ว…ไคลน์เสริม
ขณะบทสนทนากำลังดำเนินไป เมจิกเชียนฟอร์สกำลังมึนงง
สุดขีด
โอสถ ‘ปีศาจ’ จากเส้นทางปีศาจ?
ลำดับอะไร…?
แล้วโอสถการ์เดียนอยู่บนเส้นทางใด ลำดับเท่าไร…?
เราไม่เคยได้ยินแม้แต่ชื่อ…
พระผู้สร้างเสื่อมทราม? หมายถึงพระผู้สร้างแท้จริงของ
ชุมนุมแสงเหนือ?
พระเจ้า…นี่พวกเขากำลังแลกเปลี่ยนข้อมูลของพระ
ผู้สร้างแท้จริงหรือเนี่ย!
มีคำกล่าวกันว่า พระผู้สร้างแท้จริง คือเทพเก่าแก่และทรง
พลังเป็นอันดับหนึ่งจากบรรดาเหล่าทวยเทพยุคปัจจุบัน
เราหลุดเข้ามาในองค์กรลับแบบไหนกัน…
เมื่อได้ยินคำยืนยันจากปากมิสเตอร์ฟูล เดอะเวิร์ลหันไป
กล่าวกับเดอะซันทันที่
“ตกลง! ผมขอสนทนาส่วนตัว”
เราเองก็อยากฟังบ้าง…แต่สภาพคล่องการเงินคงยังไม่ดี
ขึ้นไปอีกสักพัก…อีกแค่สองเดือนก็จะถึงปีใหม่แล้ว อดทนไว้
ออเดรย์!
เด็กสาวกะพริบตาถี่ ก่อนจะฝืนเบือนหน้าหนีจากเดอะซัน
ทันใดนั้น การมองเห็นและได้ยินของทุกคนนอกจากสมาชิก
ทั้งสอง ถูกมิสเตอร์ฟูลผนึกไว้ชั่วคราว
เดอะเวิร์ลก้มหน้า ‘เขียน’ ข้อมูลจำนวนมากลงบน
กระดาษหนัง เล่าถึงรายละเอียดของพระผู้สร้างแท้จริงทั้งหมด
ในความทรงจำ เน้นย้ำสัญลักษณ์อย่าง ‘ยักษ์ห้อยหัว’ และ
‘ดวงตาหลังม่านดำ’ รวมถึงความเชื่อของชุมนุมแสงเหนือซึ่ง
ระบุว่า เทพมารตนนี้คือพระผู้สร้างต้นกำเนิดตัวจริง
ปิดท้ายด้วยการย้ำเตือนว่าพระผู้สร้างแท้จริงคือเทพมารชั่ว
ร้าย เล่าถึงประสบการณ์ระหว่างตนและพระผู้สร้างแท้จริงใน
อดีต ทั้งการต่อสู้กับทายาทในท้องเมกูส ความชั่วร้ายอันท่วม
ท้นของออร่าเทพลาเนวุส และเสียงเพรียกอันน่าขยะแขยงและ
กัดกร่อนจิตใจของพระผู้สร้างแท้จริง
“เสื่อมทราม บิดเบี้ยว เสียสติ กระหายเลือด และชั่ว
ร้าย”
ทันใดนั้น มิสเตอร์ฟูลแสดงความเห็น
“ข้อมูลดังกล่าวมีมูลค่าสูงกว่าโอสถปีศาจและโอสถการ์
เดียนรวมกันเล็กน้อย แต่ไม่ต้องห่วง ส่วนต่างไม่มากจนต้อง
นำมาใส่ใจ”
“ขอบคุณครับท่านเดอะฟูล” เดอร์ริครับกระดาษหนัง
และอ่านอย่างตั้งใจสักพัก
ความกังวลของมันพุ่งไปยังประเด็นหนึ่งเป็นพิเศษ สิ่งนั้นคือ
ความเชื่อของชุมนุมแสงเหนือซึ่งอ้างว่า พระผู้สร้างแท้จริงเป็น
เทพองค์เดียวกับพระผู้สร้างต้นกำเนิด!
บิดเบี้ยว เสื่อมทราม เสียสติ…
เดอร์ริคทวนคำซ้ำกับตัวเอง ราวกับเริ่มตระหนักถึง
ความลับอันดำมืดเบื้องหลังเมืองเงินพิสุทธิ์อันยาวนานกว่าสอง
พันปี
หรือพระองค์จะไม่ได้ทอดทิ้งพวกเรา เพียงแต่เกิดเสียสติ
กะทันหัน…
เดอร์ริคพยายามหักห้ามใจตัวเอง ไม่ให้คิดแง่ลบกับเทพผู้
ยิ่งใหญ่ประจำเมืองเงินพิสุทธิ์ มหาเทพผู้ปราดเปรื่องและทรง
พลัง มหาเทพผู้รังสรรค์ทุกสิ่งจากต้นกำเนิด
“ถึงเวลาตอบคำถามของผมแล้ว” เดอะเวิร์ลเร่งเร้า
เดอร์ริคฝืนระงับสีหน้าเจ็บปวด เด็กหนุ่มครุ่นคิดราวสาม
วินาทีก่อนเปิดปากเล่า
“หลังจากดื่มโอสถ ‘ปีศาจ’ เข้าไป สิ่งมีชีวิตแต่ละ
ประเภทจะมีการเปลี่ยนแปลงแตกต่างกันออกไป คุณต้องการ
ทราบรายละเอียดของปีศาจชนิดใดเป็นพิเศษ?”
ยังมีแบ่งด้วยหรือ…ไคลน์ประหลาดใจ
ทันใดนั้น มันเริ่มตระหนักได้ว่าตนมองข้ามสิ่งสำคัญมา
ตลอด!
จะเป็นอย่างไรหากฆาตกรต่อเนื่องไม่ใช่มนุษย์ แต่เป็นสัตว์
มาตั้งแต่แรก?
ไล่จากลำดับเก้า มาเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงลำดับหก และ
กลายเป็นสัตว์ปีศาจเต็มตัว!
แม้ว่าอัตราการคลุ้มคลั่งของสัตว์จะสูงกว่ามนุษย์
ค่อนข้างมาก แต่ก็ไม่ได้เป็นศูนย์ โอกาสรอดชีวิตย่อมมี
พอประมาณ…เราต้องขยายขอบเขตการสืบสวนออกไป…
และถ้าเป็นไปตามนั้นจริง หมายความว่าจะมีอีกหนึ่งคำถาม
สำคัญตามมา…สัตว์ธรรมดาจะหาโอสถลำดับเก้า แปด เจ็ด
และหก จากไหน? พวกมันไม่มีทางเข้าร่วมชุมนุมลับได้เอง
แน่…
ไคลน์ยังคงแสดงสีหน้าเรียบเฉยภายนอก มันบังคับเดอะเวิร์
ลมอบคำตอบให้เด็กหนุ่ม
“ผมต้องการทราบลักษณะพื้นฐานร่วมกันของปีศาจทุก
ชนิด”
เดอร์ริคตรึกตรองสักพักพลางเรียบเรียงคำพูดอธิบาย
“ความน่ากลัวของปีศาจก็คือ หากคุณมีจิตมุ่งร้ายต่อมัน
หรือวางแผนจะโจมตีมันให้ถึงแก่ความตาย ปีศาจจะสัมผัสถึง
จิตสังหารของคุณได้ สามารถตระหนักว่าอันตรายมาจากผู้ใด
ทิศทางใด และชิงลงมือโจมตีใส่คุณก่อนเริ่มแผนการ แต่พลัง
ดังกล่าวจะมีระยะเวลาแสดงผลล่วงหน้าไม่เท่ากันในแต่ละชนิด
ปีศาจ มีตั้งแต่ไม่กี่นาที่ ไปจนถึงหลายวัน ปีศาจแต่ละชนิดจะมี
สัญชาตญาณระวังภัยแตกต่างกันไป”
พลังเอาเปรียบชะมัด…หลักการทำงานคล้ายกับนิมิตลาง
สังหรณ์ อาจใช้ไม่ได้ขณะกำลังต่อสู้ แต่การสัมผัสถึงอันตราย
ก่อนจะถึงตัวได้เป็นวันแบบนี้…แถมยังระบุตัวคนลงมือได้
แม่นยำ เหมือนกับพลังในนิยายกำลังภายในจากโลกเก่า… เรา
พิสูจน์ไม่ได้ว่า ความพิเศษของมิติเหนือหมอกเทาจะช่วยปิดบัง
จิตสังหารได้หรือไม่ และถ้าไม่ได้ สจ๊วตกำลังตกอยู่ใน
อันตราย…
ไคลน์นำเดอะฟูลเอนหลังพิงเก้าอี้ คล้ายกับไม่แยแสบท
สนทนาของเดอะซันและเดอะเวิร์ลแม้แต่น้อย
เมื่อพบว่าเดอะเวิร์ลไม่แสดงสีหน้าประหลาดใจ เดอร์ริคเล่า
ต่อ
“พวกมันยังมีพลังขยายขนาดร่างกาย ช่วยให้หลุดพ้น
จากพันธนาการทุกชนิดได้ทันที่ และยังเพิ่มสมรรถภาพร่างกาย
ทุกด้าน โดยเฉพาะความเร็วและพละกำลัง ผิวหนังจะมีการ
เปลี่ยนแปลง ประหนึ่งสวมเกราะหนักเต็มอัตราศึกเข้าไป
ทางด้านเลือดเนื้อภายในร่างกายก็แปรสภาพเช่นกัน ลดความ
เสียหายจากการโจมตีทางกายภาพลง ต้านทานพิษเกือบทุก
ชนิด ทนทานต่อคำสาปและเปลวไฟได้ในปริมาณหนึ่ง ท่าโจมตี
ประกอบด้วยเพลิงปีศาจและเวทมนตร์กัดกร่อน พวกมัน
เลือดเย็น ไม่ตื่นตระหนกง่าย ไม่หวาดกลัว เก่งกาจด้านการต่อสู้
ระยะประชิด ส่วนมากมักพกพาสมบัติวิเศษติดตัวช่วยกลบ
จุดอ่อน จุดอ่อนใหญ่หลวงก็คือ พวกมันคล้ายกับคลุ้มคลั่ง
ตลอดเวลา ต่อให้ไม่คลุ้มคลั่งจริง แต่ก็มิอาจระงับความกระหาย
เลือดได้ จิตสังหารอันรุนแรงคอยรบกวนจิตใจจนไม่เป็นอันคิด
เรื่องอื่น”
แข็งแกร่งมาก สมกับเป็นลำดับหก ของเส้นทางปีศาจ…
บางที่ แต่ละเส้นทางอาจมี ‘พัฒนาการก้าวกระโดด’ ใน
ลำดับต่างกันไป บางเส้นทางเก่งขึ้นกะทันหันหลังจากลำดับหก
และบางเส้นจากจะแข็งแกร่งทันทีเมื่อกลายเป็นลำดับเจ็ด…
นักมายากลคือแบบหลัง และปีศาจคือแบบแรก…เข้าใจแล้ว
ว่าทำไมคนโบราณถึงเริ่มนับผู้วิเศษ ‘ลำดับกลาง’ หลังจาก
ลำดับหก ไม่ใช่ เจ็ด เหมือนปัจจุบัน…
ไคลน์บังคับเดอะเวิร์ลขยับปาก
“ผมพึงพอใจกับข้อมูลมาก”
เดอร์ริคไม่ถ่อมตน เพียงพยักหน้ารับและเล่าต่อทันที่
“การ์เดียนแทบไม่เคยบาดเจ็บ หากละทิ้งการโจมตีและ
ทุ่มพลังทั้งหมดไปกับการปั้องกัน มีเพียงน้อยคนนักจะโจมตี
ทะลวงผ่านปราการอันแน่นหนาเข้าไปได้ นอกเสียจากจะเป็น
ตัวตนระดับครึ่งเทพ ในท่าปั้องกัน การ์เดียนจะปั้องกันการ
โจมตีได้ทุกชนิด ทุกรูปแบบ แต่หากอยู่ในท่าโจมตี พลังปั้องกัน
ของการ์เดียนจะลดลงมาก แต่ก็ยังถึกทนกว่าชุดเกราะเต็มอัตรา
ศึกอยู่ดี ด้วยดาบรุ่งอรุณ พายุแสง และพลังสนับสนุนด้านอื่น
การ์เดียนสามารถจัดการกับสัตว์ประหลาดได้ทุกชนิด การ์เดียน
ไม่มีวันถูกภาพลวงตาหลอกหลอน มีพลังปกปั้องพวกพ้องใกล้
ตัวด้วยการรับความเสียหายแทน”
…
เมื่อฟังคำอธิบายอันยืดยาวของเดอร์ริคจบ ไคลน์ทำเพียง
ถอนหายใจ
ในด้านพลังปั้องกัน อัศวินรุ่นอรุณจะกลายเป็นเด็กน้อย
ทันทีเมื่อเทียบกับการ์เดียน…อาจแข็งแกร่งถึงขั้นทนทานต่อ
ปืนไรเฟิลแรงดันไอน้ำของยุคสมัยปัจจุบัน…การ์เดียนคงไม่มี
วันเสียชีวิตถ้าไม่ถูกครึ่งเทพหมายหัว หรือไม่ก็ถูกปืนใหญ่ของ เรือรบกระหนำยิงใส่