ราชันเร้นลับ Lord of the Mysteries - บทที่ 322 ค่ำคืนสยองขวัญ
คดีสิบสอง!
คดีฆาตกรรมต่อเนื่องของปีศาจ!
ในวินาทีไคลน์พบศพและได้ยินเสียงประหลาด เส้นขนทั่ว
ร่างพลันตั้งชันตามสัญชาตญาณ พร้อมกับตระหนักทันทีว่าตน
กำลังพานพบความฉิบหาย
ฉากตรงหน้าคือห้องนั่งเล่นบรรยากาศสว่างไสวด้วยแสง
เหลืองนวล ไม่มีสิ่งผิดปรกติบนโต๊ะชากาแฟ เพียงแต่พรมบน
พื้นกำลังเจิ่งนองด้วยคราบโลหิตแดงฉาน เลือดเหลวยังคงไหล
ซึมอย่างเชื่องช้าราวกับมีชีวิต
ข้างศพหญิงสาวท้องกลวงมีสุนัขขนาดใหญ่นั่งอยู่ไม่ห่าง
ปากของมันกำลังอ้ากว้างราวครึ่งหนึ่ง เผยให้เห็นฟันคมซี่ขาว
เรียงชิดติดกัน แต่ละซี่มีคราบดำแดงเกรอะกรัง มองผิวเผินจะดู
คล้ายกับสนิม แต่ความจริงคือ คราบซึ่งเกิดจากการกินเนื้อสด
ติดต่อกันเป็นเวลานานโดยไม่แปรงฟัน
หากใครได้มาเห็นฉากตรงหน้าเป็นต้องขวัญอ่อนขวัญผวา
หมาสีดำกำลังก้มกินไส้คนสีแดงสด ปากขยับเคี้ยวอวัยวะ
ดิบอย่างเอร็ดอร่อย
ทันใดนั้น มันเงยหน้ามองไคลน์ด้วยดวงตาสีแดงส้มลักษณะ
คล้ายลาวา กระจกตาสะท้อนภาพมนุษย์เพศชายสวมชุดคนงาน
และทาหน้าด้วยแถบสามสี
“กรรร!” หมาดำตัวใหญ่ส่งเสียงครางในลำคอประหนึ่ง
แสดงความเหนือกว่า
เป็นสัตว์จริงด้วย…! คือสัตว์วิเศษลำดับหก ของเส้นทาง
ปีศาจ ซึ่งกำลังประกอบพิธีกรรมเลื่อนลำดับ!
แถมเรายังอยู่ในสภาพขาดความพร้อม…
ไคลน์รีบเค้นสมองคิดหาทางออก
ทันใดนั้น ร่างกายหมาดำขยายขนาดอย่างรวดเร็ว ใหญ่โต
กว่าเดิมสองสามเท่า รูปกายภายนอกเปลี่ยนเป็นปีศาจเต็มตัว
แผ่นหลังมีปีกคู่หนึ่งงอกสยาย ลักษณะคล้ายปีกค้างคาว
มากกว่าปีกนก เหนือใบหูสองข้างมีเขาแพะสีดำงอกยาวเป็น
เกลียว ลวดลายประหลาดบนเขาแผ่กลิ่นอายชั่วร้ายตลอดเวลา
เปลวเพลิงสีแดงอมฟั้าถูกกระหน่ำยิงออกจากสิ่งมีชีวิตขน
ปุกปุยตรงหน้าไคลน์ ตามด้วยกลิ่นฉุนของกำมะถันเจือจาง
แต่ไคลน์ไม่คิดหนี ตัดสินใจกระทืบพื้นพลางกระโจนใส่หมา
ดำอย่างห้าวหาญ ไม้ค้ำในมือถูกเงื้อง้างเตรียมฟาดเต็มแรง ทั้ง
รวดเร็วและคุกคามราวกับกระสุนปืนใหญ่เรือรบ
ตึง!
ปีศาจร่างทะมึนเห็นดังนั้นจึงกระโจนเข้าแลกโดยไม่ต้องคิด
กรงเล็บคมกริบของมันถูกตวัดว่องไวชนิดมิอาจมองทันด้วยตา
เปล่า เกิดเป็นภาพติดตาค้างไว้หนึ่งอึดใจ
แต่กรงเล็บปีศาจกลับเฉือนผ่านร่างชายหนุ่มไปอย่างไร้สุ้ม
เสียง ประหนึ่งข่วนกระทบเพียงสายลมไม่มีตัวตน
‘ร่าง’ ไคลน์เริ่มเลือนรางและสลายไป
นี่คือภาพมายา
นี่คือกล ของนักมายากล
กว่าปีศาจจะได้สติ ไคลน์ตัวจริงกลิ้งรวดเดียวถึงมุขหน้าต่าง
ฝังหน้าบ้าน ก่อนจะใช้มือซ้ายยันพื้น ส่งตัวเองให้กระโดดเพิ่ม
อีกหนึ่งตลบ พุ่งทะลุออกจากหน้าต่างพร้อมกับเสียงกระจกแตก
เมื่อทราบตัวตนอีกฝั่ายแน่ชัด ในหัวไคลน์ไม่มีความคิดอื่น
นอกจากหลบหนี!
ขณะเห็นฉากดังกล่าว ดวงตาคล้ายลาวาของสุนัขปีศาจ
พลันปะทุราวกับแม็กม่าเดือด
มันอ้าปากกว้างจนกลิ่นเหม็นอับในช่องปากลอยคละคลุ้ง
ตามด้วยการเปล่งเสียงก้องกังวาน กล่าวถ้อยคำกัดกร่อนเป็น
ภาษาปีศาจ
…
“ตาย!”
หงึก!
ไคลน์พลันชะงักโดยไม่ทราบสาเหตุ หัวใจเกิดความรู้สึกจุก
เสียดกะทันหัน ราวกับกำลังถูกฝั่ามือมองไม่เห็นบีบแน่น
แต่ทันใดนั้น ร่างมนุษย์เพศชายซึ่งลอยตัวค้างกลางอากาศ
เริ่มบางลงและหดตัวกลายเป็นแผ่นกระดาษรูปคน
กระดาษแผ่นดังกล่าวถูกสนิมแดงเกาะกินจนใช้การไม่ได้อีก
ต่อไป
เพล้ง! เคร้ง!
สองสุ้มเสียงเกิดขึ้นในเวลาไล่เลี่ยกันจนยากจะแยก
ก่อนหลัง ร่างจริงไคลน์ซึ่งสลับตำแหน่งกับกระดาษรูปคน
ปรากฏอีกครั้งภายในตัวบ้านหลังเดิม และกระโดดพุ่งหลาวใส่
มุขหน้าต่างคนละบานกับเหตุการณ์เมื่อครู่
ชายหนุ่มส่งตัวไปถึงถนนอย่างปลอดภัย ด้านหลังของมัน
กระดาษรูปคนกำลังลุกไหม้ด้วยเพลิงสีแดงสลับฟั้าแผ่กลิ่น
กำมะถัน
สุนัขปีศาจครางในลำคอเสียงแผ่ว จึงค่อยกระโจนออกมา
ยืนบนกรอบหน้าต่างและถลึงตาใส่ผู้หลบหนี
โดยปราศจากความปรานี หมาปีศาจพ่นก้อนเพลิงแดงฟั้า
ขนาดมหึมาออกจากปาก เล็งดักหน้าจุดกระโดดลงของไคลน์
อย่างแม่นยำ
ในวินาทีชายหนุ่มสัมผัสพื้นถนน มันรีบกลิ้งต่อทันทีอีกหนึ่ง
ตลบ ส่งผลให้ก้อนเพลิงแดงฟั้าพุ่งเฉียดร่างกายไปเล็กน้อย
ปะทะกับพื้นหินด้านล่างข้างลำตัว แต่ยังไม่เกิดระเบิดในทันที่
คล้ายกับถูกอำนาจลึกลับช่วยสยบไว้ชั่วคราว
บึ้มมมม!
จนกระทั่งไคลน์กลิ้งครบหนึ่งตลบ เปลวเพลิงของสุนัข
ปีศาจพลันระเบิดในจุดเดิมพร้อมกับทำลายพื้นหินจนแหลก
ละเอียดและเกิดหลุมลึก
เมื่อเห็นว่าหมาดำยังคงไล่กวดตนไม่เลิก ไคลน์ตัดสินใจแหก
ปากตะโกนสุดเสียงท่ามกลางค่ำคืนอันมืดมิด
“ฆาตกร! ช่วยด้วย! ฆาตกร! ช่วยด้วย!”
ราวกับถูกขับเคลื่อนด้วยพลังเวทมนตร์ เสียงร้องของชาย
หนุ่มดังกังวานทั่วบริเวณ กระทบกับแก้วหูคนเดินถนนสองข้าง
ทาง และบางที่ อาจดังไปถึงหูของตำรวจลาดตระเวนในละแวก
ใกล้เคียง
สุนัขปีศาจชะงักฝีเท้าทันที่ มันครุ่นคิดราวหนึ่งอึดใจ ก่อน
จะรีบย้อนกลับเข้าไปในบ้านหลังเดิมเพื่อทำลายหลักฐาน
ในเวลาเดียวกัน ไคลน์ซึ่งกำลังวิ่งหนีพลางแหกปากโดยเน้น
คำว่า ‘ฆาตกร’ และ ‘ช่วยด้วย’ เป็นระยะ เริ่มเลือน
หายไปกับบรรยากาศมืดมิดรอบข้าง
…
ใต้เตาผิงของบ้านหลังหนึ่งในละแวกใกล้เคียง เศษถ่านฟืน
พลันปะทุอย่างไร้เหตุผล
นักมายากล ไคลน์ ย่างกรายออกจากกองเพลิงด้วยสีหน้า
ผ่อนคลาย มือซ้ายถือไม้ค้ำด้วยมาดสุขุม
นักมายากลแสดงกลต่อหน้าผู้ชมอีกครั้ง
โดยไม่รอช้า ชายหนุ่มรีบใช้มาสเตอร์คีย์ไขผนังของบ้านหลัง
แล้วหลังเล่าเพื่อหลบหนีไปในทิศทางตรงกันข้าม
ฟูั่ว!
ในบางสถานการณ์ เสียงแหกปากขอความช่วยเหลือ กลับมี
ประโยชน์มากกว่าพลังพิเศษหรือปืนสักกระบอกเสียอีก…
ไคลน์รำพันติดตลก ตามด้วยการหยิบขวดสารสกัดอมานด้า
ออกมาหยดใส่ตัวเอง
เผ่าพันธุ์เดิมของ ‘ปีศาจ’ คือสุนัข แปลว่ามันจะมี
ประสาทดมกลิ่นและเเกะรอยเป็นเลิศ ไคลน์มั่นใจว่า พลังพิเศษ
ของเส้นทางปีศาจต้องช่วยเสริมในจุดเด่นด้านนี้แน่นอน
ชายหนุ่มหลบหนีด้วยวิธีไขกำแพงบ้านจนมาถึงทางแยกไม่
ทราบชื่อแห่งหนึ่ง มันตัดสินใจหยุดเดินและสำรวจสถานการณ์
รอบตัว
เมื่อมั่นใจว่าบรรยากาศค่อนข้างเงียบและไม่มีพยานรู้เห็น
มาก ไคลน์เดินออกจากบ้านมายังริมถนน และทำการเช่ารถม้า
ต่อทันที่
จนกระทั่งรถม้าเคลื่อนตัวไปได้สักพัก มันจึงค่อยถอนหายใจ
แผ่วเบา ไคลน์มั่นใจว่าตนสลัดพ้นจากสุนัขปีศาจบัดซบนั่นแล้ว
ไม่ผิดคาด มาสเตอร์คีย์นำพาความฉิบหายมาถึงตัวเข้าจน
ได้…เราบังเอิญหลงเข้าไปในเหตุฆาตกรรมพอดิบพอดีเนี่ยนะ
ต้องดวงซวยถึงขั้นไหนกัน? คราวหน้าคราวหลัง ก่อนพกติดตัว
ต้องคิดให้รอบคอบกว่านี้…
หืม ในเมื่อเจ้าปีศาจนั่นวิวัฒนาการมาจากสัตว์เลี้ยงอย่าง
สุนัข…แล้วมันหาสูตรโอสถกับวัตถุดิบจากไหน? คงมีมนุษย์สัก
คนคอยให้ความร่วมมือกระมัง…ว่าแต่ มันเลือกเหยื่อจาก
ปัจจัยใดกันแน่?
อา เรื่องน่ายินดีก็คือ ถ้าเราไขปริศนาข้างต้นได้เมื่อไร สุนัข
ปีศาจตัวปัญหาจะลงมือได้ยากกว่าเดิมหลายเท่า แถมยังมี
โอกาสถูกหน่วยผู้วิเศษจับกุมตัวมากขึ้น…
ขณะไคลน์นั่งก้มหน้าไตร่ตรองหาข้อสรุป รถม้ากำลังแล่น
ไปบนถนนกว้างและปลอดผู้คนอย่างนุ่มนวล แสงสว่างจากเสา
ตะเกียงสองข้างทางส่องลอดเข้ามาเป็นระยะ
ทันใดนั้น หัวใจไคลน์หยุดเต้นกะทันหัน
นิมิตลางสังหรณ์ผุดขึ้นในสมอง!
เส้นเถาวัลย์สีเขียวจำนวนมหาศาลกำลังพุ่งลงจากท้องฟั้า
เป็นเส้นตรง ก่อนจะร้อยถักทอเข้าด้วยกันและปกคลุมผิวถนน
จนเขียวขจี
แต่คล้ายกับคนขับมองไม่เห็นถนนเถาวัลย์เบื้องหน้า รถม้า
ยังคงแล่นเข้าหาพรมธรรมชาติด้วยความเร็วปรกติ
ฉิบหายแล้ว…
ไคลน์เตรียมกระโจนออกจากห้องโดยสาร มันไม่กล้าเสี่ยง
ให้รถม้าเหยียบย่ำไปบนพรมเถาวัลย์ปริศนา
โครม!
ทันใดนั้น ห้องโดยสารสั่นสะเทือนรุนแรงจนร่างไคลน์
กระเด็นกลับเข้ามาด้านใน
ในเวลาเดียวกัน รถม้าแล่นเข้าเขตสีเขียวพร้อมกับการเหี่ยว
เฉาของเถาวัลย์ทีละต้น
ไคลน์ขมวดคิ้วชนกัน มันเตรียมจุดไฟเผารถม้าและหวังใช้
‘กระโจนไฟ’ หลบเข้าไปในเตาผิงของบ้านละแวกใกล้เคียง
แต่ไม่ว่าจะออกแรงดีดนิ้วสักเพียงใด ก็ไม่ปรากฏเสียงใดดัง
เล็ดลอดให้ได้ยิน
ยิ่งเวลาผ่านไป บรรยากาศรอบตัวก็ยิ่งเงียบเชียบผิดปรกติ
แม้กระทั่งเสียงเกือกม้ากระทบพื้นก็ยังเลือนราง เสียงล้อไม้บด
กับพื้นเถาวัลย์ซึ่งเคยดังระงมก็บรรเทาลงไม่ต่างกัน
ไคลน์พยายามข่มสติ มันเพ่งออกไปนอกหน้าต่างและพบว่า
รถม้าของตนกำลังวิ่งไปบนท้องฟั้าโดยมีถนนเถาวัลย์คอยนำ
ทาง!
นี่ไม่ใช่เบ็คลันด์…ชายหนุ่มหรี่ตาลง
ทันใดนั้น รถม้าหยุดเคลื่อนตัวกะทันหัน พื้นเถาวัลย์ด้าน
นอกเริ่มงอกเงยและถักทอเป็นรูปทรง ‘เปล’ ขนาดหนึ่งคน
นั่ง
หนึ่งอึดใจถัดมา เรียวขาของสตรีพร้อมด้วยรองเท้าหนัง
ห้อยลงมายังข้างหน้าต่างห้องโดยสาร ตามด้วยเสียงราบเรียบไร้
อารมณ์กระทบหูไคลน์
“เกิดอะไรขึ้น?”
เธอนี่เอง…ผู้หญิงลึกลับในพิพิธภัณฑ์…เราเคยคาดเดา
ว่าเธอคือตัวตนระดับครึ่งเทพ…แต่ดูเหมือนหล่อนจะจำแนก
เรากับร่างวิญญาณหัวขโมยไม่ออก…
ต้องแน่นอนอยู่แล้ว เพราะรูปลักษณ์เราเปลี่ยนแปลงด้วย
ผลของนกหวีดทองแดงมิสเตอร์อะซิก…เธอคงบังเอิญได้ยิน
เสียงเราตะโกนขอความช่วยเหลือพอดี จึงคอยจับตามองและ
ประเมินสถานการณ์…
สมองไคลน์กำลังประมวลผลในระดับยอดเยี่ยมเกินกว่า
มาตรฐานปกติ
มันแสร้งกลืนน้ำลาย จึงค่อยเล่า
“ผมเป็นนักสืบเอกชน กำลังร่วมมือกับพวกพ้องช่วยกัน
สืบคดีฆาตกรรมต่อเนื่อง ผมมีสมบัติวิเศษชื่อ ‘มาสเตอร์คีย์’
ช่วยให้เปิดประตูได้ทุกบาน รวมถึงการเดินทะลุผ่านกำแพง แต่
จะส่งผลให้ผู้พกพาหลงทางเป็นบางครั้ง ระหว่างกำลังเดินทาง
ผมบังเอิญหลุดเข้าไปในฉากฆาตกรรม และตระหนักทันทีว่า
ตัวเองไม่ใช่คู่ต่อสู้ของคนร้าย จึงตัดสินใจวิ่งหนีพร้อมกับขอ
ความช่วยเหลือ”
ทั้งหมดเป็นความจริง…ไคลน์เสริม
เมื่อเล่าจบ หญิงสาวไม่ส่งเสียนขานตอบ แต่ไคลน์สัมผัสได้
ว่า สายตาของบุคคลลึกลับด้านนอก กำลังมองทะลุผ่านห้อง
โดยสาร และสำรวจอุปกรณ์ของตนอย่างละเอียด
โชคดีว่า เรานำนกหวีดทองแดงของอะซิกกับแผ่นคั่น
หนังสือไว้ในมิติสายหมอกแล้ว…
ไคลน์นึกขอบคุณความฉลาดตัวเอง
ความรอบคอบและระมัดระวัง คือสมบัติสำคัญสำหรับนัก
มายากล!
เมื่อบรรยากาศเงียบสงัดชวนให้อึดอัดและทุกข์ทรมานจบ
ลง เสียงอ่อนโยนแต่ปราศจากอารมณ์ของหญิงสาวดังล่องลอย
“กุญแจดอกนั้นต้องคำสาป คุณไม่ควรใช้งานพร่ำเพรื่อ
นอกเสียจากจะไม่มีทางเลือก”
หลังจากสิ้นเสียงหล่อน สภาพแวดล้อมรอบตัวไคลน์เปลี่ยน
ผันกะทันหัน ทุกสิ่งกลับคืนสู่ความปรกติ ไม่ว่าจะเป็นถนน
เถาวัลย์ รถม้าแล่นบนท้องฟั้า รวมถึงความพิสดารต่างๆ นานา
ซึ่งเคยเกิดขึ้นจนถึงเมื่อครู่ อันตรธานหายไปโดยสิ้นเชิง สองข้าง
ทางกลายเป็นเสาตะเกียงแก๊สและบ้านเรือนภายในกรุงเบ็คลันด์
ตามปรกติ รถม้ายังคงแล่นต่อไปในทิศทางเดิม
ไคลน์ตกอยู่ในความหวาดระแวงตลอดทาง
จนกระทั่งรถม้าขยับเข้าใกล้เขตตะวันออก ชายหนุ่มจึงสั่ง
ให้คนขับหยุด จึงค่อยควักเงินจ่ายไปทั้งสิ้นแปดซูล
ภายใต้สถานการณ์ปรกติ ไม่มีคนขับรถม้าเช่าสติดีหน้าไหน
กล้าขับเข้าเขตตะวันออกในยามค่ำคืนแน่ เนื่องจากโอกาสถูก
ปล้นมีมากกว่าโอกาสรอดกลับไปโดยสวัสดิภาพ
ภายในหอพักหนึ่งเตียงบนถนนปาล์มดำ ไคลน์รีบตรงเข้า
นอนทันที่ ไม่กล้าเดินทางกลับถนนมินส์เนื่องจากคืนนี้เกิดคดี
ฆาตกรรมต่อเนื่องเพิ่มเติม นั่นจะยิ่งทำให้สถานการณ์ภายใน
เมืองหลวงตึงเครียดหนักกว่าเก่า
ไคลน์ไม่กล้าส่งตัวเองเข้าห้วงมิติเหนือสายหมอก มันแสร้ง
ทำตัวให้ตรงตามคำอธิบายซึ่งเคยบอกกับหญิงสาวปริศนาไว้
นั่นคือ ตนเป็นแค่คือนักสืบเอกชนตัวเล็กๆ และยังเป็นผู้วิเศษ
ลำดับต่ำ
ทำไมค่ำคืนนี้ถึงได้มีแต่เรื่องน่าสะพรึงกลัว เราแค่ขโมยแผ่น
คั่นหนังสือเอง…จริงสิ ปัญหาทั้งหมดเกิดจากมาสเตอร์คีย์
บัดซบนั่นเพียงดอกเดียว!
ไคลน์รำพันติดตลก ก่อนจะส่งตัวเองให้เข้าสู่ภาวะนิทรา
…
เช้าวันถัดมา ชายหนุ่มตื่นตั้งแต่รุ่งสางและเดินสูดอากาศ
พร้อมฝุั่นควันยามเช้าของเบ็คลันด์จนถึงถนนมินส์ ก่อนจะเข้า
บ้าน มันแวะหยิบหนังสือพิมพ์และจดหมายจากกล่องโลหะ
หลังจากเปิดประตู ไคลน์เดินเข้าไปพลางคลี่หนังสือพิมพ์
ฉบับหนึ่งออกมาอ่านพาดหัว
“คดีสิบสอง! ปีศาจปรากฏตัวอีกครั้ง! แต่ในคราวนี้ กรม
ตำรวจประกาศกร้าวว่าพวกเขาขยับเข้าใกล้ตัวจริงของฆาตกร
เต็มทีแล้ว!”
…
ในทางกลับกัน คดีจารกรรมพิพิธภัณฑ์แห่งชาติแทบไม่มี
การกล่าวถึง อาจมีเขียนไว้ในกรอบเล็กๆ ของหนังสือพิมพ์ฉบับ
ท้องถิ่น และไม่ได้ระบุว่าวัตถุใดถูกขโมยไป
ส่วนจดหมายไม่ติดตราไปรษณียากรคือใบแจ้งหนี้ค่า
น้ำประปา ไคลน์ต้องเดินทางไปจ่ายด้วยตัวเองยังสำนักงานการ
ประปาเขต
มันกวาดสายตาอ่านเล็กน้อย ก่อนจะโยนจดหมายลงบน
โต๊ะกาแฟอย่างแม่นยำ และเดินขึ้นชั้นสองของตัวบ้านเพื่อ
อาบน้ำชำระล้างร่างกายให้สะอาด
ไคลน์รอให้ไอน้ำลอยคละคลุ้งเต็มห้อง จึงค่อยเดินทวนเข็ม
สี่ก้าวและส่งตัวเองเข้าสู่ห้วงมิติเหนือสายหมอกเทา
ท่ามกลางพระราชวังโบราณเก่าแก่ ชายหนุ่มนั่งลงบนเก้าอี้
เดอะฟูล และหยิบแผ่นคั่นหนังสือซึ่งเป็นภาพเหมือนของ
จักรพรรดิโรซายล์ขึ้นมาเพ่งสำรวจ
กว่าจะได้มา ทำเอาเกือบตาย…
ไคลน์ใช้ฝั่ามือลูบไล้ไปบนแผ่นคั่นหนังสืออย่างนุ่มนวลพลาง
ส่ายศีรษะ