ราชันเร้นลับ Lord of the Mysteries - บทที่ 329 รอยกรงเล็บ
สะพานเบ็คลันด์ ผับวีรบุรุษ
ไคลน์ใช้มือข้างหนึ่งกดปีกหมวกแก๊ป ส่วนอีกข้างล้วงจับ
กระเปั๋าสตางค์ไว้แน่น ด้วยชุดคนงานสีฟั้าอมเทา มันเดิน
เบียดเสียดแทรกตัวไปตามฝูงชนซึ่งยืนรายล้อมเวทีชกมวยพลาง
ส่งเสียงโห่ฮา จุดหมายปลายทางคือบาร์เครื่องดื่ม
ระหว่างทาง ชายหนุ่มพยายามใช้สายตาสอดส่อง แต่กลับ
ไม่พบร่องรอยของพ่อค้าอาวุธเถื่อน คาสปาส·คันลินิง
ถ้าไม่เล่นไพ่ก็คงอยู่ในห้องบิลเลียด…
ไคลน์พยักหน้ากับตัวเองพลางเดินเข้าไปหาบาร์เทนเดอร์
และสั่งเครื่องดื่ม
“ครึ่งครึ่ง”
คราวก่อน มันเคยเห็นลูกร้านในร้านสั่งเครื่องดื่ม
แอลกอฮอล์ประเภทนี้ และรู้สึกว่าอาจเหมาะกับรสนิยมการดื่ม
ของตน
อย่างน้อยก็คงดีกว่าเบียร์มอลต์เพียว…
ขณะไคลน์รำพันเงียบงัน บาร์เทนเดอร์เงยหน้ามอง
“อยากผสมอะไรกับอะไร? เมื่อวัตถุดิบต่างกัน ราคาย่อม
ไม่เท่ากัน”
“สูตรดั้งเดิม ไม่มีอะไรดีกว่าแบบดั้งเดิม” ในคราวก่อน
ไคลน์เห็นคนสั่งครึ่งครึ่งโดยใช้แอลกอฮอล์คุณภาพต่ำสุดเป็น
ส่วนผสม แม้จะมีราคาแค่สองเพนนีครึ่ง แต่รสชาติก็ไม่น่าจะดี
สักเท่าไร
“สี่เพนนีครึ่ง” เมื่อเห็นลูกค้าหนุ่มหยิบเหรียญทองแดง
มาวางบนโต๊ะ บาร์เทนเดอร์หันกลับไปผสมเครื่องดื่ม พร้อมกับ
กล่าวโดยไม่มองหน้าคนฟัง “มาหาคาสปาสหรือ เขาคงไม่มา
ร้านนี้อีกแล้ว ธุรกิจถูกแย่งชิงน่ะ”
“หือ…?”
ไคลน์คาดไม่ถึงว่าจะได้รับคำตอบเช่นนี้
โดยไม่ปล่อยให้บาร์เทนเดอร์เล่าต่อ ลูกค้าชายซึ่งมีปลาย
คางยื่นยาว นั่งถัดจากไคลน์ไม่ห่างนัก ส่งเสียงหัวเราะคิกคัก
และกล่าว
“ใช่แล้ว พวกเราขับไล่คาสปาสออกไป! ฮะฮะ! ก็สมควร
แล้ว ตาแก่ไร้ฝีมืออย่างมันจะมีน้ำยาทำธุรกิจได้สักแค่ไหน
เชียว? ถ้านายอยากได้อะไรก็บอกมา บอสใหญ่ของพวกเรา
พร้อมพูดคุย”
สงครามแก๊ง? หลังจากไคลน์ผุดข้อสันนิษฐานแรก มัน
เตรียมตอบปฏิเสธข้อเสนอของชายปากยื่นโดยไม่มัวคิดเยอะ
แต่ทันใดนั้น สมองพลันฉุกคิดถึงบางเรื่อง
หรือจะเป็นเพราะ องค์กรลับซึ่งกำลังตามล่าตัวมาดามชา
รอนและมาริค อาศัยพลังอำนาจส่วนตัว บงการให้แก๊งอื่นเข้า
แย่งชิงธุรกิจของคาสปาสภายในผับวีรบุรุษ เพื่อบีบให้ชารอน
และมาริคสูญเสียแหล่งกบดาน?
เป็นไปได้มากทีเดียว คาสปาสทำงานเป็นพ่อค้าอาวุธเถื่อน
มานาน ไม่มีทางถูกขับไล่โดยแก๊งท้องถิ่นธรรมดาแน่…
ในระยะหลัง เนื่องจากสถานการณ์คดีฆาตกรรมต่อเนื่อง
กำลังตึงเครียด ฝั่ายองค์กรลับซึ่งตามหาชารอนและมาริค ย่อม
ไม่กล้าฆ่าคนเพื่อสื่อวิญญาณถามเบาะแสอย่างส่งเดช เพราะจะ
ทำให้พวกมันกลายเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีฆาตกรรมแทน หรือต่อ
ให้บังเอิญตามหาทั้งสองพบ แต่การต่อสู้ย่อมเกิดความวุ่นวาย
โกลาหล ผู้วิเศษของทางการจะรีบรุดมายังจุดเกิดเหุตและมี
ปัญหาตามมา องค์กรเบื้องหลังจึงตัดสินใจหยุดพักการค้นหาไว้
ชั่วคราว และหันมากดดันคนใกล้ตัวชารอนกับมาริคแทน นั่น
คือคาสปาส…
ไคลน์กลืนคำปฏิเสธลงคอ และซักถามกลับไปด้วยสีหน้า
สนใจ
“ขอคุยราคาก่อนตัดสินใจได้ไหม”
ไคลน์อยากสำรวจความน่าเกรงขามของแก๊งอันธพาล ซึ่ง
กลายมาเป็นเจ้าของธุรกิจตลาดมืดประจำผับวีรบุรุษรายใหม่
หากบังเอิญพบจุดอ่อนเข้า ก็จะใช้ข้อมูลดังกล่าวสร้างบุญคุณ
กับคาสปาส ชารอน และมาริค
เหนือสิ่งอื่นใด ไคลน์ไม่อยากสร้างศัตรูโดยไม่จำเป็น การ
สำรวจอีกฝั่ายอย่างเป็นมิตรจึงนับว่าสมเหตุสมผลแล้ว
“ไม่มีปัญหา แต่มีเงื่อนไขอยู่หนึ่งข้อ…” ชายปากยื่น
ยกมือขึ้นและทำท่ารูดซิบปิดปาก
“ตกลง”
หลังจากไคลน์ตอบ สายตาเหลือบเห็นแก้ว ‘ครึ่งครึ่ง’
ของตนถูกนำมาวางไว้บนบาร์ พร้อมกันกับการกวาดเศษ
เหรียญเข้าหาตัวเองของบาร์เทนเดอร์
ในเมื่อสั่งมาแล้ว ไคลน์ขอดื่มให้หนำใจสักหน่อย มันเอียง
คอพลางกระดกแก้ว
ทันใดนั้น ชายหนุ่มขมวดคิ้วจนหน้าย่น
ช่างแตกต่างจากจินตนาการโดยสิ้นเชิง!
รสฝาดโดดเด่นเกินไป ส่วนรสองุ่นก็เจือจางเกินไป…
ไคลน์วางแก้วลง พร้อมกับเดินตามชายปากยื่นเข้าไปใน
ห้องบิลเลียด เดิมเคยเป็นของคาสปาส
ขณะเข้าใกล้ประตู ไคลน์พลันฉุกคิดเรื่องน่าตกใจขึ้นได้
หรือนี่จะเป็นกับดัก? องค์กรลับเบื้องหลังจงใจทำให้ชารอน
โกรธ เธอจะได้ลงมือฆ่าแก๊งอันธพาลเพื่อคืนธุรกิจให้คาสปาส
จากนั้นพวกมันก็จะซุ่มโจมตี!
เดี๋ยวสิ แม้แต่คนนอกอย่างเรายังคิดได้ว่า สถานการณ์
ทั้งหมดเป็นกับดักขององค์กรลับซึ่งกำลังตามล่าตัวมาดามชา
รอนและมาริค ถ้าอย่างนั้น คนในอย่างพวกเขา ซึ่งเคยถูกตาม
ล่าตัวมาเป็นเวลานาน ก็ควรจะทราบว่านี่คือกับดัก และไม่
ปรากฏตัวออกมาสักระยะ…
แต่น่าแปลก ทางด้านคาสปาสก็ไม่ใช่คนธรรมดา มีเส้นสาย
เป็นถึงชุมนุมผู้วิเศษ รู้จักผู้วิเศษก็มาก เขาสามารถจ้างผู้วิเศษ
มาทำลายแก๊งอันธพาลแทนชารอนและมาริคได้สบาย แล้ว
ทำไมถึงยังนิ่งเฉย? ซับซ้อนจัง…
ทันใดนั้น บุรุษปากยื่นพลันหยุดยืนหน้าประตูห้องบิลเลียด
ส่งผลให้ไคลน์ซึ่งเดินเหม่อเพราะครุ่นคิด เกือบเสียหลักชนจาก
ด้านหลัง
ชายปากยื่นชี้นิ้วเข้าไปทางประตูห้อง
“ห้ามพูดเรื่องไร้สาระเด็ดขาด บอสใหญ่ของพวกเราเป็น
คนหงุดหงิดง่าย ทุกคนในเขตสะพานเบ็คลันด์ต่างทราบเรื่องนี้
ดี”
“เข้าใจแล้ว” ไคลน์ยพักหน้ารับ
ชายปากยื่นทำสีหน้าพึงพอใจ พร้อมกับใช้มือผลักประตู
ห้องบิลเลียดเปิดออก
เมื่อบานประตูเริ่มอ้ากว้าง ไคลน์มองเห็นร่างใครบางคน
กำลังถูกแขวนห้อยจากเพดาน ปลายเท้าโยกเอนแผ่วเบาตาม
แรงลมเอื่อย
อีกฝั่ายเป็นชายกำยำร่างใหญ่ หนวดเครารกรุงรัง รอบคอมี
บ่วงเชือกรัดแน่น
ฝั่าเท้าลอยสูงจากพื้นพอประมาณ ลิ้นห้อยจุกปาก ใบหน้า
ม่วงคล้ำและบิดเบี้ยวราวกับทุกข์ทรมานสุดขีด
“บอส…” ชายปากยื่นส่งเสียงพึมพำด้วยสีหน้าตก
ตะลึง
เมื่อคดีฆาตกรรมจบลง และระดับความปลอดภัยของกรุง
เบ็คลันด์ลดลง ใครบางคงเริ่มลงมือก่อเรื่องทันที…
ไคลน์หันกลับมามองลูกน้องของผู้เสียชีวิต พร้อมกับทำ
สัญลักษณ์สามเหลี่ยมกึ่งกลางหน้าอก
“ขอให้พระองค์รับเขาไปอยู่ด้วยกันบนดินแดนอันสงบสุข
หวังว่าอาการหงุดหงิดง่ายจะถูกรักษาจนหายขาด”
ชายปากยื่นไม่ได้ฟังด้วยซ้ำว่าไคลน์พูดอะไรไปบ้าง เอาแต่
ส่งเสียงพึมพำราวกับสติหลุดลอยออกจากร่าง
“บอส! ฆาตกร! บอสตายแล้ว!”
เสียงตะโกนของอีกฝั่ายทำไคลน์ผงะถอยหลังสองก้าว มัน
ตัดสินใจเปิดเนตรวิญญาณและมองเข้าไปในห้อง แต่นอกจาก
ลูกบิลเลียดกลิ้งกระจัดกระจาย ก็ไม่พบความผิดปรกติใดอีกเลย
เป็นฝีมือของผู้วิเศษฝั่ายคาสปาส?
หากเป็นเช่นนั้นจริง ฝังองค์กรตามล่าตัวมาดามชารอนจะ
ทำยังไงต่อ? สมมติว่าถ้าพวกมันมีเอี่ยวกับเรื่องนี้…
เมื่อสมาชิกแก๊งเริ่มยืนมุงหน้าห้อง ไคลน์ตัดสินใจเดินแหวก
ฝูงชนกลับออกมา
ชายหนุ่มมองไปยังประตูหลังผับข้างครัวพลางยืนก้มหน้า
ครุ่นคิด ก่อนจะเดินตรงไปยังทิศทางดังกล่าวตามสัญชาตญาณ
ขณะผลักประตูไม้น้ำหนักปานกลางเปิดออกไปหลังร้าน
สายลมเย็นเฉียบพลันพัดสวนกลับเข้ามาด้านใน ร่างกายไคลน์
เกิดอาการสั่นเทาเล็กน้อย
ท่ามกลางสายลมปริศนา กลิ่นเลือดลอยโชยเจือจางจน
สัมผัสได้
ชายหนุ่มหยุดนิ่งและสำรวจเหตุการณ์รอบตัวสักระยะ เมื่อ
ไม่พบความผิดปรกติ จึงล้วงหยิบเหรียญเพนนีขึ้นมาดีด
เสียงเหรียญกระทบฝั่ามือดังแผ่วเบาเนื่องจากถูกเสียงลม
แรงกลบจนมิด ไคลน์ก้มหน้าสำรวจผลลัพธ์การทำนายบนฝั่ามือ
และพบว่าคำตอบออกมาเป็น ‘หัว’
มันเก็บเหรียญทองแดงกลับ พร้อมกับเดินออกจากผับ
วีรบุรุษโดยใช้ ‘สัมผัสวิญญาณ’ นำทาง
ไคลน์มุ่งหน้าไปยังมุมมืดแห่งหนึ่งซึ่งแสงไฟจากเสาตะเกียง
ส่องไม่ถึง ยิ่งเดินก็ยิ่งพบว่ากลิ่นเลือดเข้มข้นขึ้นทุกขณะ
ท่ามกลางแสงจันทร์สลัวบนท้องฟั้าซึ่งแหวกทะลวงปุยเมฆ
ลงมาอย่างยากลำบาก ชายหนุ่มพลันอ้าปากค้างเมื่อได้เห็นฉาก
ตรงหน้าเต็มสองตา
บนพื้นเต็มไปด้วยต้นขามนุษย์ชุ่มเลือด รวมถึงน่อง รองเท้า
ซี่โครง หัวใจ แขน ดวงตา และอวัยวะส่วนอื่น บนกำแพงมีลำไส้
สีแดงซีดแขวนอยู่ ฉากหลังถูกฉาบด้วยสีแดงฉานปะปนกับจุดสี
ขาวคล้ายนมสด
ภาพดังกล่าวทำให้ไคลน์นึกถึงโรงเชือด
โรงเชือดสำหรับมนุษย์โดยเฉพาะ
นี่ฆาตกรกลัวว่าเหยี่ยวราตรี ทูตพิพากษา และจิตแห่ง
จักรกลจะว่างงานหรือไง? หากตำรวจมาเห็นฉากนี้เข้า ไม่ต้อง
สงสัยเลยว่า พวกมันต้องรีบส่งคดีให้หน่วยพิเศษของโบสถ์รับ
ช่วงต่อทันที…
ไคลน์พึมพำพลางฝืนข่มความรู้สึกสะอิดสะเอียน
มันเดินไปยังกำแพงฝังตรงข้าม และได้เห็นในสิ่งน่าตกใจ
กว่าเดิม รอยข่วนขนาดใหญ่จนเกิดเป็นร่องลึกบนกำแพง!
กรงเล็บต้องยาวและแข็งขนาดไหนกัน ถึงจะสร้างรอยข่วน
มหึมาเช่นนี้ได้!
หือ ถ้าจำไม่ผิด กรงเล็บคล้ายกับสุนัขปีศาจหลังแปลงร่าง
หรือว่า ยังมีปีศาจตัวอื่นหลงเหลืออยู่ในเมืองหลวงอีก?
จริงสิ ไม่ใช่แบบนั้นแน่…เราเข้าใจแล้ว!
ไคลน์พลันกระจ่าง
เหยื่อคือผู้สังหารหัวหน้าแก๊งภายในห้องบิลเลียด และคน
ฆ่ามันอีกที่ คือสมาชิกขององค์กรลับซึ่งเป็นผู้วางกับดัก รอให้ชา
รอนกับมาริคออกมาฆ่าแก๊งอันธพาล…
แต่พวกเขาฉลาดพอ และบอกให้คาสปาสส่งคนอื่นมาฆ่า
หัวหน้าแก๊งแทน…
จากคำอธิบายของเดอะซันน้อยเกี่ยวกับร่างพิเศษของมา
ดามชารอน เดอะซันให้ความเห็นไว้ว่า ร่างวิญญาณดังกล่าวอาจ
เป็นพลังของเส้นทางนักโทษ โดยองค์กรซึ่งครอบครองเส้นทาง
นักโทษคือโรงเรียนกุหลาบ
ไคลน์จึงสันนิษฐานว่า มาดามชารอนและมาริคคือคนทรยศ
ของโรงเรียนกุหลาบ
อีกชื่อหนึ่งของเส้นทางนักโทษก็คือ…
เส้นทางมนุษย์กลายพันธุ์
และมนุษย์หมาปั่าก็ถือเป็นมนุษย์กลายพันธุ์ประเภทหนึ่ง!
สมมติฐานนี้สอดคล้องกับฉากฆาตกรรมตรงหน้าเป็นอย่าง
มาก…
และยังเป็นการพิสูจน์ทางอ้อมด้วยว่า มาดามชารอนและ
มาริค คือคนทรยศของโรงเรียนกุหลาบจริง…
ไคลน์เดินถอยหลังออกจากจุดเกิดเหตุอย่างใจเย็น ทีละก้าว
สองก้าว
ระหว่างกำลังถอย มันค่อนข้างมั่นใจว่าบริเวณดังกล่าวไม่มี
ตะกอนพลังตกอยู่ แต่อีกหนึ่งความเป็นไปได้ก็คือ ศพยังใหม่
และตะกอนพลังอาจยังไม่ถึงเวลาตกผลึก
ไคลน์รีบหันหลังและมุ่งหน้าไปทางถนนใหญ่ มันหวังให้ใคร
สักคนไปแจ้งตำรวจแทน ว่ามีเหตุฆาตกรรมเกิดขึ้นในจุดอับ
สายตา
เนื่องจากฉากค่อนข้างสยองขวัญ ถ้าคนทั่วไปบังเอิญผ่านมา
เห็น คงคิดว่ามีสัตว์ปั่าหลุดเข้ามาในเมือง และกลายเป็นเรื่อง
ลุกลามใหญ่โตเกินจำเป็น ปล่อยให้ตำรวจแจ้งหน่วยผู้วิเศษ
อย่างไม่กระโตกกระตากคงดีกว่า
หากมัวโลภมากและยืนรอให้ตะกอนพลังตกผลึก อาจมี
ผลเสียมากกว่าผลดี ชายหนุ่มจึงไม่เสี่ยงซุ่มรออยู่ในจุดเกิดเหตุ
ขณะเดินออกจากซอย ไคลน์มองเห็นรถม้าสีน้ำตาลคันหนึ่ง
กำลังแล่นเข้ามาใกล้ มันจึงชะลอฝีเท้ารอให้รถม้าขับผ่านไป
แต่รถม้ากลับหยุดจอดตรงหน้าไคลน์!
ชายหนุ่มหรี่ตาลงและเตรียมทำศึกตามสัญชาตญาณ
แต่เรื่องน่าประหลาดคือ ไม่ว่าจะเป็นสัมผัสวิญญาณของนัก
ทำนาย หรือนิมิตลางสังหรณ์ของตัวตลก กลับไม่มีสิ่งใดแจ้ง
เตือนอันตราย
พร้อมกันนั้น หน้าต่างรถม้าถูกเลื่อนเปิด เผยให้เห็นใบหน้า
ขาวซีดผิดธรรมชาติ ดวงตาสีน้ำตาลแฝงความบ้าคลั่งและจิต
สังหาร
มาริค…ไคลน์จำได้แม่นยำ
พวกพ้องของมาดามชารอน มาริคผู้มีพลังควบคุมซอมบี้
จำนวนมาก
มาริคสวมเชิ้ตขาวและกั๊กดำ ไม่ได้ยำเกรงต่ออากาศหนาว
บัดซบของกรุงเบ็คลันด์แม้แต่น้อย บุรุษหน้าขาวทำสัญญาณมือ
เชื้อเชิญให้ไคลน์เข้าไปนั่งในรถม้า
ชายหนุ่มเกิดความลังเล ใจหนึ่งอยากใช้ลูกตุ้มวิญญาณ
ทำนายถึงอันตรายก่อนตัดสินใจ
ในวินาทีดังกล่าว หญิงสาวผู้หนึ่งปรากฏตัวด้านข้างมาริค
สวมชุดเดรสสีดำหรูหราลวดลายโกธิก หมวกสีดำใบเล็ก เส้นผม
สีทองอ่อน และดวงตาฟั้าครามอันเป็นเอกลักษณ์
มาดามชารอน
ทำนายไปก็เท่านั้น…ถ้าเธอต้องการทำร้ายเราจริง แค่
ลอบโจมตีจากด้านหลังก็สิ้นเรื่อง…
หลังจากตรึกตรองไม่นาน ไคลน์เดินตรงไปทางประตูรถม้า
ด้วยสีหน้าผ่อนคลาย พร้อมกับออกแรงดึงให้เปิดออก
เมื่อนั่งลง รถม้าเริ่มเคลื่อนตัวอย่างเชื่องช้าท่ามกลาง
บรรยากาศมืดสนิท ไม่มีใครทราบว่าจุดหมายปลายทางคือแห่ง
หนใด
“คุณมาผับทำไม?” ชารอนถาม
ไคลน์ตอบเถรตรง
“ผมต้องการติดต่อพวกคุณ เพื่อถามว่ามีหนังสือศาสตร์
เร้นลับบ้างไหม ยิ่งมีเนื้อหาเข้มข้นเท่าไรยิ่งดี คุณคงทราบอยู่
แล้ว ตัวผมยังมือใหม่มากสำหรับโลกผู้วิเศษ”
มาริคยังคงจ้องมองด้วยดวงตาเปียมจิตสังหาร มันกล่าว
ด้วยเสียงค่อนไปทางแหบพร่าและทุ้มต่ำ
“พวกเรามีหนังสือเกี่ยวกับศาสตร์เร้นลับหลายเล่ม
อย่างเช่นหนังสือของราชาหมอผี คารามัน แล้วคุณมีสิ่งใดมา
แลกเปลี่ยน?”
ราชาหมอผี? เส้นทางไหนอีก?
ขณะเกิดความสงสัย ไคลน์เรียบเรียงคำพูดตอบกลับไป
“ผมยินดีจ่ายเป็นทองปอนด์ หรือพวกคุณต้องการอย่าง
อื่น?”
ทันใดนั้น สตรีใบหน้าขาวซีดแต่สง่างาม มาดามชารอน จ้อง
ไคลน์ด้วยดวงตาลุ่มลึก ก่อนจะเปล่งเสียงราบเรียบเจือความ
เย็นชา
“ช่วยเหลือพวกเรา นั่นคือสิ่งแลกเปลี่ยนกับหนังสือ”