ราชันเร้นลับ Lord of the Mysteries - บทที่ 340 ในอดีต
คุณกำลังเชื้อเชิญให้ผมไปพบความฉิบหายหรือ?
หลังจากได้ยินคำโน้มน้าวจากอลัน ไคลน์เกือบหลุดทำ
สัญลักษณ์จันทร์แดงโต้ตอบ แต่สุดท้ายก็ระงับไว้ได้ทันและ
กล่าวด้วยสีหน้าเคร่งขรึมเจือความขุ่นเคือง
“บางที่ พฤติกรรมของผมอาจทำให้คุณเข้าใจผิดไป แต่
ต้องขอชี้แจงไว้ตรงนี้ว่า มนุษย์เราไม่สามารถเปลี่ยนศาสนา
หลังจากตัดสินใจอย่างหนักแน่นไปแล้วได้”
อลันรีบยกมือขึ้นเป็นเชิงขอโทษ
“ต้องขอโทษด้วย ผมคงเข้าใจความศรัทธาของคุณผิดไป
และไม่ควรนำศาสนามาเป็นประเด็นขำขันตั้งแต่แรก ถึงพวกเรา
จะมีความเชื่อต่างกัน แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้มิตรภาพของเราลด
น้อยลง”
ไคลน์เลิกตีหน้าเครียดและยิ้มรับ
“เรื่องนั้นคงไม่จริงสำหรับชาวฟุซัคและเฟเนพ็อตหรอก
กระมัง พวกเขายอมรับเพียงศาสนาเดียว”
ศาสนาหลักส่วนใหญ่ดำรงตนอยู่บนโลกมานานกว่าหนึ่งพัน
สี่ร้อยปี เมื่อเทียบกับความเคร่งศาสนาของประเทศอื่น โลเอ็น
และอินทิสนับว่าเปิดกว้างในการนับถือศาสนาค่อนข้างมาก
โดยไม่ปล่อยให้อลันกล่าวสิ่งใด ไคลน์รีบเปลี่ยนประเด็น
ใหม่
“แล้วหลังจากนั้นคุณได้พบวิล·อัสตินบ้างหรือยัง? ผม
หมายถึงเด็กชายผู้จำใจต้องถูกตัดขา เด็กชายผู้ทำนายว่าคุณจะ
เริ่มประสบความโชคร้าย”
ไคลน์มั่นใจว่าเหยี่ยวราตรีคงลงมือสืบสวนหาความจริง
หลังจากอลันแจ้งข่าว มันจึงอยากทราบผลลัพธ์หลังจากนั้น
ชายหนุ่มนึกสงสัยว่าเด็กชายผู้สามารถเปลี่ยนแปลงดวงชะตา
ของอลัน จะยังเก็บสำรับไพ่ทาโรต์ไว้กับตัวหรือไม่
“ไม่เลย ผมไม่ได้เห็นเขาอีกนับตั้งแต่ออกจาก
โรงพยาบาล” อลันส่ายหัวหนักแน่น
น่าเสียดาย… เหยี่ยวราตรีคงตามสืบหาเด็กคนนั้นได้จาก
บันทึกคนไข้ เราคงเข้าไปก้าวก่ายได้ไม่สะดวกนัก หรือบางที่
เด็กคนนั้นอาจย้ายบ้านไปแล้วก็ได้…
หลังจากแลกเปลี่ยนข่าวสารกับอลันพอหอมปากหอมคอ
ไคลน์เตรียมเดินลงไปยังห้องใต้ดินเพื่อซ้อมยิงปืน ทำความเคย
ชินกับลูกโม่กระบอกใหม่ด้วยกระสุนธรรมดา
ทันใดนั้น คนรู้จักสองคนกำลังเดินตรงเข้ามาใกล้ คนหนึ่ง
เป็นคณะกรรมการมลพิษทางอากาศแห่งชาติและผู้ถือหุ้นของ
บริษัทโคอิม มาดามแมรี ส่วนอีกคนหนึ่งเป็นเจ้าของบ้านเช่า
ไคลน์ สตาร์ลิ่ง·ซาเมอร์ ทั้งคู่สวมชุดเดรสสีอ่อน มอบ
ความรู้สึกเด็กกว่าวัยเล็กน้อย
ตามกฎของสโมสร สมาชิกสามารถนำเพื่อนมาด้วยได้ครั้ง
ละไม่เกินหนึ่งคน ส่งผลให้เหล่าสาวใช้และคนคุ้มกันของแมรี
ต้องนั่งรอภายในโถงรับรอง
ไคลน์ทักทายอย่างสุภาพพลางกล่าวคำชมเชยตามมารยาท
“คุณสุภาพสตรีทั้งสอง วันนี้ก็ยังสวยเหมือนเคยนะครับ
ไม่เพียงเท่านั้น ผมยังสัมผัสได้ว่าคุณสองคนเปล่งปลั่งกว่าปรกติ
เล็กน้อย”
แมรี่ที่เพิ่งผ่านการพบปะบุคคลสำคัญของอาณาจักร ฉีกยิ้ม
กว้างและกล่าว
“โรซายล์เคยกล่าวไว้ว่า การออกกำลังกายคือสิ่งจำเป็น
สำหรับมนุษย์ ดังนั้น เมื่อฉันเห็นสตาร์ลิ่งอยู่แต่ในบ้าน หรือต่อ
ให้ออกจากบ้านก็มักจะเป็นงานเลี้ยงเสียส่วนใหญ่ จึงประเมินว่า
สุขภาพของเธอน่าจะอยู่ในเกณฑ์ต่ำกว่ามาตรฐาน ก็เลยพามา
ออกกำลังกายเสียบ้าง ด้วยการเล่นเทนนิสและสควอซ”
ด้วยโหนกแก้มอันเด่นชัด แมรี่กวาดตามองไปรอบตัวและ
เห็นสมาชิกสภาสามัญหนึ่งคน รวมถึงสมาชิกสภาเมืองเบ็คลันด์
อีกสองคน จึงหันกลับมากล่าวกับสตาร์ลิ่ง
“บังเอิญพบคนรู้จัก ฉันขอตัวไปทักทายพวกเขาก่อน เธอ
ไปรอในห้องสมุดได้เลย”
“ตกลง” หากเทียบกับแมรี่ สตาร์ลิ่งมีรูปโฉมงดงาม
กว่าอย่างชัดเจน แต่เมื่อต้องอยู่ต่อหน้าแมรี่ พฤติกรรมของเธอ
กลับเป็นไปอย่างนอบน้อมและเกรงอกเกรงใจ
เมื่อเห็นแมรีเดินไปไกล สตาร์ลิ่งเชิดคางขึ้นเล็กน้อยพลาง
จ้องไคลน์
“มิสเตอร์โมเรียตี้ ได้ยินมาว่าพักนี้งานยุ่งหรือคะ?”
“ใช่ครับ ผมต้องทำงานร่วมกับนักสืบอีกหลายคนเพื่อ
ช่วยกรมตำรวจสืบคดีฆาตกรรมต่อเนื่อง พวกเราแสดงผลงาน
ได้น่าพึงพอใจ ทางนั้นจึงมอบรางวัลตอบแทนอย่าง
สมน้ำสมเนื้อ” ไคลน์ตอบเถรตรง
สตาร์ลิ่งเลื่อนมือขึ้นมาปั้องปาก
“จริงหรือคะ? หน้าตาฆาตกรเป็นเช่นไร? แล้วทำไมมันถึง
ต้องฆ่าหญิงสาวน่าสงสารเหล่านั้น? หนังสือพิมพ์แทบไม่เขียน
อะไรไว้เลย”
“ต้องขอโทษด้วยครับ กรมตำรวจกำชับว่าห้ามเปิดเผย
ข้อมูลสู่สาธารณะ” ไคลน์โกหกหน้านิ่ง
ผมคงบอกคุณไม่ได้ว่า ฆาตกรมีเส้นขนดกดำปุกปุย หางยาว
เรียว และสามารถตะกุยสี่เท้าด้วยความเร็วสูง… มันแอบ
รำพัน
สตาร์ลิ่งพยักหน้ารับอย่างเสียดาย และซักถามต่อด้วย
น้ำเสียงฉงน
“แล้วได้ค่าจ้างเท่าไร?”
“เป็นเงินรางวัลก้อนใหญ่ จากนั้นจะแบ่งให้นักสืบแต่ละ
คนตามผลงานครับ” ไคลน์ตอบอ้อม
“ประมาณคนละห้าสิบปอนด์?” สตาร์ลิ่งซักไซ้ด้วย
สายตาใคร่รู้
“ครับ” ชายหนุ่มพยักหน้าอย่าง ‘ซื่อสัตย์’
สตาร์ลิ่งอมยิ้ม
“รายได้สูงกว่าในความคิดของดิฉันอีกนะคะ สมกับเป็น
นักสืบฝีมือดี”
“ชมกันเกินไปแล้วครับ คดีใหญ่เช่นนี้เกิดขึ้นไม่บ่อยนัก
นานทีปีหนจะมีสักครั้ง” มันฉีกยิ้มและส่ายหัว
“ไม่ว่าจะโชคดีหรือไม่ แต่คุณได้พิสูจน์แล้วว่าเป็นคนมี
ฝีมือ” สายตาของสตาร์ลิ่งคล้ายกับกำลังครุ่นคิดบางสิ่ง “วัน
อาทิตย์หน้า ฉันกับลุคจะจัดงานเลี้ยงที่บ้าน หวังว่าคุณจะมา
ร่วมงาน… ไม่สิ ต้องขออภัยด้วย ดิฉันใจร้อนเกินไป ความจริง
ต้องให้สาวใช้ส่งจดหมายเชิญไปที่บ้านมากกว่า ฮุฮุ! คุณตั้งตารอ
ได้เลย ภายในงานจะมีสาวโสดมากมาย พ่อและแม่ของพวก
หล่อนล้วนมีการงานมั่นคง รายรับไม่ต่ำกว่าสองร้อยปอนด์ต่อปี
และบางคนยังทำงานนอกเวลาหลังจากกลับถึงบ้าน เป็นงาน
เสริมจำพวกพิมพ์ดีด”
น…นี่มัน การนัดบอด? มาดามสตาร์ลิ่งเห็นว่าเรามีรายได้
มั่นคงในฐานะนักสืบ ก็เลยจะเอาไปแนะนำให้เหล่าหญิงสาว
รู้จัก? แต่ในสายตาเธอ เราคู่ควรกับสตรีระดับนั้นเองหรือ?
หลายสิ่งกำลังผุดในหัวไคลน์ แต่เมื่อประเมินว่าความสัมผัส
ฉันเพื่อนบ้านคือสิ่งจำเป็น และการเตรียมอาหารด้วยตัวเองเป็น
เรื่องยุ่งยาก จึงตอบตกลงทันที่
“หากไม่มีอุบัติเหตุเกิดขึ้น ผมจะไปร่วมงานให้ทันเวลา
ครับ”
สตาร์ลิ่งยิ้ม
“แล้วฉันกับลุคจะรอนะคะ”
เธอจากไปโดยไม่กล่าวสิ่งใดเพิ่ม มุ่งหน้าไปยังห้องสมุด
ขนาดย่อมภายในอาคารสโมสร ส่วนไคลน์ก็แยกย้ายเดินลงไป
ยังชั้นใต้ดินเพื่อซ้อมยิงปืนและพลังพิเศษ
…
สามทุ่มตรง ไคลน์กำลังอยู่บนโต๊ะอ่านหนังสือ สายตาจ้อง
มองจันทร์แดงบนท้องฟั้าเริ่มขยายขนาดทีละนิด เข้าใกล้การ
ส่องแสงเต็มดวงไปทุกขณะ
ประหนึ่งม่านวารีสีแดงกำลังสั่นกระเพื่อม กระแสเวลาไหล
ผ่านนานหลายนาที่ จนกระทั่งถึงเวลา22 : 45 น.เสียงเพรียก
มายาได้ดังขึ้นตามความคาดหมาย
ไคลน์เดาได้ทันทีว่าเป็นของมิสเมจิกเชี่ยน
ผ้าม่านและตะเกียงแก๊สถูกปิดสนิท ชายหนุ่มเดินทวนเข็มสี่
ก้าวเพื่อส่งตัวเองเข้าไปในห้วงมิติเหนือสายหมอกเทา จากนั้นก็
เอื้อมแขนออกไปสัมผัสดาวแดงยุบพองเบื้องหน้า
เพียงเสี้ยววินาที่ ร่างกายมายาไม่คมชัดของฟอร์สปรากฏ
ขึ้นบนเก้าอี้ซึ่งมีสัญลักษณ์บานประตู
หญิงสาวถอนหายใจยาว รีบลุกขึ้นยืนและก้มศีรษะคำนับ
อย่างนอบน้อม
“มิสเตอร์ฟูลผู้ยิ่งใหญ่ ท่านช่วยเหลือดิฉันเอาไว้อีกครั้ง
ขอบพระคุณมากค่ะ”
“ไม่ต้องเก็บไปใส่ใจ” ไคลน์ตอบเสียงแผ่วเจือความ
ผ่อนคลาย
ฟอร์สนั่งลงโดยไม่กล่าวเพิ่มเติม
เธอกำลังเครียดในหลายสิ่ง จึงเงียบงันเช่นนั้นเป็นเวลานาน
ส่วนทางไคลน์ก็ไม่ต้องการพูดมากโดยไม่จำเป็น เพื่อรักษา
ภาพลักษณ์อันสูงส่งของเดอะฟูลเอาไว้
ภายใต้โดมพระราชวังคนยักษ์สูงตระหง่าน ความเงียบงัน
กำลังแผ่ปกคลุมคนทั้งสอง
เมื่อฟอร์สได้สติกลับมา เธอเพิ่งฉุกคิดได้ว่า บรรยากาศ
ปัจจุบันช่างน่าอึดอัดและหายใจเข้าออกได้ยากเย็น
ขณะชุมนุมปรกติจะมีจัสติสและเดอะเวิร์ลคอยทำให้
บรรยากาศครื้นเครง แต่ปัจจุบันเหลือเพียงเรากับท่านเดอะฟูล
สองต่อสอง ควรทำตัวอย่างไรดี? อึดอัดไม่ไหวแล้ว! เราต้อง
กล่าวอะไรออกไปบ้าง! เราต้องทำ! จะมัวนั่งนิ่งเหมือนกับคนโง่
ไม่ได้เด็ดขาด… แต่อีกฝั่ายเป็นถึงท่านเดอะฟูลผู้ยิ่งใหญ่เชียว
นะ! ท่านจะสนใจหัวข้อสนทนาของเราหรือ บ้าจริง! ตื่นเต้นจน
ทำอะไรไม่ถูกแล้ว!
ฟอร์สรู้สึกราวกับตนกำลังเชิญหน้าเจ้านายตามลำพัง
ภายในสำนักงาน
แม้ไคลน์จะไม่ใช่ ‘ผู้ชม’ แต่ก็สัมผัสได้ไม่ยากว่า
อากัปกิริยาของมิสเมจิกเชี่ยนเต็มไปด้วยความประหม่าและอึด
อัด ชายหนุ่มจึงฉีกยิ้มและพูด
“ช่วยเล่าให้เราฟังหน่อย เจ้ากลายมาเป็นผู้วิเศษได้
อย่างไร”
ฉันหมายถึง เธอไปเอาสูตรโอสถมาจากไหน และกำไล
ข้อมือนั่น… ไคลน์แอบเสริมคำถามแท้จริง
ฟอร์สเริ่มผ่อนคลาย
“เรื่องราวเกิดขึ้นเมื่อสามปีก่อน ดิฉันเพิ่งจบการศึกษา
จากโรงเรียนแพทย์เบ็คลันด์… ด้วยความช่วยเหลือจากบิดา
ดิฉันสามารถเปิดคลินิกส่วนตัวและทำกำไรได้มากพอสมควร
เอ่อ ในช่วงเวลานั้น บิดาของดิฉันได้ย้ายไปตั้งรกรากอยู่บน
คาบสมุทรไบลัมตะวันออกเรียบร้อยแล้ว… นับตั้งแต่เส้นทาง
เดินเรือไปยังทวีปใต้ถูกมนุษย์ค้นพบ คนหนุ่มสาวมากพรสวรรค์
ของอาณาจักรเราได้อพยพไปแสวงโชคบนทวีปใต้เป็นจำนวน
มาก บิดาของฉันอาจเป็นเพียงแม่ทัพระดับล่าง แต่เขาก็เดินทาง
ไปยังคาบสมุทรไปลับตะวันออกเพื่อไล่ตามความมั่งคั่งและ
อำนาจด้วยเช่นกัน มารดาจึงถูกทิ้งให้อยู่กับดิฉันในฐานะแม่
หม้าย ต้องรอนานหลายเดือนกว่าเรือข้ามทวีปจะลำเลียง
จดหมายฉบับแรกกลับมาถึงกรุงเบ็คลันด์ สถานการณ์เช่นนี้
ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่สำหรับอาณาจักร ดิฉันรู้จักชายชราใจดีคน
หนึ่ง เขามีทายาททั้งสิ้นห้าคน แต่ทั้งหมดกระจายตัวไปตามหมู่
เกาะ จักรวรรดิไบลัมตะวันตก หุบเขาเพิร์ธ หรือไม่ก็ทุ่งหญ้าฮา
เก็นติ แต่ละคนมีชีวิตเป็นของตัวเอง มีครอบครัวอบอุ่น มีการ
งานมั่นคง แต่พวกเขากลับหลงลืมไปว่า บิดาบังเกิดเกล้ากำลัง
รอให้กลับไปเยี่ยมเยียนบ้างเป็นครั้งคราว… ขณะดิฉันกำลัง
เรียนชั้นมัธยม ท่านแม่เกิดล้มปั่วยหนัก ชะตากรรมเดียวของ
ดิฉันในตอนนั้นก็คือ ต้องยืนมองท่านแม่จากไปบนเตียงคนไข้
ของโรงพยาบาลโดยไม่สามารถช่วยเหลืออะไรได้เลย หลังจาก
นั้นราวหนึ่งเดือน จดหมายจากท่านพ่อก็ถูกส่งมาถึง เขาเล่าว่า
ตัวเองกำลังเริ่มต้นครอบครัวใหม่กับคนทางนั้น และคงไม่
กลับมาเบ็คลันด์อีกแล้ว เขาตัดสินใจยกทรัพย์สินทั้งหมดในเบ็ค
ลันด์และเงินสดอีกเล็กน้อยให้เป็นของดิฉัน คล้ายกับทำไป
เพราะรู้สึกผิด”
ในฐานะนักเขียนนิยายขายดี ฟอร์สมีทักษะด้านการ
พรรณนาเป็นเลิศ
เนื่องจากไคลน์กำลังว่าง จึงนั่งฟังเรื่องราวของอีกฝั่ายโดย
ไม่พูดขัดจังหวะ
ฟูั่ว! ฟอร์สถอนหายใจก่อนจะเล่าต่อ
“นอกจากนั้น ท่านพ่อยังแนะนำให้ดิฉันรู้จักคลินิกยุสเซฟ
ผ่านสโมสรทหารผ่านศึก รายได้นับว่าค่อนข้างมั่นคง และดิฉันก็
ทำงานได้ไม่เลว อย่างไรก็ตาม ภายในใจยังคงเป็นกังวลกับ
อนาคตของตัวเอง จึงพยายามให้หนักกว่าเดิม เรียนรู้จาก
นายแพทย์รุ่นพี่ ทำงานอย่างหนักและเก็บเงินออมก้อนใหญ่
จนกระทั่งวันหนึ่ง ฉันมีวาสนาได้พบกับคนไข้หญิงชราใจดี โดย
เธอได้แวะเวียนมาหาฉันอีกหลายครั้ง… เธอโดดเดี่ยว ไม่มีลูก
คนรักของเธอจากไปตั้งแต่สิบปีก่อน ฉันรู้สึกเห็นใจและสงสาร
จึงพยายามพูดคุยและใช้เวลาอยู่กับเธอให้มาก แต่แล้ววันหนึ่ง
ฉันประหลาดใจมากเมื่อพบว่าเธอสามารถเดินทะลุกำแพงได้
เหตุการณ์ดังกล่าวถือเป็นการเปิดโลกอันคับแคบของดิฉันออก
หญิงชราเล่าว่า สามีได้ทิ้งพลังดังกล่าวไว้ให้ก่อนจากไป และยัง
อธิบายด้วยว่า หากไม่ใช่สมาชิกของตระกูลก็จะปลอดภัยจากคำ
สาป… หลังจากนั้นไม่นาน ขณะเธอปั่วยหนักและใกล้เสียชีวิต
หญิงชราได้ถามดิฉันว่าต้องการเป็นแบบเธอหรือไม่…
ย้อนกลับไปตอนนั้น ฉันยังเด็กและไร้เดียงสามาก อีกทั้งยังเต็ม
ไปด้วยจินตนาการ จึงตอบตกลงโดยไม่ลังเล เธอมอบสูตรโอสถ
พร้อมกับบอกให้ช่วยจัดการศพหลังจากตาย จากนั้นก็รอให้วัตถุ
ส่องแสงระยิบระยับปรากฏขึ้น วัตถุดังกล่าวคือวัตถุดิบหลักของ
โอสถ หญิงชรายังมอบกำไลข้อมือวงนี้ให้ และกำชับว่าห้ามใช้
งานอย่างพร่ำเพรื่อโดยเด็ดขาด ต้องตกอยู่ในสถานการณ์วิกฤติ
อย่างแท้จริงเท่านั้น รวมถึงยังแนะนำว่า ไม่ต้องไปสนใจเสียง
เพรียกในคืนจันทร์เต็มดวงมากนัก… แต่โชคร้าย ดิฉันไม่รอด
พ้นจากคำสาป… เมื่อใช้กำไลไปหนหนึ่ง เสียงเพรียกคืนจันทร์
เต็มดวงก็ยิ่งเข้มข้นขึ้นทุกขณะ”
คงเป็นแม่หม้ายของตระกูลอับราฮัม… หญิงชราเชื่อจาก
ประสบการณ์ส่วนตัวเอาเองว่า ‘คำสาป’ จะมีผลเฉพาะ
สายเลือดเดียวกันเท่านั้น… ไคลน์พยักหน้ารับ
“หลังจากกลายเป็นผู้วิเศษลำดับสูง เสียงเพรียกจะทำ
อะไรเจ้าไม่ได้แล้ว”
“หวังให้เป็นเช่นนั้นค่ะ” ถึงฟอร์สจะไม่เชื่อว่าตัวเอง
สามารถกลายเป็นผู้วิเศษลำดับสูงได้ แต่เธอก็เชื่อในตัวมิสเตอร์
ฟูล
…
เช้าวันจันทร์ เมื่อไคลน์ตื่นนอนและเดินลงจากบันได บน
โต๊ะกาแฟในห้องนั่งเล่นมีกระดาษแผ่นหนึ่งวางอยู่
“ได้ผล”
เยี่ยมเลย… มันถอนหายใจ
เมื่อถึง 14 : 45 นาฬิกา ชายหนุ่มส่งตัวเองเข้ามิติสาย
หมอกเพื่อเตรียมตัวสำหรับชุมนุมทาโรต์ประจำสัปดาห์