ราชันเร้นลับ Lord of the Mysteries - บทที่ 339 นักจิตบำบัด
ชารอนหยิบยาระงับประสาทในขวดแก้วจากมือไคลน์ ก่อน
จะจ้องมองสักพักพลางพยักหน้ารับแผ่วเบา
“ตกลง”
สมกับเป็นคนไม่พูดมาก…
ไคลน์ยิ้มและกล่าว
“มิสชารอน คุณจะใช้บริเวณใดของเมืองเป็นสนามรบ
คิดไว้บ้างหรือยัง ถ้ามีในใจแล้ว รบกวนช่วยบอกจุดลงมือให้ผม
สักสามสี่แห่ง จะได้ใช้เวลาสองสามวันถัดไปเพื่อเดินสำรวจ
ล่วงหน้าให้เกิดความเคยชิน เพราะไม่ว่าสุดท้ายจะเลือกจุดไหน
ผมจะได้พร้อมต่อสู้ในทุกสภาพแวดล้อม”
ในเมื่อพวกเขามีสิทธิ์เลือกสนามรบสุดท้ายด้วยตัวเอง ก็ไม่
ต้องกังวลว่าเราจะนำความลับไปบอกกับผู้วิเศษของทางการ
หรือกลุ่มผลประโยชน์ฝั่ายอื่น… แน่นอน หากเธอยังไม่เชื่อใจ
เรา ก็สามารถใช้ ‘ใบรับรอง’ กับเราได้…
ไคลน์ไตร่ตรองในใจ
ชารอนใช้ดวงตาสีฟั้าครามจ้องใบหน้าชายหนุ่มหนึ่งอึดใจ
พร้อมกับมอบคำตอบ
“เมื่อคุณกลับถึงบ้าน เตรียมแผนผังเมืองเบ็คลันด์ให้ฉัน
หนึ่งฉบับ วางไว้บนโต๊ะกาแฟ”
“ตกลง หวังว่าความร่วมมือระหว่างเราจะไม่เพียงสำเร็จ
อย่างราบรื่น แต่ยังน่าตื่นเต้นและสนุกสนานไปในตัว”
ไคลน์ยื่นแขนออกไปขอจับมือตามนิสัย
ชารอนเพียงก้มหน้ามองมือ ก่อนจะหายไปกับความว่าง
เปล่าราวกับไม่เคยมีตัวตน
ไคลน์ชักมือกลับและนำมาลูบไล้เส้นผมสีดำขลับของตนเป็น
การแก้เขิน ริมฝีปากสั่นเทาเล็กน้อย
มันสอบถามจุดลงมือล่วงหน้าด้วยหลากหลายเหตุผล หนึ่งก็
คือ ต้องการเตรียมความพร้อมให้ตัวเอง และอีกหนึ่งก็คือ ไคลน์
ยังไม่เชื่อใจมาริคกับชารอนเต็มร้อย
แม้ว่าอุดมคติของพวกเขาคือการยังยั้งแรงปรารถนา และ
ไม่ใช่ประเภทเสร็จศึกฆ่าขุนพล แต่ก็ไม่มีสิ่งใดช่วยรับประกันให้
ไคลน์ได้ว่า ‘วิญญาณอาฆาต’ สตีฟ ‘ซอมบี้’ เจสัน และ
‘มนุษย์หมาปั่า’ ไทร์ จะไม่พกสมบัติวิเศษล้ำค่าติดตัวมาด้วย
หากจบศึกแล้วดันมีสมบัติราคาแพงปะปนอยู่กับศพศัตรู
ชายหนุ่มไม่มั่นใจว่าชารอนกับมาริคจะระงับแรงปรารถนาไว้ได้
หรือไม่
ฉะนั้น การสำรวจทางหนีทีไล่ล่วงหน้าจึงจำเป็นมากสำหรับ
แผนการ หากโชคไม่ดีถูกอีกฝั่ายคิดฆ่าปิดปาก จะได้มีลู่ทางไว้
หนีรอด
ไม่ใช่ว่าไคลน์หวาดระแวงชารอน ว่ากันตามตรง มัน
ค่อนข้างเชื่อใจเธอเนื่องจากเคยผ่านประสบการณ์เฉียดตาย
ร่วมกันมาแล้ว แต่การเตรียมตัวรับมือในทุกสถานการณ์ก็ไม่ใช่
เรื่องเสียหาย ควรทำให้เกิดเป็นความเคยชิน
แม้ฝั่ายหนึ่งจะไม่มีเจตนาร้าย แต่อีกฝั่ายก็ไม่ควรตั้งตนอยู่
บนความประมาท…
ไคลน์มองออกไปนอกหน้าต่างพลางรำพันด้วยสำนวนจีน
กลาง
รถม้าเคลื่อนตัวไปบนถนนยามค่ำคืนของเมืองเบ็คลันด์ เสา
ตะเกียงต้นแล้วต้นเล่าแล่นผ่านสายตาชายหนุ่ม วิวทิวทัศน์ของ
ถนนเริ่มสะอาดสะอ้านและกว้างขวางขึ้นทีละนิด ใช้เวลาราว
ครึ่งชั่วโมงจนกระทั่งเดินทางกลับถึงถนนมินส์
รถม้ายามดึกราคาสูงฉิบ…
ไคลน์แหงนมองท้องฟั้าสีเกือบดำสนิท แสงจันทร์สีแดงนวล
มิอาจทะลวงผ่านม่านเมฆหมอกลงมายังถนนด้านล่าง
มันเดินเท้าต่ออีกสักพัก ก่อนจะพบว่าบ้านของนักกฎหมาย
เยอร์เก้นมืดสนิท
ไคลน์ควักนาฬิกาพกสีทองพลางกดปุั่มเปิดฝาโลหะ ศีรษะ
ก้มลงสำรวจเวลาพร้อมกับยิ้มกว้าง ปิดท้ายด้วยการเดินเข้า
บ้านของเยอร์เก้นด้วยกุญแจที่อีกฝั่ายเตรียมไว้ให้
ปัจจุบัน แมวดำโบรดี้กำลังนอนหมอบอย่างเงียบงันหลัง
ประตูหน้า มันใช้ดวงตากลมโตสีเขียวเข้มจ้องมองผู้มาเยือน
อย่างไม่กะพริบ
บรรยากาศภายในบ้านกำลังเงียบสงัด
ไคลน์นั่งยองและเหยียดแขนออกไปลูบไล้ศีรษะแมวดำ ทว่า
โบรดี้กลับปัดมือทิ้งพร้อมกับหันหลังประหนึ่งรังเกียจเสียเต็ม
ประดา
ชายหนุ่มอมยิ้มพลางส่ายหัว ก่อนจะลุกขึ้นเปิดวาล์วแก๊ส
กับตะเกียงแสง และทำตามคำแนะนำของเยอร์เก้นด้วยเดินตรง
ไปทางตู้กับข้าวเพื่อหยิบอาหารแมวซึ่งถูกเตรียมไว้ล่วงหน้า
ถัดมา ไคลน์เดินเข้าครัวและเปิดเตาแก๊ส นำกาน้ำร้อนมา
วางเพื่อเตรียมปรุงอาหารจานโปรดให้โบรดี้ อกไก่ฉีกและต้ม
แมวดำเดินตามหลังไม่ห่าง อาศัยความคล่องแคล่วกระโดด
ขึ้นมายืนข้างเตาแก๊ส ดวงตากลมโตของมันจ้องมองไคลน์โดยไม่
ส่งเสียงรบกวน
ไคลน์ชำเลืองมองตอบ จินตนาการภาพอกไก่ฉีกในหัวพลาง
ซักถาม
“คิดถึงคุณนายดอรี่ใช่ไหม? คงเป็นห่วงเธอสินะ… วันนี้
นักกฎหมายเยอร์เก้นจะไม่กลับบ้าน แกคงเหงาแย่ หรือกำลัง
น้อยใจว่าตัวเองไม่ได้รับความรักจากพวกเขา…”
เสียงของไคลน์สะท้อนภายในห้องครัวสักพักและเลือน
หายไป
แมวดำโบรดี้ยังคงนั่งจ้องในจุดเดิม ไม่เบือนหน้าหนี และไม่
ส่งเสียงร้องตอบกลับ
…
ณ บ้านพักของคุณหญิงนอร์ม่า
ออเดรย์ถูกเชิญเข้าร่วมงานเลี้ยงน้ำชา
“พวกเขาคือผู้เชี่ยวชาญด้านศาสตร์เร้นลับตามคำบอก
เล่าของดิฉัน” คุณหญิงนอร์ม่ากล่าวแนะนำตัวแขกพิเศษด้วย
น้ำเสียงอบอุ่น
“ทางนี้คือมิสเตอร์ฮิลเบิร์ต·อลูคาร์ด นักจิตวิทยาและ
นักออกแบบเครื่องประดับมากพรสวรรค์ ทางนี้คือมิสเอส
ลันด์·โอซิสเลก้า เป็นแพทย์หญิงด้านสุขภาพจิต หรือคน
ทั่วไปมักเรียกกันว่านักจิตบำบัด”
ฮิลเบิร์ต·อลูคาร์ดเป็นชายวัยสี่สิบ บรรยากาศรอบตัว
คล้ายกับชาวทวีปใต้ ผิวสีน้ำตาลค่อนไปทางดำเข้ม
เส้นผมสีน้ำตาล ดวงตาสีฟั้า รูปโฉมโดยรวมค่อนข้าง
ธรรมดา มอบกลิ่นอายบุรุษเงียบขรึมและสงวนกิริยาท่าทาง
เอสลันด์·โอซิสเลก้ามีใบหน้าอ่อนเยาว์จนน่าตกใจ ราว
กับเป็นเพียงเด็กมัธยมตามโรงเรียน ยากจะให้เชื่อว่าทำงานเป็น
นักจิตบำบัด
ส่วนสูงน้อยกว่าออเดรย์ราวสามถึงสี่เซนติเมตร เส้นผมสีดำ
แวววาวยาวถึงสะโพก มาพร้อมคู่ดวงตาสีฟั้าครามคล้าย
ทะเลสาบ
ออเดรย์ทักทายตามมารยาทและนั่งลงอย่างสง่างาม ภายใน
ใจตระหนักได้ทันทีว่าถูกเอสลันด์และอลูคาร์ดสำรวจพฤติกรรม
เด็กสาวตัดสินใจไม่พึ่งพาพลังนักอ่านใจ แสร้งทำเป็นไร้
เดียงสาอย่างแนบเนียน โดยขณะสนทนาเรื่องศาสตร์เร้นลับ
เธอพยายามควบคุมอารมณ์และคำตอบของตัวเองให้เป็นไป
อย่างธรรมชาติ
จะให้พวกเขารู้ไม่ได้ว่าเรากลายเป็นผู้วิเศษแล้ว แถมยังเป็น
นักอ่านใจแห่งเส้นทางผู้ชม…
ออเดรย์เข้าใจแจ่มชัดว่าเธอต้องวางตัวอย่างไรและกระทำ
สิ่งใดบ้างในวันนี้
แตกต่างจากอลูคาร์ดผู้เงียบขรึม เอสลันด์นั้นช่างพูด เมื่อ
แลกเปลี่ยนความรู้กันสักพัก หญิงสาวเป็นฝั่ายเริ่มซักถามออ
เดรย์
“คุณรู้จักมหาเดือนกับมหาปีไหม?”
“ไม่ค่ะ ไม่เคยได้ยินมาก่อน”
ออเดรย์มอบคำตอบหลังจากพิจารณาอย่างถี่ถ้วน เธอมั่นใจ
ว่าตนไม่รู้จักชื่อดังกล่าวก่อนจะเข้าสู่วงการศาสตร์เร้นลับ
แน่นอน เราทราบข้อมูลของมหาเดือนและมหาปีจาก
มิสเตอร์แฮงแมนในภายหลัง… เด็กสาวแอบเสริม
“มหาปีหมายถึง จำนวนปีการโคจรของดาวเคราะห์จาก
จุดเริ่มต้นกลับไปยังจุดเดิม ใช้ระยะเวลาทั้งสิ้น 25 920 ปี
ในทางศาสตร์เร้นลับ สิ่งนี้หมายถึงวัฏจักรเริ่มต้นและจุดจบของ
ทุกสรรพสิ่ง มหาเดือนหมายถึง จำนวนปีการโคจรของดาว
เคราะห์จากหนึ่งในสิบสองกลุ่มดาว ไปยังกลุ่มดาวใกล้เคียง
มหาเดือนจะยาวนานทั้งสิ้น 2 160 ปี โดยกล่าวกันว่า ในช่วง
เวลาเปลี่ยนผ่านมหาเดือน มหันตภัยร้ายแรงจะถือกำเนิดขึ้นกับ
ดาวเคราะห์ และจากการคำนวณเบื้องต้น จุดสิ้นสุดของมหา
เดือนกำลังใกล้เข้ามาเต็มที…”
เอสลันด์เล่าต่อไปอย่างฉะฉานและเบ่งวรรคลมหายใจได้
อย่างน่าทึ่ง ทุกสิ่งสอดคล้องจนฟังแล้วคล้อยตาม
ออเดรย์ยังคงปิดบังความรอบรู้ของตัวเองไว้อย่างมิดชิด
หลายครั้งจงใจซักถามในสิ่งผิด
ดำเนินต่อไปเช่นนี้จนกระทั่งงานเลี้ยงน้ำชาจบลง ทั้งเอส
ลันด์และอลูคาร์ดจึงขอตัวกลับและเดินออกจากบ้านของ
คุณหญิงนอร์ม่า
ออเดรย์ค่อนข้างผิดหวัง เธอจินตนาการว่าคนทั้งสองจะ
ช่วยบอกใบ้ข้อมูลของสมาคมแปรจิต แต่จนแล้วจนรอด ทั้งเอส
ลันด์และอลูคาร์ดก็มิได้กล่าวสิ่งใดออกมา
ก็พอเข้าใจได้ องค์กรลับมักไม่เผยตัวตนส่งเดชอยู่แล้ว และ
บททดสอบของสมาชิกใหม่ก็คงซับซ้อน ไม่ราบรื่นหรือ
ตรงไปตรงมา…
มีความเป็นไปได้ว่า พวกเขายังต้องการทดสอบเราอีกสัก
สองสามหน ก่อนจะตัดสินใจว่าควรชักชวนเข้าเป็นพวกเดียวกัน
หรือไม่… แบบนี้ก็ไม่เลว เราจะได้มีเวลารายงานท่านมิสเตอร์
ฟูล!
ออเดรย์ครุ่นคิดเรื่อยเปือย
จากนั้นไม่นาน เด็กสาวขอตัวกลับ คุณหญิงนอร์ม่าเดินมา
ส่งถึงหน้าประตู
“ออเดรย์ ดิฉันเห็นว่าคุณสนใจด้านจิตวิทยาไม่น้อย
ทำไมถึงไม่ลองเป็นนักจิตบำบัดก่อนแต่งงานดูล่ะ? ท่านเคาต์
และภรรยาเป็นสาวกของโบสถ์เทพธิดา พวกท่านต้องคอย
สนับสนุนแน่”
จากบรรดาตระกูลชนชั้นสูง หากไม่เดือดร้อนเรื่องเงินอย่าง
เร่งด่วนหรือประสบปัญหาร้ายแรง การหมั้นหมายระหว่างหนุ่ม
สาวมักใช้เวลานานหลายปีก่อนจะได้ข้อสรุป เพราะนอกจากพ่อ
แม่จะต้องไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วน ยังต้องผ่านการยินยอมของฝั่าย
หญิงและฝั่ายชาย ยังต้องพิจารณาประเด็นด้านขั้วอำนาจทาง
การเมือง รวมถึงผลประโยชน์ของแต่ละฝั่ายหลังจากการ
แต่งงาน
ดังนั้น แม้ว่าเด็กสาวส่วนใหญ่จะโตเป็นผู้ใหญ่ภายใต้การ
รับรู้ของราชินีตอนอายุสิบแปดปีบริบูรณ์ แต่กว่าจะแต่งงานจริง
ก็ปาเข้าไปเกือบยี่สิบหกปีตามสถิติสำนักทะเบียน
เฉกเช่นแวดวงการเมือง ค่าเฉลี่ยอายุของการลงเล่น
การเมืองครั้งแรกคือ 28.5 ปี
หรือในอีกความหมายหนึ่ง ออเดรย์จะมีเวลากระทำในเรื่อง
ที่ตนชื่นชอบราวแปดปีก่อนจะสมรสอย่างเป็นทางการ
จากบรรดาสามโบสถ์หลัก โบสถ์เทพธิดาเอาใจใส่เพศหญิง
มากกว่าใคร หลักคำสอนพยายามโน้มน้าวให้สตรีออกจากบ้าน
ไปประกอบอาชีพเลี้ยงตัวเอง ส่งผลให้หญิงสาวชนชั้นสูงแห่ง
โบสถ์เทพธิดาจำนวนมากมักประกอบอาชีพเสริม ไม่ว่าจะเป็น
นักวิจารณ์วรรณกรรม นักดนตรี นักเปียโน หรือจิตรกร
นี่ก็เป็นบททดสอบหรือ?
ออเดรย์ยิ้มจาง
“ดิฉันคงต้องอ่านหนังสือให้หนักขึ้น”
ว่ากันตามตรง เธอมองว่าไม่ใช่เรื่องฉลาดสักเท่าไร หากคน
ของสมาคมแปรจิตจะแฝงตัวไปเป็นจิตแพทย์หรือนักจิตบำบัด
ตัวจริง เพราะบุคคลระดับสูงแห่งหน่วยพิเศษของรัฐบาล ย่อม
ต้องรู้จักเทคนิคสวมบทบาทเป็นอย่างดี กลุ่มอาชีพเหล่านี้จึง
เป็นเปั้าหมายลำดับแรกในการสืบสวนหาความผิดปรกติ
คุณหญิงนอร์ม่าพึงพอใจกับคำตอบ เธอพยักหน้ารับและ
มอบรอยยิ้ม
“ทั้งเอสลันด์และอลูคาร์ดล้วนเป็นครูที่ดีนะคะ”
“…เข้าใจแล้วค่ะ ดิฉันจะจ้างมิสเอสลันด์มาเป็นครูสอน
พิเศษด้านจิตวิทยาส่วนตัว”
…
เมื่อไคลน์ตื่นขึ้นมาในเช้าวันอาทิตย์ มันพบว่ากระดาษผัง
เมืองเบ็คลันด์บนโต๊ะกาแฟ ถูกปากกาหมึกซึมวงกลมไว้หลาย
จุด แต่ละจุดไม่ห่างกันมากนัก มันจึงตัดสินใจใช้เวลาช่วงเช้าทำ
ความเคยชินกับสภาพแวดล้อม คอยสังเกตว่ารอบตัวมีอาคาร
สำคัญใดบ้าง และจะเดินทางไปยังวิหารละแวกใกล้เคียงได้
อย่างไร
ในช่วงบ่าย เมื่อมีเวลาว่างอีกครั้ง มันเดินทางไปยังสโมสรค
รักซ์เพื่อซ้อมยิงปืนและฝึกใช้งานพลังพิเศษ
ขณะย่างกรายเข้าไปในโถงรับรอง สายตาเหลือบเห็น
ศัลยแพทย์ อลัน·คริสต์ เดินกะเผลกออกจากห้องอาหารด้วย
ไม้เท้าค้ำยัน
หลังจากกล่าวคำทักทายตามประสา ไคลน์ซักถามด้วย
น้ำเสียงห่วงใย
“อลัน พักหลังเป็นยังไงบ้าง พอจะดวงดีขึ้นมาบ้างหรือ
ยัง?”
อลันที่เกิดมาพร้อมใบหน้าเย็นชา ฉีกยิ้มกว้างเกือบถึงใบหู
“อย่างน้อยก็ไม่โชคร้ายติดต่อกันแล้ว! ผมทำตาม
คำแนะนำของคุณ เดินทางไปยังวิหารและเล่าเหตุการณ์ทั้งหมด
ให้ท่านบิชอปฟัง หลวงพ่อบอกให้ผมเข้าไปสารภาพบาปกับ
เทพธิดาโดยตรง น่าเหลือเชื่อมาก! ขณะกำลังสารภาพบาป
คล้ายกับผมเผลอหลับไป แต่เป็นความรู้สึกอิ่มเอมใจประหนึ่ง
ได้รับพรจากเทพธิดาโดยตรง โดยหลังจากนั้น ความโชคร้ายก็
ไม่เกิดขึ้นกับผมอีกเลย! เทพธิดาจงเจริญ!”
อลันวาดสัญลักษณ์จันทร์แดงกลางหน้าอก
เอ่อ… จากประสบการณ์ของผม คุณคงโดนลำดับ 7 ฝัน
ร้าย ทำให้หลับสนิท จากนั้นเหยี่ยวราตรีผู้เชี่ยวชาญด้าน
พิธีกรรมก็แอบสร้างแท่นบูชาและประกอบพิธีปัดเปั่าความโชค
ร้ายออกไป…
ไคลน์ยิ้มตอบ
“ได้ยินแบบนี้ค่อยโล่งใจ”
ทันใดนั้น อลันจ้องมองมาและกล่าว
“เชอร์ล็อก ด้วยเหตุผลอย่าง ผมกลับรู้สึกว่าคุณไม่ได้
ศรัทธาเทพจักรกลไอน้ำสักเท่าไร ทำไมถึงไม่ลองเปลี่ยนศาสนา
ดูล่ะ? อย่างผมเป็นต้น มาเป็นเพื่อนร่วมศรัทธาในเทพธิดากัน
เถอะ!”