ราชันเร้นลับ Lord of the Mysteries - บทที่ 344 ใช้เงินต่างน้ำ
ภายในห้องใต้ดินของสโมสรครักซ์
เมื่อซ้อมยิงปืนเสร็จ ไคลน์บรรจงดันโม่ปืนของฟรีออกมา
ทางซ้าย ตามด้วยการบรรจุกระสุนชำระล้าง กระสุนปราบมาร
และกระสุนปัดเปั่าเข้าไปในอัตราส่วนสามต่อหนึ่งต่อหนึ่ง
ฟูั่ว! ชายหนุ่มถอนหายใจยาว เก็บปืนลูกโม่กลับเข้าซอง จัด
แต่งเสื้อผ้า และเดินกลับขึ้นไปยังชั้นหนึ่งอย่างไม่เร่งรีบ
มันบังเอิญได้ยินจากพนักงานสโมสรว่า อาหารแบบจำกัด
เสิร์ฟของวันนี้คือ ปลากระดูกมังกรกระทะร้อน
ในวินาทีย่างกรายเข้าไปในห้องอาหาร ชายหนุ่มได้พบกับ
คนรู้จัก ทาลิม·ดูมงต์ ครูสอนขี่ม้าของชนชั้นสูง ผู้มีเส้นผมสี
น้ำตาลหยักศก กำลังนั่งรับประทานอาหารกลางวันด้วยแววตา
เหม่อลอย
ไคลน์ยกถาดอาหารเดินเข้าไปใกล้และนั่งลงด้านข้าง ปิด
ท้ายด้วยการกล่าวทักทาย
ทาลิมหันมามอง ริมฝีปากขยับหลายครั้งแต่ปราศจากเสียง
เล็ดลอด จนกระทั่งผ่านไปราวสามวินาที่ มันตัดสินใจพึมพำ
“เชอร์ล็อก คุณรู้ใช่ไหมว่าโลกนี้มีบุคคลพิเศษผู้มาพร้อม
พลังพิสดาร”
แน่นอน อยู่ตรงหน้านายหนึ่งคน…
ไคลน์ยักคิ้ว ซักถามอ้อมค้อม
“พวกเขาทำไมหรือ”
ทาลิมพะงาบปาก แต่มิได้กล่าวคำใด
สีหน้ายังคงอึมครึมเช่นเคย มันครุ่นคิดนานหลายวินาทีก่อน
จะยิ้มแห้ง
“ไม่มีอะไร แค่ถามเพราะอยากรู้”
หืม คราวก่อนก็เคยถามว่า เขาควรทำอย่างไรหากเพื่อน
สนิทของตนตกหลุมรักหญิงสาวไม่คู่ควร มาคราวนี้ถามถึงพลัง
พิเศษ…
หรือเขาคิดจะ ‘สั่งเก็บ’ อีกฝั่ายเพื่อให้เพื่อนของตนตัดใจ
ได้? เป็นเรื่องสำคัญถึงขั้นต้องทำขนาดนี้เชียว การจ้างวานฆ่า
คนนั้นไม่ต่างอะไรกับเป็นฆาตกรเสียเอง!
ไคลน์พึมพำพลางตัดปลาทอด พยายามเลี่ยงกระดูกชิ้นใหญ่
เสร็จแล้วก็ยัดเข้าปาก
ทาลิมสูดลมหายใจยาว อาหารในจานถูกจัดการอย่าง
รวดเร็วก่อนจะใช้ผ้าเช็ดปากซับทำความสะอาด
คล้ายกับบรรยากาศอึมครึมรอบตัวทาลิมเจือจางลง มันหัน
มากล่าวกับไคลน์ด้วยรอยยิ้ม
“จริงสิ ไมค์ต้องการจ้างคุณเป็นบอดี้การ์ดประมาณสาม
วัน”
ไมค์·โยเซฟ? นักข่าวจากหนังสือพิมพ์เกาะกระแสรายวัน
คนนั้น? เรายังจำได้แม่น เขาแสดงฝีมือค่อนข้างน่าประทับใจ
จากเหตุการณ์ซ่องกุหลาบทองคำ…
ไคลน์ยิ้มรับ
“คราวนี้ไมค์คิดจะทำอะไรหรือ?”
ทาลิมผายมืออย่างจนปัญญา
“ไม่แน่ใจเหมือนกัน เขาพูดลอย ๆ โดยไม่ได้อธิบาย
รายละเอียด ถ้าจำไม่ผิดคงเป็นการสัมภาษณ์อะไรสักอย่าง เขา
บอกว่าจะติดต่อหาคุณวันมะรืนนี้ หวังว่าคุณจะว่างรับงานของ
เขา”
“ผมไม่รับปาก” ในเมื่อยังไม่ทราบเนื้องานชัดเจน
ไคลน์ตอบอย่างคลุมเครือ
ทันใดนั้น เสียงมายาของหญิงสาวพลันดังแว่วในหัว
มิสเมจิกเชี่ยน… หรือเธอจะเตรียมประกอบพิธีกรรม
สังเวยเงินสดค่าสูตรโอสถนักตุกติก?
ไคลน์เร่งมือจัดการอาหารให้หมดจาน ชาดำถูกซดเข้าไป
รวดเดียว ก่อนจะลุกเดินไปยังแผนกต้อนรับเพื่อจองห้องว่าง
สำหรับพักผ่อน
หลังจากผนึกห้องด้วยกำแพงวิญญาณจนอุ่นใจ ชายหนุ่มส่ง
ตัวเองเข้าห้วงมิติเหนือหมอกเทาและพบว่าการคาดเดาของตน
ถูกต้องทุกประการ มิสเมชิกเชี่ยนส่งข้อความมาบอกว่า เธอ
กำลังจะประกอบพิธีกรรมสังเวย
ที่ส่งเงินได้ช้ากว่าปรกติเพราะในตอนแรก เธอพกเงินติดตัว
เพียงสามร้อยเจ็ดสิบปอนด์ จึงต้องเดินทางไปธนาคารเพื่อถอน
มาให้ครบจำนวน
หลังจากประกอบพิธีกรรมอันซับซ้อน ฟอร์สพบว่าเงินสดสี่
ร้อยห้าสิบปอนด์ของตนถูกดูดหายเข้าไปในบานประตูมายา
โดยในเวลาเดียวกัน เนื้อหาของสูตรโอสถผุดขึ้นในความทรง
จำเป็นการแลกเปลี่ยน
“ลำดับ 8 นักตุกติก : วัตถุดิบหลัก”
“กระเพาะอาหารของผู้กินวิญญาณ”
“เลือดปลามาร์ลินทะเลลึกยี่สิบมิลลิลิตร”
“วัตถุดิบรอง”
“น้ำมันสกัดจากต้นฮอร์นบีมห้ามิลลิลิตร”
“ผงหญ้าก้อนด้ายบดสิบกรัม”
“ดอกท้อแดง”
“น้ำบริสุทธิ์แปดสิบมิลลิลิตร”
ได้สักที! หลังจากรอคอยมาแสนนาน!
ฟอร์สเดินวนไปรอบห้องอย่างมีความสุข
จากนั้น เมื่อเริ่มกังวลว่าตนอาจหลงลืม หญิงสาวรีบหยิบ
ปากกาและกระดาษขึ้นมาจดสูตรอย่างละเอียด เธอไม่ต้องการ
รบกวนมิสเตอร์ฟูลในเรื่องไม่จำเป็นบ่อยครั้ง
หากไม่เจอไก่อ่อนขายหมู วัตถุดิบหลักจะมีราคาไม่ต่ำกว่า
สามร้อยปอนด์แน่นอน แต่เราเหลือเงินเพียงสี่ร้อยสามสิบ
ปอนด์เท่านั้น… ต้องหมั่นทำงานให้หนักขึ้น จะได้มีเงินมา
พัฒนาลำดับตัวเอง… ม…ไม่ได้การแล้ว! เราต้องรีบเขียน
หนังสือเล่มใหม่!
ฟอร์สพลันกระตือรือร้น อาการสันหลังยาวอันตรธาน
หายไปชั่วขณะ
…
วันพุธเย็น หนุ่มทุ่มสี่สิบห้า หน้าบ้านหลังที่ถูกใช้จัดชุมนุม
ลับของเนตรแห่งปัญญา
ไคลน์เดินเข้าบ้านพร้อมกับเงินสดทั้งหมดที่มี
และเช่นเดิม มันสวมชุดคลุมยาวสีดำปกปิดใบหน้า รวมถึง
หน้ากากเหล็ก
เงินสดจำนวน 1 674 ปอนด์และเหรียญทองปอนด์อีกห้า
เหรียญ… ถือเป็นจุดสูงสุดใหม่ของชีวิตเรา แต่ไม่มีทางทราบ
เลยว่าจะเหลือเท่าไรหลังจากจบการชุมนุมวันนี้…
อาศัยความช่วยเหลือจากแสงเทียนสลัว ไคลน์เดินเข้าไปใน
ห้องนั่งเล่นและกวาดสายตาสำรวจรอบตัว
หือ… นักปรุงยาร่างท้วมไม่มา เกิดอะไรขึ้นกับหมอนั่น?
ไคลน์ขมวดคิ้วและนั่งลงในจุดเดียวกันกับคราวก่อน
ถัดมาไม่กี่นาที่ เนตรแห่งปัญญาปรบมือเสียงดังหนึ่งครั้ง
พร้อมกับประกาศ
“เริ่มได้”
ยังไม่ทันสิ้นเสียง ใครบางคนชิงส่งเสียงพูดราวกับอดทนรอ
ไม่ไหว บุคคลดังกล่าวคือหญิงสาวผู้ปกปิดใบหน้ามิดชิด แม่ค้า
อาวุธเถื่อนซึ่งน่าจะมีช่างฝีมือหนุนหลัง
เธอบีบเสียงซักถาม
“สหายผู้ต้องการขายสูตรโอสถนักติดสินบนคราวก่อนอยู่
ไหม?”
“ทางนี้” ไคลน์ตอบกระชับ
หญิงสาวถอนหายใจผ่อนคลาย ตามด้วยการใช้มือกด
หน้ากากเหล็ก
“ฉันมีอาวุธวิเศษตรงตามความต้องการของคุณ แน่นอน
หากไม่พอใจ เรายังสามารถแลกเปลี่ยนกันด้วยเงินสด”
“คุณสมบัติ?” ไคลน์ฝืนข่มความตื่นเต้น
แม่ค้าอาวุธเถื่อนเรียบเรียงถ้อยคำ
“เป็นแส้ ถักจากขนของนกสุริยันศักดิ์สิทธิ์ สามารถเก็บ
ซ่อนในรูปแบบเข็มขัด ขณะใช้งาน ปลายแส้จะถูกห่อหุ้มด้วย
เพลิงแสงศักดิ์สิทธิ์ หากนำไปฟาดใส่สิ่งมีชีวิตประเภทอันเดด
จะสร้างความเสียหายหนักหน่วง หากเป็นระดับอ่อนแอจะ
สลายในทันที… สามารถนำไปจุ่มในของเหลวเพื่อสร้างเป็น
น้ำมนตร์สุริยัน แต่การทำเช่นนั้นจะทำให้ความคงทนทาง
วิญญาณลดลงจากเดิมราวหนึ่งเดือน… ปัจจุบันเหลือความ
คงทนสิบสามเดือน หากคุณพึงพอใจ สามารถแลกเปลี่ยนกับ
สูตรโอสถนักติดสินบนได้โดยไม่ต้องจ่ายเงินเพิ่มแม้แต่เพนนี
เดียว”
ขนของนกสุริยันศักดิ์สิทธิ์? น่าเสียดาย หากทำมาจากขน
ของนกเทพสุริยัน แม้จะเป็นแค่ขนส่วนหาง เราจะซื้อแส้นั่นโดย
ไม่ลังเล เพราะวัตถุดิบหลักของโอสถลำดับ 4 ผู้เจิดจรัส คือขน
นกเทพสุริยัน…
ไคลน์ค่อนข้างพึงพอใจกับอาวุธ แต่ปัญหาคือความคงทนที่
เหลือเพียงสิบสามเดือน แถมการทำน้ำมนตร์แต่ละครั้งยังลด
อายุขัยลงหนึ่งเดือน ถ้าซื้อไปใช้ อีกไม่นานคงต้องหาอาวุธใหม่
มาทดแทน
เมื่อเกิดความคิดดังกล่าว ไคลน์หันไปยังตำแหน่งประธาน
การชุมนุม
“มิสเตอร์เนตรแห่งปัญญา รบกวนช่วยอธิบาย
รายละเอียดของ ‘เข็มกลัด’ อีกสักรอบได้ไหม? จริงสิ เขียน
ใส่กระดาษดีกว่า และกำกับด้วยว่าคุณต้องการขายในราคา
ใด”
ไคลน์กังวลว่าสมาชิกคนอื่นจะสนใจเข็มกลัดและแย่ง
ประมูลตัดหน้า จึงเปลี่ยนใจให้เนตรแห่งปัญญาเขียนลง
กระดาษในวินาทีสุดท้าย
“ตกลง” เนตรแห่งปัญญาอมยิ้มและบอกให้ผู้ช่วยหยิบ
ปากกากับกระดาษ
ขณะก้มหน้าเขียน สมาชิกชุมนุมคนอื่นเริ่มแลกเปลี่ยน
ค้าขายกันเอง บางคนเสนอเงินซื้อแส้ของแม่ค้าอาวุธเถื่อนใน
ราคาแพง แต่ทั้งหมดได้รับคำตอบว่าให้รอก่อน
ถัดมาไม่นาน เนตรแห่งปัญญาเขียนเสร็จและให้ผู้ช่วยส่ง
กระดาษมาทางไคลน์
ชายหนุ่มรีบคลี่อ่าน พบว่าลายมือถูกเขียนด้วยเทคนิคการ
‘พิมพ์’ ส่งผลให้คาดเดาไม่ได้ว่าเป็นคนจากพื้นเพใด
ระมัดระวังตัวดีมาก… ไคลน์เริ่มตั้งใจอ่าน
“เข็มกลัดสุริยัน หรืออีกชื่อหนึ่งคือ ‘ใจกลางฤดูร้อน’
ค่อนข้างด้อยคุณภาพหากเทียบกับสมบัติปิดผนึกระดับ 2
ด้วยกัน… ขณะใช้งาน เข็มกลัดจะกลายเป็นศูนย์กลางของ
คลื่นพลังความอบอุ่นอันบริสุทธิ์ มนุษย์ธรรมดาจะมิอาจสัมผัส
ถึงความผิดปรกติได้ ทว่า วิญญาณอันเดดและสัตว์ประหลาดจะ
ได้รับความเสียหายอย่างต่อเนื่องจนกระทั่งพวกมัน ‘ระเหย’
ไปเอง ลักษณะคล้ายกับการสาดน้ำใส่ไฟกองใหญ่ แม้กระทั่ง
วิญญาณอาฆาตหรือเงามืดก็มีชะตากรรมเดียวกัน เพียงแต่จะ
อดทนได้นานกว่า… ภายใต้เงื่อนไขที่เหมาะสม สิ่งมีชีวิต
ประเภทอันเดดทรงพลังก็สามารถอ่อนกำลังลงจากเดิมได้
เช่นกัน… ผู้สวมใส่แทบไม่มีทางถูกสิงร่างโดยวิญญาณมาร
หรือสัตว์ประหลาด และยังจะได้รับเวทมนตร์ในขอบเขตสุริยัน
เบื้องต้น ประกอบด้วยเวทอัญเชิญแสงศักดิ์สิทธิ์ สร้างน้ำมนตร์
เพลิงแห่งแสง ฟันชำระล้าง คำสาบานศักดิ์สิทธิ์ และออร่า
สุริยัน… ข้อเสียก็คือ ขณะพกติดตัว คุณจะไม่ได้รับความรู้สึก
หนาวเย็นอีกเลย จิตใจจะทุกข์ทรมานประหนึ่งเดินท่ามกลาง
ทะเลทรายอันกว้างใหญ่… พ่อหนุ่ม เชื่อผมเถอะ อย่าได้
ประมาทสภาวะดังกล่าวเด็ดขาด ความร้อนอันไร้จุดจบจะทำให้
จิตใจอ่อนแอลง ส่งผลต่อเนื่องให้เกิดภาวะคลุ้มคลั่งหากร่างกาย
ไม่พร้อม… ราคาไม่แพง ผมขายแค่สองพันปอนด์… อย่าได้
คิดต่อรอง คุณคงทราบอยู่แล้วว่าผมไม่ใช่คนร้อนเงิน แต่เป็นนัก
สะสม”
หืม สรรพคุณเข้าท่าทีเดียว… คำอธิบายของเนตรแห่ง
ปัญญาคราวก่อนค่อนข้างคลุมเครือ…
หัวใจไคลน์เริ่มเต้นระรัว หลังจากไตร่ตรองอยู่พักใหญ่ มัน
ตัดสินใจหันไปทางแม่ค้าอาวุธเถื่อน
“เงินสดเก้าร้อยปอนด์”
ตามปรกติแล้ว ราคามาตรฐานของสูตรโอสถลำดับ 7 จะตก
อยู่ราวแปดร้อยปอนด์
“ตกลง!” แม่ค้ารีบขานตอบประหนึ่งกลัวไคลน์เปลี่ยนใจ
น่าจะเรียกสักพันปอนด์…
ไคลน์ยิ้มแห้ง
แต่มันไม่ใช่คนกลับกลอก สุดท้ายต้องยอมแลกเปลี่ยนโดย
ไม่บิดเบือนข้อเสนอ กระดาษสูตรโอสถนักติดสินบนถูกยื่นให้
ผู้ช่วยของเนตรแห่งปัญญา
ในวินาทีนี้ ไคลน์กำลังจะมีเงินสดทั้งสิ้น 2 574 ปอนด์ เป็น
จำนวนมหาศาลสำหรับใช้ชีวิตอย่างสุขสบายไปตลอดกาลใน
ฐานะชายโสด
หลังจากเนตรแห่งปัญญา ‘รับรอง’ ความถูกต้องของ
สูตร แม่ค้าอาวุธเถื่อนรีบอ่านรายละเอียดด้านในด้วยสีหน้าพึง
พอใจสุดขีด
“ลำดับ 7 นักติดสินบน วัตถุดิบหลัก”
“ดอกทารกคร่ำครวญ”
“ผลึกกัญชาหน้าปีศาจ”
“วัตถุดิบรอง : ยางไม้ลำโพงทองห้าหยด”
“ยางไม้ลำโพงดำห้าหยด”
“น้ำมันสกัดหญ้าหลอนประสาทสี่หยด”
“ไวน์แดงแปดสิบมิลลิกรัม”
เมื่อแลกเปลี่ยนเสร็จสิ้น ไคลน์สูดลมหายใจเต็มปอด มองไป
ทางเนตรแห่งปัญญาพลางกล่าวด้วยเสียงขึงขัง
“สองพันปอนด์ ผมเอาเข็มกลัด”
เนตรแห่งปัญญาเผยรอยยิ้ม
“ด้วยความสัตย์จริง ผมไม่อยากขายของสะสมสักเท่าไร
แต่ในเมื่อมีสมบัติวิเศษคล้ายคลึงกันอย่าง 2-081 อยู่แล้ว เข็ม
กลัดสุริยันจึงกลายเป็นส่วนเกิน และเหนือสิ่งอื่นใด การกลับ
กลอกไม่ใช่นิสัยของผม… รอสามนาที่ ผมจะเข้าไปนำเข็มกลัด
สุริยันออกมาให้”
“ตกลง” ไคลน์ขานตอบด้วยสีหน้าคาดหวัง แต่
ขณะเดียวกันก็รู้สึกเจ็บแปลบ
ในเวลานี้ สายตาทุกคู่กำลังจ้องมองมาทางไคลน์ สำหรับ
ชุมนุมลับขนาดเล็ก การแลกเปลี่ยนสินค้าในราคาสองพันปอนด์
ไม่ใช่เรื่องปรกติ สองสามปีจะมีสักหน
ไคลน์เริ่มสัมผัสถึงสายตาแฝงความละโมบและหิวกระหาย
จากรอบตัว
หลังจากบรรยากาศภายในห้องเงียบงันครู่หนึ่ง สมาชิกคน
อื่นเริ่มกลับมาซื้อขายแลกเปลี่ยนกันตามปรกติ จนกระทั่งเนตร
แห่งปัญญาเดินกลับเข้ามา ชายชราแบมือออกพร้อมกับเผยให้
เห็นเข็มกลัดโลหะแวววาวสีทองเข้ม รูปทรงคล้ายนกสุริยัน
เรื่องที่น่าสนใจก็คือ ใบหน้าและฝั่ามือของเนตรแห่งปัญญา
กำลังชุ่มไปด้วยเหงื่อเม็ดใหญ่