ราชันเร้นลับ Lord of the Mysteries - บทที่ 345 เข็มกลัดสุริยัน
“เชิญทดสอบให้พอใจก่อนจ่ายเงิน”
เนตรแห่งปัญญาผู้สวมเสื้อคลุมปกปิดศีรษะและใบหน้า
กล่าวกับไคลน์ขณะยื่นเข็มกลัดสีทองเข้มให้
ช่างใจกว้างยิ่งนัก…ไคลน์เหยียดแขนออกไปรับ แต่ยังไม่ทัน
จะได้สำรวจอย่างละเอียด บรรยากาศรอบตัวพลันร้อนตับแตก
แม้แต่สายลมปะทะใบหน้าก็ยังแผดเผา ยิ่งสูดเข้าปอดก็ยิ่งทุกข์
ทรมาน
ในวินาทีนี้ คล้ายกับไคลน์ไม่ได้อยู่ภายในกรุงเบ็คลันด์อัน
หนาวเย็น ไม่ได้อยู่บนทวีปเหนือ แต่เป็นทะเลทรายสุดแสน
กว้างใหญ่ เหนือศีรษะมีดวงอาทิตย์จดจ่อคอยแผ่รังสีร้อนระอุ
ตลอดเวลา ประหนึ่งรอบตัวเต็มไปด้วยทรายแห้งสีเหลืองไร้
ขอบเขต
ฟูั่ว! อยากกินไอติมชะมัด.
เหงื่อเม็ดใหญ่ผุดขึ้นบนหน้าผากไคลน์ แต่เนื่องจากกำลัง
สวมหน้ากาก ของเหลวใสจึงเคลื่อนไหวได้ไม่อิสระนัก ทำได้
เพียงแช่คาในจุดเดิมเช่นนั้น
ขณะกำลังสัมผัสเข็มกลัดโดยตรง ไคลน์ตระหนักว่ารอบกาย
ตนมีคลื่นพลังอบอุ่นแผ่ออกเป็นวงกว้าง โดยสมาชิกชุมนุมคน
อื่นมิอาจตระหนักถึงสิ่งนี้
หลังจากติดเข็มกลัดไว้บนเสื้อ มันทดสอบแผ่พลังวิญญาณ
เข้าไปบนผิวโลหะสีทองเข้ม
ทันใดนั้น สมองพลันสว่างวาบชั่วขณะ ตามด้วยการ
มองเห็นท้องฟั้าอันเต็มไปด้วยประกายแสงสีทองระยิบระยับ มา
พร้อมข้อมูลและรายละเอียดของเข็มกลัด
เป็น ‘ความรู้’ เกี่ยวกับการใช้เวทมนตร์พื้นฐานใน
ขอบเขตสุริยัน สิ่งสำคัญคือเทคนิคในการถ่ายพลังวิญญาณและ
คาถาสำหรับร่ายมนตร์
ยกตัวอย่างเช่น หากถ่ายพลังวิญญาณเข้าไปสองวินาทีถ้วน
ผู้ใช้งานจะทำการอัญเชิญแสงศักดิ์สิทธิ์ลงมาจากฟากฟั้า ชำระ
ล้างสิ่งมีชีวิตประเภทอันเดดด้วยความเสียหายหนักหน่วง
หากถ่ายพลังวิญญาณเข้าไป 5 วินาทีและเปล่งถ้อยคำ
‘สุริยัน’ ด้วยภาษาเฮอร์มิสโบราณ ผู้ติดเข็มกลัดจะสร้าง
น้ำมนตร์สุริยันศักดิ์สิทธิ์สำหรับปัดเปั่าวิญญาณมาร ขับไล่ความ
หนาวเหน็บ และชำระล้างวิญญาณอาฆาต
หากถ่ายพลังวิญญาณด้วยปริมาณและช่วยเวลาอื่น ผู้ติด
เข็มกลัดจะใช้งานเวทมนตร์พื้นฐานในแต่ละชนิดได้ตามใจ
ปรารถนา
เพลิงแสงศักดิ์สิทธิ์ : สร้างเปลวไฟสีขาวขึ้นจากความว่าง
เปล่า
ฟันชำระล้าง : โจมตีทางกายภาพใส่วิญญาณอาฆาต
โดยตรง สามารถนำไปใช้เสริมประสิทธิภาพให้กระสุนปืนได้ด้วย
ต้านทานหวาดกลัว : ผู้สวมเข็มกลัดไม่มีทางเกิดความกลัว
คำสาบานศักดิ์สิทธิ์ : ช่วยเสริมสมรรถภาพด้านพละกำลัง
ความคล่องแคล่ว พลังธาตุไฟ และพลังศักดิ์สิทธิ์ ขึ้นอยู่กับคาถา
ในการสวด
ออร่าสุริยัน : เลือกใช้ใส่พวกพ้องภายในระยะ 20 เมตร
ช่วยเสริมความกล้าหาญและชำระล้างพลังงานชั่วร้าย
ไม่เลว…ความสามารถอาจไม่หวือหวา แต่ก็ไม่มีผลข้างเคียง
ร้ายแรง แถมยังสอดคล้องกับพลังนักมายากลของเราเป็นอย่าง
ดี.
ถ้าไม่ร้อนบัดซบจะสมบูรณ์แบบมาก.
ภายในช่วงเวลาไม่กี่วินาที่ ไคลน์จินตนาการอรรถประโยชน์
ของเข็มกลัดในหัว
ถัดมา ชายหนุ่มถกชุดคลุมขึ้นพร้อมกับล้วงมือเข้าไปใน
กระเปั๋าเสื้อโค้ท เมื่อรวมกับเงิน 900 ปอนด์ของใหม่จากแม่ค้า
อาวุธเถื่อน ไคลน์บรรจงนับเงินสดให้ครอบ 2 000 ปอนด์เพื่อ
เตรียมส่งให้เนตรแห่งปัญญา
มันนับอย่างละเอียดถึงสามรอบ หวังไม่ให้มีข้อผิดพลาด
เกิดขึ้น จากนั้นก็บอกลาเงินสดก้อนใหญ่เป็นการถาวร
ไคลน์ก้มมองกระเปั๋าสตางค์ซึ่งหดลีบ เกิดเป็นความเศร้า
และยินดีในเวลาเดียวกัน
เงินออมของเรา อุตสาห์เก็บมาแทบตาย กลับต้องเหลือ
เพียง 574 ปอนด์และอีก 5 เหรียญทองปอนด์ภายในวันเดียว.
แต่ก็คุ้มค่า แลกมาด้วยสมบัติวิเศษชิ้น 2 ของเรา
ผลข้างเคียงของมันไม่น่ากลัวเท่ามาสเตอร์คีย์ แถมยังมีพลังรอบ
ด้าน!
ถึงจะร้อนไปสักหน่อยก็เถอะ.
ไคลน์เลื่อนมือขึ้นมาจับหน้ากากเหล็กโดยไม่รู้ตัว ราวกับ
หวังถอดออกและนำไปพัดเพื่อบรรเทาความร้อน
หลังจากสูญเสียเงินก้อนใหญ่ในคราวเดียว ไคลน์ไม่สนใจจะ
ซื้อขายสิ่งใดเพิ่ม เพียงรับบทบาทผู้ชมโดยไม่ปริปาก รอให้การ
ชุมนุมจบลงอย่างเป็นทางการ
คล้ายกับถูกกระตุ้นด้วยการซื้อขายมูลค่า 2 000 ปอนด์
ก่อนหน้า ชุมนุมของเนตรแห่งปัญญาในค่ำคืนนี้คึกคักและมี
ชีวิตชีวาเป็นพิเศษ ยกตัวอย่างเช่น แส้ถักจากขนนกสุริยัน
ศักดิ์สิทธิ์ถูกขายออกไปในราคา 850 ปอนด์ ทางด้านเนตรแห่ง
ปัญญาก็นำเงินของไคลน์ไปซื้อสินค้าจำนวนหนึ่งเช่นกัน จำพวก
หนังสือโบราณและวัตถุดิบหลักโอสถ
เมื่อการชุมนุมจบลง เนตรแห่งปัญญากวาดตามองรอบห้อง
หนึ่งหนก่อนจะหันกลับมามองไคลน์
“คุณควรกลับเป็นคนแรก”
กังวลว่าเราจะถูกดักปล้นสินะ.
ไคลน์ขอบคุณอีกฝั่ายจากก้นบึ้งพร้อมกับเดินออกจาก
ห้องนั่งเล่นภายใต้การนำทางของผู้ช่วย หน้ากากเหล็กและเสื้อ
คลุมรุ่มร่ามถูกถอดออกอย่างรวดเร็วเนื่องจากทนความอบอ้าว
ไม่ไหว
ไคลน์ใช้พลังวิญญาณห่อหุ้มเข็มกลัดในลักษณะเดียวกับ
นกหวีดทองแดงของอะซิก ผลลัพธ์ทำให้เข็มกลัดไม่แผ่คลื่นพลัง
อบอุ่นออกไปรอบตัว ไม่ต้องกังวลว่าจะถูกผู้วิเศษคนอื่นตรวจ
พบ ทว่า ผลข้างเคียงด้านความอบอ้าวบัดซบยังคงแสดง
ประสิทธิภาพอย่างเต็มกำลัง ไม่สามารถขจัดออกไปได้ด้วย
ความสามารถไคลน์ในตอนนี้
เพื่อไม่ให้จิตใจอ่อนแอ เราต้องพกติดตัวในยามจำเป็น
เท่านั้น คงต้องพึ่งพากระสุนปัดเปั่าและกระสุนชำระล้างไป
ก่อน.
ไคลน์เดินออกจากบ้าน ตามด้วยการเดินวนอีกหลายรอบ
เป็นระยะทางไกล และวกกลับมายังด้านนอกผับวีรบุรุษ
เมื่อเข้าไปในร้าน มันวนหนึ่งรอบโดยไม่สั่งเครื่องดื่ม กลับ
ออกมาและเดินเท้าถัดไปอีกหนึ่งบล็อกถนน ปิดท้ายด้วยการ
เช่ารถม้า
และเป็นไปตามคาด เรือนร่างมายาอันงดงามของหญิงสาว
ในชุดโกธิกสีดำพลันปราฏฎภายในห้องโดยสารฝังตรงข้าม
ไม่มีสิ่งใดบนตัวชารอนเปลี่ยนไปจากเดิม หญิงสาวกล่าว
ด้วยน้ำเสียงล่องลอย
“เตรียมตัวเสร็จแล้วหรือ”
“ใช่ คุณสามารถแจ้งจุดซุ่มโจมตีและวันเวลากับผมได้ทุก
เมื่อ” ไคลน์พยักหน้ารับ
ชารอนจ้องมองด้วยดวงตาสีฟั้าคราม
“ตกลง”
ขณะเห็นชารอนกำลังจะเลือนหาย ไคลน์รีบส่งเสียงเรียก
“รบกวนบอกให้คาสปาสฝังกล่องระเบิดไว้รอบสนามรบ
ด้วย”
ชารอนเงียบงัน จากนั้นก็กล่าวเสริม
“สตีฟชำนาญระเบิดเหมือนกับฉัน”
“ผิดแล้ว ผมไม่ได้จะใช้มันฆ่าใคร”
ไคลน์เผยรอยยิ้ม
“…เทศกาลดอกไม้ไฟน่ะ”
ชารอนใช้ดวงตาแสนเย็นชาจ้องมองนานหลายวินาที่
จากนั้นก็พยักหน้า
เมื่อเห็นร่างของหญิงสาวเลือนหาย ไคลน์เอนหลังพิงผนังรถ
ม้าพร้อมกับเปิดหน้าต่างแง้มออก ปล่อยให้สายลมเย็นเฉียบ
ยามค่ำคืนพัดผ่านเข้ามา
ทว่า ความร้อนกลับไม่บรรเทาเลยสักนิด
สมัยอยู่โลกเก่า เราเกลียดฤดูร้อนเป็นอันดับหนึ่ง…อา ใช่
แล้ว เราชอบไอติมแท่ง ไอศกรีม แตงโม เครื่องดื่มเย็นฉ่ำ.
ขณะพึมพำ ไคลน์ล้วงกระเปั๋าและใช้ปลายนิ้วสัมผัสเข็ม
กลัดสุริยัน
เอ็งมีราคาถึงสองพันปอนด์เชียวนะ.
จนกระทั่งรถม้าเคลื่อนมาถึงถนนมินส์ ชายหนุ่มเดินกลับ
ด้วยเส้นทางเดินโดยมีจุดหมายเป็นอาคารหมายเลข 15
เมื่อผ่านหน้าบ้านนักกฎหมายเยอร์เก้น มันเหลือบมองเข้า
ไปตามสัญชาตญาณ และพบว่าภายในบ้านกำลังสว่างไสวด้วย
ตะเกียงแก๊สสีฟั้าอ่อน
มีคนอยู่…ไคลน์ยิ้มพลางถอนหายใจด้วยความเสียดาย เหงื่อ
เม็ดใหญ่ยังคงผุดตามร่างกายไม่หยุดพัก
.
วันถัดมา
พฤหัสบดีช่วงเช้า
ขณะไคลน์เดินออกจากห้องน้ำพร้อมด้วยหนังสือพิมพ์ในมือ
เสียงกริ่งบ้านพลันดังระงม
ใครกัน? จริงสิ ทาลิมบอกว่าไมค์·โยเซฟจะมาหาเรา
วันนี้.
ท่ามกล่างกริ่งกังวาน ไคลน์เดินไปยังประตูหน้าและใช้มือกำ
ลูกบิด
ภาพนิมิตของผู้มาเยือนผุดขึ้นในสมอง :
อายุราวสามสิบ เสื้อขนสัตว์สีดำและหมวกทรงกึ่งสูงสีเข้า
ชุด ขนตาหรอมแหรม ดวงตาสีฟั้าน่าหลงใหล หนวดทรงเสน่ห์
แต่ผิวหนังค่อนข้างหยาบกร้าน ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากนักข่าวจาก
หนังสือพิมพ์เกาะกระแสรายวัน ไมค์·โยเซฟ
“อรุณสวัสดิ์ ไมค์ ทาลิมเล่าเรื่องของคุณให้ฟังแล้ว”
ไคลน์เปิดประตูทักทาย
ปัจจุบัน เข็มกลัดสุริยันถูกส่งขึ้นไปนอนแน่นิ่งใน ‘กอง
ขยะ’ บนห้วงมิติเหนือสายหมอก
ไมค์ยืนจัดแต่งโบว์หูกระต่ายก่อนจะกล่าว
“ขออภัยกับการมารบกวนตั้งแต่ยังเช้า แต่ผมมีธุระต้อง
ไปทำในช่วงสาย”
“ผมเข้าใจ” ไคลน์กล่าวอย่างสุภาพ ตามด้วยการ
ซักถาม “กินอะไรหรือยัง? ลองขนมปังปิงของผมไหม?”
ไมค์อมยิ้ม
“ก็อยากจะเกรงใจอยู่หรอก แต่ถ้าเป็นไปได้ ขอกาแฟ
ร้อนสักถ้วยด้วยได้ไหม? หรือจะเป็นนมสดก็ได้ ผมสังเกตว่าคุณ
ดื่มนมสด”
“…ไม่มีปัญหา” ไคลน์ยิ้มตอบ
จากนั้นก็เดินกลับเข้าบ้านเพื่อปิงขนมปัง เทนมสดใส่แก้ว
หยิบกระปั๋องเนยคุณภาพดี และนั่งลงรับประทานโดยไม่กล่าว
สิ่งใด
บนเก้าอี้ฝังตรงข้าม ไมค์กำลังเติมเต็มท้องหิวอย่างไม่
เกรงใจ และแน่นอน ไม่พูดไม่จาด้วยเช่นกัน
ฟูั่ว! ไคลน์พ่นลมขณะวางแก้ว
“ไมค์ คุณต้องการจ้างผมไปคุ้มกันหรือ”
ไมค์บรรจงวางส้อมและมีดลง ตามด้วยการยกแก้วนมสด
ขึ้นมาดื่ม
“ถูกต้อง เริ่มงานในอีกสองวันข้างหน้า อาจเป็นศุกร์และ
เสาร์ หรือไม่ก็อาทิตย์เช้า”
“ใครจะมาทำร้ายคุณ?” ไคลน์ถามหลังจากเรียบ
เรียงความคิด
ไมค์หัวเราะ
“ไม่มี แต่เพื่อให้ตัวเองสบายใจ บรรณาธิการของ
หนังสือพิมพ์บอกให้ผมไปสืบข่าวคราวในเขตตะวันออก ย่าน
ท่าเรือและโรงงาน ถ้าเข้าใจไม่ผิด ทางสำนักพิมพ์ได้รับเงิน
สนับสนุนมาจากโบสถ์หลักหรือไม่ก็ชนชั้นสูงบางตระกูล คุณคง
ทราบดีอยู่แล้ว พวกอันธพาลมักเพ่นพ่านเต็มถนนเขต
ตะวันออก แถมยังมีพวกขี้ยาเต็มไปหมด รวมถึงมนุษย์ขาด
ศีลธรรม พร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อให้มีอาหารกิน ผมจึงต้องการ
บอดี้การ์ดผู้มีฝีมือด้านต่อสู้และยิงปืน และนักสืบเอกชนส่วน
ใหญ่มักมีเส้นทางในเขตตะวันออกสักทางสองทางใช่ไหม?”
แต่ผมไม่มี.
เราชอบใช้หลักการเหนือธรรมชาติปิดคดีมากกว่า ไม่สิ ขอ
เรียกมันว่าพลังแห่งการอนุมาน!
ไคลน์ครุ่นคิดหนึ่งอึดใจ
“ผมอาจไม่ว่างในสองสามวันข้างหน้า”
เรายังไม่ทราบว่ามาดามชารอนจะเลือกลงมือวันไหน.
ไมค์กระแอมในลำคอ
“ผมมีตัวเลขในใจแล้ว สิบปอนด์! คุณจะได้รับเงินสิบ
ปอนด์แม้ว่าไม่ต้องออกแรงเลย”
ไคลน์อมยิ้ม
“ไมค์ ผมจริงจัง…พรุ่งนี้เวลานี้ ไม่สิ พรุ่งนี้หลังอาหารเช้า
คุณลองแวะมาหาผมก่อน ถ้าผมว่าง จะรับทำงานนี้ด้วยตัวเอง
แต่ถ้าไม่ว่าง ผมจะลองส่งต่องานให้นักสืบเอกชนคนอื่น พวก
เขาทุกคนล้วนต่อสู้และยิงปืนได้เก่งกาจ”
เช่นสจ๊วตและคาสลาน่า…ไคลน์นึกออกสองชื่อในทันที่
ไมค์จัดการกับขนมปังปิงแผ่นสุดท้าย
“ตกลง”
หลังจากเสร็จอาหารเช้า ไคลน์นั่งมองนักข่าวเดินออกไป
จากบ้านของตน ขณะเดียวกันก็มองออกไปทางมุขหน้าต่างและ
ได้พบกับฝนน้ำแข็ง ผู้คนเดินผ่านไปมา ท้องฟั้าอึมครึม และร่ม
หลากสีสัน
ได้ทำภารกิจธรรมดากับเขาบ้างสักที…ไม่มีผู้วิเศษมา
เกี่ยวข้อง ไม่ใช่การตามหาแมว ไม่ใช่คดีชู้สาว แต่น่าเสียดายว่า
ไม่ใช่คดีฆาตกรรมในห้องปิดตายหรืออะไรเทือกนั้น.
จะได้ทำตัวสมกับเป็นนักสืบบ้างสักที…อยากพูดคำนี้มานาน
แล้ว ความจริงมีเพียงหนึ่งเดียว! ขอเอาชื่อคุณปูั่เป็นเดิมพัน!
ไคลน์ปล่อยสมองล่องลอยเรื่อยเปือย
หากไม่เพราะยังกังวลเรื่องของชารอนและมาริคอยู่บ้าง มัน
มีแผนจะผ่อนคลายตัวเองอย่างสุดเหวี่ยง เช่นการแวะชม
พิพิธภัณฑ์ เข้าชมโรงละครใหญ่ นั่งฟังโอเปร่าและดุริยางค์
หรือไม่ก็ดื่มด่ำไปกับอาหารท้องถิ่นของแต่ละชาติซึ่งถูกนำมา
รวมกันอยู่ในกรุงเบ็คลันด์
เราเองก็เป็นนักเที่ยว นักชิม.
ไคลน์ยิ้มแห้ง ตามด้วยการลุกขึ้นยืนและหันหลังเดินไปทาง
โซฟา เตรียมอ่านหนังสือพิมพ์ต่อจากเดิม
ทันใดนั้น มุมสายตาพลันเหลือบเห็นเศษกระดาษ
แปลกปลอมบนโต๊ะกาแฟ ถูกเขียนด้วยลายมือตัวบรรจงอย่าง
งดงาม :
“คืนนี้ 4 ทุ่มตรง เจอกันประตูหลังของผับวีรบุรุษ”
ไคลน์พลันผงะ จากนั้นก็หันไปมองทางหน้าต่างพลางรำพัน
เริ่มแล้วสินะ.