ราชันเร้นลับ Lord of the Mysteries - บทที่ 348 วิญญาณอาฆาตอันน่าสะพรึง
แสงสีทองพุ่งปะทะจุดหนึ่งซึ่งควรจะเป็นเพียงความว่าง
เปล่า
ทว่า เปลวเพลิงสีขาวสุกสว่างกลับลุกโชนคลอกร่างบุคคลผู้
หนึ่ง แต่งกายด้วยทักซิโด้สีดำและผ้าคลุมสีแดงเข้ม
แขนซ้ายของบุคคลปริศนาถูกแผดเผาด้วยเพลิงศักดิ์สิทธิ์จน
เกิดควันเขียวคล้ำคละคลุ้ง ใบหน้าของมันถูกซ่อนภายในม่าน
ควัน
อายุราวสี่สิบ เส้นผมมันวาวหวีเรียบ ดวงตาสีเขียวเข้มเปียม
จิตสังหาร
ใบหน้าปราศจากความเจ็บปวดหรือทุกข์ทรมานโดยสิ้นเชิง
…วิญญาณอาฆาต สตีฟ!
สตีฟหันไปมองไคลน์บนหลังคาโกดังสินค้าด้วยแววตามุ่ง
ร้าย
ชายหนุ่มพลันหยุดหายใจ รู้สึกว่าร่างกายกำลังเย็นเฉียบไป
ถึงกระดูก แม้แต่ความอบอ้าวจากเข็มกลัดสุริยันก็ไม่ช่วย
บรรเทา
ร่างกายเริ่มแข็งที่อ กระจกตาทั้งสองข้างปรากฏภาพของ
บุรุษผู้หนึ่ง :
ชายสวมทักซิโด้สีดำสนิท ผ้าคลุมสีแดง อายุราวสี่สิบ ทรง
ผมถูกหวีเรียบและมันเงา ดวงตาสีเขียวเข้มเปียมแรงกระหาย!
แทบจะในพริบตา ไคลน์ถูกอำนาจสิงร่างของสตีฟเล่นงาน
ร่างกายเริ่มขยับได้ช้าลง ไม่เป็นไปตามใจปรารถนา
นี่คือหนึ่งในความน่าสะพรึงของลำดับ 5 แห่งเส้นทาง
นักโทษ – วิญญาณอาฆาต!
ทั้งพิสดารและยากจะรับมือ
โชคดีว่าไคลน์รู้จักพลังสิงร่างล่วงหน้าและเตรียมรับมือไว้
ก่อน
พลังปัดเปั่าของเข็มกลัดสุริยันมีอำนาจต้านทางการสิงร่าง
ได้ประมาณหนึ่ง ก่อนสติสัมปชัญญะจะดำมืดโดยสมบูรณ์
ไคลน์รีบถ่ายพลังเข้าไปในเข็มกลัดได้ทันท่วงที่
ขณะกำลังจะใช้สองมือบีบคอตัวเอง เสาลำแสงสีขาวพลัน
ส่องลงมาจากท้องฟั้า
ประหนึ่งดวงตะวันเพ่งมอง พลังสุริยันช่วยขจัดปัดเปั่าความ
ชั่วร้ายในตัวไคลน์ออกไป
นี่คือหนึ่งในเวทมนตร์พื้นฐานของขอบเขตสุริยัน : อัญเชิญ
แสงศักดิ์สิทธิ์!
ท่ามกลางเสาลำแสง พลังสิงร่างลึกลับและล่องหนพลัน
สลายตัว ไคลน์ได้รับประกายดวงตากลับคืนมาทันที่
ถัดมา ร่างกายไคลน์ลุกโชนด้วยเปลวไฟสีส้มอมแดง เหลือ
ทิ้งไว้เพียงเศษกระดาษไหม้หนึ่งแผ่น
ขณะเดียวกัน ในจุดระหว่างโกดังเก็บสินค้าสองหลัง ไคลน์
สลับตำแหน่งย้ายไปยังร่างสุภาพบุรุษสวมโค้ทกระดุมสองแถวสี
ดำซึ่งกำลังลอยตัวจากแรงระเบิดเรียกร้องความสนใจในจังหวะ
ก่อนหน้า
ไม้ค้ำในมือซ้ายหลุดหายไปตอนไหนไม่มีใครทราบ ส่วน
หมวกผ้าไหมสีดำทรงกึ่งสูงถูกเปลวไฟจากแรงระเบิดแผดเผาจน
ไหม้เกรียมเป็นซากขี้เถ้าไปนานแล้ว
ยังไม่ทันจะยืนยันสถานการณ์ตัวเอง ไคลน์เริ่มตระหนักว่า
ร่างกายของตนกำลังถูกฝั่ามือล่องหนคว้าข้อเท้าไว้แน่น
ไม่ใช่แค่ข้อเท้า ทั้งน่อง หน้าอก แขน และเสื้อผ้ารุ่มร่ามก็
กำลังถูกบางสิ่งกระชากดึง
ท่ามกลางการมองเห็นของเนตรวิญญาณซึ่งเปิดทิ้งไว้สักพัก
ใหญ่ ไคลน์พบร่างเลือนรางจำนวนมากรอบตัว บ้างมีอวัยวะไม่
ครบ บ้างไหม้เกรียม บ้างชุกโชกเลือด และบ้างขาวซีดเย็นเฉียบ
ฟั้าว!
สายลมเย็นยะเยือกพัดปะทะท้ายทอยชายหนุ่ม เส้นขนทั่ว
ร่างพลันลุกตั้งชัน แข้งขาสั่นเทาอย่างมิอาจควบคุม
เข็มกลัดสุริยันบนอกซ้ายเริ่มส่องแสงอีกระลอก คราวนี้ไม่มี
เสาสีขาวส่องลงมาจากฟากฟั้า แต่เป็นการแผ่พลังออกจาก
ร่างกายในลักษณะเปลวเพลิงมายาสีขาวข้นล้นทะลัก
กลิ่นอายของคลื่นพลังมีลักษณะคล้ายกับแสงแดด และ
เนื่องจากมีปริมาณมาก รอบตัวไคลน์จึงเกิดเป็นทะเลเพลิงมายา
ชั่วขณะ
สิ่งนี้คือเวทมนตร์ ‘เพลิงแสงศักดิ์สิทธิ์’
วิญญาณคนตายรอบตัวไคลน์พลันมลายหายไปพร้อมกับ
เสียงโหยหวน ขณะเดียวกัน ความเย็นเฉียบตรงท้ายทอยถูก
ทดแทนด้วยความอบอ้าวจากดวงอาทิตย์
ไคลน์ซึ่งเอาตัวรอดมาได้ฉิวเฉียด พลันถอนหายใจด้วยสี
หน้าประหวั่น
แม้ว่าเราจะเตรียมตัวเป็นอย่างดี และมีสมบัติวิเศษสำหรับ
แก้ทางโดยเฉพาะ แต่เมื่อต้องเผชิญหน้ากับลำดับ 5 วิญญาณ
อาฆาตโดยตรง งานแสดงกลเกือบล้มเหลวตั้งแต่ยังไม่เริ่ม!
ในจุดไม่ห่างจากมาริค ร่างของสตีฟในผ้าคลุมสีแดงเข้มเริ่ม
เลือนรางลง เพลิงสีขาวบนท่อนแขนซ้ายถูกดับด้วยอิทธิพลของ
ออร่าปริศนาสีดำ
ดวงตาสตีฟกำลังส่องประกายสีเขียวเข้ม อัดแน่นด้วยจิต
สังหารฆ่าฟันรุงแรง คล้ายกับไม่หลงเหลือสติสัมปชัญญะและ
สามัญสำนึกของมนุษย์อีกต่อไป
ขณะเดียวกัน หลังจากมาริคได้รับการยิงแจ้งเตือน มันรีบ
รักษาระยะห่างออกจากสตีฟพลางบงการซอมบี้ไร้อารมณ์ให้รุม
ล้อมไทร์ และไม่ลืมสร้างแผ่นน้ำแข็งขึ้นบนพื้นเพื่อลดทอน
ประสิทธิภาพการเคลื่อนไหวของศัตรู
มนุษย์หมาปั่าไทร์กำลังสวมมงกุฎจันทร์ชาดสีแดงฉาน มัน
เคลื่อนตัวด้วยความเร็วสูงเพื่อหวังสลัดจากวงล้อม หากซอมบี้
ตนใดริอ่านขวางทางก็จะถูกกรงเล็บยาวคมสะบั้นใส่
ฉัวะ!
เพียงพริบตา ซอมบี้ผู้โชคร้ายถูกหั่นออกเป็นหกท่อน เศษ
เนื้อหนังเน่าเปือยหล่นกระจายพร้อมกับหนอนแมลงวันสีขาว
นอนดิ้นยั้วเยี้ย
ไทร์พลันชะงัก มันอ้าปากค้างและก้มมองกรงเล็บของ
ตัวเองด้วยสีหน้าตกตะลึง
มันเพิ่งตระหนักว่า มุงกฎจันทร์ชาดไม่ได้ช่วยเสริมพลัง
ความเร็วเพียงอย่างเดียว
แต่ยังช่วยเพิ่มพละกำลังและมอบเวทมนตร์ประหลาด!
ไทร์เลิกหนีและหันไปมองมาริคผู้มีใบหน้าขาวซีดผิด
ธรรมชาติ
ขณะเดียวกัน ซอมบี้เจสันกำลังถูกลากเข้าใกล้บานประตู
มายาทีละนิด ร่างกายมีเถาวัลย์เขียวเข้มซึ่งงอกเงยจากใบหน้า
เด็กทารกรัดพันแน่นหนา ลำตัวถูกกระชากเข้าใกล้ประตูด้วย
พละกำลังจากท่อนแขนน่าสยดสยองจำนวนมาก บ้างเต็มไป
ด้วยซี่ฟันแหลมคม บ้างแดงฉานเพราะปราศจากเนื้อหนัง
ขณะดวงตาเจสันขยับเข้าใกล้กับรอยแยกห้วงมิติทีละนิด
มันจำต้องประสานสายตากับเนตรมายาลึกลับด้านในประตู
อย่างมิอาจเลี่ยง
เจสันพลันรู้จักจากก้นบึ้งว่า จิตของตนมีชะตากรรมต้องเข้า
ไปอยู่ในนั้น
“ไม่!!”
แม้จะถูกครอบงำโดยแรงปรารถนาและความกระหายเลือด
รุนแรง แต่เจสันก็ยังเหลือสติพอจะร้องตะโกนโหยหวน
มนุษย์หมาปั่าไทร์ ผู้กำลังจะเปิดฉากโจมตีใส่มาริค พลันขบ
กรามแน่นอย่างเจ็บแค้นก่อนตัดสินใจโยนดวงจันทร์ขนาด
ย่อส่วนให้สตีฟ
หากหวังช่วยเจสันให้รอดจากวิกฤติ ตัวเลือกเดียวคือการ
เสริมสมรรถภาพให้ลำดับ 5 สตีฟ ปิดฉากการต่อสู้ครั้งนี้โดยเร็ว
เมื่อเห็นฉากดังกล่าว ดวงตาไคลน์ส่องประกายแวววาว ชาย
หนุ่มรีบดีดนิ้วเสียงดัง
เปั๊าะ!
บึ้ม!
ขณะเครื่องประดับทรงดวงจันทร์ขนาดเท่าฝั่ามือกำลังลอย
กลางอากาศ พื้นดินด้านล่างพอดิบพอดีมีระเบิดของไคลน์ฝังไว้
ล่วงหน้าหนึ่งลูก และเมื่อชายหนุ่มจุดชนวน เปลวเพลิงสีส้มอม
แดงพลันพวยพุ่งขึ้นด้านบน
แรงกระแทกทำให้มงกุฎจันทร์ชาดกระเด็นไปในทิศทางอื่น
ซึ่งไม่ใช่สตีฟ
บึ้ม!
เกิดระเบิดขึ้นอีกระลอก ไคลน์ฉวยโอกาสกระโจนเข้าหา
มงกุฎจันทร์ชาดเนื่องจากอยู่ไม่ห่างตนมากนัก
ทันใดนั้น ฝั่ามือขาวซีดพลันโผล่ออกจากความว่างเปล่า
บริเวณดังกล่าวคือจุดตกของดวงจันทร์ขนาดย่อส่วน จากนั้นก็
คว้าเอาไว้ในมือแน่นถนัด
ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากสตีฟ มันใช้พลังลึกลับบางอย่างช่วยให้
ตนหายตัวและโผล่อีกครั้งในจุดไกลจากเดิม
สัญชาตญาณสตีฟร้องบอกมันว่า หากคว้ามงกุฎจันทร์ชาด
ไว้ไม่ได้ สถานการณ์สนามรบจะพลิกผันทันที่
หมับ!
สตีฟเกร็งมือคว้ามงกุฎจันทร์ชาดจนเกิดเสียงแผ่วเบา
ดวงตาเขียวเข้มซึ่งเคยถูกครอบงำด้วยแรงกระหายจน
สติสัมปชัญญะเลื่อนลอย ยามนี้กลับมาแวววาวมีชีวิตชีวา
เหมือนคนปรกติอีกหน สตีฟเปลี่ยนจากวิญญาณอาฆาตดิบ
เถื่อน กลายเป็นผู้วิเศษลำดับ 5 สุดทรงพลังเต็มตัว
มันส่งยิ้มเหยียดหยันให้ไคลน์โดยไม่เปล่งเสียงพูด
ก่อนอื่น สตีฟยังไม่รีบจัดการผู้วิเศษไก่อ่อนตรงหน้า ทำ
เพียงหายตัวไปอีกครั้งท่ามกลางความว่างเปล่า
ไคลน์ ผู้เปิดเผยตัวตนกึ่งกลางสนามรบ รีบกลิ้งม้วนหน้าต่อ
อีกสองตลบพร้อมกับใช้มือซ้ายล้วงหยิบกล่องบุหรี่โลหะในช่อง
ลับกระเปั๋าเสื้อ จากนั้นก็รีบเปิดฝาพร้อมกับใช้ปลายนิ้วสัมผัส
ดวงตาสีดำล้วนของโรซาโก้
ท่ามกลางเสียงเพรียกกัดกร่อนจิตวิญญาณจนทำให้น้ำหู
น้ำตาไหล ไคลน์กัดฟันมองหาด้ายดำจนพบเส้นของสตีฟกำลัง
ล่องลอยท่ามกลางความว่างเปล่า
ด้วยความเร็วสูงจนน่าเหลือเชื่อ สตีฟกำลังพุ่งเข้าใกล้ชา
รอนผู้ปราศจากเรี่ยวแรงและนั่งขาอ่อนอยู่บนดินเปียก มันหวัง
สยบเธอและช่วยเหลือเจสันให้รอดพ้นจากประตูบัดซบ นั่นวิธี
ทำให้สงครามจบลงโดยเร็ว
แน่นอน หากชารอนถูกกำจัด ลำพังมาริคกับไคลน์ไม่มีทาง
ทำอะไรได้แน่
ชายหนุ่มรีบชักมือออกจากกล่อง สมองรีบประมวลผลเพื่อ
หาทางรับมือ ก่อนจะถ่ายพลังวิญญาณเข้าไปในเข็มกลัดบนอก
ซ้ายอีกหน
สอง
หนึ่ง
เสาลำแสงสีขาวบริสุทธิ์ถูกสาดลงมาจากฟากฟั้า โอบล้อม
ร่างชารอนและบริเวณด้านหลังของเธอไว้
ทันใดนั้น สตีฟในผ้าคลุมสีแดงเข้มพลันโผล่ตัวออกจาก
ตำแหน่งด้านหลังชารอน มันรีบเร่งความเร็วเพื่อกระโดดหลบ
แสงสว่างศักดิ์สิทธิ์ไปทางด้านหลัง
ด้วยอิทธิพลของมงกุฎจันทร์ชาด ความเร็วของสตีฟซึ่งสูง
มากอยู่แล้ว เพิ่มขึ้นจากเดิมไปอีกหลายเท่าจนสามารถ
ตอบสนองได้ทันเวลา
อย่างไรก็ตาม ไคลน์ผู้อยู่ในท่าคุกเข่า ทำการชักปืนด้วยมือ
ขวาและเหนี่ยวไกโดยปราศจากความลังเล
เปั้าหมายของมันคือเจสัน!
ปัง!
กระสุนสุกสว่างสีทองพุ่งออกจากปากกระบอก ปลายทาง
คือซอมบี้เจสัน หากมันถูกกระสุนนัดนี้กระแทกใส่ ไม่ต้องสงสัย
เลยว่า ร่างกายเจสันจะอ่อนแรงลงจนไม่เหลือพลังสำหรับขัดขืน
ประตูของชารอน
ทันใดนั้น สตีฟโผล่ออกมายืนบังเจสันพลางใช้ฝั่ามือซ้าย
เปลือยเปล่ารับกระสุนไว้
ซ่า!
หัวกระสุนระเบิดออกพร้อมกับแผ่พลังดวงอาทิตย์เข้มข้น
สตีฟจำใจกัดฟันทนด้วยสีหน้าเจ็บแปลบ ฝั่ามือซ้ายพลันไหม้
เกรียมจนเผยให้เห็นผิวหนังหลุดลอก แต่ก็ฟืนฟูกลับคืนมาด้วย
อัตราความเร็วน่าทึ่ง
ทว่า สตีฟได้ยินเสียงแหลมตามมา
เป็นการดีดนิ้วของไคลน์
เปั๊าะ!
บึ้ม!
ระเบิดใต้ดินในจุดใกล้เคียงทำงาน เศษดินหินกระจัด
กระจายไปทุกทิศทางด้วยความเร็วเทียบเท่ากระสุนปืน
ก้อนหินจำนวนมากกำลังแหวกอากาศตรงเข้าหาร่างของ
สตีฟและเจสันซึ่งไม่ทันระวังด้านหลัง
“ไม่!!”
เจสันพลันแหกปากโหยหวน เสื้อผ้าถูกฉีกขาดหลุดลุ่ยจน
เผยให้เห็นผิวหนังสีขาวซีดหลายจุด พร้อมกับรอยบวมพอง
ประหนึ่งบาดแผลใกล้ปริแตก
สำหรับซอมบี้ แผลแค่นี้แทบไม่สะทกสะท้านในยามปรกติ
แต่นี่ไม่ใช่ยามปรกติ
สำหรับเจสันผู้กำลังเพ่งสมาธิทั้งหมดเพื่อดิ้นรนให้รอดจาก
ประตูปริศนาของชารอน การโจมตีเมื่อครู่เรียกได้ว่าเป็นพิธีขุด
หลุมเตรียมฝังกลบ
มันไม่เหลือเรี่ยวแรงพอจะฉุดยื้อกับฝั่ามือจำนวนมหาศาล
อีกต่อไป ร่างกายถูกกระชากเข้าไปในบานประตูทองแดงด้วย
ความเร็วสูง
“ไม่-…”
โครม!
เสียงตะโกนของเจสันดังสะท้อนภายในห้วงมิติลึกลับหนึ่ง
อึดใจ ตามด้วยการปิดกระแทกเสียงดังของบานประตูเวทมนตร์
สีทองแดง
ทุกสรรพเสียงพลันเงียบงัน ราวกับมิติถูกตัดขาดการ
เชื่อมต่อโดยสมบูรณ์
ลานโล่งใจกลางเขตโกดังถูกบรรยากาศอึมครึมปกคลุมเป็น
เวลานาน ร่างเจสันอันตรธานหายไปราวกับไม่เคยเกิดมาบน
โลกใบนี้
ดวงตาสตีฟพลันเบิกโพลง ตาดำสั่นระริกอย่างมิอาจควบคุม
ก่อนจะแหกปากคำรามกึกก้องด้วยโทสะปริมาณมหาศาล
“ไอ้สารเลว!!”
ปึด!
ยังไม่ทันสิ้นเสียง ภาพการมองเห็นไคลน์พลันหมุนเคว้ง
กะทันหัน ประหนึ่งถูกค้อนใหญ่ทุบใส่ท้ายทอยเต็มแรง ดวงตา
เลื่อนลอย ทุกลมหายใจเข้าออกมีกลิ่นคาวเลือด โลกทั้งใบ
กลายเป็นสีแดงฉาน
โสตประสาทดังอื้ออึงสักพัก จนกระทั่งมันไม่ได้ยินเสียงใด
เล็ดลอดเข้ามาอีกเลย
ทางด้านมนุษย์หมาปั่าไทร์ หลังจากส่งต่อมงกุฎจันทร์ชาด
ให้สตีฟ มันกลายร่างเป็นมนุษย์หมาปั่าทันทีเนื่องจากถูกกระตุ้น
โดยอิทธิพลของดวงจันทร์สีแดงย่อส่วน
ขนสีดำดกหนา สิบกรงเล็บยาวคมกริบ
ทว่า เสียงคำรามของสตีฟทำให้สติของไทร์ขาดผึ่งในสภาพ
เดียวกับไคลน์ มนุษย์หมาปั่ารีบใช้สองมืออุดหูด้วยสีหน้า
เจ็บปวดแสนสาหัสพลางคุกเข่าลงกับพื้น
หยดเลือดสีแดงไหลซึมมุมปากและใบหู
ขณะเดียวกัน มาริค ผู้ควรจะฉวยโอกาสจัดการไทร์ กลับตก
อยู่ในสภาพย่ำแย่กว่าใครทั้งหมดในสมรภูมิ ความกระหายและ
แรงปรารถนาซึ่งควรจะถูกกดเอาไว้ด้วยยาระงับประสาท ยามนี้
กำลังปะทุจนถึงขีดสุด
มาริคกำลังเฉียดใกล้สภาวะคลุ้มคลั่งชนิดห่างเพียงคืบ สี
หน้าแววตาบิดเบี้ยวทรมานจนไม่เป็นอันกระทำสิ่งใด