ราชันเร้นลับ Lord of the Mysteries - บทที่ 357 เหตุเกิดในงานเลี้ยง
เมื่อกลับจากย่านโรงงานในเขตตะวันออกและมาถึงถนน
มินส์ ไคลน์กินอาหารอย่างง่ายหนึ่งมื้อและงีบหลับไป มันไม่ตื่น
จนกระทั่งช่วงเย็นซึ่งท้องฟั้าด้านนอกเริ่มมืดครึ้ม
อย่างไรก็ตาม ชายหนุ่มกลับไม่หายเหน็ดเหนื่อย เป็นความ
อ่อนเพลียโดยมีต้นเหตุมาจากจิตใจ
มันจมอยู่ในห้วงความคิดเป็นเวลานาน เมื่อได้สติกลับมา
ไคลน์แบกร่างตัวเองเดินกลับลงมาชั้นล่าง เปิดตะเกียงแก๊ส
เตรียมนั่งบนโซฟาและอ่านหนังสือพิมพ์ประจำวัน แต่เมื่อกวาด
สายตาหนึ่งรอบ มันพบกระดาษจดหมายวางอยู่บนโต๊ะกาแฟ
ชายหนุ่มขมวดคิ้ว ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าเป็นจดหมายของมา
ดามสตาร์ลิ่ง เธอแจ้งล่วงหน้าไว้แล้วว่า จะให้สาวใช้นำจดหมาย
เชิญมาวาง
ลืมไปเลย…นัดบอดสินะ.
ไคลน์รำพันติดตลก มันวางจดหมายลงและเดินเข้าห้องน้ำ
บนชั้นหนึ่ง อาศัยน้ำเย็นช่วยให้ร่างกายกลับมามีชีวิตชีวา
เมื่อเทียบกับสมัยเพิ่งย้ายมาอาศัยในกรุงเบ็คลันด์ได้ไม่นาน
ตอหนวดรอบริมฝีปากและใต้คางมีลักษณะแข็งและหนาขึ้น
เล็กน้อย อาจยังสลัดคราบนักวิชาการได้ไม่หมด แต่ก็ช่วยเสริม
ความเป็นผู้ใหญ่และความดุดัน
ถ้าใครไม่ได้สนิทกับเรามาก คงจำไม่ได้ว่าเป็นคนเดียวกับ
ไคลน์·โมเร็ตติ.
ไคลน์ถอนหายใจยาว มันใช้ผ้าขนหนูซับใบหน้าจนสะอาด
และสวมแว่นตากรอบทองทับเข้าไป
ชายหนุ่มออกมานั่งพัก จนกระทั่งถึงเวลานัดหมาย จึง
เปลี่ยนไปสวมเชิ้ตปกตั้ง โค้ทหางยาว หมวกผ้าไหมทรงกึ่งสูง
จากนั้นก็หยิบไม้ค้ำเลี่ยมเงินหน้าบ้านและเดินไปยังอาคารหลัง
ข้างเคียงพร้อมกับจดหมายเชิญ
เมื่อกดกริ่ง สาวใช้คนสวย ยูเลียนน่า รีบเดินมาเปิดประตูให้
ไคลน์มองเข้าไปและได้พบกับสตาร์ลิ่ง·ซาเมอร์ในสภาพจัด
เต็ม ผมสีทองถูกม้วนเป็นลอนสูง ต่างหูสีเงินเงางามประดับอัญ
มณีเม็ดใหญ่
ไคลน์ถอดหมวกโค้งคำนับและการกล่าวคำทักทายกึ่ง
ชมเชย
“คุณนายซาเมอร์ วันนี้คุณสวยเป็นพิเศษเลยนะครับ”
แม้จะเป็นการพูดตามมารยาท แต่ไคลน์ก็ต้องยอมรับว่า
สตาร์ลิ่งสวยผิดหูผิดตาจริง ประหนึ่งฝีมือการแต่งตัวได้ก้าวข้าม
ไปอีกระดับหนึ่ง
อาจเป็นไปได้ว่า คดีชู้สาวของมาดามแมรี่จะทำให้คุณนาย
ซาเมอร์สนิทกับเธอมากขึ้น.
ปัจจุบัน แมรี่กลายเป็นเศรษฐินีระดับหมื่นปอนด์ ยิ่งเมื่อ
กลายเป็นหนึ่งในคณะกรรมการมลพิษทางอากาศแห่งชาติ
อิทธิพลส่วนตัวก็ยิ่งแผ่ขยาย…ไม่ต้องสงสัยเลยว่า แมรี่จะได้
พบปะกับขุนนางใหญ่และชนชั้นสูงมากมาย ส่งผลให้มีความ
เชี่ยวชาญในด้านเครื่องประดับ เครื่องสำอาง และเสื้อผ้าราคา
แพงขึ้นจากเดิม มาดามสตาร์ลิ่งจึงรับผลพลอยได้.
ไคลน์พยักหน้าหลังจากกระจ่าง
สตาร์ลิ่ง·ซาเมอร์ยกโค้งมุมปากขึ้น
“ต่างหูเซตใหม่ของดิฉันมีมูลค่าแปดซูล”
คุณนาย…ถึงการแต่งตัวจะดีขึ้น แต่นิสัยก็ไม่เปลี่ยนไปเลย
สักนิด.
ไคลน์ยิ้มพลางยื่นหมวก เสื้อโค้ท และไม้ค้ำเลี่ยมเงิน ให้ยู
เลียนน่านำไปแขวน
เตาผิงและท่อเหล็กภายในห้องกำลังมอบความอบอุ่นของ
ช่วงต้นฤดูร้อน หญิงสาวส่วนใหญ่ในงานจึงมิได้แต่งกายแบบ
หัวโบราณนัก บางคนเปิดไหล่ บางคนเผยเรียวแขน และบางคน
เผยเนินอกโค้งเว้า
“ลุคกำลังเจรจาธุรกิจกับเพื่อนฝูง ดิฉันต้องขอโทษแทน
เขาด้วย” สตาร์ลิ่งทำตัวเป็นแม่งานอย่างสุดฝีมือ “เชิญ
รับประทานอาหารก่อนนะคะ หลังจากนั้น ดิฉันจะแนะนำให้
รู้จักกับเหล่าหญิงสาวการศึกษาดี”
ไม่จำเป็นเลยครับ…ผมขอกินอย่างมีความสุขก็พอ.
ไคลน์ยิ้ม
“กลิ่นอาหารหอมเป็นพิเศษเลยนะครับ”
เนื่องจากวันนี้มีแขกมาก จำนวนอาจไม่ต่ำกว่ายี่สิบ อาหาร
จึงเป็นลักษณะบริการตัวเอง หลังจากไคลน์ถือถาดเดินสำรวจ
มันพบว่าอาหารมีความหลากหลายกว่าคราวก่อนพอสมควร
ปลาเทราต์เย็น พายไก่ เนื้อย่าง ไก่งวง ลิ้นวัวย่าง แฮม สลัด
และเค้กครีม…แอลกอฮอล์ประกอบด้วยแชมเปญและไวน์แดง.
เหมาะกับสัตว์กินเนื้ออย่างเราฉิบ.
ไคลน์ถือถาดอาหารใบใหญ่ เดินหยิบตักโดยไม่พูดไม่จากับ
ใคร ก่อนจะเข้าไปหลบมุมสวาปามอย่างอิ่มหมีพีมัน
ไม่อร่อยเท่าพ่อครัวของสโมสรครักซ์.
ชายหนุ่มชิมพลางวิจารณ์รสชาติอาหาร
ขณะกำลังจะเดินไปตักรอบสอง ไคลน์บังเอิญสวนกับสตาร์
ลิ่ง·ซาเมอร์
ทันใดนั้น สายตาพลันเหลือบเห็นคนรู้จัก
อีกฝั่ายกำลังยืนข้างเจ้าของงานสาวสวย ไม่ใช่ใครอื่น
นอกจากนักกฎหมายหน้าเครียด เยอร์เก้น·คูเปอร์
นั่นสินะ เยอร์เก้นเป็นหนุ่มโสด.
ไคลน์ยิ้มอย่างมีเลศนัยและเดินเข้าไปทัก
“คุณนายดอริสอาการเป็นยังไงบ้าง?”
เยอร์กันยืนจัดแต่งโบว์หูกระต่ายด้วยสีหน้าประหม่าสุดขีด
“คงออกจากโรงพยาบาลได้สัปดาห์หน้า”
“ถือเป็นข่าวดี” ไคลน์กล่าวอย่างจริงใจ
ขณะเดียวกัน สตาร์ลิ่งเดินนำกลุ่มหญิงสาวมาทางสองหนุ่ม
และเริ่มแนะนำตัว
“ทางนี้คือมิสเตอร์เยอร์เก้น·คูเปอร์ นักกฎหมาย
อาวุโสผู้มีรายรับไม่ต่ำกว่าสัปดาห์ละสามปอนด์ รายได้ส่วนใหญ่
มาจากการทำคดีและการว่าความ รายรับต่อปีไม่ต่ำกว่า 200
ปอนด์แน่นอน และเหนือสิ่งอื่นใด เขาคือคนหนุ่มมาก
ความสามารถ อนาคตจะต้องเป็นยอดนักกฎหมายได้แน่ ส่วน
ทางนี้คือมิสเตอร์เชอร์ล็อก·โมเรียตี้ นักสืบชื่อดังแห่งเบ็ค
ลันด์ ถึงรายได้จะไม่แน่นอน แต่มักได้จับงานใหญ่ค่าตอบแทน
สูงอยู่เสมอ เมื่อไม่นานมานี้เพิ่งรับค่าจ้างสิบปอนด์และห้าสิบ
ปอนด์”
คุณนาย…เอาแบบนี้เลยหรือ? ไคลน์รำพัน
เยอร์เก้นผู้กำลังยืนข้างไคลน์ ขมวดคิ้วโดยไม่ปิดบังสีหน้าไม่
พอใจ
สตาร์ลิ่งยังคงแนะนำต่อ โดยไม่คิดว่าการกระทำของตนเป็น
สิ่งผิดแต่อย่างใด
“ทางนี้คือมิสซาร่า·เทย์เลอร์ พ่อและแม่ของเธอเป็น
ครูโรงเรียนไวยากรณ์…ทางนี้มิสแอนเจลิน่า·วัตสัน บิดาเป็น
ข้าราชการประจำกรมตำรวจกรุงเบ็คลันด์…”
.
ไคลน์ยิ้มค้างขณะทักทายเหล่าหญิงสาว
เมื่อสตาร์ลิ่งพูดจบ เยอร์เก้นกล่าวด้วยเสียงเคร่งเครียด
“คุณนายซาเมอร์ การเปิดเผยรายได้ต่อหน้าผู้อื่น ผมคิด
ว่าเป็นพฤติกรรมไม่เหมาะสมสักเท่าไร”
สตาร์ลิ่งมิได้โกรธเคือง เพียงอธิบายด้วยสีหน้าจริงจังเช่นกัน
“ผิดแล้ว สิ่งนี้สำคัญมาก หากพวกคุณเกิดชอบพอกัน
และต้องการสร้างครอบครัว รายรับคือสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง ลอง
นึกดูให้ดี ในแต่ละสัปดาห์ อาหารในครอบครัวต้อง
ประกอบด้วยเนื้อสัตว์ ผลไม้ ผัก ขนมปังข้าวโอ๊ต เนย ครีม และ
อื่นๆ มูลค่ารวมไม่ต่ำกว่า 1 ปอนด์ 5 ซูล…ยังไม่นับรวม
แอลกอฮอล์สำหรับโอกาสพิเศษ ยังไม่นับค่าเช่าบ้านคุณภาพดี
อีกสัปดาห์ละเกือบ 1 ปอนด์ และคุณยังต้องจ่ายค่าน้ำ ค่าแก๊ส
ค่าสบู่ รวมถึงสิ่งของจิปาถะประเภทใช้แล้วหมดไปอีกมาก หาก
ต้องเดินทางไปทำงานไกล ก็ต้องบวกค่าเดินทางเพิ่มเข้าไปอีก
ราว 10 ซูล จำนวนดังกล่าวคือค่าครองชีพพื้นฐาน แล้วคุณไม่
คิดจะพาภรรยาไปชมการแสดงดนตรีและโรงละครสักหน่อย
หรือ? ไหนจะค่าเสื้อผ้าใหม่ คุณคงไม่คิดจะสวมชุดเก่าตลอดทั้ง
ปีกระมัง ค่าครองชีพขั้นต่ำของเมืองเบ็คลันด์ตกปีละ 30 ปอนด์
ไม่น้อยไปกว่านี้แน่นอน ยังไม่นับรวมถึงค่าจ้างสาวใช้ ค่าเล่า
เรียนบุตรหลาน เงินสำรองฉุกเฉินในกรณีล้มปั่วย รวมถึงการซื้อ
สิ่งของตกแต่งบ้าน เพื่อให้ครอบครัวมีความสุขโดยแท้จริง
รายรับปีละ 200 ปอนด์จึงจำเป็นอย่างมาก ดังนั้น เพื่อไม่ให้เกิด
ความเข้าใจผิดและไม่เสียเวลากับทุกฝั่าย ดิฉันจึงต้องแนะนำ
รายละเอียดส่วนนี้ตั้งแต่ต้น”
หลังจากฟังจบ แม้แต่นักกฎหมายอาวุโส ผู้เก่งฉกาจด้าน
การโต้เถียงเอาชนะ ก็ยังต้องจำนนต่อความจริงจากปากสตาร์
ลิ่ง โชคดีว่าชายคนนี้มีสีหน้าเคร่งเครียดตลอดเวลา จึงไม่มีใคร
มองออกว่าเขากำลังคิดสิ่งใด
จิตใจดี…แต่วิธีการไม่ถูก…ตามมารยาทพื้นฐานแล้ว ต้อง
แนะนำรายได้ของอีกฝั่ายเป็นการส่วนตัว ไม่ใช่ประกาศต่อหน้า
คนหมู่มาก ถึงเนื้อแท้จะทำเพราะหวังดีก็ตาม.
ไคลน์ยิ้มรับ
“ใช่ครับ รายรับสำคัญมาก จำเป็นต้องมีรายรับต่อปีเกิน
กว่า 400 ปอนด์ จึงจะจัดงานเลี้ยงหรูหราเหมือนกับบ้านหลังนี้
ได้ และต้องร่ำรวยระดับเดียวกัน จึงจะมีภรรยาสาวสวย ผู้สวม
ต่างหูสีเงินแวววาวและเดรสหรูราคาแพง”
สตาร์ลิ่งเชิดคางขึ้นโดยไม่รู้ตัว ริมฝีปากสั่นระริกเล็กน้อย
คล้ายกับกำลังฝืนหุบยิ้ม
“430 ปอนด์ค่ะ ดิฉันบอกเผื่อไว้ในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน
หรือบางครอบครัวต้องการนำเงินไปลงทุนกับหุ้นและ
พันธบัตร”
ตัวเลขดังกล่าวคือจำนวนรายรับต่อปีของผู้นำตระกูลซา
เมอร์-ลุค·ซาเมอร์
หลังจากเปิดประเด็นให้คนแปลกหน้าสองกลุ่มรู้จักกัน
สำเร็จ สตาร์ลิ่งเดินออกไปทักทายแขกกลุ่มอื่น
ไคลน์สัมผัสได้ทันทีว่า แอนเจลิน่า ซาร่า รวมถึงหญิงสาว
คนอื่นๆ ต่างให้ความสนใจเยอร์เก้นมากเป็นพิเศษ เรื่องนี้เข้าใจ
ได้ไม่ยาก เยอร์เก้นยังหนุ่มแน่น มาดคมเข้ม การงานมีหน้ามีตา
และรายรับมั่นคง
ในทางกลับกัน นักสืบเอกชนพร้อมถูกลากตัวเข้าซังเตได้ทุก
เมื่อ จึงมักไม่ใช่ตัวเลือกแรกของหญิงสาวชนชั้นกลางผู้หวังว่าจะ
มีอนาคตอันสดใส และเหนือสิ่งอื่นใด ไคลน์ไม่ได้โกนหนวดก่อน
มาร่วมงาน ทำให้ใบหน้าค่อนข้างดุดัน หญิงสาวจำนวนมากจึง
ไม่กล้าเข้ามาทัก
หลังจากพูดคุยพอเป็นพิธี ไคลน์หาข้ออ้างหนีไปจัดการ
บุฟเฟต์รอบสอง มันหลบมุมพลางเฝั้ามองเยอร์เก้นเผชิญ
สถานการณ์สุดกระอักกระอ่วนอย่างชอบอกชอบใจ
ไคลน์ไม่เข้าใจเลยสักนิดว่า ทักษะการพูดอันคล่องแคล่ว
ชำนาญของนักกฎหมาย ยามนี้หายไปไหนเสียหมด?
ไม่กี่นาทีถัดมา เด็กเล็กตระกูลซาเมอร์สองคนกำลังวิ่งเล่น
ตรงมาทางไคลน์
เมื่อเหลือบเห็นสุภาพบุรุษหลบมุมรับประทานอาหารอย่าง
เอร็ดอร่อย เด็กน้อยทั้งสองเดินเข้ามาซักถามอย่างใคร่รู้
“มิสเตอร์โมเรียตี้ คุณเป็นนักสืบใช่ไหม?”
“ใช่แล้ว” ไคลน์ยิ้มตอบ
เด็กหญิงกล่าวอย่างไร้เดียงสา
“ช่วยเล่ารายละเอียดคดีให้ฟังหน่อยสิคะ”
พี่ชายฝาแฝดของเธอพยักหน้าเชิงเห็นด้วย
รายละเอียดคดี?
เอ่อ…คดีในอดีตของเรา ถ้าไม่ใช่การปราบวิญญาณอาฆาต
หุ่นเชิด หรือสุนัขปีศาจ ก็จะเป็นการตามหาแมวและจับชู้…
ไม่มีอันไหนเหมาะกับเด็กสักอย่าง.
ไคลน์ครุ่นคิดสักพัก ก่อนจะหัวเราะ
“ได้สิ คดีนี้ข้องเกี่ยวกับสมบัติราคาแพง พนักงานคนหนึ่ง
เขาเพิ่งกลับจากไบลัมตะวันออก แต่กลับถูกฆ่าตายอย่างเป็น
ปริศนาภายในโกดังร้าง…”
มันขุดคุ้ยโครงเรื่องนิยายนักสืบสมัยโลกเก่ามาเล่า แต่
เนื่องจากความทรงจำค่อนข้างเลือนราง จึงเล่าได้เพียงโครง
เรื่องหลัก ส่วนรายละเอียดถูกแต่งเติมตามประสบการณ์
แต่เด็กเล็กย่อมไม่ใส่ใจความไม่สมจริง ทั้งสองคอยซักถาม
เป็นระยะว่า ‘แล้วเกิดอะไรขึ้นหลังจากนั้นครับ/ค่ะ’
ไคลน์เริ่มผ่อนคลายโดยไม่รู้ตัว
จนกระทั่งงานเลี้ยงใกล้จบ ขณะชายหนุ่มกำลังจะกลับบ้าน
หลังติดกัน มันบังเอิญเห็นเจ้าของงาน สตาร์ลิ่ง·ซาเมอร์ เดิน
มาส่งด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส
“ผมสงสัยมานานแล้ว คุณจัดงานเลี้ยงวันนี้เนื่องใน
โอกาสใดหรือ” ไคลน์ถามเป็นกันเอง
สตาร์ลิ่งเงยหน้า พร้อมกับรอยยิ้มมุมปากอย่างรักษากิริยา
“วันจันทร์หน้า แมรี่ถูกเชิญให้ไปร่วมรับประทานอาหาร
กลางวันกับเลขานุการใหญ่แห่งคณะกรรมการมลพิษทางอากาศ
แห่งชาติ…มิสเตอร์ฮิบเบิร์ต·ฮอลล์ สุภาพบุรุษท่านนี้คือ
บุตรชายคนโตของเคาต์ฮอลล์ ขุนนางใหญ่ตัวจริงเสียงจริง เขา
ชักชวนคณะกรรมการทุกคนไปร่วมโต๊ะอาหาร และยังบอกด้วย
ว่า สามารถพาเพื่อนคนสนิทไปได้ไม่เกินสามคน”
สตาร์ลิ่งเว้นวรรค
“แมรี่ชวนลุคกับดิฉัน”
.
จันทร์บ่าย
สตาร์ลิ่ง·ซาเมอร์ในสภาพแต่งตัวจัดเต็ม เดินทางพร้อม
กับสามี ลุค·ซาเมอร์ ตามแมรี่เข้าไปในคฤหาสน์สุดหรูหรา
ของเขตราชินี
รูปปันหินอ่อน สระน้ำ บ่อน้ำพุ ลานหญ้า และสวนดอกไม้
วิวทิวทัศน์ตระการตากำลังปรากฎในการมองเห็นของหญิงสาว
ส่งผลให้สตาร์ลิ่งออกอาการประหม่าตั้งแต่ยังไม่ย่างกรายเข้าไป
ในคฤหาสน์
“ลุค สร้อยคอของฉันเข้ากันกับชุดเดรสตัวใหม่ไหม?”
หญิงสาวถามพลางเอียงคอสงสัย
ลุคส่ายหัวและยิ้ม
“คนสวย คุณกังวลเกินไปแล้ว…ไม่ต้องประหม่า ขุนนาง
เหล่านี้มีดีแค่บ้านหลังใหญ่กว่าพวกเล็กน้อย กินอาหารดีกว่า
เล็กน้อย พวกเราไม่ด้อยกว่ามากนักหรอก”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น สตาร์ลิ่งพยักหน้ารับ คล้ายกับได้รับความ
มั่นใจกลับคืนมาบางส่วน
หลังจากเข้าไปด้านใน ฉากแรกคือโคมเทียนระย้าสุด
อลังการ ห้องโถงกว้างขวางจนสามารถจุคู่เต้นรำได้หลายสิบ
รวมถึงถาดอาหารรสเลิศวางเรียงราย นับไม่หวาดไม่ไหว
ฟัวกราส์ ปลากระดูกมังกรทอด ล็อบสเตอร์นึ่ง ไวน์องุ่น
เออร์เมียร์ และแชมเปญหมอก.
อาหารสุดหรูมีรูปลักษณ์ตรงตามคำอธิบายในนิตยสารทุก
ประการ สตาร์ลิ่งจ้องมองด้วยสีหน้าคาดหวัง เธอเริ่มเกิด
ความคิดว่า ครอบครัวของตนก็สามารถกินของแบบนี้ได้ใน
โอกาสพิเศษเช่นกัน หากยอมควักเงินมากกว่าปรกติสักหน่อย
ยกเว้นไวน์เออร์เมียและแชมเปญหมอก.
หญิงสาวเสริม
ทันใดนั้น สายตาของเธอเหลือบเห็นเด็กสาวคนหนึ่งกำลัง
เดินเข้ามาใกล้ อีกฝั่ายสวมเดรสสีเบจระยิบระยับอลังการ
เส้นผมสีทองแวววาว ดวงตาเขียวมรกต เลอโฉมจนยากจะ
เชื่อว่าเป็นมนุษย์ เด็กสาวตรงหน้าสวมถุงมือยาวสีขาวผ่อง สวม
แหวนมรกตแท้ข้างละวง แผ่กลิ่นอายสง่างามและเลอค่าจน
บรรยายไม่หมด
น…นางฟั้า.
แม้สตาร์ลิ่งจะมั่นใจในความงามของตนพอสมควร แต่ก็อด
ชื่นชมในรูปโฉมไร้จุดตำหนิของอีกฝั่ายไม่ได้ นี่อาจเป็นครั้งแรก
กับการรู้สึกว่าตนต่ำต้อยกว่าใครสักคนราวฟั้ากับเหว
“สวัสดีค่ะ” สตาร์ลิ่งทักทายด้วยท่าทางประหม่า เธอ
พยายามเลียนแบบมารยาทขุนนางจากในนิตยสาร
“สวัสดีค่ะ” เด็กสาวหันมาทักทายตอบด้วยกิริยาชด
ช้อย
หลังจากทั้งสองสวนกัน สตาร์ลิ่งเดินตามลุคและแมรี่เข้าไป
พบปะเจ้าของงานเลี้ยงในวันนี้ ฮิบเบิร์ต·ฮอลล์
ผ่านไปสักพัก สตาร์ลิ่งตัดสินใจปลีกตัวมายืนริมระเบียงตาม
ลำพัง เจตนาหวังผ่อนคลายความตึงเครียดลง แต่กลับได้พบเด็ก
สาวกลิ่นอายนางฟั้าคนเดิม
อีกฝั่ายกำลังยืนมองออกไปนอกคฤหาสน์อย่างเหม่อลอย
ข้างกายมีสุนัขขนทองตัวใหญ่ กำลังนั่งอย่างสงบเสงี่ยมใกล้กับ
รองเท้าริบบิ้นกุหลาบมูลค่ามหาศาล
“น่ารักจัง” สตาร์ลิ่งพยายามเปิดประเด็น
เด็กสาวหันมายิ้มให้
“ขอบคุณแทนซูซี่ด้วยค่ะ สำหรับคำชมอันมีค่าเมื่อครู่”
เมื่อจ้องมองไปยังคู่หูหนึ่งเด็กสาวหนึ่งสุนัข สตาร์ลิ่งพลัน
เกิดความรู้สึกว่า เธอจำเป็นต้องมีเลี้ยงสัตว์แบบนี้บ้าง
เพื่อให้ทุกคนเห็นถึงความน่าเกรงขามของตระกูลซาเมอร์!
หญิงสาวซักถามหยั่งเชิง
“ดิฉันได้ยินมาว่า บรรดาขุนนางชั้นสูงมักเลี้ยงสุนัขล่า
เนื้อไว้เป็นจำนวนมาก นี่ก็คือหนึ่งในนั้นหรือคะ?”
“ใช่ค่ะ” ดวงตาสีเขียวมรกตของเด็กสาวทวีความเปล่ง
ปลั่ง จนแม้แต่เครื่องประดับมูลค่าสูงของสตาร์ลิ่งยังดู
หม่นหมอง
“ขอทราบราคาต่อหนึ่งตัวได้ไหมคะ?”
สตาร์ลิ่งถามพลางอมยิ้ม
เด็กสาวผู้มีกลิ่นอายนางฟั้า ก้มมองสุนัขตัวใหญ่ขนฟูโดยไม่
โกรธเคืองคำถาม ก่อนจะเงยหน้าตอบด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน
“450 ปอนด์”