ราชันเร้นลับ Lord of the Mysteries - บทที่ 359 ผู้เย้ยเทพ
จัสติส ออเดรย์ เป็นฝั่ายถามแทนเดอะซัน
“ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น?”
แฮงแมน อัลเจอร์ ไม่ตอบคำถามโดยตรง เพียงเล่าเรื่องราว
ของตนต่อไป
“ในเวลานั้น อับราฮัม อันทีโกนัส อามุนด์ เจคอป และ
ทามาร่า ล้วนเป็นตระกูลใหญ่ภายใต้การปกครองของราชวงศ์
ทูดอร์ ผู้นำตระกูลเหล่านี้จะเป็นรองเพียงจักรพรรดิโลหิตผู้เดียว
แต่จากบรรดาตระกูลทั้งหมด อามุนด์ลึกลับซับซ้อนมากกว่าใคร
พวกมันถูกกล่าวถึงในประวัติศาสตร์เพียงน้อยนิด คล้ายกับ
ประวัติศาสตร์ถูกปกปิดบิดเบือนด้วยพลังปริศนา ราชาแห่งห้า
ห้วงสมุทร นาสต์ เคยกล่าวถึงตระกูลอามุนด์ไว้ว่า พวกมันคือ
ตระกูลผู้เย้ยเทพ มีพลังพิสดารถึงขั้นสามารถช่วงชิงพลังของ
เทพได้! ขณะเดียวกัน ตระกูลอามุนด์ต่างเรียกตัวเองว่าเป็น
ทายาทแห่งเทพสุริยันบรรพกาล”
เมื่อได้ฟัง เดอร์ริค·เบเกอร์ยิ่งทวีความงุนงงเป็นสิบเท่า
เพราะจากองค์ความรู้ของเด็กหนุ่ม มันไม่เคยได้ยินพระนาม
ของเทพสุริยันบรรพกาลมาก่อน!
ในบรรดาเทพบรรพกาลทั้งแปด ประกอบด้วยราชาคนยักษ์
เออร์เมียร์ มังกรจินตภาพ ราชามหามังกร แอนเคอร์เวล ราชา
มนุษย์กลายพันธุ์ เควาสทูน ราชาหมาปั่าอสูร เฟรเกีย ต้น
ตระกูลแวมไพร์ ลิลิธ ต้นตระกูลฟินิกซ์ เกรเกอรี่ และราชา
ปีศาจ ฟาโบธี ไม่มีเทพตนใดใช้พลังสุริยันเลย.
เดอร์ริคพยายามครุ่นคิดหาจุดเชื่อมโยงกับเรื่องนี้ จนกระทั่ง
พบว่า มหาเทพผู้ปราดเปรื่องและทรงพลัง มหาเทพผู้รังสรรค์
ทุกสิ่งจากต้นกำเนิด เทพในการเคารพนับถือของเมืองเงินพิสุทธิ์
มานานหลายพันปี เคยสำแดงพลังในขอบเขตสุริยันให้ทุกคน
ประจักษ์หนแล้วหนเล่า
หรือว่าอามุนด์จะเป็นทายาทของท่าน?
เมื่อเห็นว่าเดอะซันไม่กล่าวสิ่งใด อัลเจอร์ใช้มือลูบตอหนวด
ใต้คางพลางกล่าวต่อ
“อามุนด์เป็นตระกูลเก่าแก่ โด่งดังอย่างมากในช่วงหนึ่ง
ถึงสองพันปีก่อน เนิ่นนานจนแทบจะกลายเป็นตำนานไปแล้ว
แต่ทำไมถึงไปปรากฏตัวใกล้กลับเมืองเงินพิสุทธิ์ได้? …
จุดประสงค์ของมันคือสิ่งใด?”
ผมเองก็อยากรู้เหมือนกัน ทำไมคนของตระกูลอามุนด์จาก
ดินแดนพวกคุณ ถึงมาปรากฏตัวใกล้กับเมืองเงินพิสุทธิ์ของผม.
ทำไมถึงต้องผิดคำสัญญาเรื่องจะกลับเมืองเงินพิสุทธิ์พร้อม
ทีมสำรวจ ทำไมถึงหายตัวไปอย่างเป็นปริศนา และทำไมถึงต้อง
ทำให้ทุกคนคลุ้มคลั่งยกเว้นหัวหน้าหน่วย…จุดประสงค์คือสิ่ง
ใด? เขากำลังมองหาอะไร?
และถ้าเป็นทายาทของพระองค์ท่านจริง แปลว่าต้องมี
จุดประสงค์เหมือนกับเรา คือการสืบหาสาเหตุของยุคสมัยมหา
ภัยพิบัติ และหาวิธีขจัดคำสาปของดินแดนแห่งนี้.
เดอร์ริคปล่อยให้ความคิดล่องลอย ก่อนจะหันกลับมา
ตอบอัลเจอร์พลางส่ายหัว
“มิสเตอร์แฮงแมน ผมก็ตอบคำถามของคุณไม่ได้ กำลัง
พยายามหาเหตุผลอยู่”
อัลเจอร์แสดงสีหน้าผิดหวังเจือจาง พร้อมกับมอบ
คำแนะนำ
“หลังจากนี้ พยายามพูดคุยกับหัวหน้าหน่วยในห้อง
ข้างเคียงเข้าไว้ ลองหยั่งเชิงและพยายามรีดข้อมูลเพิ่มเติม”
กล่าวถึงตรงนี้ อัลเจอร์เว้นวรรค
“แต่คุณต้องรอบคอบและระวังตัวให้มาก ผมคิดว่าชาย
คนนั้นเป็นตัวอันตราย”
“เป็นตัวอันตราย? คุณก็คิดแบบนั้นเหมือนกันหรือ?”
เดอร์ริคถามอย่างประหลาดใจ
เพราะแม้แต่หกสภาอาวุโสต่างก็คิดว่าเขาเป็นตัวอันตราย!
แฮงแมนแหงนหน้ามองหลังคาโดมใหญ่เหนือพระราชวัง
โบราณ
“หากใครไม่คิดว่าอันตราย คนผู้นั้นคงมีสมองไม่
ปรกติ”
เมื่อเห็นเดอะซันยังสับสน มันส่ายศีรษะและอธิบายเพิ่ม
“เขาคือผู้รอดชีวิตเพียงหนึ่งเดียวของทีมสำรวจ ลำพัง
เรื่องนี้เรื่องเดียว ก็ชัดเจนแล้วว่าชายคนนั้นมีบางสิ่งไม่ปรกติ
อย่างมาก ผนวกกับการถูกคุมขังร่วมกับผู้ปั่วยคลุ้มคลั่งนาน 42
ปีเต็มและยังสติดีอยู่…ไม่มีสิ่งใดปรกติแม้แต่อย่างเดียว! และเมื่อ
คำนึงปริศนาของตระกูลอามุนด์ นั่นยิ่งทำให้เรื่องราวซับซ้อน
มากขึ้น เขาต้องเป็นตัวอันตรายไม่ผิดแน่”
ว่ากันตามตรง เดอร์ริคเคยกังวลในประเด็นดังกล่าว แต่
ไม่ได้นำมาปะติดปะต่อจนเกิดภาพชัดเจนเหมือนแฮงแมน เมื่อ
เด็กหนุ่มเกิดความกระจ่าง มันรีบหันไปขอบคุณอย่างจริงใจ
“เข้าใจแล้ว ขอบคุณมาก มิสเตอร์แฮงแมน”
ออเดรย์ ผู้นั่งมองเหตุการณ์ตั้งแต่ต้นจนจบ พยายามหัก
ห้ามใจไม่ให้เลื่อนมือขึ้นมากุมหัว เธอกำลังรู้สึกว่าเดอะซันน้อย
ไร้เดียงสายิ่งกว่าตนเสียอีก
เมื่อเห็นว่าทุกคนพึงพอใจกับคำตอบแล้ว แม้กระทั่ง
เดอะเวิร์ลก็ยังเปลี่ยนท่านั่งในอิริยาบถผ่อนคลาย ผนวกกับ
เดอะซันไม่มีข้อเรียกร้องอื่นเพิ่มเติม ออเดรย์จึงหันไปทางเดอะ
ฟูลและเปล่งเสียง
“มิสเตอร์ฟูล ดิฉันต้องการสนทนาแบบส่วนตัวกับ
ท่าน”
อีกแล้วหรือ…ไคลน์ยิ้มอย่างพึงพอใจ มันพยักหน้ารับ
“ตกลง”
ชายหนุ่มผนึกประสาทสัมผัสของแฮงแมน เดอะซัน และเม
จิกเชี่ยนทันที่ มันเลือกจะไม่สร้างม่านสื่อสารเฉพาะตนกับจัส
ติส ด้วยเหตุผลว่า หากปล่อยให้สมาชิกคนอื่นสนทนากันเอง
อย่างอิสระ ตัวตนปลอมของเดอะเวิร์ลจะความแตกทันที่
เมื่อได้รับสัญญาณให้พูด ออเดรย์อมยิ้ม
“มิสเตอร์ฟูล ดิฉันรวบรวมไดอารีจักรพรรดิโรซายล์มาได้
อีกสามแผ่น”
หลังจากผู้รับใช้ของเดอะฟูลทำการขโมยไพ่เย้ยเทพไปจาก
พิพิธภัณฑ์แห่งชาติ ออเดรย์ยังคงเดินทางไปร่วมนิทรรศการอีก
หลายหน เพราะการไม่ไปยิ่งจะทำให้ตัวเธอน่าสงสัยกว่าเดิม
เด็กสาวแจ้งความจำนงกับบิดาอย่างซื่อตรง จึงมีโอกาสได้
เข้าร่วมนิทรรศการรำลึกจักรพรรดิโรซายล์อีกหลายหนก่อนงาน
จะยุติ ส่งผลให้เปิดอ่านไดอารีได้อีกหลายแผ่น
ออเดรย์มองว่า ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ การตีหน้าซื่อคือ
ตัวเลือกอันดับหนึ่ง
หากเธอรู้สึกผิดจนไม่กระทำในสิ่งสมเหตุสมผล ถึงตอนแรก
โบสถ์รัตติกาลจะไม่เคลือบแคลง แต่หลังจากนี้คงไม่แน่แล้ว
จากประสบการณ์ส่วนตัว เด็กสาวเชื่อว่าหน้าแรกๆ ของได
อารีจะมีข้อมูลสำคัญกว่า ออเดรย์จึงไล่จดจำมาตั้งแต่สามหน้า
แรกสุด
เธอรีบเสริมโดยไม่รอมิสเตอร์ฟูล
“ดิฉันทราบว่าไม่ควรนำเรื่องนี้มาปรึกษากับท่านในการ
สนทนาส่วนตัว แต่อยากให้ท่านช่วยปิดเรื่องไดอารีจักรพรรดิโร
ซายล์ไว้เป็นความลับจากเมจิกเชี่ยนสักสองสามสัปดาห์ เธอจะ
ไม่ได้สงสัยว่าดิฉันคือจัสติส”
ออเดรย์ได้พบกับซิลและฟอร์สไปเมื่อช่วงกลางสัปดาห์ก่อน
ในวันดังกล่าว เธอกุเรื่องขึ้นมาว่า ซูซี่แอบกัดไดอารีจักรพรรดิโร
ซายล์จนฟืนฟูกลับมาเป็นเหมือนเดิมไม่ได้
ตามหลักสามัญสำนึก ออเดรย์ไม่จำเป็นต้องปิดบังฟอร์สว่า
เดอะฟูลต้องการอ่านไดอารีจักรพรรดิโรซายล์ เนื่องจากสร้าง
ข้อแก้ต่างไว้ล่วงหน้าเรียบร้อยแล้ว
ทว่า เมื่อวิเคราะห์ความคิดของฟอร์สด้วยพลังนักอ่านใจ
เด็กสาวพบว่าท่าทีตอบสนองของอีกฝั่ายจะออกมาเป็น :
“อะไรนะ? นั่นคือไดอารี? จักรพรรดิโรซายล์แอบเขียนได
อารีมาตลอดเลยหรือ? และแม้แต่ตัวตนผู้ยิ่งใหญ่อย่างเดอะฟูล
ก็ยังสนใจมัน! จริงสิ! เราจำได้ว่าคุณหนูออเดรย์กำลังรวบรวมสิ่ง
เดียวกันอยู่…แต่เดี๋ยวนะ เธอบอกว่าไดอารีแสนสำคัญ เพิ่งถูก
สุนัขกัดขาดไปเมื่อไม่กี่วันก่อน? บังเอิญเกินไปหน่อยไหม? หรือ
ว่าออเดรย์จะเป็น…”
เพื่อไม่ให้ฟอร์สเกิดความคิดเช่นนั้น เด็กสาวจึงหวังจะเลื่อน
การเปิดเผยความจริงออกไปสักสองสัปดาห์
หลังจากกลายเป็นนักอ่านใจ ออเดรย์ไม่เพียงอ่านสีออร่า
เปั้าหมายได้ชัดเจน แต่ยังรับรู้ความคิดในเชิงลึก สามารถคาด
เดาความคิดอีกฝั่ายได้เลือนราง สามารถชี้น้ำอีกฝั่ายให้ประพฤติ
ตัวตามความต้องการ ด้วยเหตุนี้ เธอจึงค้นพบสัจธรรมว่า หาก
นักอ่านใจต้องการชักนำใครก็ตาม ห้ามกระทำในสิ่งขัดต่อหลัก
เหตุและผลเด็ดขาด ถ้าทุกอย่างเป็นไปอย่างราบรื่น เปั้าหมาย
จะถูกชักจูงโดยไม่เคลือบแคลงแม้แต่น้อย สิ่งนี้คือนักอ่านใจใน
อุดมคติของออเดรย์
‘แยบยล’ และ ‘สมเหตุสมผล’ สองสิ่งนี้คือกุญแจ
สำคัญ! ออเดรย์จำใส่ใจเสมอมา
และการแวะไปเยี่ยมพิพิธภัณฑ์แห่งชาติอีกหลายครั้งหลัง
เกิดคดีจารกรรม ก็เพื่อรักษาความ ‘สมเหตุสมผล’ ของ
ตัวเองไว้
สมกับเป็นนักอ่านใจ…เธอคงทราบมานานแล้วว่า เมจิก
เชี่ยนคือหนึ่งในสองคนรู้จักซึ่งตนเคยแนะนำให้เรา…ไคลน์ยิ้ม
บาง
“แล้วเจ้าต้องการแลกเปลี่ยนไดอารีสามหน้ากับสิ่งใด”
มันกล้าซักถามอย่างมั่นใจเพราะ หลังจากได้ครอบครอง
หนังสือแห่งความลับของราชาหมอผีคารามัน จุดอ่อนร้ายแรง
เดียวของตน-ความรู้เชิงลึกด้านศาสตร์เร้นลับ ได้ถูกถมจนสูง
ขึ้นมาจากเดิมหลายระดับ เมื่อผนวกกับความรู้ด้านทวยเทพใน
ระดับลึกซึ้งของไคลน์ มันมั่นใจว่าคงมีสักเรื่องสามารถสนอง
ความอยากรู้อยากเห็นของจัสติสได้
พวกเรายังเป็นเพื่อนกันได้ เว้นเสียแต่ว่าเธอจะขอ
แลกเปลี่ยนกับสูตรโอสถนักจิตบำบัด…ไคลน์รำพัน
แน่นอน ออเดรย์คิดคำถามเตรียมรอไว้นานแล้ว เธอนั่ง
สงวนกิริยาราวหนึ่งอึดใจ ก่อนจะซักถามอย่างฉะฉาน
“มิสเตอร์ฟูล ดิฉันมีคำถาม เหตุใดไพ่เย้ยเทพจึงถูกเรียก
ขานว่า เส้นทางแห่งการกลายเป็นทวยเทพแท้จริง”
ถามได้ดี! ไคลน์แอบยิ้ม สายตาจ้องมองด้วยความนัยแฝงว่า
‘ไปคิดต่อเอาเอง’ พลางกล่าวด้วยน้ำเสียงสุขุม
“ลำดับ 0 จักรพรรดิมืด”
ลำดับ 0…?
มีลำดับ 0 ต่อจากลำดับ 1 ด้วยหรือ? หมายถึงลำดับแห่ง
ทวยเทพใช่ไหม?
จักรพรรดิมืด…คือเทพ?
คำถามมากมายผุดขึ้นในสมองเด็กสาว
สิ่งนี้ทำให้เธอรู้สึกปีติ พึงพอใจ และประหลาดใจหนักหน่วง!
ไคลน์หยิบกระดาษไดอารีขึ้นมาอ่าน กวาดมองจนทั่วหน้า
แรก และพบกว่าเนื้อหาไม่ซ้ำกับของเดิมในความทรงจำ
“23 กุมภาพันธ์ 1143 เราถูกส่งข้ามโลกมานานกว่าหนึ่ง
สัปดาห์แล้ว จำเป็นต้องเขียนบันทึกเหตุการณ์รอบตัวลงไป
ไม่อย่างนั้นอาจกลายเป็นบ้าเอาได้! ฮะฮะ! ถ้าเราเขียนด้วย
อักษรจีนกลางก็จะไม่มีใครอ่านออก! โลกนี้ใช้อักษรโรมันใน
แทบทุกภาษา! ปัจจุบัน เราอาจชื่อโรซายล์·กุสตาฟ แต่ตัว
เราไม่มีวันลืมชื่อเดิมเด็ดขาด…ฮวงเทา! (มหาคลื่นอำพัน) เรายัง
ไม่รู้เลยว่า ตัวเองถูกส่งข้ามโลกได้อย่างไร แต่หลังจากไตร่ตรอง
อย่างละเอียด เราจำได้เลือนราง เคยซื้อถาดเงินใบใหญ่สลัก
ลวดลายแปลกตา ติดมือกลับมาบ้านเพราะเห็นว่ามันน่าสนใจดี
ทว่า สิ่งนั้นกลับไม่ได้ติดตัวมาด้วยหลังจากเราเดินทางข้ามโลก
มันควรจะเป็นไอเท็มสุดโกง คอยช่วยอำนวยความสะดวกให้
พระเอกอย่างเราไม่ใช่หรือไง! หืม…โลกนี้เหมือนกับยุโรปโบราณ
ยุคถัดจากเรเนซองส์ อาจมีปืนใหญ่และปืนไฟหลายประเภท แต่
ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น สำหรับเรา ฮวงเทา โรซายล์·กุสตาฟ ผู้
เป็นแฟนตัวยงของวรรณกรรมออนไลน์ โดยเฉพาะนิยาย
เทคโนโลยีและต่างโลก ย่อมมีความรู้ความเข้าใจและไอเดีย
สำหรับเอาตัวรอดมากมาย! ไม่มีเวทีใดเหมาะให้เราแสดงฝีมือ
ไปมากกว่านี้อีกแล้ว! แต่เราลืมเสียสนิท ความทรงจำของเราเข้า
ขั้นห่วยบัดซบ! แม่งจำอะไรแทบไม่ได้เลย! สวรรค์ประทานการ
เดินทางข้ามโลกให้พระเอกอย่างเราทั้งที่ แต่กลับมาพร้อม
ความจำสุดห่วย ไม่มีระบบช่วยเหลือเหมือนเกม แถมยังไม่มี
ประตูลับไปกลับโลกเดิม แล้วจะให้เอาชีวิตรอดด้วยวิธีไหน
กันฟะ! ใจเย็นไว้ เราต้องเริ่มจากพื้นฐาน หากมีเงินหนึ่งก้อง
ต้องจ้างช่างฝีมือ นักประดิษฐ์ และนักวิทยาศาสตร์จำนวนมาก
คอยแนะนำไอเดียให้พวกมัน จากนั้นก็แค่นอนกระดิกเท้ารอรับ
ส่วนแบ่งมหาศาล! ไม่ได้คาดหวังให้อนาคตมาถึงเร็วๆ แบบนี้
นานแค่ไหนแล้ว! เริ่มคิดถึงพ่อกับแม่นิดหน่อยแฮะ แต่ความ
บันเทิงของโลกฝังนี้จืดชืดชะมัด ยิ่งพวกบรรดาสาวใช้ยิ่งน่า
หงุดหงิด กลิ่นกายเหม็นคาวราวกับไม่ได้อาบน้ำ แค่เดินผ่านก็
หำหดหมดแล้ว รับรองได้เลย ใครเปิดหอนางโลมมีอันต้องเจ๊ง
แน่นอน! เฮ่อ เรายังอ่าน ‘500 เดนมนุษย์แห่งหลินเกา’ ไม่
จบ ยังมีสาวสวยอีกมากใน TikT0k รอให้เข้าไปหา ยังมีเกม
King 0f Gl0ry และ PUBG รอให้เราเล่น แค่คิดก็เริ่มหดหู่
แล้ว”
อ่านถึงจุดนี้ ไคลน์เกือบหลุดขมวดคิ้ว
เดิมที่ หากประเมินจากข้อความเชิงติดตลกอย่าง ‘สี่จตุร
อาชาแห่งวันสิ้นโลก’ กับ ‘ราชาโจรสลัด’ ไคลน์เคยคิดว่า
โรซายล์คงถูกส่งมาก่อนตนราว 3 ถึง 4 ปีตามเวลาโลกฝังนั้น
แต่หลังจากอ่านประโยคเมื่อครู่จบ มันมั่นใจว่าโรซายล์-ฮวงเทา
ถูกส่งข้ามโลกมาก่อนตนไม่ถึงหนึ่งปี!
แล้วทำไมโลกฝังนี้ถึงผ่านไปเกือบ 200 ปี?