ราชันเร้นลับ Lord of the Mysteries - บทที่ 361 หนอนแมลงโปร่งใส
“หาฉันอยู่หรือ…”
ในวินาทีสิ้นเสียง เดอร์ริคพลันยืนแข็งที่อ หัวใจถูกบีบรัด
แน่น เส้นขนทั่วร่างลุกตั้งชัน
ทำไมเสียงถึงอยู่ข้างหลัง?
ทำไมเสียงถึงอยู่ในห้องเรา?
ผนึกบนกำแพงมัวทำอะไรอยู่?
สมบัติวิเศษใต้หอคอยปล่อยมาได้ยังไง?
หน้าผากเด็กหนุ่มผุดเหงื่อเม็ดใหญ่ จิตใต้สำนึกบอกให้หัน
หลังไปมอง แต่สัญชาตญาณกลับร้องเตือนว่าไม่ควรกระทำ
สัญชาตญาณมีรากฐานมาจากคาบเรียนวิชาสัตว์ประหลาด
และประสบการณ์สมัยเข้าร่วมลาดตระเวนรอบเมือง
หากมีเสียงพูดจากด้านหลัง ห้ามรีบหันกลับไปมองในทันที
เด็ดขาด!
เดอร์ริคบรรจงเลื่อนกำปันขึ้นมาตั้งท่าในระดับเดียวกับ
หน้าอก มันหลังกลับทีละนิดอย่างเชื่องช้าและระมัดระวัง
เดิมที่ บรรยากาศของห้องจะมืดสนิทจนแทบมองไม่เห็นสิ่ง
ใด เนื่องจากเทียนไขละลายไปถึงโคนแล้ว แต่ปัจจุบัน แสงสี
ทองกำลังส่องออกมาจากดวงตาเด็กหนุ่ม กระจกตาสองข้าง
สะท้อนประกายสีทองอร่ามจนคล้ายกับพระอาทิตย์ขนาด
ย่อส่วนสองดวง
ด้วยพลังของผู้ภาวนาแห่งแสง เด็กหนุ่มมองเห็นเงาลางสีดำ
ของบุคคลผู้หนึ่ง กำลังนั่งบนขอบฟูกนอนของตน!
เงาลางเริ่มคมชัดทีละนิด เผยให้เห็นกะโหลกศีรษะซึ่งถูกผ่า
ออกเป็นสองซีก!
บริเวณกึ่งกลางคือเนื้อสมองสีเทากำลังยุบพองคล้ายกับมี
ชีวิต แต่ละซีกพยายามขยับตัวเข้าหากัน แต่ก็ทำไม่สำเร็จ
ของเหลวเหนียวข้นบนรอยผ่าสมองเริ่มเปลี่ยนสภาพเป็น
ด้ายบ้าง แต่เพียงไม่นาน ด้ายบางเริ่มหงิกงอดีดดิ้นคล้ายหนอน
แมลง
ดวงตาสองข้างแยกออกคนละฝังชัดเจน สันจมูกถูกผ่า
กึ่งกลางพอดิบพอดี โลหิตแดงฉานไหลซึมรอบบาดแผลเด่นชัด
ปากฝังซ้ายอ้ากว้าง ปากฝังขวาปิดสนิท
สัตว์ประหลาดน่าขนลุกขนพองตัวนี้อยู่ในสภาพเปลือยกาย
โดยสมบูรณ์ ตามลำตัวมีบาดแผลสีแดงเข้มเป็นทางยาวหลาย
จุด
บาดแผลเหล่านั้น ทุกแห่งกำลังเปิดอ้าจนเผยให้เห็นฟันซี่
ขาว พวกมันพะงาบขึ้นลงพลางกล่าวในสิ่งเดิมซ้ำไปมา
เสียงเว้นวรรค มุมปากน่าขยะแขยงยกโค้ง
“เห็นไหม ฉันไม่ปรกติอีกแล้ว…”
ตาดำเดอร์ริคพลันหดเกร็ง เด็กหนุ่มรีบประสานสองมือใน
ท่าภาวนาและเลื่อนมาวางใต้คาง
ห้องคับแคบพลันสว่างไสว เสาลำแสงสีขาวโพลนบริสุทธิ์ผุด
ผ่องพร้อมด้วยเกลียวเพลิงสีทอง พุ่งทะลุลงมาจากเพดานเตี้ย
โอบล้อมร่างสัตว์ประหลาดไว้ทุกทิศ
อย่างไรก็ตาม เสาลำแสงไม่เจิดจ้าและเข้มข้นเหมือนกับ
ขณะเดอร์ริคใช้ข้างนอก เนื่องจากผลของสมบัติวิเศษลึกลับใต้
หอคอยและผนึกบนกำแพง ได้ตัดขาดห้องผู้ปั่วยจากโลก
ภายนอกเกือบสมบูรณ์
ทันใดนั้น เดอร์ริคพลันประหลาดใจเมื่อเสาลำแสงซึ่งตน
อัญเชิญลงมา เริ่มแผ่แสงสว่างเข้มข้นกะทันหันจนยากจะเพ่ง
ด้วยตาเปล่า
ไม่กี่อึดใจถัดมา บางสิ่งทำการแยกตัวออกจากเสาลำแสง
บริสุทธิ์ ลักษณะของมันคลับคล้ายมนุษย์ เพียงแต่ไม่มี
รูปลักษณ์และมิได้สวมเสื้อผ้าอาภรณ์
‘มนุษย์แสง’ ตนนี้พลันสว่างวาบพร้อมกับกระโจนใส่
สัตว์ประหลาดอย่างฮึกเหิม
‘ปาก’ ทั้งหมดรอบลำตัวสัตว์ประหลาดเริ่มอ้ากว้าง
พลางส่งเสียงหวีดร้องโหยหวนชวนให้แก้วหูระเบิดพินาศ
ทว่า เดอร์ริคกลับไม่ได้ยินเสียงใดเลย
ทันใดนั้น ร่างกายสัตว์ประหลาดลึกลับพลันสั่นกระตุก เศษ
เนื้อกระจัดกระจายกลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยภายใต้เปลวเพลิง
แผดเผาของ ‘มนุษย์แสง’ สัญญาณชีพของสัตว์ประหลาด
เสื่อมถอยลงอย่างรวดเร็ว
ขณะสัตว์ประหลาดลึกลับใกล้สลายไปโดยสมบูรณ์ บุคคล
ปริศนาสวมชุดคลุมยาวสีดำทรงโบราณและหมวกปีกแหลม
พลันปรากฏขึ้นจากความว่างเปล่าเบื้องหน้าเดอร์ริค
ผมดำขลับ ดวงตาดำเข้ม หน้าผากกว้าง ใบหน้าเรียว สวม
แว่นตาหนึ่งขาสลักจากคริสตัลมันวาว
เพียงไม่กี่อึดใจหลังจากบุคคลปริศนาปรากฏตัว ‘มนุษย์
แสง’ เกิดระเบิดกระจัดกระจายไปทุกทิศ การมองเห็นเดอร์
ริคกลายเป็นสีขาวโพลนชั่วขณะ
เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง เด็กหนุ่มพบว่าตนกำลังอยู่ด้านนอก
ห้องผู้ปั่วย รอบตัวเป็นทางเดินยาวบรรยากาศมืดสลัว สองฝังมี
โคมตะเกียงมอบแสงสว่างคล้ายยามสนธยา
เดอร์ริครีบมองเข้าไปในห้องของตนด้วยสีหน้าสุดฉงน มัน
ได้พบบุคคลรูปร่างกำยำ สวมโค้ทสีน้ำตาลและกางเกงขายาวสี
ดำสนิท
อีกฝั่ายกำลังยืนก้มหน้าจ้องฟูกนอนของเด็กหนุ่ม แสงรุ่น
อรุณเข้มข้นกำลังควบแน่นรอบกระดูกส่วนขาสีขาวโพลน ก่อน
จะเปลี่ยนมันให้กลายเป็นดาบกระดูกเล่มยาวแหลมคม
ใกล้กันกับดาบ มีหนอนแมลงสีใสวางอยู่
ยาวเท่านิ้วหัวแม่มือ เล็กเท่านิ้วก้อยเด็ก หนอนแมลงขดตัว
เป็นวงแหวนสีใส วางเรียงรายวงแล้ววงเล่า
ทุกสิ่งเกิดขึ้นเร็วมาก เดอร์ริคเองก็มิได้มีสายตาเฉียบแหลม
อะไรนัก จึงไม่สามารถเพ่งสมาธิจำนวนได้ละเอียด ทราบเพียง
ว่ามีแหวนหนอนแมลงอยู่ราวสิบกว่าวงบนพื้น
บุคคลรูปร่างสูงใหญ่ ผู้กำลังยืนหันหลังให้เดอร์ริค โน้มตัว
ก้มหยิบหนอนแมลงสีใสขึ้นมาเพ่งตรวจสอบ ก่อนจะหันกลับมา
หาเด็กหนุ่มอย่างเชื่องช้า
“เกือบไปแล้ว…”
ในวินาทีนี้ เดอร์ริคมองเห็นใบหน้าของอีกฝั่ายอย่างชัดเจน
เส้นผมสีเทาอ่อน สภาพกระเซอะกระเซิงราวกับไม่สนใจจัด
ทรงให้เรียบร้อย ร่องแก้มมีรอยเหี่ยวย่นค่อนข้างลึก แต่บริเวณ
หางตากลับปราศจากไม่มีร่องรอยใดๆ
บนโหนกแก้มมีแผลเป็นขนาดใหญ่ ลักษณะขรุขระไม่เรียบ
เนียน
สวมเชิ้ตสีเหลืองซีด เข็มขัดลายตารางหมากรุก ดวงตาสีฟั้า
อ่อนลุ่มลึก คล้ายกับหนังสือเล่มเก่าอันเปียมด้วยเนื้อหา
เดอร์ริคออกอาการผงะหนึ่งอึดใจ
ทว่า แม้จะเพิ่งเผชิญเหตุการณ์เฉียดตายมาเมื่อครู่ แต่เด็ก
หนุ่มกลับเปล่งเสียงตื่นเต้นเจือความเคารพนับถือ
“ท…ท่านผู้นำ!”
เบื้องหน้ามันคือ หัวหน้าใหญ่แห่งหกสภาอาวุโสประจำเมือง
เงินพิสุทธิ์ ‘นักล่าปีศาจ’ สุดทรงพลังผู้มีอายุยืนยาวกว่าหนึ่ง
ร้อยปี!
โคลิน·อีเลียด!
โคลินพยักหน้ารับ
“พวกเรารู้มาตลอดว่าชายคนนี้อันตราย แต่เพื่อจะสืบหา
จุดประสงค์แท้จริงของบุคคลลึกลับนาม ‘อามุนด์’ เราจงใจ
ไม่กำจัดเขาทิ้งในทันที่ เลือกกักขังไว้ใต้หอคอยซึ่งมีผนึกและ
สมบัติวิเศษช่วยพันธนาการ จากนั้นก็นำผู้วิเศษอาการคลุ้มคลั่ง
ระยะเริ่มแรกมาไว้ในห้องข้างเคียง เพื่อสร้างบทสนทนาสำหรับ
สืบหาข้อมูลและตรวจสอบพฤติกรรมน่าสงสัย แต่น่าเสียดาย
เขาทำตัวปรกติมาตลอด 42 ปีจนกระทั่งเมื่อครู่ ปรกติจนน่า
เหลือเชื่อ… ผมมีคำถาม คุณคิดว่าเพราะเหตุใด ชายคนนั้นถึง
ตัดสินใจกลายร่างและทำลายผนึกเพื่อเข้ามาในห้องคุณ? คิดว่า
สิ่งใดทำให้ตัวคุณพิเศษกว่าผู้ปั่วยระยะแรกคนอื่น?”
แบบนี้นี่เอง เราถูกวางตัวไว้ในห้องติดกับอดีตหัวหน้าหน่วย
เพื่อคอยสร้างบทสนทนาสำหรับสืบหาเบาะแส…
เดอร์ริคเงียบสักพัก ก่อนจะกล่าว
“อาจเป็นเพราะเส้นทางของผมแตกต่างจากผู้วิเศษคน
อื่น ลำดับ 9 นักขับขาน และลำดับ 8 ผู้ภาวนาแห่งแสง”
หรือก็คือ เส้นทางสุริยัน… หากคำบอกเล่าของแฮงแมนไม่
ผิดเพี้ยน ตระกูลอามุนด์ก็คงเป็นทายาทของเทพสุริยันบรรพ
กาล ฉะนั้น ตัวเราซึ่งมีพลังสุริยันอาจไปกระตุ้นบางสิ่งใน
ร่างกายมัน…
เดอร์ริคเริ่มหาเหตุผลรองรับ
โคลินยืนฟังโดยไม่เปลี่ยนสีหน้า สายตาจ้องสำรวจเดอร์ริค
หัวจรดเท้าสองสามครั้งและกล่าว
“พวกเราคอยจับตามองชายคนนี้ทุกฝีก้าว หกสภาอาวุโส
จะผลัดเวรกันตรวจสอบตลอดเวลา แต่กลับไม่พบสัญญาณ
ล่วงหน้าก่อนลงมือแม้แต่น้อย ไม่มีการวางแผนใดทั้งสิ้น คล้าย
กับตัดสินใจกระทำอย่างปุบปับ ในตอนนั้น คุณกำลังทำสิ่งใด?”
เดอร์ริคมัวแต่ครุ่นคิดถึงเรื่อง อามุนด์เป็นทายาทของเทพ
สุริยันบรรพกาล และตนก็เป็นผู้วิเศษเส้นทางสุริยัน มันจึงตาม
คำถามของผู้นำสูงสุดแห่งเมืองเงินพิสุทธิ์ไม่ทัน
เมื่อเริ่มได้สติ สมองเด็กหนุ่มรีบทบทวนความทรงจำจาก
เหตุการณ์เมื่อครู่
เราไม่ได้ทำอะไรเลย แค่ทดสอบเคาะนิ้วส่งสัญญาณตาม
ปรกติ… โดยก่อนหน้านั้น เราเข้าร่วมชุมนุมทาโรต์ของ
มิสเตอร์ฟูล…
ช…ชุมนุมทาโรต์!
ภายในใจเดอร์ริคเริ่มกระวนกระวาย มันเพิ่งตระหนักได้ว่า
เรื่องราวทั้งหมดอาจไม่เรียบง่ายเหมือนในจินตนาการของตน
เด็กหนุ่มทราบดี ตนไม่สามารถรายงานเรื่องของชุมนุมทา
โรต์ให้อีกฝั่ายฟังได้ แต่ขณะเดียวกันก็คิดไม่ออกว่า ต้องกุเรื่อง
ใดขึ้นมาอธิบายจึงจะแนบเนียน
มันตัดสินใจแสร้งครุ่นคิดและตอบด้วยสีหน้าเงียบขรึม
“ผมเคาะกำแพงเพื่อส่งสัญญาณให้เขาตามปรกติ พวก
เรานัดแนะกันไว้ล่วงหน้า แต่ก่อนหน้านั้น เทียนไขในห้องผม
ละลายไปถึงโคน รอบตัวจึงมืดมิดโดยสมบูรณ์ ผมจึงใช้เวลาว่าง
เพื่อฝึกพลังพิเศษของตัวเอง”
โคลินยืนจ้องตาเดอร์ริคโดยไม่กล่าวสิ่งใดนานกว่ายี่สิบ
วินาที่
“น่าเสียดาย เศษเสี้ยวในดวงวิญญาณอดีตหัวหน้าหน่วย
ยังไม่ใช่ร่างต้นแท้จริงของอามุนด์ ยิ่งไปกว่านั้น ทุกสิ้นเกิดขึ้น
อย่างกะทันหัน พวกเราจึงไม่ได้ผลลัพธ์ตรงตามความ
ปรารถนา… ก่อนอีกฝั่ายจะเปลี่ยนร่าง คุณสัมผัสถึงความ
ผิดปรกติได้บ้างไหม?”
“ไม่เลยครับ” เดอร์ริคส่ายหัวหนักแน่น
ทันใดนั้น ดวงตาโคลินพลันปรากฏอักขระสีเขียวเข้มสอง
ชนิด โครงสร้างร่างกายของเด็กหนุ่มถูกฉายบนกระจกตาอีก
ฝั่าย
ความเงียบงันปกคลุมห้องใต้หอคอยราวสิบวินาที่
จนกระทั่งโคลิน·อีเลียดหลับตาลงและกล่าวด้วยเสียงสุขุม
“อาการของคุณทรงตัวแล้ว ไม่จำเป็นต้องรับการรักษา
เพิ่มเติม เชิญกลับบ้านได้ทุกเมื่อ”
เดอร์ริคแสดงสีหน้าประหลาดใจ
“ค…ครับผม!”
เด็กหนุ่มจ้องมองภาพโคลิน·อีเลียด กำลังหันกลับไปก้ม
หยิบดาบกระดูกสีขาวขึ้นมา และใช้ฝั่ามือพลิกสำรวจอย่าง
ประณีต
เดอร์ริคสูดลมหายใจยาว พลางเดินกลับออกมานอกห้อง
เร่งฝีเท้าตรงไปตามทางเดินยาวมืดสลัว ระหว่างทาง กลุ่มผู้คุม
จำนวนหนึ่งได้วิ่งสวนไปทีละคนสองคน
เด็กหนุ่มตรงกลับบ้านอย่างไม่รีบร้อน เมื่อถึงจุดหมาย มัน
ปิดประตูลงกลอนมิดชิด สายตามองไปรอบตัวสักพัก ก่อนจะ
ก้มหน้าสวดภาวนาด้วยเสียงต่ำ
“เดอะฟูลจากต่างยุคสมัย ผู้ปกครองลึกลับเหนือห้วงสาย
หมอกเทา ราชันเหลืองดำผู้ครองพลังโชคลาภ ผมเพิ่งเผชิญ
เหตุการณ์สุดสยองขวัญ”
เดอร์ริคเล่าเรื่องราวอย่างละเอียด พร้อมกับอธิบาย
สมมติฐานของตนจำนวนสองข้อ
เมื่อจัดการเสร็จ มันเผยสีหน้าโล่งใจ
เนื่องจากร่างกายกำลังอ่อนล้าสุดขีด ผนวกกับหัวสมอง
โปร่งโล่งและผ่อนคลาย เด็กหนุ่มทิ้งตัวนอนหลับในเวลาไม่นาน
ท่ามกลางห้องมืดและเงียบ ประกายแสงสายฟั้าด้านนอก
คอยมอบความสว่างเป็นระยะ หากไม่มีสิ่งนี้ เมืองแห่งนี้ก็คงถูก
ความมืดมิดปกคลุมไปตลอดกาล
ทันใดนั้น เดอร์ริคผู้กำลังหลับใหลด้วยสีหน้าเปียมสุข พลัน
งอนิ้วชี้ข้างขวาและออกแรงเคาะขอบเตียงอย่างแผ่วเบา
กึก.กึก
กึก
…
หลังจบชุมนุมทาโรต์ ด้วยสภาวะอ่อนล้าทางพลังวิญญาณ
ไคลน์ไม่รีบร้อนตรวจสอบตะกอนพลังของมนุษย์หมาปั่าและ
ขวดพิษชีวภาพ ตรงกันข้าม มันกลับโลกจริงและพักหลับเอา
แรงหนึ่งงีบสั้น
ผ่านไปยี่สิบนาที่ ชายหนุ่มตื่นขึ้นพลางเดินไปเปิดผ้าม่าน
ปล่อยให้แสงสลัวด้านนอกซึ่งทะลวงผ่านกลุ่มหมอกอย่าง
ยากลำบาก มอบความสว่างให้กับห้องนอนของตนเล็กน้อย
ไคลน์นั่งลงบนเก้าอี้หน้าโต๊ะอ่านหนังสือ สมองครุ่นคิด
หลายเรื่อง ส่วนใหญ่เป็นแผนการในอนาคตของตน
เปั้าหมายของเราคือ รีบค้นพบกฎของนักมายากลให้ครบ
โดยการตั้งสมมติฐานและทดสอบการเปลี่ยนแปลงทางพลัง
วิญญาณ
แม้ว่าในปัจจุบัน กฎ ‘ห้ามแสดงกลโดยไม่เตรียมตัว’
‘ต้องมีเวทีสำหรับแสดงกล’ และ ‘เบี่ยงเบนความสนใจขณะ
แสดงกล’ จะไม่มีข้อบกพร่อง แต่ความเร็วการย่อยโอสถใน
ปัจจุบันยังไม่น่าพึงพอใจสักเท่าไร จำเป็นต้องมีกฎสำคัญอีก
หลายข้อช่วยเร่งสปีดเทคนิคสวมบทบาท ไม่อย่างนั้นอาจต้องใช้
เวลานานนับปีหรือสองปีกว่าจะได้เลื่อนเป็นลำดับ 6
ถึงตอนนั้น อินซ์·แซงวีลล์ก็คงทิ้งห่างเราไปอีกขั้นแล้ว! มี
แต่ต้องรีบกลายเป็นผู้วิเศษลำดับสูงโดยเร็ว จึงจะได้รับสิทธิ์แก้
แค้นมัน…
ฉะนั้น สิ่งสำคัญตรงหน้าคือการรีบหากฎข้อสำคัญของนัก
มายากลให้พบ…
ก่อนอื่น เราต้องทดสอบว่า หากได้รับเสียงปรบมือหลังจาก
จบการแสดง พลังวิญญาณจะมีพัฒนาการมากน้อยแค่ไหน…
ขณะไคลน์ครุ่นคิดหาทางยกระดับตัวเอง โสตประสาทพลัน ก้องกังวานไปด้วยเสียงเพรียกมายา