ราชันเร้นลับ Lord of the Mysteries - บทที่ 362 พิธีกรรมพันธสัญญาลับ
เสียงผู้ชาย? แฮงแมนหรือเดอะซันน้อย?
ไคลน์มองออกไปนอกหน้าต่างและพบกับท้องฟั้าสีหม่น
เหมือนทุกครั้ง มันลุกจากเก้าอี้ เดินเข้าห้องน้ำในชั้นเดียวกัน
เดินถอยหลังทวนเข็มสี่ก้าว รีบส่งตัวเองเข้าห้วงมิติเหนือสาย
หมอกเทา
ท่ามกลางพระราชวังโบราณ เสียงมายาของบุรุษดังสะท้อน
ต่อกันในลักษณะซ้อนทับ
ไคลน์ชำเลือง และพบว่าผู้สวดภาวนาในคราวนี้คือเดอะซัน
น้อย
ชายหนุ่ม ผู้กำลังนั่งบนเก้าอี้เดอะฟูล ทำการเหยียด
แขนขวาพลางแผ่พลังวิญญาณเข้าไปในดาวแดงตัวแทนเดอะซัน
เพียงพริบตา เสียงมายาซ้อนทับเริ่มคมชัด ไคลน์กระจ่าง
ทันทีว่าเดอะซันสวดภาวนาหาตนด้วยเรื่องใด
อดีตหัวหน้าทีมสำรวจ-ชาวเมืองเงินพิสุทธิ์คนสุดท้ายผู้เคย
พบอามุนด์ เกิดคลุ้มคลั่งกะทันหันและกลายร่างเป็นสัตว์
ประหลาด เคลื่อนย้ายตัวเองทะลุผนึก และปรากฏตัวภายใน
ห้องเดอะซัน โชคยังดี สภาอาวุธของเมืองมองชายคนนี้เป็นตัว
อันตรายมาตลอด จึงมีมาตรการรับมือเข้มงวด และช่วยเหลือได้
ทันท่วงทีก่อนจะสายเกินไป
เดอะซันไม่เชื่อว่าอีกฝั่ายจะเกิดคลุ้มคลั่งโดยบังเอิญ จึง
เสนอสมมติฐานสองข้อ
ข้อแรก พลังของตนอยู่ในเส้นทางสุริยัน อาจเข้าเงื่อนไขการ
เป็นทายาทของเทพสุริยันบรรพกาล ข้อสอง อีกฝั่ายสัมผัสถึง
ตัวตนของชุมนุมทาโรต์ รวมถึงพลังในการดึงจิตข้ามห้วงมิติของ
เดอะฟูล
ข้อแรกไม่น่าใช่… ถ้าเป็นแบบนั้นจริง คงเกิดคลุ้มคลั่ง
ตั้งแต่เดอะซันถูกนำตัวมาไว้ในห้องวันแรก ไม่รอจนกระทั่ง
ชุมนุมทาโรต์จบลงค่อยแสดงอาการ… ข้อสองมีโอกาสเป็นไป
ได้สูงกว่า… หืม ถ้าเป็นเรื่องจริง นี่คงเป็นหนแรก กับการมี
ใครสักคนตระหนักถึงตัวตนของห้วงมิติเหนือสายหมอกเทา…
อามุนด์อันตรายเกินไป! ไม่แปลกใจว่าทำไมถึงได้ฉายา ‘ผู้
เย้ยเทพ’ ในยุคสมัย 4 แม้กระทั่งชื่อสกุลก็ยังเป็นคำ
ต้องห้าม…
ไคลน์ทำตามจิตใต้สำนึก เพ่งมองเข้าไปในดาวแดงและ
สำรวจ ‘ผู้ภาวนา’ มันต้องการตรวจสอบให้แน่ชัดว่า มีสิ่งใด
ผิดปรกติเกิดขึ้นกับเดอะซันน้อยหรือไม่
ไคลน์ไม่เชื่อว่าอามุนด์คนนั้นจะถูกจำกัดได้ง่ายดาย ถึงแม้
ผู้นำเมืองเงินพิสุทธิ์จะระบุชัดเจนว่า ‘เศษเสี้ยวอามุนด์ในดวง
วิญญาณอดีตหัวหน้าทีมสำรวจไม่ใช่ร่างจริง’ แต่นั่นก็ไม่ได้
หมายความว่าอีกฝั่ายจะอ่อนแอ!
มีความเป็นไปได้มาก ว่าบุคคลทรงพลังแห่งเมืองเงินพิสุทธิ์
คนนั้น แอบใช้พลังหรือสมบัติวิเศษเพื่อจับตามองเดอะซันทุกฝี
ก้าว…
แต่สามารถกระทำเรื่องแบบนี้โดยไม่ให้รู้ตัวได้ด้วยหรือ…
ไม่สิ ต้องใช่แน่ สภาเมืองเงินพิสุทธิ์คงเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด
ตั้งแต่ก่อนอดีตหัวหน้าทีมจะกลายเป็นสัตว์ประหลาด และ
ทำลายผนึกเข้ามาในห้องเดอะซัน… หมายความว่า พวกเขา
ต้องเตรียมแผนรับมือไว้ล่วงหน้า…
ขณะใช้ความคิดเรื่อยเปือย ดวงตาไคลน์พลันผงะเพื่อเห็น
ภาพของผู้ภาวนาชัดเจน
ท่ามกลางโลกอันพร่ามัว ร่างมายาของบุคคลปริศนา กำลัง
รัดพันรอบตัวเดอะซันอย่างแนบชิด!
แม้จะมีมือและเท้าตามปรกติ แต่ร่างมายากลับอ่อนตัว
คล้ายงูเหลือม ม้วนเป็นเกลียวรอบลำตัวเดอะซันจากล่างขึ้นบน
ศีรษะของมันกำลังแนบชิดกับศีรษะเด็กหนุ่ม!
ถึงภาพจะไม่คมชัด แต่ก็พอจะมองเห็นว่าอีกฝั่ายสวมชุด
คลุมยาวสีดำ หมวกปลายแหลม และแว่นคริสตัลขาเดียว
เดอะซันไม่ได้ตระหนักถึงเรื่องนี้!
“…” ไคลน์อ้าปากค้างด้วยความตะลึง ไม่อยากเชื่อ
ว่าอีกฝั่ายจะมีพลังพิสดารถึงเพียงนี้
ชายหนุ่มเริ่มเข้าใจเจตนาของอามุนด์แล้ว
หากสิงร่างวิญญาณของเดอะซันไว้ รอจนกระทั่งชุมนุมทา
โรต์หนต่อไปมาถึง จากนั้นก็ฉวยโอกาสบุกรุกเข้ามาในห้วงมิติ
เหนือสายหมอกเทา!
ม้าไม้โทรจัน!
ถ้าเกิดเรื่องแบบนั้นขึ้น เราอาจถูกช่วงชิงสิทธิ์การควบคุม
มิติห้องแห่งนี้…
สมกับเป็นผู้เย้ยเทพ!
โชคยังดี เดอะซันเป็นเด็กหนุ่มซื่อตรง ทำการรายงานทันที
หลังพบความผิดปรกติ ช่วยให้เราสามารถประเมินสถานการณ์
ผ่านดาวแดงได้ทัน จนกระทั่งพบความไม่ชอบมาพากล…
ไคลน์สูดลมหายใจเข้าออก พยายามทำจิตใจให้สุขุม
มันต้องรีบทำอะไรสักอย่าง หากไม่ขจัดอามุนด์ออกไปจาก
ร่างเดอะซัน ก็ต้องห้ามเดอะซันเข้าร่วมชุมนุมทาโรต์ชั่วคราว
หลังจากสำรวจตัวเองหนึ่งรอบ ไล่ตั้งแต่พลังพิเศษของโอสถ
นักมายากล ตัวตลก นักทำนาย ไปจนถึงสมบัติวิเศษ นกหวีด
ทองแดงของอะซิก ไพ่จักรพรรดิมืด ดวงตาดำล้วน เข็มกลัด
สุริยัน ขวดพิษชีวภาพ และอีกมาก ไคลน์ไม่พบวิธีสำหรับขจัด
อามุนด์แม้แต่หนทางเดียว
ลำดับของอามุนด์ต้องไม่ต่ำกว่า 4 ผนวกกับการมีพลัง
พิสดารยากคาดเดา จนแม้แต่สมบัติวิเศษและผู้นำสูงสุดของ
เมืองเงินพิสุทธิ์ก็มิอาจจัดการให้สิ้นซาก หมายความว่า พลัง
หรือวัตถุทั่วไปคงใช้กับอามุนด์ไม่ได้ผล!
หลังจากนั่งไตร่ตรองและกวาดสายตามองรอบตัว ไคลน์
พบว่ามีเพียงทางออกเดียวในการขจัดอามุนด์ออกจากร่าง
เดอะซัน
หยิบยืมพลังของห้วงมิติแห่งนี้มาใช้!
เราต้องหาทางดึงพลังออกมา… เหมือนกับพิธีกรรมสังเวย
และรับมอบก่อนหน้านี้…
เมื่อเริ่มพบแนวทาง ชายหนุ่มชำเลืองมองหนังสือแห่ง
ความลับ
หนังสือศาสตร์เร้นลับเล่มนี้ถูกเขียนโดยบุคคลในตำนาน
ราชาหมอผีคารามัน บันทึกพิธีกรรมซับซ้อนไว้มากมาย ส่วน
ใหญ่เป็นการหยิบยืมพลังจากดวงจันทร์บรรพกาล
ไคลน์ ผู้เคยอ่านจบไปหนึ่งรอบอย่างคร่าว ยังพอจะจำได้
เลือนรางว่า มีหนึ่งสิ่งเหมาะสำหรับนำมาใช้ในสถานการณ์
ตรงหน้า
แน่นอน เรายังไม่เคยทดลอง จึงไม่มีทางทราบว่าพิธีกรรม
สามารถชี้เปั้ามาถึงเดอะฟูลได้หรือไม่ ได้แต่หวังให้ทุกสิ่งเป็น
ใจ…
ขณะพลิกหน้าหนังสือ สายตาชายหนุ่มหยุดลงบนพิธีกรรม
ชนิดหนึ่ง
“สังเวยจันทร์โลหิต”
พิธีกรรมเวทมนตร์ชนิดนี้แตกต่างจากพิธีกรรมสังเวย
พื้นฐานของไคลน์ เนื่องจากมีการนำพันธสัญญามาเกี่ยวข้อง
ก่อนเริ่มพิธีกรรมต้องเตรียมวัสดุแฝงพลังวิญญาณเข้มข้น
แนะนำให้ใช้เลือดของผู้วิเศษ จากนั้น เขียนพระนามเต็มของ
เปั้าหมายพันธสัญญาลงบนแผ่นหนังสัตว์ ปิดท้ายด้วยการวาด
สัญลักษณ์และอักขระเวทมนตร์ให้สอดคล้องกับตัวตนดังกล่าว
หากจำเป็น ต้องประกอบพิธีกรรมในวัน เวลา และตำแหน่ง
ให้ถูกต้องเหมาะสม
เมื่อเตรียมการเสร็จ ผู้ประกอบพิธีกรรมต้องตั้งแท่นบูชา
หยิบหนังสัตว์ขึ้นมาสวดภาวนาถึงพระนามเต็มอันสูงส่ง ถ่าย
พลังวิญญาณของตัวเองเข้าไป จากนั้น สายสัมพันธ์ระหว่างผู้
ประกอบพิธีและเปั้าหมายจะถูกสร้างขึ้นทีละนิดอย่างมั่นคง
หากไม่มีสิ่งใดติดขัด ผู้ประกอบพิธีจะได้รับความช่วยเหลือ
แบบพิเศษจากตัวตนผู้ยิ่งใหญ่
ไม่มีใครระบุได้ว่าพิธีกรรมข้างต้นจะสร้างผลลัพธ์แบบใด
ขึ้นอยู่กับว่า ตัวตนลึกลับปลายทางจะมอบพลังชนิดใดให้ โดย
วิธีนำพลังดังกล่าวไปใช้ ผู้ประกอบพิธีกรรมจะทราบด้วยตัวเอง
จากข้อมูลผ่านสายสัมพันธ์ล่องหน
นับเป็นพิธีกรรมสุดคลุมเครือ แต่สำหรับชายหนุ่ม สิ่งนี้กลับ
เข้าทางมาก เนื่องจากมีอิสระในการควบคุมและดัดแปลง
พิธีกรรมได้อย่างแนบเนียน แน่นอน หากไคลน์แสดงท่าที
ชัดเจนว่าจะขจัดอามุนด์แต่แรก อีกฝั่ายคงต่อต้านและลงมือก่อ
เรื่องร้ายแรงขึ้น
ไม่ต้องสงสัยเลยว่า ถ้าสวดภาวนาถึงพระผู้สร้างแท้จริงหรือ
ปราชญ์เร้นลับ ผู้ประกอบพิธีคงเกิดคลุ้มคลั่งคาแท่นบูชา…
ไคลน์พึมพำพลางเสกกระดาษหนังและปากกาหมึกซึม เริ่ม
เขียนดัดแปลงพิธีกรรมสังเวยจันทร์โลหิตทีละส่วน เปลี่ยนให้
เป็นพิธีกรรมสำหรับเดอะฟูลโดยเฉพาะ
ประการแรก มันดัดแปลงพระนามเต็มของดวงจันทร์ ให้
เป็นคำสวดสามบทหลักถึง ‘ราชันเหลืองดำ’ จากนั้น เปลี่ยน
สัญลักษณ์ให้เหมือนกับสัญลักษณ์หลังเก้าอี้เดอะฟูล-เนตรไร้ตา
ดำและเส้นบิดเป็นเกลียว
ถัดมา ต้องออกแบบอักขระเวทมนตร์ให้สอดคล้องกับ
สัญลักษณ์ข้างต้น สิ่งนี้ต้องอาศัยความรู้ด้านศาสตร์เร้นลับลึกซึ้ง
อาจเป็นขั้นตอนยากสุดในการดัดแปลงพิธีกรรมก็ว่าได้ หาก
ผิดพลาดแม้เพียงเล็กน้อย ผลลัพธ์คงมิอาจคาดเดา
สุดท้าย ดัดแปลงรูปลักษณ์ของแท่นบูชาให้เหมาะสมกับ
เดอะฟูลและราชันเหลืองดำ
หลังจากก้มหน้าใช้สมาธิสักพัก ไคลน์สร้างพิธีกรรมพันธ
สัญญาลับในแบบฉบับตัวเองสำเร็จ แต่แน่นอน ไม่มีใครรู้ว่า
ผลลัพธ์จะออกมาเป็นเช่นไร
หัวหรือก้อย
ชายหนุ่มตรวจทานหนแล้วหนเล่าจนมั่นใจว่าไม่มี
ข้อบกพร่อง จึงทำการแผ่พลังวิญญาณเข้าไปในดาวแดง
เดอะซันและกล่าวด้วยเสียงหนักแน่น
“เรารับรู้ เรามีบางสิ่งต้องการให้เจ้าทดสอบ มาดูกันว่า
พิธีกรรมจะได้ผลหรือไม่”
…
เดอะซัน เดอร์ริค พลันตื่นขึ้นจากภวังค์หลับลึก เบื้องหน้า
เต็มไปด้วยสายหมอกสีเทาสุดลูกหูลูกตา ด้านบนเป็นเดอะฟูลผู้
สง่างามและยิ่งใหญ่ มาพร้อมสุ้มเสียงมายาดังกังวานจากจุด
ห่างไกล
เด็กหนุ่มเคยได้ยินว่า มิสเตอร์ฟูลชอบให้สมาชิกชุมนุมทา
โรต์ช่วยทดสอบเรื่องต่างๆ พิธีกรรมใหม่ในหนนี้จึงไม่น่า
ประหลาดใจสักเท่าไร เดอร์ริคเริ่มมองหาหนังสัตว์ สมุนไพร
คุณภาพสูง และวัตถุดิบจำเป็นชนิดอื่น
ส่วนวัตถุดิบเปียมพลังวิญญาณเข้มข้น เด็กหนุ่มไม่มัว
เสียเวลาตรงไปยังหอคอยหรือตลาดมืด มันหยิบขวานเฮอร์ริ
เคนขึ้นมาเฉือนแขนจนเกิดแผลตื้น
เดอร์ริคใช้เลือดของตนแทนน้ำหมึก เขียนพระนามเต็มของ
เดอะฟูลลงบนแผ่นหนังสัตว์ ตามด้วยการวาดสัญลักษณ์และ
อักขระเวทมนตร์ให้ตรงตามคำอธิบาย
เมื่อจัดการเสร็จ มันวางปากกาขนนกเปือนเลือดลง สายตา
จ้องมองสัญลักษณ์ประหลาดบนแผ่นหนังสัตว์ ทั้งหมดถูกเขียน
ด้วยหมึกเลือดจนคล้ายกับพันธสัญญาปีศาจ
ถัดมา เด็กหนุ่มจัดการทำแผลบนต้นแขน จากนั้น เดอร์ริคผู้
เริ่มหน้าซีด ลงมือตั้งแท่นบูชาอย่างรวดเร็ว และหยิบแผ่นหนัง
พันธสัญญาเลือดขึ้นมากำถือในมือ
ดวงตาเหลือบมองเปลวเทียนวูบวาบ มันก้มหน้าลงต่ำ ก่อน
จะขานพระนามเต็มของเดอะฟูลด้วยเสียงไม่สั่นคลอน
“เดอะฟูลจากต่างยุคสมัย ผู้ปกครองลึกลับเหนือห้วงสาย
หมอกเทา ราชันเหลืองดำผู้ครองพลังโชคลาภ”
…
พลังวิญญาณของเดอร์ริคเริ่มไหลซึมเข้าไปในแผ่นหนังทีละ
นิด อักษรภาษาคนยักษ์และสัญลักษณ์เวทมนตร์เริ่มส่องแสงสี
แดงเข้มระยิบระยับ
ทันใดนั้น เด็กหนุ่มผู้อยู่ในภาวะเข้าฌาน พลันรู้สึกราวกับ
จิตของตนพุ่งสูงขึ้นไปบนฟากฟั้าไร้จุดจบ เกิดเป็นสายสัมพันธ์
เชื่อมต่อกับตัวตนยิ่งใหญ่เหนือสายหมอกสีเทา
…
เหนือสายหมอก ภายใต้พระราชวังโบราณอันคล้ายคลึงกับ
ถิ่นพำนักของคนยักษ์
เมื่อเห็นว่าเดอะซันกุลีกุจอรีบประกอบพิธีกรรมให้ตน ไคลน์
ตัดสินใจนั่งรอ
ทันใดนั้น มันสัมผัสว่าห้วงมิติลึกลับเริ่มสั่นคลอนหนักหน่วง
กระแสสายหมอกซึ่งเคยเอื่อยเฉื่อย ยามนี้กำลังไหลเวียนด้วย
ความเร็วเพิ่มขึ้นจากเดิม!
ดาวแดงตัวแทนเดอะซันสุกสว่างกว่าทุกหน ส่องแสง
กระเพื่อมออกมาในลักษณะคลื่นทะเลซัดสาด
ริ้วแสงมากมายเริ่มก่อตัวเป็นรูปร่างอันพร่ามัวของเดอะซัน
เด็กหนุ่มผู้กำลังทำท่าสวดภาวนาขณะประกอบพิธีกรรมหน้า
แท่นบูชาชนิดพิเศษ ศีรษะก้มต่ำ ดวงตาสองข้างปิดสนิท รอให้
สิ่งมีชีวิตผู้ยิ่งใหญ่เชื่อมต่อพันธสัญญาและมอบประสบการณ์สุด
แสนล้ำค่า
‘ร่างมายา’ ในดวงจิตเดอะซันยังคงรัดพันเป็นเกลียว
แน่น แต่ศีรษะของมันกำลังเงยขึ้นด้านบนในสภาพเพ่งมอง แว่น
คริสตัลหนึ่งขาส่องแสงเจือจาง
มันกำลังมองหาการเชื่อมต่อ… คงทราบแล้วว่าเดอะซัน
กำลังประกอบพิธีกรรมพันธสัญญาลับ แต่ถ้าไม่คิดขัดขวาง
เช่นนี้ ก็คงหมายความว่า มันกำลังมองหาเส้นทางเชื่อมต่อและ
เตรียมบุกรุกเข้ามา…
ขณะไคลน์เริ่มกระจ่าง มันสัมผัสได้ว่า สายหมอกสีเทาและ
ห้วงมิติด้านบน กำลังสั่นสะเทือนรุนแรงเนื่องจากมีการ
เคลื่อนไหวของกลุ่มก้อนพลังมวลใหญ่!
อย่างไรก็ตาม ชายหนุ่มยังไม่รู้วิธีนำพลังเหล่านี้มารวมกับ
พลังวิญญาณของตน เพื่อขจัดวิญญาณมารให้พ้นไปจากร่าง
เดอะซัน
นอกเสียจากจะประกอบพิธีกรรมชำระล้างร่วมไปด้วย…
แต่ในสภาพเช่นนี้ เราไม่มีทางประกอบสองพิธีกรรมซ้อนกันได้
แน่!
ไคลน์ใช้ดวงตากวาดมองทุกสิ่งรอบตัว จนกระทั่งสะดุดเข้า
กับ ‘เข็มกลัดสุริยัน’