ราชันเร้นลับ Lord of the Mysteries - บทที่ 379 กุญแจสำคัญของ ‘กล’
คุกล่องหนรอบตัวพาร์คเกอร์ถูกทำลายลงในพริบตา ไม่
เหลือไว้แม้แต่ร่องรอยกลิ่นอาย
อย่างไรก็ตาม พาร์คเกอร์ยังไม่ได้รับอิสระโดยสมบูรณ์
กลับกัน มันเดินโซเซก่อนจะล้มฟุบลงกับพื้น และนอนสั่นเทา
ราวกับถูกความหนาวเหน็บกัดกินรุนแรง
ผลลัพธ์ดังกล่าวไม่ได้เกิดจากการเวทมนตร์สัมผัสเยือกแข็ง
เพียงอย่างเดียว แต่ไคลน์ยังใช้การโจมตีวิญญาณโดยตรงเสริม
เข้าไป
พาร์คเกอร์ ผู้มีลำดับเพียง 8 ย่อมมิอาจคืนสภาพเดิมได้เร็ว
นัก ประสิทธิภาพการควบคุมลมหายใจจึงลดลง จำต้องสูดพิษ
เข้าไปเป็นปริมาณมาก และเมื่อพิษเก่าภายในร่างกายถูก
กระตุ้น อัตราการแผลงฤทธิ์จึงรุนแรงฉับพลัน
ดวงตาจ้องมองอย่างเหม่อลอยไร้ทิศทาง
พาร์คเกอร์เห็นคาพินกำลังนอนเกลือกกลิ้งบนพื้นห้อง อีก
ฝั่ายใช้เล็บข่วนใบหน้าจนหลุดลอกเป็นแผ่น เศษหนังสีเหลือ
งอมน้ำตาลห้อยต่องแต่งข้างแก้ม บาดแผลยาวและลึกเข้าไปจน
เห็นกระดูกสีขาว
พาร์คเกอร์เริ่มหายใจแรง สองมือพยายามตะเกียกตะกาย
ไปหาอีกฝั่าย
คาพิน ผู้เกาแก้มจนผิวหนังชั้นนอกเหวอะหวะ เริ่มตระหนัก
ว่าพาร์คเกอร์กำลังคลานเข้าหาตนด้วยดวงตาแดงก่ำ
คาพินสัมผัสถึงลางร้าย เพียงแต่ไม่มีเรี่ยวแรงพอจะคลาน
หนีหรือตะโกนว่า ‘อย่า’ ทำได้เพียงแหกปากโหยหวนไม่เป็น
ภาษา
หลังจากไคลน์หลบเวทมนตร์ ‘จองจำ’ ได้ฉิวเฉียด มัน
เปล่งเสียงตะโกนคำว่า ‘ศักดิ์สิทธิ์’ เป็นภาษาเฮอมิสโบราณ
ตามด้วยการนำนิ้วกลางมาถูกับนิ้วโปั้งเพื่อดีดให้เกิดเสียง สร้าง
กระสุนอัดอากาศเคลือบออร่าสีทองอร่ามของเข็มกลัดสุริยัน
หลังจากละอองเวทมนตร์ก่อตัวเป็นมวลกระสุน ประกาย
ระยิบระยับสีทองได้พุ่งทะลวงเป็นเส้นตรงในลักษณะลำแสง
เปั้าหมายคือบริเวณใบหน้าเฮรัส
นี่คือผลจากเวทมนตร์ ‘คำสาบานศักดิ์สิทธิ์’ ของเข็ม
กลัดสุริยัน ไคลน์ใช้มันเพื่อเสริมธาตุศักดิ์สิทธิ์ให้กับกระสุน
อากาศ
อย่างไรก็ตาม เฮรัสเปลี่ยนตำแหน่งตัวเองอย่างรวดเร็ว
ความคล่องแคล่วของมันสูงจนน่าตกตะลึง ดูไม่เหมือนกับจอม
เวทเลยสักนิด หากแต่เป็นนักดวลบนสังเวียนหนึ่งต่อหนึ่ง
ขณะโยกร่างกายหลบกระสุนอากาศ เฮรัสส่งสัญญาณให้
เคธี่ฟาดแส้ตรึงไคลน์ไว้
เมื่อการบุกโจมตีของชายหนุ่มถูกขัดขวางโดยฝีมือหญิงสาว
สุภาพบุรุษสวมผ้าคลุมหัวสีขาว เฮรัส ทำการล้วงหยิบถุงมือ
โลหะสีดำออกจากกระเปั๋าเสื้อ
ในภาวะร่างวิญญาณ ไคลน์ไม่จำเป็นต้องหันหน้าไปมอง
เพื่อให้เห็นว่าใครทำอะไร หรือกำลังยืนในจุดใดบ้าง ข้อมูล
สภาพแวดล้อมรอบตัวจะพรั่งพรูเข้ามาในหัวตลอดเวลา มัน
ทะยานขึ้นไปบนอากาศเพื่อหลบแส้ของเคธี่ง่ายดาย ก่อนจะ
โฉบกลับลงมาอีกครั้งเพื่อเตรียมโจมตี
เฮรัสเห็นดังนั้น มันรีบกำถุงมือโลหะสีดำและเล็งขึ้นไป
ด้านบน
“เนรเทศ!”
โดยไม่มีลางบอกเหตุ ไคลน์ถูกพลังล่องหนกระแทกใส่ลำตัว
อย่างจัง ร่างวิญญาณปลิวกระเด็นไปกระทบใส่ม่านพลัง
‘กักขัง’ รอบห้องอาหาร
สภาวะร่างวิญญาณซึ่งควรจะมีร่างกายทะลุทุกสิ่ง กลับมิ
อาจลอดผ่านบาเรียลึกลับออกไปนอกห้องได้
โดยไม่ปล่อยให้โอกาสหลุดลอย เฮรัสรีบสวมถุงมือโลหะสี
ดำ
ทันใดนั้น ราวกับร่างกายมันมีขนาดมหึมา ความน่าเกรง
ขามระดับมหาศาลกำลังพรั่งพรูสะกดทุกสิ่งมีชีวิตภายในห้อง
ประหนึ่งชายคนนี้สามารถตัดสินความเป็นความตายใครก็ได้
ขณะเดียวกัน หลังจากไคลน์หลุดพ้นจากอำนาจพลัง
‘เนรเทศ’ มันบังเกิดความรู้สึกต่ำต้อยเหนือพรรณนา ในหัว
เพียงต้องการคุกเข่าก้มกราบอีกฝั่ายอย่างนอบน้อม ทำตามทุก
คำสั่งโดยไม่ขัดขืน
ความคล่องแคล่วหดหายฉับพลัน กระจกตาสะท้อนภาพ
เคธี่กำลังปรี่เข้าใส่
เพี้ยะ!
เคธี่สะบัดแส้ดำฟาดใส่ไคลน์
ปลายแส้พุ่งผ่านร่างวิญญาณไปก็จริง แต่จิตไคลน์พลัน
บังเกิดความเจ็บปวดแสนสาหัส ราวกับถูกใครสักคนนำเหล็ก
ร้อนมานาบกับจุดอ่อนบนร่างกาย
ชายหนุ่มศีรษะกระตุก ริมฝีปากขยับครวญครางอย่าง
เจ็บปวด
เคธี่ยกลูกโม่ในมืออีกข้างและเหนี่ยวไกใส่
ปัง! ปัง!
กระสุนส่องแสงสีทองอ่อนจำนวนสองนัด พุ่งออกมาแทบ
จะในเวลาเดียวกัน หัวกระสุนกระทบร่างบุรุษสวมเกราะดำเข้า
อย่างจัง
ขณะสีขาวเจิดจ้าระเบิดออก ร่างไคลน์พลันหดลีบจนแบน
ราบ ก่อนจะเปลี่ยนสภาพกลายเป็นแผ่นกระดาษรูปคนลุกไหม้
ไคลน์โผล่ตัวอีกครั้งตรงมุมมืดของห้อง เข็มกลัดสุริยัน
ภายในร่างวิญญาณกำลังส่องแสงสีทองเข้ม
เพียงไม่นาน พลังวิญญาณอันอบอุ่นเริ่มแพร่กระจายไปยัง
ทุกส่วนของร่างกาย ความหวาดกลัวซึ่งมีบ่อเกิดจากเฮรัสพลัน
สลายไป
หนึ่งในเวทมนตร์ของเข็มกลัดสุริยัน
พลังขจัดความกลัว!
อย่างไรก็ตาม ภายในระยะเวลาแสนสั้นไม่ถึงหนึ่งนาที่
ไคลน์กลับต้องใช้พลังสลับร่างไปแล้วสองครั้ง!
แม้ว่าส่วนหนึ่งจะเกิดจากความตั้งใจยื้อเวลาของตัวมันเอง
แต่ส่วนหนึ่งก็เป็นเครื่องพิสูจน์ว่า การโจมตีผสานของเฮรัส
และเคธี่นั้นแสนอันตราย จนแม้แต่ผลทำนายบนมิติสายหมอกก็
ยังร้องเตือนตั้งแต่แรก
หากไม่เพราะพาร์คเกอร์อ่อนแอลงอย่างมากจากกลยุทธ์ซุ่ม
โจมตีด้วยพิษ สถานการณ์ของไคลน์คงเลวร้ายยิ่งกว่านี้หลาย
เท่า
แผนเดิมของมันคือ หากใช้กระดาษรูปคนครบสี่แผ่นและยัง
ไม่พบโอกาสกำชัยชนะ คงไม่มีทางเลือกนอกจากต้องยุติ
พิธีกรรมอัญเชิญและส่งตัวเองกลับห้วงมิติเหนือสายหมอกเทา
ไม่ใช่ว่าไคลน์ไม่อยากพกกระดาษรูปคนมากกว่าสี่แผ่น
เพียงแต่ ร่างวิญญาณปัจจุบันมีพลังเพียงพอสำหรับใช้งานได้
สูงสุดสี่แผ่น
ไคลน์ไม่กังวลม่านบาเรีย ‘กักขัง’ ของเฮรัสแม้แต่น้อย
ด้วยเทคนิคยุติพิธีกรรมแสนสะดวกสบาย จะไม่มีสิ่งใดขัดขวาง
การกลับห้วงมิติเหนือสายหมอกเทาของมันได้ เว้นเสียแต่ว่า จะ
มีตัวตนระดับสูงกว่าครึ่งเทพยื่นมือเข้ามาสอด หรือไม่ก็
อานุภาพของสมบัติปิดผนึกระดับ 0 หรือ 1
ย้อนกลับไปในเหตุการณ์ก่อนหน้า ภายในพิพิธภัณฑ์
แห่งชาติ ขณะไคลน์ลงมือจารกรรมไพ่จักรพรรดิมืด แม้แต่หญิง
สาวปริศนาผู้ต้องสงสัยว่าจะเป็นผู้วิเศษลำดับสูง ก็มิอาจยับยั้ง
การหนีของชายหนุ่มได้
นี่คือเหตุผลทำให้ไคลน์กล้าเสี่ยงลงมือในภารกิจเหนือความ
คาดหมาย แม้จะรู้เต็มอกว่าคฤหาสน์แห่งนี้มีอันตรายรุนแรงรอ
อยู่ก็ตาม
เมื่อพบว่าศัตรูหลุดพ้นจากภาวะหวาดกลัวได้แล้ว เฮรัสส่ง
สัญญาณให้เคธี่รอโจมตีจากด้านหลัง ส่วนตัวมันใช้มือข้างสวม
ถุงมือโลหะเล็งไปด้านหน้าและเปล่งเสียงขึงขัง :
“ไม่อนุญาตให้ภูตผีและวิญญาณอาฆาตอยู่ในห้องนี้!”
หลังจากสิ้นเสียง ร่างวิญญาณไคลน์เริ่มสั่นเทาพร้อมกับถูก
ผลักกระเด็นถอยหลัง
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากไพ่จักรพรรดิมืดมีระดับตัวตนสูง
มาก ร่างวิญญาณของไคลน์จึงสืบทอดอิทธิพลมาไม่น้อย พลัง
สะกดข่มของอีกฝั่ายจึงถูกลดทอนลงหลายระดับ
เฮรัสหรี่ตาลงอย่างฉงน มันเริ่มตระหนักว่าผู้บุกรุกในร่างผี
สางตนนี้ มีบางสิ่งไม่ชอบมาพากลอย่างรุนแรง
ขณะเดียวกัน เมื่อมันประเมินว่าไคลน์ใช้การลอยตัว
หลบหนีท่าโจมตีของเคธี่หนแล้วหนเล่า เฮรัสยกถุงมือโลหะขึ้น
เล็ง ตามด้วยการเปล่งเสียงเป็นภาษาเฮอมิสโบราณ :
“ฉันไม่อนุญาตให้ทำการบินและลอยตัวภายในห้องนี้!”
เพียงพริบตา ร่างวิญญาณไคลน์พลันหนักอึ้งประหนึ่งถูก
แรงโน้มถ่วงดึงดูด บุรุษชุดเกราะดำเสียหลักตกจากกลางอากาศ
และหล่นลงสู่พื้น เคธี่สบโอกาสปรี่เข้าใส่พร้อมกับตวัดแส้สีดำ
ฟาดสุดแรง หมายทรมานจิตใจและวิญญาณเปั้าหมายอย่าง
หนักหน่วง
ตามความจริง เธอยังเหลือกระสุนพิเศษอีกหลายนัด แต่ถ้า
เป็นกระสุนสำหรับจัดการวิญญาณอาฆาตโดยเฉพาะ สิ่งนี้
หลงเหลือเพียงไม่ถึงสาม เคธี่ไม่มีทางเลือกนอกจากต้องพึ่งพา
อาวุธรองเป็นหลัก
ไคลน์กลิ้งตัวไปกับพื้นเพื่อหลบแส้ดำอย่างชำนาญ เสียงแส้
เชือดเฉือนอากาศ ดังหนักแน่นกังวานเฉียดศีรษะเพียงเล็กน้อย
เคธี่เตรียมตวัดแส้จังหวะสอง หมายโจมตีดักหน้าไคลน์ แต่
หญิงสาวเกิดคันคอกะทันหันจนต้องกระแอมสองหนและพลาด
โอกาสทอง
พิษเริ่มแผลงฤทธิ์แล้ว!
เฮรัสสูดลมหายใจสุดปอด ตามด้วยการกลั้นหายใจยาวเพื่อ
มิให้พิษแล่นเข้าร่าง
มันบิดข้อมือเข้าหาลำตัวและตะโกนเสียงดังฟังชัด :
“เปั้าหมายการลงโทษทางวินัย : วิญญาณอาฆาตและ
ภูตผี!”
ผิวหนังของมันพลันส่องสว่างราวกับแสงแดดยามเช้า
แม้กระทั่งกำปันก็ยังถูกหุ้มด้วยละอองแสงเข้มข้น
เปรี๊ยะ!
พื้นหินอ่อนใต้ฝั่าเท้าเฮรัสเริ่มเกิดรอยร้าวพร้อมกับส่งเสียง
เสียงแตก ถัดมา มันอาศัยร่างกายสูงโปร่งแต่ผอมบาง กระโจน
เข้าใส่บุรุษสวมเกราะดำด้วยความเร็วปานสายฟั้า
ในวินาทีนี้ เฮรัส ผู้สวมผ้าคลุมหัวตลอดเวลาประหนึ่งจอม
เวท กลับดูคล้ายกับนักสู้ระยะประชิดมากกว่าเคธี่เสียอีก!
บึ้ม!
มันปล่อยกำปันไปด้านหน้า มวลอากาศถูกเฉือนจนส่งเสียง
ดังคล้ายระเบิด อย่างไรก็ตาม ไคลน์อาศัยความพลิ้วไหวส่วนตัว
หลบหลีกได้ทันท่วงที่
เพี้ยะ!
เคธี่ตามมาซ้ำจากด้านข้าง ปลายแส้ถูกฟาดไปในจุดการ
หลบของบุรุษสวมเกราะดำ
ไคลน์ถูกบังคับให้ไม่มีทางเลือกนอกจากกลิ้งหนีหัวซุกหัวซุน
แทบไม่มีโอกาสได้ตั้งท่าปั้องกัน ทำได้เพียงเพ่งสมาธิระวังเวท
มนตร์ ‘จองจำ’ สุดอันตรายของเฮรัส
ท่ามกลางเสียงแส้และกำปัน เคธี่เหวี่ยงอาวุธไม่หยุดมือ
เฮรัสสาวหมัดอย่างบ้าคลั่ง
จนกระทั่ง ผ่านไปได้ไม่ถึงสองนาที่ ไคลน์ต้องเผชิญ
สถานการณ์จนมุม ชนิดการกลิ้งหลบก็ไม่ช่วยอะไร
เพี้ยะ!
เคธี่เล็งฟาดแส้ใส่ใบหน้าไคลน์ ชายหนุ่มมิอาจทำอะไรได้
มากไปกว่า การโยกตัวหลบครึ่งก้าวและปล่อยให้แส้กระทบ
ท่อนแขน
ความเจ็บปวดทางใจและวิญญาณระดับแสนสาหัสพลัน
แล่นทั่วร่าง สมองไคลน์ขาวโพลนชั่วขณะ ร่างวิญญาณเริ่มชา
และถึงขั้นหดตัวลงเล็กน้อย
ฉวยโอกาสดังกล่าว เฮรัสกำหมัดซ้ายและประกาศกร้าว :
“ตาย!”
ร่างกายมันพลันผสานเข้ากับพลังอันยิ่งใหญ่บางชนิด ทันใด
นั้น การเคลื่อนไหวเฮรัสว่องไวจนเกิดภาพตกค้าง กำปันถูก
ประเคนใส่บุรุษสวมเกราะดำอย่างไร้ความปรานี
โผละ!
เปั้าหมายแหลกละเอียดคามือ แต่เศษชิ้นเนื้อได้แปรเปลี่ยน
เศษกระดาษปลิวว่อนไปทั่วห้องอาหาร
ไคลน์ใช้สลับตำแหน่งไปแล้วสามใบ!
เฮรัสรีบกวาดสายตามองรอบตัว จนกระทั่งได้พบเหยื่อ
ปรากฏกายอีกครั้งตรงมุมห้อง ชายสวมผ้าคลุมหัวสีขาวเผย
รอยยิ้มมุมปากพลางเปล่งวาจาเหยียดหยัน
“จะสลับตำแหน่งได้อีกสักกี่หนเชียว!”
ระหว่างมันมองหาไคลน์เมื่อครู่ เฮรัสเหลือบเห็นพาร์คเกอร์
กำลังนอนทุรนทุรายบนตัวคาพิน ฉากดังกล่าวน่าขยะแขยง
เหนือพรรณนา ไม่จรรโลงสายตาเลยสักนิด
อย่างไรก็ตาม เฮรัสไม่เหลือเวลามากพอจะยื่นมือเข้าช่วย
สิ่งสำคัญในปัจจุบันคือรีบจัดการผู้บุกรุก มันตระหนักว่าพิษใน
อากาศจะยิ่งเลวร้ายเมื่อเวลาผ่านไป คงมัวเสียสมาธิกับเรื่องอื่น
ไม่ได้แล้ว
และถ้าทำไม่สำเร็จ มันมีแผนเตรียมหนีออกจากห้องอาหาร
เพื่อฟืนฟูร่างกายจากพิษ และจำต้องปล่อยให้ผู้บุกรุกหนี
กลับไปโดยไม่มีโอกาสได้เค้นข้อมูล
มันหันไปส่งสัญญาณกับเคธี่อีกครั้ง บอกให้เธอช่วยถ่วงเวลา
ศัตรูผู้ไม่สามารถบินได้ไปสักระยะ ส่วนตนขอโอกาสพักหายใจ
และฟืนฟูกำลังวังชา
อากาศมีกลิ่นแปลกไปเล็กน้อย… คงเป็นเพราะพิษเริ่มทวี
ความเข้มข้นกระมัง…
เฮรัสพบกลิ่นผิดปรกติ แต่มันไม่เสียเวลาครุ่นคิดให้รกสมอง
แขนซ้ายถูกยกขึ้นพร้อมกับคำประกาศ :
“การบุกรุกบ้านเรือนผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาตจะถือเป็น
อาชญากรรม! การบุกรุกบ้านเรือน…”
ขณะกำลังทวนประโยครอบสอง เฮรัสพบว่ามันเริ่มหายใจ
ติดขัด มิอาจเปล่งเสียงใดออกมาเพิ่มเติมได้ชั่วขณะ
ชายสวมผ้าคลุมหัวสีขาว พักสูดลมหายใจเข้าเต็มปอด และ
พยายามเพ่งสมาธิประกาศกร้าวอีกครั้ง
“การบุกรุกบ้านเรือนผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาตจะถือเป็น
อาชญากรรม!”
หลังจากตะโกนครบสามหน ไคลน์ผู้ยังไม่หลุดพ้นจากการ
พัวพันของเคธี่ พลันเย็นสันหลังวาบด้วยร่างกายสั่นเทา
แค่ก! แค่ก! แค่ก!
โชคยังเข้าข้าง เคธี่ไอกำเริบ ฝีมือการเหวี่ยงแส้ถดถอยอย่าง
ชัดเจน
ไคลน์ได้รับอิสระกลับคืนมา แต่มันไม่โจมตีใส่เคธี่โดยตรง
เพียงอ้าปากและแผดเสียงหวีดของวิญญาณอาฆาตซึ่งไม่มี
มนุษย์คนใดได้ยิน
กึก!
หญิงสาวยืนหัวสั่น ร่างกายโงนเงนราวกับพื้นหินอ่อนกำลัง
กระเพื่อมขึ้นลง
เฮรัสมึนงงเพียงไม่กี่วินาทีก่อนจะได้รับสติกลับคืนมา มัน
ถลึงตาจ้องไคลน์พลางตะโกนด้วยน้ำเสียงสุดองอาจ
“อาชญากรต้องถูกจับกุม!”
ขณะไคลน์กำลังปรี่เข้าหาเฮรัส ชายหนุ่มพลันประหลาดใจ
เมื่อมันเกิดรู้สึกคล้ายกับว่า ตามลำตัวถูกโซ่ตรวนล่องหน
พันธนาการอย่างแน่นหนา ทุกอิริยาบถเป็นไปอย่างเชื่องช้าและ
อืดอาด
เคธี่เริ่มได้สติกลับคืน เธอสะบัดข้อมือเพื่อปลดโม่ปืนไป
ทางซ้ายและเททุกสิ่งข้างในทิ้งลงพื้น ไม่ว่าจะเป็นกระสุนยัง
ไม่ได้ใช้ หรือปลอกกระสุนเปล่าสี่นัดแรก
จากนั้น หญิงสาวรีบบรรจุกระสุนชำระล้างชุดสุดท้ายเข้าไป
พร้อมกับกระสุนประเภทอื่นจนครบหกนัด
ขณะเดียวกัน เฮรัสกำหมัดซ้ายแน่นถนัดเตรียมปลดปล่อย
กำปันสังหารใส่อีกฝั่าย
มันหมายโจมตีผสานกับเคธี่เพื่อดับลมหายใจศัตรูหรือไม่ก็
ผลาญเวทมนตร์สลับร่างให้หมดไป
แต่ทันใดนั้น บุรุษชุดเกราะดำ ไคลน์ พลันฉีกยิ้มกว้างอย่าง
มีเลศนัย แม้จะถูกอยู่ในสถานการณ์เสียเปรียบเสียเต็มประดา
สาเหตุเพราะ
มันกำลังรอโอกาสนี้มาตลอด!
ไคลน์ทราบดี กว่าขวดพิษชีวภาพจะออกฤทธิ์จนเห็นผลต้อง
ใช้เวลานาน หากผู้วิเศษเปั้าหมายพบความผิดปรกติแม้เพียง
เล็กน้อย พวกมันจะมีท่าทีตอบสนองทันที่ ถ้าไม่ค้นหาคนลงมือ
ก็ต้องหนีออกจากห้องพิษเพื่อฟืนฟูร่างกาย ไม่มีทางสร้างความ
เสียหายร้ายแรงได้ด้วยพิษชีวภาพแน่นอน ดังนั้น ไคลน์จึงมีสอง
เหตุผลในการใช้ขวดพิษชีวภาพ
ประการแรก ทำให้ศัตรูอ่อนแอลง
ประการสอง สร้างกลิ่นแปลกปลอมเพื่อให้เฮรัสและคนอื่น
เข้าใจว่า กลิ่นประหลาดทั้งหมดในห้องล้วนเป็นผลมาจากพิษ
ทั้งสิ้น
นี่คือกุญแจสำคัญอันดับหนึ่งในการแสดงกลของไคลน์คราว
นี้ เป็นตัวตัดสินชี้ขาดว่ามายากลจะประสบความสำเร็จหรือ
ล้มเหลว
ตัวตนแท้จริงของกลิ่นประหลาดไม่ใช่พิษ
แต่เป็นแก๊ส!
เหตุผลให้ไคลน์ต้องสร้างประกายไฟแยงตาบนตะเกียง 16
ดวงและเตาผิงก่อนจะทำการดับพวกมันจนสนิท ไม่ใช่เพียง
เพราะหวังจำกัดการมองเห็นอีกฝั่ายให้แคบลง แต่ขั้นตอน
ดังกล่าวยังถูกใช้เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจให้ชายหนุ่มแอบ
ทำลายท่อแก๊ส!
ในช่วงต้น ไคลน์จงใจแสร้งทำเป็นเสียท่าเพื่อล่อให้เคธี
ผลาญกระสุนชำระล้างเป็นจำนวนมาก ในช่วงหลังของการต่อสู้
จะได้ไม่เหลือกระสุนไว้ยิงส่งเดช จนไปกระตุ้นให้มวลแก๊ส
ภายในห้องระเบิดอย่างไม่เกิดประโยชน์
ไคลน์จงใจล่อให้เธอสู้ประชิดตัวเพื่อเป็นหลักประกันว่า
หญิงสาวผู้นี้จะใช้เพียงแส้และไม่ยิงปืนออกมาทำให้แผนของตน
ผิดพลาด
รอจนกว่าห้องจะเต็มไปด้วยแก๊สหนาแน่น
และนั่นคือเหตุผลว่าทำไม ไคลน์ถึงไม่ใช้พลังกระโจนไฟ
หรือควบคุมไฟแม้แต่หนเดียว!
ส่วนในกรณีการใช้ ‘กักขัง’ ของเฮรัส ชายหนุ่ม
คาดการณ์ไว้บ้าง แต่ไม่มั่นใจเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ ดังนั้น ก่อนจะ
เข้ามาในห้องอาหาร มันทำการสำรวจทางระบายลมทุกจุด
อย่างละเอียด และยังแอบเจาะท่อแก๊สทั่วชั้นล่างของคฤหาสน์
สิ่งนี้หมายความว่า ด้านในและด้านนอกห้องอาหารจะมีปริมาณ
แก๊สเท่ากัน!
ฉะนั้น ถึงเฮรัสจะใช้ ‘กักขัง’ ผนึกห้องอาหารหรือไม่ ก็
ไม่ทำให้แผนการของตนเปลี่ยนไปเลยสักนิด ไม่ว่าอย่างไร
คฤหาสน์หลังนี้ก็ต้องกลายเป็นระเบิดลูกใหญ่!
แน่นอน ในฐานะวิญญาณ ไคลน์ย่อมไม่เกรงกลัวระเบิด
วิญญาณระดับต่ำอาจถูกไฟเผาผลาญ แต่ไม่ใช่กับระดับ
วิญญาณอาฆาต แถมยังเป็นวิญญาณไพ่จักรพรรดิมืด อย่างมาก
ก็ได้รับบาดเจ็บเพียงผิวเผิน
ดังนั้น เมื่อเห็นเคธี่ยกปืนเล็งและเฮรัสกำลังเตรียมตะโกนคำ
ว่า ‘ตาย’ ใส่ตน ไคลน์จึงแสยะยิ้มพร้อมกับดีดนิ้ว
เฮรัสตระหนักถึงลางร้ายทันที่
ทว่า เพียงเสี้ยวลมหายใจ หางตามันพลันเหลือบเห็นเปลว
เพลิงลุกโชนจากเตาผิง
เพลิงแดงฉานลุกลามและคลอกทุกสรรพสิ่งภายใน
ห้องอาหารอย่างเท่าเทียม
บึ้มมมมม!!
ท่ามกลางเสียงระเบิดคำรามสนั่น ภาพการมองเห็นของ
เฮรัสมีเพียงละอองแสงสีแดงอันงดงามจากมวลเปลวเพลิง
มหาศาล
ราวกับมันได้เป็นแขกพิเศษ ผู้มีโอกาสเฝั้ามองการแสดงพลุ
ไฟอย่างใกล้ชิดกว่าใคร