ราชันเร้นลับ Lord of the Mysteries - บทที่ 422 ตัวจริงของเจสัน
บ้านเลขที่ 15 ถนนมินส์ ในห้องน้ำ
ไคลน์หยิบกระดาษรูปคนออกจากช่องกระเปั๋าลับ สะบัดมัน
เพื่อเปลี่ยนให้เป็นร่างจำแลงของตน
เพื่อจะตบตาคนอื่น ชายหนุ่มจัดแจงให้ร่างปลอมนั่งบนชัก
โครกพร้อมกับถือหนังสือพิมพ์ไว้ในมือ จากนั้นก็ซ่อนร่างจริงไว้
ในเงามืด เดินถอยหลังทวนเข็มสี่ก้าว ส่งตัวเองเข้าสู่ห้วงมิติ
เหนือสายหมอกเทา
พฤติกรรมข้างต้นมหัศจรรย์ยิ่งกว่าการใช้เวทมนตร์ใดๆ ใน
โลก!
ท่ามกลางพระราชวังโบราณหรูหรา ไคลน์เอนกายพิงเก้าอี้
พนักสูง ในมือถือผ้าเช็ดหน้ามายาของเจสัน·บีเลียล
วัตถุชิ้นนี้เป็นเพียงภาพฉาย แต่ก็สามารถใช้ในการทำนาย
ได้ระดับหนึ่ง ขอเพียงไคลน์มีปฏิสัมพันธ์กับมันบนโลกจริงก็พอ
หากยังจำกันได้ สมัยยังอยู่ทิงเก็น ไคลน์เคยใช้เทคนิค
ดังกล่าวกับตราศักดิ์สิทธิ์แห่งสุริยันซึ่งถูกบิดเบือน ในขณะนั้น
มันยังไม่รู้จักพิธีกรรมอัญเชิญตัวเองเพื่อนำวัตถุจากโลกจริงขึ้น
ไปอยู่บนมิติสายหมอกด้วยซ้ำ
แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า การใช้วัตถุจริงทำนายย่อมให้
ประสิทธิภาพดีกว่าวัตถุจำลอง เป็นสาเหตุให้ไคลน์พยายามใช้
วัตถุจริงมาตลอด แต่สถานการณ์ปัจจุบันไม่เอื้ออำนวยสักเท่าไร
มันกำลังถูกคุ้มครองโดยหน่วยพิเศษ ไม่สะดวกให้ประกอบ
พิธีกรรมโฉ่งฉ่างในห้องน้ำ
หากใครมาเห็นไคลน์กำลังจุดเทียนไขในห้องน้ำตอน
กลางวันแสก ๆ คงเลี่ยงการตกเป็นเปั้าสงสัยไม่ได้แน่
แต่ถ้าการทำนายด้วยวัตถุจำลองไม่ช่วยให้เราได้ผลลัพธ์ ก็
คงต้องยอมเสี่ยงนำผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาบนมิติสายหมอก…
ไคลน์พึมพำพลางเสกกระดาษหนังและปากกาหมึกซึมเพื่อ
เขียนประโยคทำนาย :
“ตำแหน่งปัจจุบันของเจสัน·บีเลียล”
โดยทั่วไป การพึ่งพาผ้าเช็ดหน้าจากพิธีกรรมมักไม่ค่อย
ได้ผลลัพธ์ตามต้องการสักเท่าไร โอกาสทราบตำแหน่งปัจจุบัน
ของเจสันจึงเรียกได้ว่าริบหรี่ เป็นเพราะผ้าเช็ดหน้าผืนดังกล่าว
ไม่ใช่สิ่งของในชีวิตประจำวัน จึงมีจำนวนปฏิสัมพันธ์กับเจสัน
น้อยเกินไป
ยังไม่รวมถึงโอกาสถูกรบกวนจากบุคคลลึกลับ ตัวอย่างเช่น
การเผลอไปทำให้ผู้ปกครองแห่งขุมนรกซึ่งเป็นเปั้าหมายของ
พิธีกรรมของเจสัน เกิดความโกรธเคือง
อย่างไรก็ตาม ไคลน์ไม่กังวลการถูกแทรกแซงสักเท่าไร
เนื่องจาก ผู้ปกครองแห่งขุมนรกคนนั้นคงเป็นเพียงปีศาจลำดับ
สูง ไม่น่าจะใช่ร่างจุติของด้านมืดแห่งเอกภพ
ห้วงมิติเหนือสายหมอกแห่งนี้เคยหยุดการแทรกแซงจากทั้ง
เทพสุริยันเจิดจรัสและพระผู้สร้างแท้จริงมาแล้ว หรือไม่ว่าจะ
เป็นระดับต่ำกว่าเล็กน้อยอย่างมิสเตอร์ประตู ก็ไม่เคยมีครั้งใด
ส่งสัญญาณเตือนถึงอันตรายเกินขอบเขต
ในส่วนของปัญหาเรื่อง ‘ผ้าเช็ดหน้าไม่มีปฏิสัมพันธ์กับเจ
สัน·บีเลียลมากพอ’ ไคลน์เองก็จนปัญหาจะแก้ไข แม้แต่
ห้วงมิติเหนือสายหมอกก็คงช่วยอะไรไม่ได้มาก ต้องสวดภาวนา
ให้ตนมีโชคเท่านั้น
บางที่ หากมันได้เป็นผู้วิเศษลำดับสูงเมื่อไร ปัญหาดังกล่าว
อาจมีวิธีแก้ไขในอนาคต
แต่ถ้าลองไตร่ตรองให้ดี… ในทางทฤษฎี ผ้าเช็ดหน้าของ
เจสันอาจนำมาใช้ทำนายได้ เนื่องจากขณะกำลังประกอบ
พิธีกรรม จิตใจ ร่างกาย และสติคนเราจะหลอมรวมเป็นหนึ่ง
ส่งผลให้วัตถุรอบตัวซึมซับ ‘ตัวตน’ เข้าไปอย่างเข้มข้นกว่า
ปรกติ… ไคลน์ ผู้แตกฉานในศาสตร์เร้นลับพอสมควร พึมพำ
พลางวิเคราะห์หาโอกาสความสำเร็จ
ถัดมา มันถือกระดาษหนังเขียนประโยคทำนายไว้ในมือข้าง
หนึ่ง และถือผ้าเช็ดหน้ามายาไว้ในมืออีกข้าง ตามด้วยการเอน
หลังพิงเก้าอี้และหลับตาลง
สติถูกเข้าฌานอย่างรวดเร็ว ริมฝีปากชายหนุ่มขยับพึมพำ
ซ้ำไปมา :
“ตำแหน่งปัจจุบันของเจสัน·บีเลียล”
เมื่อครบเจ็ดหน ไคลน์สะกดจิตตัวเองให้หลับเพื่อย่างกราย
เข้าสู่โลกแห่งความฝัน
ท่ามกลางดินแดนสีเทาอันไม่คมชัด ฉากเหตุการณ์กำลัง
กระจัดกระจายรอบตัวไคลน์ในลักษณะไม่ปะติดปะต่อ
จนกระทั่ง ฉากเหตุการณ์หนึ่งเริ่มขยายใหญ่ขึ้นจนปกคลุม
การมองเห็นไคลน์อย่างสมบูรณ์ ชายหนุ่มเริ่มตระหนักว่าจิต
ของตนกำลังดำดิ่งเข้าไปในดินแดนแห่งใหม่
ภายในความฝัน บรรยากาศรอบตัวค่อนข้างพร่ามัว
ตรงหน้าเป็นโต๊ะไม้สีแดงเข้ม ใกล้กันมีร่างของชายคนหนึ่งกำลัง
ยืนมองออกไปนอกมุขหน้าต่าง ด้านนอกเป็นสวนเขียวขจี
ใจกลางส่วนมีเรือนกระจกไว้สำหรับปลูกดอกกุหลาบ
จำนวนมาก พวกมันกำลังเบ่งบานอย่างน่าอัศจรรย์ท่ามกลาง
สภาพอากาศอันหนาวเย็นของเดือนธันวาคม
ภาพใบหน้าของบุคคลในฝันกำลังสะท้อนบนกระจกมุข
หน้าต่าง อายุราวสามสิบ ส่วนสูงปานกลาง ผมสีน้ำตาลหยักศก
เล็กน้อย ดวงตาสีน้ำตาลเข้ม
หือ… เราไม่ได้กำลังทำนายถึงเจสัน·บีเลียลหรอก
หรือ… ชายคนนี้เป็นใครกัน? แล้วทำไมเราถึงเกิดความคุ้นเคย
อย่างเจือจาง…?
แม้ว่าไคลน์กำลังฉงน แต่มันไม่มัวคิดให้เปลืองสมอง ปล่อย
จิตล่องลอยไปตามฉากเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างไหลลื่น ลักษณะ
เดียวกับการปล่อยตัวปล่อยใจท่องเที่ยวไปทั่วทุกมุมโลก
วิญญาณ
ขณะชายหนุ่มเกิดคำถาม บุรุษในความฝันเริ่มเดินไปตรงมุม
ห้อง ณ จุดดังกล่าวมีกระเปั๋าเดินทางใบใหญ่ หุ้มด้วยหนัง วาง
อยู่สองใบ
ชายปริศนานั่งยองลงและจัดการเปิดกระเปั๋าใบหนึ่งออก
ด้านในเต็มไปด้วยปึกธนบัตรจำนวนมากซึ่งถูกจัดเรียงไว้อย่าง
เป็นระเบียบ ด้านบนกองธนบัตรมีแท่งทองวางทับไว้จำนวน
หนึ่ง
ตัวเลขบนธนบัตรระบุชัดเจนว่าพวกมันทั้งหมดมีมูลค่าสิบ
ปอนด์ ด้านแท่งทองก็ส่องแสงแวววาวอย่างไม่น้อยหน้า
ชายปริศนาล้วงหยิบบางสิ่งออกจากช่องลับในกระเปั๋า
สะบัดมัน และคลี่กางออก
สิ่งนั้นคือหนังมนุษย์สีซีดแผ่นบาง!
หนังมนุษย์ทั้งตัว!
บุรุษปริศนารีบถอดเสื้อผ้าออกและสวมหนังมนุษย์ทับ
ภายในระยะเวลาเพียงสิบวินาทีแสนสั้น มันกลายร่างเป็นเจ
สัน·บีเลียล เจ้าของดวงตาสีฟั้าอมเทา โหนกแก้มใหญ่ และ
เส้นผมหวีเรียบ!
มาถึงจุดนี้ ฉากความฝันตรงหน้าพลันแตกกระจัดกระจาย
จิตไคลน์ถูกส่งกลับห้วงมิติเหนือสายหมอกพร้อมกับลืมตาขึ้น
เข้าใจแล้วว่าทำไมเจสันถึงกล้าลงมืออย่างอุกอาจหลายต่อ
หลายหน… เพราะในช่วงหลายสิบปีหลัง มันสวมมันหนัง
มนุษย์และปลอมตัวเป็นคนอื่นมาตลอด! สมกับเป็นปีศาจผู้
เยือกเย็นและบ้าบิ่น!
ไคลน์ทำได้เพียงถอนหายใจ
ทั้งไอเซนการ์ด เรา หรือหน่วยพิเศษ ทุกคนต่างมองว่า การ
ทิ้งภาพเหมือนของตัวเองไว้ใจกลางบ้านของเจสัน คือพฤติกรรม
ตามธรรมชาติและสามารถเข้าใจได้ แม้ว่าสิ่งนั้นอาจกลายเป็น
เครื่องทุ่นแรงให้หน่วยพิเศษทำงานได้ง่ายขึ้นในภายหลังก็
ตาม…
เพราะโดยทั่วไปแล้ว ทุกคนล้วนทราบดีว่าเจสัน·แพทริค
มีรูปพรรณสัณฐานเป็นเช่นไร ทั้งจากปากคำของชาวบ้านใน
ละแวกใกล้เคียงและพนักงานธนาคาร…
ถึงจะไม่มีภาพถ่ายแม้แต่ใบเดียว แต่ด้วยพลังพิเศษสักชนิด
หน่วยพิเศษก็ต้องได้เห็นใบหน้าของคนร้ายเข้าสักวัน ไม่เพียง
เท่านั้น ด้วยเทคนิคการสืบสวนดังกล่าว คุณภาพของรูปจะสูง
กว่าภาพถ่ายตามปรกติด้วยซ้ำ…
ดังนั้น ทุกคนจึงเข้าใจตรงกันว่า เจสันไม่มีเหตุผลให้ต้อง
ทำลายภาพวาดสีน้ำมันของตัวเองในห้องนั่งเล่นทิ้งก่อนหลบหนี
ทั้งหมดเป็นไปอย่างสมเหตุสมผล…
แต่ใครจะไปคาดคิดว่านั่นคือ ‘ข้อมูลลวง’ ซึ่งถูกตอกลิ่ม
ไว้ในใจทุกคนอย่างแนบเนียน ทำให้ทุกฝั่ายปักใจเชื่อโดยไม่
เคลือบแคลงว่า เจสัน·แพทริคมีดวงตาสีฟั้า โหนกแก้มใหญ่
และเส้นผมหวีเรียบ!
ถึงเหยี่ยวราตรีจะเข้าไปในบ้านเจสันและลงทุนใช้ 1-42 แต่
ในทางทฤษฎีทำนาย การเกาะรอยด้วยรูปลักษณ์ปลอมอาจได้
ผลลัพธ์ออกมาไม่ตรงตามความจริง…เหยี่ยวราตรีเจองานยาก
เสียแล้ว…
ความเจ้าเล่ห์ก็คือ ในการลงมือทั้งสองครั้งของมัน เจสัน
พยายามปกปิดใบหน้าปลอมอย่างมิดชิด ราวกับเป็นสิ่งสำคัญ
อย่างมาก…
ไคลน์ตระหนักถึงความน่ากลัวอีกฝั่าย
ชายหนุ่มลูบขมับพลางทบทวนรายละเอียดของฉากในนิมิต
ฝันอีกครั้ง
สวนในบ้านมีเรือนกระจกหรูหรา…ถือเป็นเอกลักษณ์โดด
เด่น กรุงเบ็คลันด์มีบ้านแบบนี้เพียงไม่กี่หลัง…
แต่คำถามคือ เราจะรายงานให้หน่วยพิเศษทราบได้
อย่างไร…หากแจ้งกับจิตแห่งจักรกล เจสันจะสัมผัสถึง
อันตรายและรีบปลอมตัวเพื่อเผ่นหนีไปไกล…
แจ้งกับเหยี่ยวราตรีซึ่งมี 1-42 โดยตรง? แล้วต้องทำอย่างไร
ถ้าบังเอิญพบกับคนรู้จัก…เราไม่อยากกลายเป็นซากขี้เถ้าและ
ถูกโปรยลงแม่น้ำทัสซอคสักหน่อย…ยิ่งไปกว่านั้น นักสืบเชอร์
ล็อกไม่ควรรีบรายงานข้อมูลสำคัญ วันนี้เพิ่งเริ่มต้นสืบหา
เบาะแสคนร้าย คงจะแปลกเกิดไปสักหน่อยหากสามารถสืบสาว
ได้ลึกขนาดนี้…
คนร้ายพกพาทรัพย์สินราคาแพงติดตัวเป็นจำนวนมาก ไม่
ว่าจะเงินสด โลหะมีค่า หรืออัญมณี… มูลค่ารวมคงไม่ต่ำกว่า
ห้าหมื่นปอนด์แน่นอน…
สมองไคลน์ขบคิดหนักหน่วง จนกระทั่งจิตใจเริ่มสงบลง
ไคลน์ตัดสินใจอดทนรออีกสองวัน ค่อยหาวิธีบอกนิมิตความฝัน
ของตนให้เหยี่ยวราตรีทราบ
เมื่อไม่มีสิ่งใดให้ทำนายต่อ มันส่งตัวเองกลับสู่โลกความจริง
สลายร่างปลอมทิ้ง และกลับมานั่งอ่านหนังสือพิมพ์บนชักโครก
ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
…
เวลาล่วงเลยจนถึงช่วงบ่าย ไคลน์โยนเหรียญเพนนีเพื่อ
สอบถามว่า การออกจากบ้านในตอนนี้เป็นผลดีหรือไม่
และคำตอบก็คือ การออกจากบ้านในช่วงนี้ยังไม่ใช่สิ่ง
เหมาะสม
“จะเกิดอันตรายถ้าเราออกไป…?” ไคลน์รีบเดิน
กลับมานั่งในห้องรับแขก
ผ่านไปราวยี่สิบนาที่ มันได้ยินเสียงกริ่งดังกังวาน และพบว่า
ผู้มาเยือนคือไอเซนการ์ด
“มิสเตอร์สแตนธอน มีความคืบหน้าหรือ” น้ำเสียง
ไคลน์ค่อนข้างโล่งใจ
ไอเซนการ์ดชี้เข้าไปในห้องรับแขก
“คุยกันข้างในเถอะ”
“ตกลง” ไคลน์ขยับหลบ
หลังจากทั้งคู่นั่งลงบนโซฟาสองตัวซึ่งหันหน้าเข้าหากัน ไอ
เซนการ์ดใช้มือถอดหมวกนายพรานพร้อมกับถอนหายใจยาว
“ผู้ปลดปล่อยแรงกระหายเริ่มลงมือแล้ว”
เมื่อเห็นไคลน์ยังคงเงียบ ไอเซนการ์ดพยักหน้าและเล่าต่อ
“จากบรรดานักสืบผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีฆาตกรรม
ต่อเนื่อง มีสองครอบครัวยืนกรานหนักแน่นว่าจะไม่ย้ายหนีไป
ไหน พวกเขาเชื่อว่าตัวเองจะไม่ได้รับผลกระทบ จึงยังคงใช้ชีวิต
อย่างเปิดเผยตามปรกติ จนกระทั่งช่วงเที่ยงของวันนี้ ทาง
ตำรวจรายงานว่ามีการพบศพพวกเขาภายในสำนักงานของ
ตัวเอง คนหนึ่งเสียชีวิตเนื่องจากภาวะหัวใจล้มเหลว สันนิษฐาน
ว่าเกิดจากความหวาดกลัวสุดขีด ส่วนอีกคนเสียชีวิตในลักษณะ
เดียวกัน แต่มีการถ่ายของเสียงออกจากร่างกายเป็นจำนวนมาก
พวกเขาดื้อรั้นเกินไป สมกับเป็นสาวกของโบสถ์หัวรุนแรง แต่
ข้อดีก็คือ เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ทูตพิพากษายอมหันมาสนใจ
กับคดีนี้มากขึ้น และยังเชื่อกันว่า ผู้วิเศษลำดับสูงจากทุกโบสถ์
และกองทัพ เริ่มหันมาชายตามองผู้ปลดปล่อยแรงกระหายแล้ว
เกือบทุกโบสถ์ได้ยกระดับความสำคัญของภัยคุกคามจากผู้
ปลดปล่อยแรงกระหาย ให้กลายเป็นอันดับหนึ่งของช่วงเวลา
นี้”
“คุณกำลังจะบอกให้ผมช่วยเก็บความลับเรื่องการเป็น
สาวกของโบสถ์ปัญญาความรู้ของคุณ ไว้จากทางการใช่ไหม”
ไคลน์ซักถามด้วยสีหน้ากระจ่าง
“เพราะแบบนี้ ผมถึงชอบคุยกับนักสืบด้วยกันเอง อะไรก็
ง่ายไปหมด” ไอเซนการ์ดยิ้มรับ
“ตกลง” ไคลน์รับปาก ก่อนจะซักถาม “ทางผมมี
เครือข่ายข้อมูลลับแต่ไม่สะดวกจะเปิดเผย ดังนั้น หากผมได้รับ
ข่าวสารสำคัญจากพวกเขา คุณช่วยรายงานกับเหยี่ยวราตรีโดย
ปิดแหล่งข่าวไว้เป็นความลับได้ไหม”
ในประเด็นว่าทำไมต้องเป็นเหยี่ยวราตรี ไม่ใช่จิตแห่ง
จักรกล ไคลน์เชื่อว่าด้วยปัญญาของไอเซนการ์ด ตนไม่
จำเป็นต้องอธิบาย
ไอเซนการ์ดพยักหน้ารับเล็กน้อย ตามด้วยประโยคคำถาม
“แต่ถ้าคุณนำข้อมูลมาบอกกับผม จะไม่ถือเป็นการ
กระตุ้นให้เจสันรู้ตัวหรอกหรือ”
“ได้แต่หวังว่า เมื่อถึงตอนนั้น พวกเราจะหาวิธีหลบเลี่ยง
พบ… ไม่สิ บางที่ คุณอาจคิดหาทางออกได้ดีกว่าผม เช่นการ
ใช้แหวนวงนั้นคัดลอกพลังบางอย่าง แทรกแซงไม่ให้เจสัน
ตระหนักถึงอันตรายล่วงหน้า” ไคลน์ตอบอย่างสุขุม
“ตกลง” ไอเซนการ์ดตอบกระชับ
มันก้มหน้าครุ่นคิดสักพัก ก่อนจะนำไปปขึ้นมาสูดกลิ่น
ยาสูบโดยไม่จุด
“ยังมีอีกหนึ่งเรื่อง พฤติกรรมของผู้ปลดปล่อยแรง
กระหายในวันนี้ ถือเป็นการยืนยันทฤษฎีข้อหนึ่งของผมด้วย
เช่นกัน ฮะฮะ! คุณเองก็เคยสงสัยในประเด็นนี้มาก่อน”
“หมายถึงเรื่อง เปั้าหมายแท้จริงของมันไม่ใช่การแก้แค้น
กลุ่มนักสืบ?” ไคลน์เข้าใจความนัยอีกฝั่าย
ไอเซนการ์ดเอนตัวมาด้านหน้าพร้อมกับตอบด้วยสีหน้า
เคร่งขรึม
“ในเมื่อเจสันใช้พลังของสัตว์เลือดเย็นช่วยให้ความคิด
ความอ่านสุขุม หมายความว่าทุกการกระทำของมันต้องมี
เหตุผลรองรับ จึงไม่มีทางลงมืออย่างเอิกเกริกเพียงเพราะหวัง
แก้แค้นให้สุนัขแน่ เชอร์ล็อก คุณเองก็น่าจะสังเกตเห็น ตอนนี้
หน่วยพิเศษทั้งหมดในเบ็คลันด์กำลังตื่นตัว แม้กระทั่งผู้วิเศษ
ลำดับสูงก็ยังจับตามองผู้ปลดปล่อยแรงกระหาย… หากเจสัน
ต้องการฆ่าใครสักคน… ผมหมายถึงเปั้าหมายแท้จริงของ
มัน… คงไม่มีช่วงเวลาใดเหมาะสมไปกว่านี้แล้ว”
ไคลน์ก้มหน้าคิดตาม ก่อนจะพยักหน้าอย่างหนักแน่นเชิง
เห็นพ้อง
“สมเหตุสมผล”
…
หลังจากแลกเปลี่ยนข้อมูลและความเห็นกันสักพัก ไอเซน
การ์ดขอตัวไปหาคาสลาน่า ส่วนไคลน์ยังคงโยนเหรียญจนกว่า
ผลลัพธ์จะอนุญาตให้ออกจากบ้าน
โดยไม่ต้องรอนาน ไม่กี่นาทีถัดมา มันได้รับไฟเขียวให้
เดินทางไปยังสโมสรครักซ์
ปัจจุบัน ทั้งไคลน์และไอเซนการ์ดยังมิได้แจ้งความผิดปรกติ
ของเจสันให้หน่วยพิเศษทราบ เพราะกังวลว่าอาจทำให้อีกฝั่าย
ไหวตัวทันและหลบหนีไปเสียก่อน
เมื่อถึงสโมสรครักซ์ ไคลน์พบกับศัลยแพทย์คนดังแห่งเบ็ค
ลันด์ อลัน·คริสต์ ณ ห้องรับรองสมาชิก
“ไม่ได้พบกันนาน” ชายหนุ่มยิ้มทักทาย
“ช่วงนี้ผมงานยุ่งมาก” อลันตอบด้วยท่าทีเป็นมิตร แต่
สีหน้าและน้ำเสียงค่อนไปทางเย็นชาเนื่องจากติดเป็นนิสัย
“นอกจากนั้น ทางแพทย์ระบุว่าภรรยาของผมกำลังตั้งครรภ์
“ผมกำลังจะได้เป็นพ่อคนอีกครั้ง”
“ขอแสดงความยินดีด้วย! ทารกมีอายุกี่เดือนแล้ว?”
ไคลน์ถามอย่างเป็นกันเอง
อลันก้มหน้านึก
“พวกเราเพิ่งได้รับการยืนยัน ดังนั้น เธอน่าจะเพิ่ง
ตั้งครรภ์ได้ประมาณหนึ่งเดือน”
“ประมาณหนึ่งเดือน…?” ตาดำไคลน์พลันสั่นเทา มัน
จ้องเข้าไปในแววตาอลันด้วยสีหน้าสุดประหลาดใจ