ราชันเร้นลับ Lord of the Mysteries - บทที่ 423 สายลมก่อตัว
“ถูกต้อง ประมาณหนึ่งเดือนก่อน” อลันใช้ปลายนิ้ว
ขยับกรอบแว่นสีทองพร้อมกับมอบคำตอบอย่างมั่นใจ
ประมาณหนึ่งเดือนก่อน…ตอนนั้นคุณกำลังถูกวิล·อัส
ตินตามหลอกหลอนในความฝันอยู่ไม่ใช่หรือ? ไคลน์ทั้ง
ประหลาดใจและค่อนข้างฉงน แต่ไม่ปล่อยให้ความเคลือบแคลง
เผยทางสีหน้า
ทันใดนั้น มันหวนนึกถึงการทำนายถึงตำแหน่งของวิล·
อัสตินสองครั้งก่อนหน้า
ครั้งแรก จากการทำนายด้วยแท่งวิญญาณทั้งสองจุดภายใน
ห้องนอนอลัน ปลายของไม้ค้ำต่างชี้ไปทางเตียงนอนทั้งสองหน
ครั้งถัดมา การทำนายด้วยนิมิตความฝัน วิล·อัสตินอยู่ใน
ห้องมืดสนิท ด้านนอกเป็นเสียงน้ำไหลค่อนข้างชัด
เสียงน้ำ…น้ำคร่ำหรือไม่ก็เลือด?
ไคลน์พลันเย็นหลังวาบเมื่อมันเริ่มตระหนักถึงบางสิ่งอันน่า
เหลือเชื่อ
อย่างไรก็ตาม สีหน้าภายนอกยังคงปรกติทุกประการ มันจ้อ
งอลันด้วยแววตาครุ่นคิดเล็กน้อย
ชายหนุ่มกำลังสงสัยว่า ในครรภ์ของภรรยาของอลัน จะใช่
วิล·อัสติน อสรพิษปรอทตัวจริงหรือไม่
ในทางศาสตร์เร้นลับ สัญลักษณ์แทนอสรพิษแห่งโชคชะตา
คือภาพของงูขดตัวเป็นวงกลมจากหัวถึงหาง ใช้ปากกลืนหาง
ตัวเองเล็กน้อย สื่อถึงวัฏจักรแห่งโชคชะตาซึ่งต้องวนกลับมา
เริ่มต้นใหม่เสมอ…
หรือเพื่อหลบหนีจากสายตาศัตรู วิล·อัสตินจึงต้องแอบ
มาเกิดใหม่ก่อนสิ้นสุดวัฏจักรเก่า?
ไคลน์คาดเดาจากหลักฐานในมือ
อลันมิได้พบความผิดปรกติซึ่งอีกฝั่ายพยายามปกปิดอย่าง
สุดความสามารถ ศัลยแพทย์คนดังแห่งเบ็คลันด์เพียงยิ้มและ
กล่าวอย่างเป็นกันเอง
“เขาต้องเติบโตเป็นหนุ่มหล่อแน่นอน หากถึงวันคลอด
เมื่อไร ผมจะจัดงานเลี้ยงฉลองอย่างยิ่งใหญ่ เชอร์ล็อก คุณต้อง
มาให้ได้นะ”
“อาจเป็น ‘เธอ’ ก็ได้นะครับ” ไคลน์ยิ้ม
ว่ากันตามตรง มันเองก็อยากเห็นว่าอสรพิษปรอทแรกเกิด
จะมีหน้าตาเป็นเช่นไร
อย่างไรก็ตาม ใจหนึ่งก็รู้สึกกังวลเกี่ยวกับอนาคตพอสมควร
อสรพิษปรอทเป็นถึงลำดับ 1 แห่งเส้นทางสัตว์ประหลาด
เส้นทางซึ่งกล่าวกันว่าเกี่ยวพันกับโชคชะตา ไม่เพียงเท่านั้น
ไคลน์ยังสันนิษฐานว่า ปัจจุบันลำดับ 1 ทั้งสามตนในเส้นทาง
กำลังต่อสู้กันเพื่อแย่งชิงตำแหน่งเทพ-ลำดับ 0 จึงไม่ทางทราบ
ว่าอนาคตของวิล·อัสตินจะราบรื่นและโรยด้วยกลีบกุหลาบ
หรือไม่
เรื่องนี้เป็นผลดีหรือผลเสียกับอลันกันแน่… แบ่งออกเป็น
สองประเด็น ข้อแรก วิล·อัสตินมีเจตนาดีหรือร้าย ส่วนอีก
ข้อหนึ่ง ศึกระหว่างลำดับ 1 จะส่งผลต่อครอบครัวหมออลัน
มากแค่ไหน เพราะไม่ว่าอย่างไร ถ้าเด็กในครรภ์เติบโตขึ้น สัก
วันก็ต้องถูกอสรพิษปรอทตนอื่นพบตัวอยู่ดี…
ในเมื่อวิล·อัสตินยังไม่เคยกระทำเรื่องแย่ การนำข่าวไป
แจ้งให้เหยี่ยวราตรีทราบคงใจร้ายเกินไปสักหน่อย เราเข้าใจหัว
อกผู้วิเศษนอกกฎหมายเป็นอย่างดี…
ดังนั้น เราควรทำตัวเป็นเพียงผู้ชมอยู่วงนอก…ไม่สิ บางที่
อาจมีลู่ทางให้นำเรื่องนี้มาใช้ประโยชน์ได้ในสักวัน…
อา…เรายังไม่ควรด่วนตัดความเป็นไปได้อื่นออกไป เรื่อง
ทั้งหมดมีโอกาสเป็นแค่การคิดมากของเราคนเดียว วิล·อัส
ตินอาจไม่ใช่อสรพิษปรอท และทารกในครรภ์อลันคือมนุษย์
ปรกติคนหนึ่ง…
ห้วงความคิดกำลังแล่นผ่านสมองไคลน์
“เธอหรือ…นั่นก็ยิ่งดีเลย!” อลันกล่าวด้วยสีหน้า
คาดหวังแกมตื่นเต้น
หลังจากก้มหน้าไตร่ตรองสักพัก ไคลน์ซักถามเพิ่มเติม
“พักหลังมานี้ คุณยังฝันร้ายอยู่ไหม”
“ก็มีบ้างประปราย แต่ทั้งหมดเป็นฝันร้ายทั่วไป ไม่ได้
เกี่ยวข้องกับวิล·อัสตินอีกแล้ว เชอร์ล็อก ต้องขอบคุณมาก
สำหรับคำแนะนำอันมีค่า!” อลันกล่าวจากใจจริง
ผิดแล้ว…นี่มันผิดปรกติมาก…
ในฐานะนักรบคีย์บอร์ดจากโลกเก่า เราพอจะมีความรู้
พื้นฐานด้านจิตวิทยาอยู่บ้าง จึงค่อนข้างมั่นใจว่า การฝันร้ายถึง
วิล·อัสตินถือเป็นเหตุการณ์ปรกติซึ่งควรจะเกิดขึ้น…
สิ่งนี้คือปฏิกิริยาตอบสนองปรกติทางร่างกายหลังจากจิตใต้
สำนึกถูกกระตุ้นอย่างรุนแรง ยิ่งมนุษย์ถูกกระตุ้นด้วยสิ่งใดมาก
เข้า สมองก็ยิ่งฝันถึงเรื่องนั้นบ่อยครั้ง…
ในเมื่อวิล·อัสตินเคยสร้างความโชคร้ายให้หมออลัน
มากมาย ความฝังใจจึงควรประทับลงในจิตใต้สำนึก และเกิด
เป็นการฝันถึง…
ฉะนั้น ผลลัพธ์ ‘ปรกติ’ จึงควรเป็นการฝันถึงวิล·อัสติ
นอย่างสม่ำเสมอ แต่เป็นความฝันไม่ชัดเจน และไม่จำเป็นต้อง
ฝันร้ายเสมอไป ทราบอย่างคร่าวๆ ว่ามีสิ่งใดเกิดขึ้นบ้าง ไม่
สามารถระบุรายละเอียดได้ชัดเจน…
ไคลน์ค่อนข้างมั่นใจในทฤษฎีของตน
ทันใดนั้น เสียงหวีดแหลมพลันดังมาจากด้านนอกอาคาร
สโมสรครักซ์
ชายหนุ่มรีบหันขวับ และพบว่าหมอกหนาสีเหลืองอ่อนบน
ท้องฟั้ากำลังถูกสายลมกระโชกพัดผ่านจนเกิดรอยแหว่งเป็น
ทางยาว
ต้นไม้แห้งไร้กิ่งโยกเอนเด่นชัด สภาพแวดล้อมทั้งหมดระบุ
ตรงกันว่า ต้นตอของลมพายุดังกล่าวกำลังมุ่งหน้าไปทางทิศ
ตะวันออกเฉียงใต้ของกรุงเบ็คลันด์
ไม่กี่วินาทีถัดมา ทุกสิ่งกลับคืนสู่ปรกติ
“ลมแรงขนาดนี้แทบไม่เคยเกิดขึ้นในฤดูหนาวของเบ็ค
ลันด์มาก่อน อย่างน้อยผมก็ไม่เคยเห็นแม้แต่ครั้งเดียว” อลัน
จ้องออกไปนอกหน้าต่างพลางถอนหายใจ
นั่นไม่ใช่ลมธรรมดา… เกิดอะไรขึ้นกันแน่?
ไคลน์ระงับความสงสัยและรีบขอตัวไปเข้าห้องน้ำเพื่อ
ทำนายถาม ทว่า ทุกประโยคทำนายกลับล้มเหลวอย่างน่า
อัศจรรย์
ชายหนุ่มตัดสินใจไม่เก็บไปคิดให้ปวดหัว ในเมื่อผลการ
ทำนายล้มเหลว หมายความว่าไม่มีสิ่งใดเกี่ยวข้องกับตน หรือ
อย่างน้อยก็ไม่ทำให้ตนเกิดอันตราย
ขณะมันเตรียมตัวเดินลงไปยังชั้นล่างเพื่อซ้อมยิงปืน บริกร
ชายในกั๊กแดงเดินเข้ามาทักพร้อมกับกล่าวด้วยสีหน้าเกรงใจ
“มิสเตอร์โมเรียตี้ครับ เพื่อนของคุณกำลังรอพบด้าน
นอก”
“ใครกัน?” ไคลน์ถามอย่างประหลาดใจ
“มิสเตอร์ไอคานส์·เบอร์นาร์ด” บริกรกั๊กแดงมอบ
คำตอบ
หือ… หมายถึงอาวุโสหัวหน้าทีมจิตแห่งจักรกล ผู้มักถูก
กระจกวิเศษ ‘จัดทรงผม’ โดยไม่เต็มใจ…? เขาถามหาเรา
ทำไม คดีมีความคืบหน้าแล้วหรือ…
ไคลน์เดินตามบริกรกลับไปยังห้องรับรอง
ไอคานส์ใช้มือกดหมวกซึ่งถูกดันขึ้นโดยเส้นผมแข็งกระด้าง
และยุ่งเหยิง มันเดินเข้ามาหาไคลน์พร้อมกับทักทายด้วยเสียง
ค่อย
“ทูตพิพากษารายงานเข้ามาว่า พวกเขาพบตัวเจสัน·
แพทริค·บีเลียลแล้ว”
“พบได้ยังไง?” ไคลน์ซักถามด้วยเสียงประหลาดใจแกม
เคลือบแคลง
จากนิมิตทำนายของตน เจสัน·บีเลียลมักสวมหนังมนุษย์
ตลอดเวลา ไม่เคยเผยรูปพรรณแท้จริงหรือออร่าให้ใครสัมผัสถึง
ดังนั้น ในทางทฤษฎีศาสตร์ทำนาย การสืบหาเบาะแสเจสันจึง
ไม่ควรได้ผลลัพธ์รวดเร็วเช่นนี้
ไอคานส์มองไปรอบตัวและเล่าต่อ
“ผมเองก็ไม่แน่ใจ แต่ได้รับรายงานเข้ามาตามนั้น”
ขณะเล่า มันชี้ไปยังนกสีขาวตัวเล็ก บนต้นไม้ด้านนอก
อาคารสโมสร
นกตัวดังกล่าวกำลังก้มหัวทำความสะอาดขนด้วยจะงอย
ปาก
โดยไม่รอให้ไคลน์ถามเพิ่ม ไอคานส์เริ่มอธิบายรายละเอียด
อย่างคร่าว
“ทูตพิพากษาเล่าว่า พวกเขาพบเบาะแสสำคัญจนนำไปสู่
การระบุตำแหน่งของเจสันได้สำเร็จ แต่นั่นก็ทำให้สัญชาตญาณ
ตระหนักถึงอันตรายของปีศาจทำงาน มันจึงชิงลงมือฆ่าทูต
พิพากษาไปสองคนก่อนจะหลบหนีไป เรื่องนี้ทำให้เบื้องบนของ
โบสถ์วายุสลาตันโกรธจนควันออกหู ลุกลามถึงขั้น ผู้ขับขาน
แห่งเทพ เอส·สเน็ก ตัดสินใจลงมือไล่ล่าเจสันด้วยตัวเอง คุณ
คงเห็นพายุเมื่อครู่ไปแล้ว นั่นเป็นฝีมือของเขา เอส·สเน็กไม่
เพียงเป็นอาร์ชบิชอปแห่งโบสถ์วายุสลาตันประจำมุขมณฑลเบ็ค
ลันด์ แต่ยังเป็นหนึ่งในพระคาร์ดินัลแห่งศาสนาวายุสลาตันทั่ว
โลก”
ส่วนหนึ่งฟังดูสมเหตุสมผล แต่อีกส่วนก็ยังน่าเคลือบ
แคลง… จากสมมติฐานของเราและไอเซนการ์ด เจสันคงทำไป
เพื่อเรียกร้องความสนใจจากผู้วิเศษลำดับสูง…
หลังจากไตร่ตรองสักพัก ไคลน์ซักถาม
“พวกคุณแน่ใจได้อย่างไร ว่าทูตพิพากษาพบเบาะแสของ
เจสัน·บีเลียลตัวจริง”
สีหน้าไอคานส์พลันอึมครึม ก่อนจะหันมาตอบไคลน์ด้วย
เสียงทุ้ม
“ผมจะลองตรวจสอบดู”
มันทำสัญญาณมือบอกให้ไคลน์เดินตามออกไปข้างนอก
ตรงไปยังรถม้าคันใหญ่ซึ่งจอดนิ่งอยู่ริมถนน ภายในห้องโดยสาร
มีจิตแห่งจักรกลสองคนนั่งรออยู่ก่อนแล้ว
ไอคานส์สูดลมหายใจยาวพร้อมกับหยิบกระจกสีเงิน
ลวดลายแปลกประหลาดออกจากช่องกระเปั๋าลับของเสื้อโค้ท
เมื่อดำเนินขั้นตอนพื้นฐานเสร็จ ไอคานส์กล่าวด้วยสีหน้า
อึมครึมแกมเคร่งเครียด
“ถึงท่านอาโรเดสผู้ยิ่งใหญ่ คำถามของกระผมก็คือ
‘ตำแหน่งปัจจุบันของเจสัน·แพทริค·บีเลียล’”
บรรยากาศรอบตัวทุกคนพลันมืดมน เป็นความสลัวคล้าย
กับท้องฟั้าเพิ่งผ่านฝนตกหนัก
ฉากหนึ่งเริ่มปรากฏบนผิวกระจกเงาสีเงิน
เป็นภาพของเรือล่องแม่น้ำลำใหญ่ซึ่งกำลังชักใบเรือขึ้นสูง
เจสัน·บีเลียล เจ้าของดวงตาสีฟั้าและแก้มโหนกสูง เส้นผม
หวีเรียบ กำลังกดปีกหมวกลงและก้มศีรษะต่ำ ปกเสื้อตั้งขึ้น
ปิดบังปลายคางและริมฝีปาก มันกำลังเดินเข้าไปในห้องพัก
สำหรับผู้โดยสาร
“เจสันเตรียมหนีออกจากเบ็คลันด์! เข้าใจแล้วว่าทำไม ผู้
ขับขานแห่งเทพจึงกำลังมุ่งหน้าไปยังเขตท่าเรือ…” จิตแห่ง
จักรกลสาวด้านข้างโพล่งขึ้น
ถูกพบตัวได้ง่ายดายขนาดนี้เชียว? ไม่ง่ายไปหน่อยหรือ อีก
ฝั่ายเป็นถึงปีศาจ…
สีหน้าไคลน์เต็มไปด้วยความเคลือบแคลง
ขณะเดียวกัน ไอคานส์มิได้สนใจประเด็นดังกล่าว สมาธิของ
มันกำลังจดจ่ออยู่กับข้อความบนผิวกระจก
คราวนี้ก็เป็นเกมถามตอบเช่นเคย หากตอบผิดจะต้องเผชิญ
บทลงโทษอันน่าสะพรึง
เพียงไม่กี่อึดใจ ตัวอักษรสีเลือดปรากฏขึ้นบนกระจกทีละคำ
:
“หากชายคนรักของเจ้ากลายเป็นก้อนเนื้อเหลวข้นน่า
สะอิดสะเอียน ระบุไม่ได้ว่ามนุษย์หรือสัตว์ประหลาด แต่ยัง
สามารถสื่อสารกันรู้เรื่อง เจ้าจะยังรักเขาอยู่หรือไม่”
คำถามวัดใจสินะ…
เดี๋ยวนะ…ชายคนรัก…?
ไคลน์พยายามยับยั้งตัวเองมิให้หันหน้าไปมองไอคานส์·
เบอร์นาร์ดด้านข้าง
หัวหน้าทีมจิตแห่งจักรกลถอนหายใจเสียงค่อยพร้อมกับ
มอบคำตอบ
“ยังรัก…แต่ผมจะฆ่าเขาด้วยมือตัวเอง”
“ซื่อสัตย์ใช้ได้” ข้อความใหม่ผุดขึ้นบนผิวกระจกเงิน
…เกมถามตอบบัดซบนี่ต่างอะไรกับการนำความลับคนอื่น
มาประจาน?
ไคลน์อยากเลื่อนมือขึ้นมาปิดหน้า
มันชำเลืองสมาชิกทีมจิตแห่งจักรกลสองคนด้วยหางตาและ
พบว่า พวกเขาไม่แสดงท่าทีผิดปรกติ หรือควรจะพูดว่า พวก
เขาแสร้งทำเป็นไม่เห็นอะไรทั้งนั้น
ไคลน์วกกลับเข้าเรื่องด้วยสีหน้าครุ่นคิด
“ผมรู้สึกว่าเจสันถูกพบตัวได้ง่ายเกินไป บางที่ บุคคลใน
นิมิตทำนายอาจไม่ใช่เจสัน·บีเลียลตัวจริง…”
“แต่การทำนายถึงเจสัน·บีเลียลได้ผลลัพธ์ออกมาเป็น
เขา” ไอคานส์กล่าวขณะเตรียมเก็บกระจกเงินเข้าไปในโค้ท
ไคลน์ก้มหน้าตรึกตรอง ก่อนจะเรียบเรียงออกมาเป็นคำพูด
อย่างใจเย็น
“ผิดแล้ว พวกเราไม่ควรยึดติดกับผลการสอบสวนในอดีต
เปั้าหมายการทำนายควรเปลี่ยนเป็น ‘ผู้ปลดปล่อยแรง
กระหาย’ หาใช่เจสัน·บีเลียล ทั้งสองอาจไม่ใช่คนคน
เดียวกัน สัญชาตญาณนักสืบบอกผมว่าอย่างนั้น”
…
บนถนนหลวงราชา รถม้าคันใหญ่พิเศษกำลังเคลื่อนตัวออก
จากรัฐสภาแห่งอาณาจักร
ทางขึ้นเป็นบันไดพรมแดง ภายในห้องโดยสารเต็มไปด้วย
เครื่องเรือนหรูหราจำพวกเตียงนอน โซฟา โต๊ะกาแฟ และอื่นๆ
มองผิวเผินจะไม่ต่างอะไรกับห้องนอนติดล้อ
ดยุคพาลัส·นีแกนแต่งกายในชุดสีกรมท่าประจำ
กองทัพเรือ มันกำลังจิบไวน์แดงสีคล้ายเลือดสดจากแก้วใสมัน
วาว
หลังจากชิมเสร็จ พาลัส·นีแกนกล่าวด้วยสีหน้าครุ่นคิด
“ในวันพรุ่งนี้ อย่าลืมเชิญเอิร์ลฮอลล์มาเป็นแขกพิเศษ
ของฉัน พวกเราต้องคุยกันในประเด็นการขึ้นค่าแรงและการ
ปรับแก้กฎหมายแรงงานให้เหมาะสม ร่างกฎหมายดังกล่าวถูก
เขาผลักดันอย่างหนักในช่วงหลัง ฉันคิดว่าเขาน่าจะสนใจและ
ตอบรับคำเชิญ อา… ด้วยเหตุผลบางอย่าง โบสถ์รัตติกาล
กำลังสนใจในประเด็นของคนงานท่าเรือและโรงงานเป็นพิเศษ
จริงแล้ว หลังจากส่งคำเชิญ อย่าลืมบอกเขาด้วยว่า ฉันยังมี
ประเด็นอื่นต้องการถกเถียง เช่น พวกเราไม่สามารถยกเลิก
กฎหมายการกำจัดสิทธิ์การเลือกตั้งของประชาชนได้ เพราะ
ไม่อย่างนั้น หากใครซื้อใจชนชั้นแรงงานได้มากกว่า ก็จะเป็น
ฝั่ายชนะการเลือกตั้งไปโดยปริยาย คนพวกนั้นอ่านไม่ออกเขียน
ไม่ได้ด้วยซ้ำ พวกเขาไม่มีทางเข้าใจระบบการบริหาร
ประเทศ…แล้วก็ พวกเราต้องช่วยกันยับยั้งความเหิมเกริมของ
กลุ่มผู้สนับสนุนการเลือกตั้งแบบแบ่งเขต…”
เลขาด้านข้างก้มหน้าจดคำสั่งดยุคนีแกนอย่างละเอียด
เมื่อเห็นอีกฝั่ายบันทึกเสร็จ ดยุคนีแกนถอนหายใจยาว
“ฉันทำแบบนี้ก็เพื่อประโยชน์ของขุนนางทุกคน แต่ใน
บรรดาพวกเรากลับเต็มไปด้วยคนไม่เอาถ่านและไร้ฝีมือ แถมยัง
มีบางส่วนกำลังติดหนี้บุญคุณกลุ่มพ่อค้ารายใหญ่”
เมื่อถึงทางแยก รถม้ามิได้แล่นไปทางเขตราชินีตามปรกติ
แต่ตรงต่อไปโดยไม่หยุดจอด
ในฐานะขุนนางผู้มั่งคั่งอันดับหนึ่งรองจากกษัตริย์ ไม่ใช่เรื่อง
แปลกหากดยุคนีแกนจะมีภรรยาลับเป็นจำนวนมาก อย่างไรก็
ตาม อาณาจักรโลเอ็นค่อนข้างอนุรักษนิยม การมีภรรยาหลาย
คนอาจทำให้ถูกใช้เป็นเปั้าโจมตีทางการเมือง ดังนั้น ถึงจะเป็นด
ยุค มันก็ต้องแอบย่องไปหาภรรยาลับอย่างไม่เอิกเกริก
แต่แม้จะต้องลำบากมากขึ้น ดยุคนีแกนกลับมองเป็นเรื่อง
น่าตื่นเต้นยิ่งกว่าปรกติ
สำหรับวันนี้ มันกำลังจะไปหาภรรยาลับหมายเลขหนึ่ง
ตลอดสองสามปีหลัง เด็กสาวผู้มีวัยเพิ่งย่างเข้ายี่สิบ
ดยุคนีแกนหยิบขวดยาซึ่งมีส่วนผสมของผงมัมมี่ขึ้นมาดื่ม
พลางใช้มืออีกข้างสัมผัสกับเครื่องประดับตรงคอ หอยสังข์สีน้ำ
เงินเข้มขนาดเท่าหัวแม่มือ
สิ่งนี้คือสมบัติวิเศษจากโบสถ์วายุสลาตัน มอบให้หลังจากด
ยุคนีแกนเคยถูกคีลิงเกอร์วางแผนลอบสังหาร หากใครเปั่าสังข์
ตัวนี้ด้วยพลังวิญญาณ ผู้ขับขานแห่งเทพ เอส·สเน็ก พระ
คาร์ดินัลประจำมหาวิหารวายุศักดิ์สิทธิ์ จะจับตำแหน่งได้และ
รีบเหาะมาหาด้วยความเร็วสูงสุด
เพื่อเป็นการเพิ่มระดับความปลอดภัยเข้าไปอีกขั้น ดยุคนี
แกนจึงเลือกซื้อบ้านใกล้กับมหาวิหารวายุศักดิ์สิทธิ์ให้ภรรยาลับ
พักอาศัย
รถม้าสุดอลังการกำลังแล่นเข้าไปในอาคารหรูหราหลังหนึ่ง
อย่างไม่รีบร้อน บรรยากาศรอบบ้านค่อนไปทางร่มรื่นเขียวขจี
ลานหญ้ากว้างใหญ่หน้าบ้านมีเรือนกระจกซึ่งเต็มไปด้วย
กุหลาบสีแดงเบ่งบาน