ราชันเร้นลับ Lord of the Mysteries - บทที่ 428 แพะรับบาป
เขตตะวันตก อาคารหมายเลข 9 ถนนปรารถนา บ้านพัก
นายกรัฐมนตรี
อากัส·นีแกนกำลังนั่งบนเก้าอี้ทำงานนายกรัฐมนตรี
สายตาจ้องมองเอิร์ลฮอลล์ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
“ลอร์ดฮอลล์ เลขานุการของผมคงรายงานสถานการณ์
เบื้องต้นให้ฟังไปบ้างแล้ว หลังจากเกิดเหตุ ผมก็รีบติดต่อคุณ
เป็นคนแรกทันที”
อากัส·นีแกน สมาชิกคนสำคัญของพรรคอนุรักษนิยม
และยังเป็นนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันของอาณาจักร มีสีหน้า
แววตาหม่นมองลงอย่างเห็นได้ชัด ราวกับแก่ขึ้นนับสิบปีภายใน
ชั่วข้ามคืน ด้วยรูปร่างสูงใหญ่ มันนั่งเอนตัวมาข้างหน้าอย่างไร้
เรี่ยวแรง หากไม่มีสองแขนช่วยพยุงก็คงมิอาจทรงตัวไว้ได้
อย่างไรก็ตาม สายตานีแกนยังขึงขังเช่นเคย กิริยาท่าทาง
สุขุมเยือกเย็น
เอิร์ลฮอลล์ เจ้าของหนวดงามเหนือริมฝีปากบน ถอน
หายใจและกล่าว
“ผมต้องขอแสดงความเสียใจกับข่าวร้าย เรื่องนี้ทำเอาใจ
หายไม่น้อยเช่นกัน ผมและท่านดยุคมีแผนจะหารือเกี่ยวกับร่าง
กฎหมายสำคัญในอีกไม่กี่วันข้างหน้า…”
ขุนนางใหญ่มาดสง่างาม ผู้สูญเสียความหล่อเหลาในวัยหนุ่ม
โดยมีร่างกายอวบอ้วนและริ้วรอยร่องลึกเข้ามาแทน พฤติกรรม
แรกของมันคือการแสดงความเสียใจ แสดงออกถึงความ
เจ็บปวดและเข้าอกเข้าใจ จากนั้นจึงกล่าวเข้าประเด็นโดย
พยายามระงับอารมณ์
“ในเมื่อท่านดยุคได้จากพวกเราไปแล้ว ความเศร้าและ
อารมณ์โกรธแค้นคงไม่ช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้น พวกเราต้องสุขุม
และครองสติให้มั่น มีเพียงวิธีนี้เท่านั้น หัวรถจักรใหญ่นามโล
เอ็นจึงจะแล่นต่อไปได้โดยไม่ตกราง”
“นั่นเป็นสาเหตุว่าทำไมผมถึงได้ติดต่อคุณเป็นคนแรก
หลังจากเกิดเรื่อง ขุนนางอื่นคงเอาแต่สวดภาวนาต่อองค์เทพ
สั่นเทาด้วยความหวาดกลัว และแสดงออกถึงความโกรธแค้นต่อ
การจากไปของท่านพี่ คงไม่มีความเห็นอื่นนอกจากบอกให้จับ
ตัวคนร้ายมาลงโทษอย่างสาสม และสอบปากคำถามหาตัวผู้บง
การ พวกเขาคงเกิดคำถามในหัวมากมาย เช่น แม้แต่ท่านดยุคผู้
ได้รับการอารักขาแน่นหนายังถูกลอบสังหาร แล้วพวกตนจะ
ปลอดภัยได้อย่างไร”
นายกรัฐมนตรีอากัส·นีแกนกล่าวเสียงขรึม
“จริงอยู่ พฤติกรรมข้างต้นค่อนข้างสมเหตุสมผลและ
เข้าใจได้ แต่ผมไม่ต้องการ”
เอิร์ลฮอลล์พยักหน้ารับ ตามด้วยซักถาม
“ฆาตกรเป็นใคร? มีจุดประสงค์อันใด?”
“ปีศาจ มันแฝงตัวในคราบนายธนาคารมานานกว่าสิบปี
เป็นปีศาจตัวจริงเสียงจริง ธนาคารบาร์วาร์ตของคุณเพิ่งฮุบ
กิจการของมันเมื่อไม่นานมานี้”
อากัส·นีแกนเล่าเสียงเรียบ
“เจสัน·แพทริค?” เอิร์ลฮอลล์เอ่ยชื่อของคนร้ายได้
ทันที่ เพราะมันคือผู้ลงนามอนุมัติให้ธนาคารบาร์วาร์ตเข้าซื้อ
หุ้นกิจการธนาคารเล็กของเจสัน
นายกรัฐมนตรีอากัสกล่าวต่อไปโดยไม่ได้แวะตำหนิเอิร์ล
“มันคือผู้วิเศษลำดับ 5 ขายธุรกิจของตัวเองอย่าง
กะทันหัน ละทิ้งตัวตนนายธนาคารซึ่งสั่งสมชื่อเสียงมานานกว่า
สิบปี เพียงเพื่อเสี่ยงทำภารกิจลอบสังหารพี่ชายของมัน แม้จะ
แทบไม่มีโอกาสสำเร็จเลยก็ตาม…เท่านี้ก็สามารถระบุได้แล้ว
ว่า มันต้องมีขั้วอำนาจใหญ่หรือผู้บงการคอยสนับสนุนอยู่
เบื้องหลัง แต่น่าเสียดาย คนร้ายเสียชีวิตระหว่างการหลบหนี
แม้แต่วิญญาณก็ถูกช่วงชิงไปด้วย จากรายงานของทางเหยี่ยว
ราตรี ผู้ลงมือคือจอมโจรวีรบุรุษจักรพรรดิมืด”
“คุณกำลังจะบอกว่า เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับองค์กรลับสุด
ยอด และทางรัฐบาลไม่สามารถสืบหาข้อมูลได้ภายในระยะเวลา
สั้น?” เอิร์ลฮอลล์ซักถาม
“ถูกต้อง ผู้ถูกเรียกว่าจอมโจรวีรบุรุษจักรพรรดิมืดไม่ทิ้ง
เบาะแสใดไว้เลย พวกเราทำได้แค่สืบหาจากบุคคลซึ่งเคยติดต่อ
กับเจสัน·แพทริคในช่วงหลายเดือนหลัง อย่างไรก็ตาม
ขั้นตอนดังกล่าวจะกินเวลานานมาก และอาจไม่พบสิ่งใด
เลย” อากัส·นีแกนอธิบายอย่างฉะฉาน
เอิร์ลฮอลล์เดินสองก้าวเพื่อขยับตัวเข้าไปใกล้ ตามด้วยการ
ซักถามเสียงเบา
“ฝั่าบาทมีท่าทีเช่นไรกับเรื่องนี้”
“เสียพระทัย แต่ไม่มีความเห็นเพิ่มเติม” อากัสตอบ
กระชับ
เอิร์ลฮอลล์ขมวดคิ้ว ก้มหน้าครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนจะกล่าว
ต่อ
“ถ้าอย่างนั้น เรื่องน่ากังวลในตอนนี้ไม่ใช่ผู้บงการ
เบื้องหลังนักฆ่า แต่เป็นจุดประสงค์แท้จริงของพวกมัน การตาย
ของดยุคนีแกนทำให้ฝั่ายใดได้ประโยชน์? พวกมันต้องการ
จุดชนวนสงคราม? หรือต้องการเปิดประเด็นในดินแดนอาณา
นิคมอีกครั้ง? บางที่ พวกเราต้องบอกกับสาธารณชนว่า ผู้บง
การเบื้องหลังเจสัน·แพทริคคือรัฐบาลของจักรวรรดิฟุซัค
แน่นอน ต้องปลอมหลักฐานขึ้นมาให้แนบเนียน สร้างเรื่องราว
อย่างสอดคล้องและสมเหตุสมผล ตลอดหลายร้อยปีหลัง เพื่อน
บ้านทางเหนือรายนี้เคยก่อเรื่องในลักษณะดังกล่าวมาแล้วหลาย
ครั้ง ทุกคนคงชาชิน จะมีอีกสักครั้งก็คงไม่น่าแปลก คงไม่มีใคร
เคลือบแคลงว่าคนเถื่อนของทางเหนือจะก่อความวุ่นวายจริง
หรือไม่”
“และสาธารณชนก็จะหวาดกลัวพวกมัน”
นายกรัฐมนตรีอากัสยกมุมปาก แต่มิได้มีเจตนายิ้มแย้ม
“อย่างไรก็ตาม ถ้าพวกเราทำแบบนั้น ทางโลเอ็นจะตกอยู่ใน
สถานการณ์เสียเปรียบทันที่ หลังจากปฏิรูปการปกครองหลาย
เรื่องติดต่อกัน อาณาจักรเราจำเป็นต้องรออีกอย่างน้อยครึ่งปี
จึงจะพร้อมเข้าสู่สภาวะสงครามเต็มตัว”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เอิร์ลฮอลล์พึมพำ
“ถ้าอย่างนั้น พวกเราต้องหาแพะรับบาปซึ่งทุกฝั่ายพึง
พอใจ แต่จะให้เป็นจอมโจรวีรบุรุษจักรพรรดิมืดคงไม่เหมาะ
เขาลึกลับและเต็มไปด้วยปริศนา อาจมีองค์กรใหญ่มากคอย
หนุนหลัง ผู้คนจะยิ่งแตกตื่นและเสียขวัญถ้าได้ทราบข่าว
ประชาชนมักหวาดกลัวปริศนาในเงามืดเสมอ”
“เห็นด้วย ถ้าอย่างนั้น เอาเป็นชุมนุมแสงเหนือดีไหม?
พวกมันเพิ่งลงมือลอบสังหารไอ้โรคจิตจากอินทิสไปเมื่อไม่กี่
เดือนก่อน หากคิดเหิมเกริมลงมือซ้ำก็คงไม่ใช่เรื่องแปลก”
“เหมาะสม ชื่อเสียงของพวกมันเลวร้ายเป็นทุนเดิม ถูก
ตีพิมพ์ลงหนังสือพิมพ์หลายฉบับในฐานะผู้ก่อการร้าย จนถึงขั้น
มีนิยายหลายเรื่องนำไปอ้างอิงในทางชั่ว นอกจากนั้น การปั้ายสี
ให้พวกมันยังจะเป็นประโยชน์ต่อรัฐบาล คดีลอบสังหารราชทูต
อินทิสทำให้พวกเราเสื่อมเสียชื่อเสียงพอสมควร หลายฝั่ายถึง
กลับกล่าวหาว่าเราเป็นผู้จ้างวานให้ชุมนุมแสงเหนือลงมือลอบ
สังหาร”
“ไม่เลว ในเมื่อพวกเราคิดจะกว้างล้างผู้ก่อการร้ายให้
หมดไปอยู่แล้ว ก็ต้องฉวยโอกาสนี้ล้างบางเบ็คลันด์ให้สะอาด
เอี่ยมไปพร้อมกัน เมืองหลวงไม่ควรมีบุคคลอันตรายมารวมตัว
กันเป็นจำนวนมากเฉกเช่นในปัจจุบัน” อากัสเห็นพ้อง
“ไม่มีใครเหมาะจะรับบทผู้ร้ายไปมากกว่าชุมนุมแสง
เหนืออีกแล้ว…เอาแบบนี้เป็นไง พวกเราใช้มันเป็นแพะรับ
บาปไปในช่วงแรกไปก่อน รอจนกระทั่งผ่านไปสักครึ่งปี เมื่อโล
เอ็นพร้อมเข้าสู่สงครามเต็มรูปแบบ ถึงตอนนั้น พวกเราจะแสร้ง
ทำเป็นเปิดเผยข้อมูลการสืบสวน โดยระบุว่าผู้บงการให้ชุมนุม
แสงเหนือลอบสังหารดยุคนีแกนคือรัฐบาลจักรวรรดิฟุซัค คงไม่
มีใครเคลือบแคลงความสัมพันธ์ระหว่างผู้ก่อการร้ายกับคน
เถื่อนแดนเหนือแน่…”
เอิร์ลฮอลล์เว้นวรรคเล็กน้อย
“ไม่คิดว่าจะนำมาต่อยอดได้ขนาดนี้…”
โดยไม่มีความเห็นเพิ่มเติม อากัส·นีแกนลุกขึ้นยืนพร้อม
กับขอตัว
“ผมต้องไปเข้าฝั่าบาทแล้ว”
เมื่อพูดจบ มันจ้องเอิร์ลฮอลล์
“คุณเองก็ควรห่วงความปลอดภัยไว้บ้าง พวกเรายังไม่
ทราบเจตนาแท้จริงของผู้อยู่เบื้องหลัง ฮึ่ม! ทางโบสถ์วายุ
สลาตันตัดสินใจเปลี่ยนตัวอาร์ชบิชอปประจำมุขมณฑลเบ็คลันด์
สักที! สเน็กไม่เคยมาทันช่วงเวลาสำคัญเลยสักครั้ง! สมกับเป็น
สาวกของวายุสลาตัน มีแต่พวกหุนหัน เจ้าอารมณ์ และถูก
คนร้ายจูงจมูกได้ง่าย!”
“อาจไม่เป็นแบบนั้นเสมอไป ยกตัวอย่างเช่นลัวมี่ เขา
ฉลาดเป็นกรด” เอิร์ลฮอลล์เผยรอยยิ้มจืดชืด มือข้างหนึ่งทำ
สัญลักษณ์สี่จุดบนหน้าอก สื่อถึงพระจันทร์แดง “ขอบคุณ
สำหรับคำเตือน แต่ผมมีเทพธิดาคอยคุ้มครอง”
…
สภานักสิทธิ์สนธยา…แต่ชื่อก็กินขาด…
เมื่อกลับถึงโลกความจริง ไคลน์ยืนขึ้นพร้อมกับกดชักโครก
ชายหนุ่มเปิดประตูออกจากห้องโดยปล่อยให้เสียงน้ำวนดัง
ตามหลัง สมองกำลังวิเคราะห์ข้อมูลใหม่ล่าสุด
มันเชื่อว่า สภานักสิทธิ์สนธยาคือองค์กรลับเก่าแก่ใน
ความหมายเดียวกับโรซายล์ องค์กรซึ่งถือครองศิลาเย้ยเทพแผ่น
ที่สองไว้ในมือ
การลงทุนจ้างใครสักคนให้ลอบสังหารดยุคนีแกนเพียงเพื่อ
สร้าง ‘ประวัติศาสตร์’ อาจฟังดูเป็นเรื่องเหลวไหล แต่
ขณะเดียวกันก็สมเหตุสมผลไม่น้อย… เปั้าหมายของพวกเขา
คือการคืนชีพพระผู้สร้างต้นกำเนิด? ทฤษฎีดังกล่าวสอดคล้อง
ประวัติศาสตร์ของเมืองเงินพิสุทธิ์มาก เดอะซันน้อยไม่เคยบอก
ว่าพระผู้สร้างต้นกำเนิดตายไปแล้ว มีเพียงการใช้คำว่าท่าน
‘ทอดทิ้ง’ ดินแดนไป เป็นเหตุให้ชาวเมืองเงินพิสุทธิ์ยังคง
พยายามติดต่อกับ ‘ท่าน’ ผ่านพิธีกรรมอย่างไม่ละความ
พยายาม…
ไคลน์เดินวนเวียนในห้อง ปล่อยสมองให้ล่องลอยอย่าง
อิสระ
ผ่านไปนานแค่ไหนไม่มีใครทราบ จนกระทั่งมันได้ยินเสียง
ใครบางคนเคาะประตู
ผู้มาเยือนมิใช่บริกรชายหรือสาวใช้ของสโมสรครักซ์ แต่เป็น
บุรุษสวมแว่น คาร์ลเซ่น หนึ่งในสมาชิกจิตแห่งจักรกล ไคลน์
เคยพบหน้ามาแล้วครั้งหนึ่งในบ้านของเจสัน
“คุณเข้ามาได้ยังไง?” ชายหนุ่มแสร้งถาม
เมื่อเห็นว่าไคลน์ยังอยู่ในห้อง คาร์ลเซ่นทำสีหน้าโล่งใจ มัน
มองไปรอบตัวหนึ่งหนเพื่อยืนยันว่าไม่มีใครอยู่ใกล้ ตามด้วยการ
ยิ้มกว้างและเริ่มอธิบายสถานการณ์
“ในฐานะผู้วิเศษ พวกเราย่อมมีวิธีพิเศษอยู่เสมอ”
หืม เขาคงได้รับข่าวจากอาวุโสไอคานส์ว่าผู้ปลดปล่อยแรง
กระหายเสียชีวิตแล้ว จึงแวะเข้ามาหาเราเพื่อยืนยัน
ตำแหน่ง…แต่ขณะเดียวกันก็หมายความว่า ‘กล’ ของเรา
แนบเนียนจนคนดูแยกไม่ออก ในเมื่อ ‘ร่างปลอม’ ในห้องน้ำ
ไม่ถูกเปิดโปง เราจึงกลายเป็นลูกแกะในสายตาคนรอบข้าง…
ไคลน์แสร้งขมวดคิ้ว
“ดูจากท่าทางของคุณ คงมีข่าวดีมาบอกผมใช่ไหม?”
“ถูกต้อง เจสัน·แพทริค·บีเลียลถูกฆ่าตายแล้ว คุณ
จึงปลอดภัยและไม่จำเป็นต้องได้รับการคุ้มครองจากพวกเรา
อีก” คาร์ลเซ่นอธิบายอย่างซื่อตรง
ท่าทาของอีกฝั่ายทำให้ไคลน์เริ่มตระหนักว่า โอสถใน
ร่างกายตนกำลังถูกย่อยด้วยความเร็วสูงผิดปรกติ
ชายหนุ่มทำหน้าประหลาดใจแกมโล่งอก
“แน่ใจแล้วใช่ไหม?”
“ไม่ผิดแน่” คาร์ลเซ่นยืนกราน
“เยี่ยมไปเลย!” ไคลน์โพล่งอย่างยินดี
คาร์ลเซ่นยังคงจ้องมองนักสืบหนุ่ม ก่อนจะกล่าวชมเชยด้วย
ใจจริง
“สัญชาตญาณนักสืบและความคิดเชิงตรรกะของคุณช่วย
พวกเราได้มาก ท่านอาวุโสระบุว่า หากคดีนี้สิ้นสุดลง คุณจะได้
รางวัลตอบแทนอย่างลับๆ เป็นเงินราวหนึ่งพันปอนด์”
หนึ่งพันปอนด์… ใจกว้างไม่เลว!
หืม แต่เมื่อลองเทียบกับทรัพย์สินของเจสัน ทั้งจากธนบัตร
และอัญมณี ตีราคาอย่างต่ำก็คงไม่ต่ำกว่าห้าหมื่นปอนด์ เงิน
จำนวนพันปอนด์มันออกจะ… ถ้าเราจำไม่ผิด มาดามแมรี ผู้
ถือหุ้นใหญ่ของบริษัทโคอิมและหนึ่งในคณะกรรมการมลพิษ
ทางอากาศแห่งชาติ ก็คงมีทรัพย์สินรวมกันประมาณห้าหมื่น
ปอนด์กระมัง…
แต่ต้องไม่ลืมว่า เจสันใช้กลอุบายบางอย่างล่อลวงผู้ขับขาน
แห่งเทพออกไป บางที่ หนึ่งในเหยื่อล่ออาจเป็นเงินก้อนใหญ่
และถ้าเป็นเช่นนั้น เจสันจะเหลือเงินติดตัวขณะหลบหนีราวสอง
หมื่นปอนด์ แต่ก็ยังมหาศาลเมื่อเทียบกับหนึ่งพันปอนด์อยู่ดี
ช่างน่าเศร้า… ไม่สิ เราจะคิดแบบนั้นก็ไม่ถูก ผู้สมรู้ร่วมคิดของ
เจสันอาจนำทรัพย์สมบัติทั้งหมดหนีไปพร้อมกันเพื่อความ
แนบเนียน…
ไคลน์ทั้งยินดีและผิดหวังในเวลาเดียวกัน
เมื่อได้ยินเกี่ยวกับรางวัล ชายหนุ่มเริ่มตระหนักอีกครั้งว่า
การแสดง ‘กล’ ของตนประสบความสำเร็จอย่างล้นหลาม
และเหลืออีกเพียงไม่กี่ก้าว โอสถก็จะถูกย่อยโดยสมบูรณ์
“เป็นงานของนักสืบอยู่แล้วครับ และยิ่งไปกว่านั้น
คนร้ายกำลังคุกคามชีวิตผม” ไคลน์ฉีกยิ้มกว้าง
มันไม่กังวลว่าจะถูกผู้สมรู้ร่วมคิดของเจสันกลับมาล้างแค้น
เพราะการแก้แค้นนักสืบเป็นเพียงกลอุบายของเจสันตั้งแต่แรก
แต่ถึงอีกฝั่ายจะคิดอาฆาตจริง ตอนนั้นตนคงกลายเป็นลำดับ 6
เรียบร้อยแล้ว
คาร์ลเซ่นใช้ปลายนิ้วขยับกรอบแว่น
“เชอร์ล็อก คุณเองก็เป็นสาวกของพระองค์เหมือนกันใช่
ไหม ทางเราต้องการสานสัมพันธ์อันดีด้วย ในอนาคต คุณ
สามารถปรึกษากับจิตแห่งจักรกลได้ทุกเรื่อง”
พวกเขาต้องการให้เราเป็นสายข่าวของจิตแห่งจักรกล
สินะ… ไม่เลว มีช่องทางให้เบิกค่าเสียหายเพิ่มอีกแล้ว…
ไคลน์วาดสัญลักษณ์สามเหลี่ยมกลางหน้าอกและรีบขานรับ
“ด้วยความยินดี!”
…
เมื่อเป็นอิสระจากจิตแห่งจักรกล ไคลน์พักอยู่ในสโมสรค
รักซ์ลากยาวจนถึงอาหารมื้อค่ำ จึงค่อยเช่ารถม้ากลับมายัง
อาคารหมายเลข 15 ถนนมินส์
ชายหนุ่มเปิดกล่องจดหมายตรวจสอบตามปรกติ และได้พบ
จดหมายฉบับใหม่ไม่ติดตราไปรษณียากร
มาจากนักสืบไอเซนการ์ด ถูกสอดไว้ในตู้จดหมายหลังจาก
แวะมาเยี่ยมแต่ไม่พบใครในช่วงเย็น มีใจความดังนี้ :
“…ผมได้ยินสมมติฐานอันยอดเยี่ยมของคุณจากจิตแห่ง
จักรกลแล้ว ความหลักแหลมและรอบคอบของคุณช่างน่ายก
ย่อง หากคุณยังไม่เป็นผู้วิเศษ ผมเชื่อเหลือเกินว่าเส้นทางนัก
อ่านจะเหมาะสมกับคุณอย่างมาก ผมไม่เคยเห็นคนหนุ่มคนใดมี
ทักษะการอนุมานในระดับอัจฉริยะเท่าคุณมาก่อน!”
…
ปัจจุบัน ไคลน์กำลังยืนท่ามกลางเครื่องเรือนในห้องรับแขก
สายตากวาดอ่านจดหมายของไอเซนการ์ดภายใต้แสงสว่างจาก
ตะเกียงแก๊ส
ในคราวนี้ ‘กล’ ของเราไม่ได้พิเศษไปกว่าครั้งอื่น ออกจะ
น้อยไปด้วยซ้ำ เป็นการวิเคราะห์และมอบคำแนะนำ ผนวกกับ
การเล่นละครตบตาอีกเล็กน้อย…เพียงแต่ว่า ‘กล’ ในคราว
นี้มีผู้ชมรู้เห็นเป็นจำนวนมาก และเกือบทั้งหมดก็อยู่ข้างกายเรา
พวกเขาสามารถมอบคำชมเชยและปรบมือให้ได้โดยตรง…
ไคลน์ยืนถือกระดาษจดหมายพลางตรึกตรองเรื่องราว
ทั้งหมดอย่างใจเย็น
ชายหนุ่มหลับตาลง ดื่มด่ำไปกับสัมผัสใหม่ภายในร่างกาย
อย่างอิ่มเอม คล้ายกับมีบางสิ่งกำลังกระจัดกระจายด้วย
ความรู้สึกซาบซ่าน ยิ่งเวลาผ่านไป ดวงดาวจำนวนมากก็ยิ่งผุด
ขึ้นภายในสมอง ไคลน์ไม่รู้สึกถึงแรงดึงดูดจากหมู่ดาราสุกสว่าง
รอบตัวอีกต่อไป
เดือน 12 ปี 1349
โอสถนักมายากลถูกย่อยโดยสมบูรณ์