ราชันเร้นลับ Lord of the Mysteries - บทที่ 429 แต่ละฝั่าย
เสาตะเกียงริมถนนยามค่ำคืนช่วยฉายแสงให้เห็นพื้นถนน
อันชุ่มฉ่ำ บางครั้งบางคราว น้ำในแอ่งจะสาดกระเซ็นจากกีบ
เท้าของรถม้าผ่านไปผ่านมา
เบ็คลันด์ตั้งอยู่ใจกลางอาณาจักรโลเอ็น ห่างจากทะเล
โซเนียเพียงไม่กี่สิบกิโลเมตร ส่งผลให้มีฝนชุกตลอดทั้งปี
อุณหภูมิสูงสุดในช่วงเดือนกรกฎาคมจะอยู่ราวยี่สิบแปดองศา
เซลเซียส และต่ำสุดในฤดูหนาวคือสององศาเซลเซียส ถึง
อุณหภูมิในเมืองจะลดต่ำกว่าศูนย์องศาไม่บ่อยครั้ง แต่ผู้คนก็มัก
ได้ลิ้มรสอากาศเย็นจัดเกินทานทนอยู่เสมอ แม้กระทั่งชาวเหนือ
จากจักรวรรดิฟุซัค ผู้เคยชินกับสภาพอากาศอันเต็มไปด้วย
น้ำแข็ง ในบางครั้งยังมิอาจทนต่อไอความเย็น ซึ่งทะลวงผ่าน
เสื้อผ้าอาภรณ์เข้ามากัดกร่อนจิตใจ
ไคลน์ยืนจ้องมองออกไปนอกมุขหน้าต่างอย่างเงียบงัน
ภายในห้องมิได้จุดเตาผิงให้ความอบอุ่น ชายหนุ่มกำลังดื่มด่ำไป
กับวิวทิวทัศน์อันปลอดโปร่งและสงบสุขด้านนอก ปล่อยให้
ความผ่อนคลายแผ่ซาบซ่านเข้าไปในร่างกาย หัวใจ และ
วิญญาณ
หากรวบรวมวัตถุดิบครบและปรุงโอสถสำเร็จเมื่อไร ไคลน์ก็
จะเลื่อนระดับกลายเป็นลำดับ 6 ผู้ไร้หน้า ในทันที่
โอสถนักมายากลถูกย่อยสมบูรณ์แล้ว…ผู้ปลดปล่อยแรง
กระหายถูกเราจัดการโดยไม่มีโอกาสหลบหนี… ชุมนุมแสง
เหนือยังคงตามหาเบาะแสของเดอะฟูลด้วยการพายเรือวนใน
อ่าง…นอกจากปัญหาการถูกตามล่าตัวของมิสเตอร์อะซิก
และปัญหาในการรวบรวมวัตถุดิบโอสถของเรา เรื่องอื่นนับว่า
ดำเนินไปในทิศทางเหมาะสม…เราคงไม่ต้องเผชิญกับปัญหา
ไปอีกสักพัก…
ไคลน์เอนตัวไปข้างหน้าพลางสูดลมหายใจยาวอย่างมี
ความสุข สายตาจ้องมองหมอกหนาทึบด้านนอกด้วยจิตใจผ่อง
ใส
สาเหตุให้ไคลน์ตัดสินใจเสี่ยงชีวิตลงไปจัดการกับผู้
ปลดปล่อยแรงกระหายด้วยตัวเอง เพราะมันกังวลว่าอีกฝั่ายจะ
หลบหนีพ้นจากเงื้อมมือหน่วยพิเศษจากทางการ และถ้าเป็น
เช่นนั้นจริง จะไม่มีใครสามารถรับประกันได้เลยว่า คนร้ายจะไม่
กลับมาแก้แค้นผู้มอบเบาะแสสำคัญอย่างนักสืบเชอร์ล็อก จริง
อยู่ มันอาจเป็นปีศาจเลือดเย็น สุขุม และไม่กล้าเสี่ยงชีวิตเพื่อ
แก้แค้นให้สัตว์เลี้ยง แต่การแก้แค้นให้ตัวเองนั้นเป็นคนละเรื่อง
โดยเฉพาะกับนักสืบผู้ออกความเห็นสำคัญจนมันเกือบถูกต้อน
จนมุม
ไม่ว่าจะมองมุมใด หากมีโอกาสปลิดชีพผู้ปลดปล่อยแรง
กระหาย เราก็ต้องลงมือโดยปราศจากความลังเล… ไม่แน่ว่า
อาจมีคนของสภานักสิทธิ์สนธยากำลังรอให้ความช่วยเหลือด้าน
การหลบหนีอยู่ และถ้าปีศาจตนนั้นรอดชีวิตไปได้อย่างไร
ร่องรอย ต่อให้ตัวเรากลายเป็นผู้ไร้หน้าและเตรียมรับมือกับ
ปีศาจลำดับ 5 อย่างรัดกุม แต่ก็ไม่มีสิ่งใดรับประกันว่า ผู้
ปลดปล่อยแรงกระหายจะไม่กลับมาแก้แค้นอีกครั้งในฐานะ
ปีศาจลำดับ 4! ไพ่ ‘ปีศาจ’ ต้องมีอำนาจช่วยให้ผู้ถือเลื่อน
ลำดับอย่างรวดเร็วแน่…แค่คิดก็น่าขนลุกแล้ว… โชคดีว่าเรา
เชือดมันทิ้งโดยไม่ลังเล
ไคลน์ไตร่ตรองการกระทำในช่วงบ่ายของตนอย่างถี่ถ้วน
ตามด้วยการสรุปผล และให้คะแนนตัวเองในใจ
หลังจากดื่มด่ำวิวทิวทัศน์ยามค่ำคืนสักพัก ชายหนุ่มกลับมา
นั่งลงบนโซฟาและวางแผนเกี่ยวกับอนาคต
ด้วยเงินรางวัลจากจิตแห่งจักรกล เราสามารถซื้อต่อมใต้
สมองกลายพันธุ์และเลือดของนักล่าพันหน้าได้ทันที่ ทางด้าน
เส้นผมของนากาทะเลลึก สิ่งนี้หาได้ไม่ยากถ้ามีเงินมากพอ ใน
ท้องทะเลย่อมมีอยู่มากมาย คงไม่เหลือบ่ากว่าแรงมิสเตอร์แฮง
แมนสักเท่าไร ดังนั้น ปัญหาใหญ่ในตอนนี้จึงเหลือเพียงตะกอน
พลังของเงามืดหนังมนุษย์…
ถึงจะมีเบาะแส แต่เราก็ไม่มีเงินซื้ออยู่ดี…
หลังจากคิดมาถึงจุดนี้ ไคลน์ทำได้เพียงเผยรอยยิ้มจืดชืด
เราไม่ได้หน้าเงินสักหน่อย ค่อนข้างปรกติด้วยซ้ำ สมัยยัง
อยู่ทิงเก็น เรามักยุให้เมลิสซ่าใช้จ่ายมากกว่าเดิม และยุให้เธอ
กับเบ็นสันยอมจ้างสาวใช้ประจำบ้าน เราเคยคิดมาตลอด ไม่ว่า
จะยากดีมีจนอย่างไร แต่มนุษย์ทุกคนก็ควรดูแลตัวเองใน
ระดับพื้นฐาน ไม่เพียงเท่านั้น ในทุกภารกิจเสี่ยงตาย เราหมั่น
เตือนตัวเองเสมอว่า ห้ามเห็นแก่เงินจนทำให้ชีวิตต้องตกอยู่ใน
อันตรายเด็ดขาด…
แต่เพื่อการแก้แค้น เราไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากการเลื่อน
ลำดับ และการเลื่อนลำดับจำเป็นต้องใช้เงินมาก ดังนั้น ส่วนใด
ประหยัดได้ก็ควรทำ และส่วนใดหาเพิ่มได้ให้รีบทำ…
ทันใดนั้น ร่างกายไคลน์พลันเกิดอาการหนาวสั่นโดยมิอาจ
ขัดขืน มันเริ่มตระหนักว่า สายลมเย็นเฉียบของเบ็คลันด์รุนแรง
ถึงขั้นทำให้นักมายากล ผู้ไม่ได้มีร่างกายแข็งแรงอะไรนัก ตกอยู่
ในอาการสั่นเทาเฉกเช่นปุถุชน
โดยไม่รีรอ ชายหนุ่มตัดสินใจอาบน้ำและคลานเข้าไปนอน
ใต้ผ้าห่มผืนหนา อ่านหนังสือฆ่าเวลาไปเรื่อยเปือยจนกว่าจะง่วง
ยังเหลือเวลาอีกสามถึงสี่ชั่วโมงก่อนจะถึงเวลานอนตาม
ปรกติ คงไม่ต้องสิ้นเปลืองโดยการจุดเตาผิงใหม่กระมัง…
ไคลน์ถอนหายใจ ลุกจากโซฟา และย่างกรายขึ้นไปยังชั้น
สอง
…
ใต้มหาวิหารไอน้ำ
หลังจากอ่านบันทึกภารกิจของช่วงบ่ายจบ ไอคานส์หยิบ
ถ้วยกาแฟขึ้นมาจิบ
บรรยากาศเงียบงันเข้าครอบงำสักพัก จนกระทั่งอาวุโสแห่ง
โบสถ์จักรกลไอน้ำ ทำการล้วงหยิบกระจกเงินนามอาโรเดสออก
มาวาง
คาร์ลเซ่นชำเลือง ก่อนจะซักถามอย่างระมัดระวัง
“ท่านอาวุโส หากผมถามท่านอาโรเดสผู้ยิ่งใหญ่เกี่ยวกับ
สมการคณิตศาสตร์ซึ่งยังไม่มีใครพิสูจน์ได้ หรือปัญหาเชาวน์
อย่างไก่กับไข่อะไรเกิดก่อนกัน ท่านอาโรเดสจะยอมบอก
คำตอบหรือไม่?”
“ส่วนมากมักไม่ตอบ และถ้าท่านอาโรเดสสัมผัสถึง
เจตนาไม่บริสุทธิ์ คุณอาจถูกฟั้าผ่ากลางวันแสก ๆ เอาได้
หรือไม่ก็คำสาปร้ายแรงชนิดขอตายยังดีเสียกว่า” ไอคานส์
ถอนหายใจ “ท่านอาโรเดสเป็นสมบัติปิดผนึกมีชีวิต ไม่ใช่
เครื่องจักรตอบคำถาม ท่านมีปัญญาลึกล้ำและรอบรู้กว่ามนุษย์
เรามาก ดังนั้น อย่าได้พยายามหาช่องโหว่จากท่านขณะใช้
งาน”
คาร์ลเซ่นมองไปรอบตัวซึ่งเต็มไปด้วยเพื่อนร่วมทีม พร้อม
กับเสนอแนะไอคานส์
“ท่านอาวุโส ให้ผมถามแทนไหม ผมไม่มีความลับใดต้อง
ปิดบัง”
มันเหยียดหลังตั้งตรงพลางกางแขนออกเป็นนัยว่าบริสุทธิ์ใจ
ไอคานส์ยิ้มแห้ง
“ไม่จำเป็น ทุกคนในนี้ต่างก็รู้ความลับของผมกัน
หมดแล้ว คำถามซ้ำเดิมไม่ได้ทำให้อับอายเพิ่มแต่อย่างใด แต่
ปัญหาคือ ในบางครั้งท่านอาโรเดสก็ตั้งคำถามเชิงปรัชญา หาก
ถูกลงโทษขึ้นมา ผมเกรงว่าสภาพร่างกายของคุณจะทนไม่
ไหว”
เมื่อกล่าวจบ ไอคานส์คลายกำปันขวาและใช้ปลายนิ้วถูผิว
กระจกอย่างแผ่วเบาสามครั้ง
ท่ามกลางบรรยากาศเงียบสงัด ไอคานส์เปล่งเสียงทุ้ม
“ถึงท่านอาโรเดสผู้ยิ่งใหญ่ กระผมต้องการทราบว่า ‘ใคร
หรือกลุ่มคนใด คือผู้อยู่เบื้องหลังภารกิจลอบสังหารดยุคนีแกน
ของผู้ปลดปล่อยแรงกระหาย’”
กระจกเงินไม่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่นาน จนกระทั่งผ่านไป
พักสัก ผิวกระจกจึงเริ่มส่องแสงกระเพื่อมในลักษณะคลื่นน้ำ
ฉากด้านในเริ่มฉายออกมาเป็นบางสิ่ง ลักษณะคล้ายกับ
ภาพวาดสีน้ำมัน
เป็นภาพของทุ่งกว้าง พระอาทิตย์กำลังลับขอบฟั้า ทุ่งหญ้า
ถูกปกคลุมด้วยแสงสีทองอร่ามอย่างงดงาม
“หมายความว่ายังไง…” คาร์ลเซ่นและสมาชิกทีมคน
อื่นต่างหันมองหน้ากันแต่ไม่มีใครพบคำตอบ ไม่เว้นแม้แต่
สมาชิกเส้นทางผู้ส่องความลับ ซึ่งมักโดดเด่นในด้านการตีความ
ผลทำนาย
“ยามสนธยา? หมายถึงจุดจบของทุกสรรพสิ่ง? องค์กร
ลับเกี่ยวกับมรณา? หรือพวกองค์กรเสียสติ เอาแต่เชื่อว่าวันสิ้น
โลกมีจริง?” ผู้ส่องความลับพยายามตีความอย่างสุดฝีมือ
คาร์ลเซ่นพยักหน้ารับ
“ผมคิดว่าอย่างหลังสุด”
ไอคานส์ไม่สนใจการถกเถียงของลูกทีม เพียงเพ่งสมาธิอ่าน
คำถามของอาโรเดส
“เจ้าชอบกางเกงในสีอะไร”
ใบหน้าไอคานส์พลันแดงก่ำ และถ้าทุกคนไม่ได้ตาฝาดไป
พวกมันมองเห็นควันจางลอยขึ้นจากศีรษะของอาวุโสแห่งโบสถ์
ไอคานส์พ่นคำตอบด้วยสีหน้าหนักใจ
“แดง”
บรรยากาศรอบห้องถูกความเงียบสงัดเข้าครอบงำจนไม่ต่าง
อะไรกับปั่าช้า คาร์ลเซ่นและสมาชิกคนอื่นต่างรีบเบือนหน้าหนี
แสร้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้อะไรทั้งนั้น
ไอคานส์ใช้มือสางเส้นผมแข็งกระด้างของตนด้วยสีหน้าอิด
โรย ขณะกำลังจะเริ่มถามข้อถัดไป คาร์ลเซ่นชิงพูดแทรก
“ท่านอาวุโส ผมขอลองสักข้อ”
“…ทำยังไงก็ได้ให้ไม่ต้องรับโทษ” ไอคานส์ไม่ห้าม
ปราม เพียงกำชับหนักแน่น
คาร์ลเซ่นเลียนแบบพฤติกรรมของอาวุโสด้วยสีหน้ามั่นอก
มั่นใจ ฝั่ามือลูบไล้ไปบนผิวโลหะเงินแผ่วเบาสามหน
ขณะเดียวกัน สมาชิกคนอื่นเริ่มกลับมามุงดูอีกครั้ง
“ถึงท่านอาโรเดสผู้ยิ่งใหญ่ กระผมอยากทราบว่า ‘ใคร
คือผู้สมรู้ร่วมคิดของผู้ปลดปล่อยแรงกระหาย’”
แสงวารีกระเพื่อมอีกครั้ง ฉากบนผิวกระจกเริ่มแปรเปลี่ยน
เผยให้เห็นแผ่นหลังของหญิงสาวคนหนึ่ง สัดส่วนของเธออยู่ใน
ระดับสมบูรณ์แบบ
ถัดมาเป็นภาพอันพร่ามัวและยากจะระบุตัวตนได้ชัดเจน
จากโครงสร้างทางร่างกายและเสื้อผ้า ทุกคนพอจะว่าเป็นมนุษย์
เพศชาย แต่ไม่มากไม่น้อยไปกว่านั้น
“มีผู้สมรู้ร่วมคิดคนอื่นอยู่จริง! ต้องเป็นคนปล่อยข่าวการ
เดินทางของท่านดยุคให้กับคนร้ายแน่! น่าเสียดาย ตอนนี้พวก
เราจับมือใครดมไม่ได้แล้ว…” เมื่อกล่าวจบ คาร์ลเซ่นมอง
ไปรอบตัวพร้อมกับรอยยิ้ม
มันมั่นใจว่าตนไม่มีความลับ จึงมิได้เป็นกังวลกับคำถามของ
กระจกวิเศษสักเท่าไร
ข้อความบนกระจกให้เลือกระหว่างคำถาม ภารกิจ และ
บทลงโทษ
โดยไม่ลังเล คาร์ลเซ่นยืนกราน
“คำถาม!”
ข้อความสีเลือดเริ่มก่อตัวเป็นประโยคคำถามอย่างรวดเร็ว :
“เจ้าชอบช่วยตัวเองด้วยมือข้างไหนมากกว่ากัน”
มุมปากคาร์ลเซ่นพลันกระตุก ใบหูแดงก่ำและร้อนผ่าวอย่าง
ชัดเจน
แม้ว่านี่จะเป็นเรื่องธรรมชาติของชายหนุ่ม แต่การต้องตอบ
คำถามต่อหน้าเพื่อนร่วมทีมชายหญิงและผู้บังคับบัญชา ย่อมทำ
ให้เกิดความรู้สึกกระอักกระอ่วนจนจะอยากใช้หัวมุดดินหนีให้รู้
แล้วรู้รอด
“ข…ขวา”
คำตอบช่างแผ่วเบาเหลือเกิน
…
ใต้มหาวิหารนักบุญแซมมัว
ดาลีย์ สตรีผู้ทาเครื่องสำอางตรงขอบตาและโหนกแก้มด้วย
สีฟั้าอมเขียว โยนปึกเอกสารลงตรงหน้า ‘ผู้ปลอบวิญญาณ’
โซสต์
“ข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับคดีไพ่ทาโรต์”
“ไม่น้อยไปหน่อยหรือ” โซสต์ซักถามประหลาดใจ
ดาลีย์เผยรอยยิ้ม
“นั่นแค่สารบัญ”
ขณะเดียวกัน เลียวนาร์ดเลื่อนถุงมือแดงข้างขวาขึ้นมาแตะ
ริมฝีปากล่าง
“หัวหน้าโซสต์ ทำไมถึงไม่ลองสืบหาว่า ผู้เกี่ยวข้องคนใด
ในคดีไพ่ทาโรต์ เคยติดต่อกับเจสัน·แพทริค·บีเลียล
มาแล้วบ้าง? ด้วยวิธีนี้ ผมเชื่อว่าพวกเราต้องพบเบาะแส
เกี่ยวกับองค์กรลับสัญลักษณ์ไพ่ทาโรต์แน่นอน”
“ดยุคนีแกนเป็นสาวกคนสำคัญของโบสถ์วายุสลาตัน
โดยเฉพาะด้านการเมือง ท่านออกหน้าในนามโบสถ์วายุสลาตัน
มาตลอด ปั่านนี้พวกทูตพิพากษาคงกำลังพลิกแผ่นดินตามล่าตัว
ผู้บงการอย่างบ้าคลั่ง พวกเราไม่ควรเข้าไปยุ่ง ไม่อย่างนั้นจะ
เกิดความขัดแย้งโดยไม่จำเป็น ปัจจุบันทำได้เพียงก้มหน้าสืบคดี
ไพ่ทาโรต์ต่อไป ใครจะไปรู้ พวกเราอาจได้พบเบาะแสน่าสนใจ
หลังจากนี้ก็ได้ อย่างไรก็ตาม มีโอกาสจะไม่พบความคืบหน้าใด
เลยเช่นกัน แต่ในฐานะถุงมือแดง สิ่งเหล่านี้คือชะตากรรมอันไม่
สามารถหลีกเลี่ยง” โซสต์อธิบายพลางยิ้มชืด
เลียวนาร์ดพยักหน้ารับ
“เข้าใจแล้วครับ”
พร้อมกันนั้น ลึกเข้าไปในหัวเลียวนาร์ด เสียงชรากำลัง
หัวเราะร่วนอย่างเย้ยหยัน
“เหยี่ยวราตรีพลาดโอกาสสาวถึงเบาะแสสำคัญไปเสียได้
บุคคลดังกล่าวมีกลิ่นอายของจักรพรรดิมืดอย่างเข้มข้น! กลิ่น
อายจักรพรรดิมืดตัวจริง!”
…
ภายในมหาวิหารวายุศักดิ์สิทธิ์
ผู้ขับขานแห่งเทพ เอส·สเน็ก สวมหมวกสีดำใบเล็ก ใช้
ดวงตาสีเทาสำรวจบุคลากรระดับหัวกะทิของทูตพิพากษา
“แม้ว่าผมจะต้องออกจากเบ็คลันด์และไม่มีสิทธิ์สั่งการ
พวกคุณ แต่นี่เป็นคำสั่งด่วนตรงจากสภาพระคาร์ดินัลแห่งโบสถ์
ภารกิจเดียวของทุกคนหลังจากนี้ คือการสืบหาข้อเท็จจริงให้ได้
ว่า ใครคือผู้บงการตัวจริงเบื้องหลังคดีลอบสังหารดยุคนีแกน
เมื่อสิ้นคำสั่ง พวกคุณทุกคนจะมีอำนาจในการนำสมบัติปิดผนึก
ระดับ 1 ไปใช้งานได้อย่างอิสระ ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องจับตัว
ผู้กระทำผิดมาลงโทษให้ได้!”
ในแถวหน้าสุด ชายวัยกลางคนผู้สวมหมวกกัปตันเรือ
ดัดแปลง ท่าทางคล้ายกับผู้นำเหล่าหัวกะทิ กำหมัดแน่นและ
กระแทกใส่หน้าอกตัวเองจนเกิดเสียงดัง
“น้อมรับบัญชา! เจ้าคุณท่าน!”
ร่างกายผอมเพรียว มัดกล้ามเนื้อแน่นไปทุกส่วน ไม่มีจุดใด
โดดเด่นเป็นพิเศษ นอกเสียจากรอยสักรูปสมอเรือบริเวณต้นคอ
…
เขตราชินี คฤหาสน์หรูของเคาต์ฮอลล์
ออเดรย์จ้องมองซูซี ผู้เปิดประตูห้องของเธออย่างชำนาญ
พลางกระซิบถามเสียงค่อย
“ท่านพ่อกำลังพูดถึงเรื่องใด”
เมื่อพบว่าบิดาของตนกลับถึงบ้านด้วยใบหน้าอึมครึม เด็ก
สาวรีบส่งซูซีเข้าไปแอบฟัง
“ดยุคนีแกนถูกลอบสังหารสำเร็จ” ซูซีใช้ขาหลังปิด
ประตูห้องอย่างคล่องแคล่ว
“เอ๋…?” ออเดรย์ถึงกับผงะ เธอรีบขมวดคิ้วคล้ายกับไม่
เชื่อหูตัวเอง
แม้ว่าเด็กสาวจะเคยอยู่ในเหตุการณ์ลอบสังหารดยุคนีแกน
หนแรก แต่ก็ไม่ได้คิดมาก่อนว่าชายคนนั้นจะเสียชีวิตไปแล้ว
“เป็นความจริง” ซูซียืนกราน
สมองออเดรย์พลันขาวโพลน เธอยังคงไม่อยากเชื่อว่านี่คือ
เรื่องจริง
ทำไมขุนนางทรงพลังระดับอาณาจักรถึง… ทำไมดยุคแสน
ใจดีผู้มอบดินแดนเกษตรกรรมส่วนหนึ่งให้ตน บุรุษอารมณ์ขันผู้
หัวเราะอย่างสนุกสนาน ถึงจากโลกนี้ไปอย่างกะทันหันนัก?
เด็กสาวกำลังลิ้มรสโลกอันโหดร้ายและเย็นชาของผู้ใหญ่
“ฝีมือใคร?” ออเดรย์รีบเค้นถาม
“ลำดับ 5 ปีศาจ” ซูซีมอบคำตอบ “แต่ถูกปิดปากด้วย
ฝีมือของผู้ถูกเรียกว่าจอมโจรวีรบุรุษจักรพรรดิมืด”
“เอ๋…?” ออเดรย์ออกอาการมึนงงอีกครั้ง
ทำไมถึงเป็นจอมโจรวีรบุรุษจักรพรรดิมืดไปได้? เขาคือผู้รับ
ใช้มิสเตอร์ฟูลไม่ใช่หรือ?
แถมยังเคยช่วยเราจัดการกับคีลิงเกอร์ ผู้พยายามลอบ
สังหารท่านดยุคในคราวก่อน!
ทำไมข้อมูลถึงได้ขัดแย้งกันนัก!
ออเดรย์รีบสั่งให้ซูซีกลับไปฟังเพิ่ม ส่วนตนรีบลงกลอน
ประตูห้องและนั่งบนขอบเตียง เตรียมสวดภาวนาถึงมิสเตอร์ฟูล
หลังจากเอ่ยพระนามเต็มอันศักดิ์สิทธิ์และอธิบาย
รายละเอียดคดีลอบสังหารดยุคนีแกนให้อีกฝั่ายฟัง เด็กสาว
ซักถามด้วยความเชื่อใจ
“ใช่ฝีมือผู้รับใช้ของท่านหรือไม่”
ผ่านไปสักพัก ออเดรย์มองเห็นสายหมอกสีเทาไร้ก้นบึ้งห้อม
ล้อมรอบตัว ตามด้วยเสียงทุ้มละมุนของเดอะฟูล
“ถูกต้อง เขากำลังสืบหาองค์กรเบื้องหลังผู้ปลดปล่อย
แรงกระหาย”
นึกแล้วเชียว! มิสเตอร์ฟูลมิได้เป็นผู้ชักใยการลอบสังหาร!
หรือว่าเหตุผลให้ท่านส่งผู้รับใช้มายับยั้งคีลิงเกอร์ในคราวก่อน ก็
เพราะมีองค์กรลับเดียวกันคอยชักใยอยู่เบื้องหลัง?
ออเดรย์เริ่มผ่อนคลาย ตามด้วยการซักถามอย่างร่าเริง
“องค์กรลับดังกล่าวชื่อว่าอะไรหรือคะ? ต้องไม่ธรรมดา
แน่ ถึงกับทำให้ท่านเกิดความสนใจได้”
ไม่กี่วินาทีถัดมา เดอะฟูลตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
เจือความเย็นชา
“สภานักสิทธิ์สนธยา”