ราชันเร้นลับ Lord of the Mysteries - บทที่ 436 ข้อเรียกร้องของไคลน์
เมื่อเห็นฟองสีขาวในแก้วเบียร์นันวีลล์ตรงหน้าเชอร์
ล็อก·โมเรียตี้ คาร์ลเซ่นพลันเข้าใจความนัยแฝง
ขณะบาร์เทนเดอร์กำลังเดินออกห่าง จิตแห่งจักรกลหนุ่ม
กระซิบถามเสียงแผ่ว
“คุณต้องการอะไร”
ไคลน์หยิบแก้วขึ้นมาจิบ ใช้เวลาราวสองสามวินาทีเพื่อ
หลับตาดื่มด่ำรสขมฝาดของมอลต์และรสหวานติดปลายลิ้น
“ชน!” ชายหนุ่มหันมามองคาร์ลเซ่นด้านข้างพร้อมกับยก
แก้วขึ้น มุมปากเผยรอยยิ้ม
โดยแทบไม่ต้องคิด คาร์ลเซ่นส่ายหัวและพึมพำในลำคอ
“ของคุณเป็นเบียร์ ส่วนของผมเป็นแอลกอฮอล์แรง คง
ไม่เหมาะจะชนกันสักเท่าไรกระมัง”
ไคลน์ทำได้เพียงชนแก้วกับอากาศ ก่อนจะชักมือกลับมาจิบ
ต่อและมองตรงไปข้างหน้า
“ความต้องการของผมไม่ซับซ้อน ผมไม่ทราบแน่ชัดว่าใน
สุสานมีสิ่งใดบ้าง จึงอธิบายได้อย่างคร่าวเท่านั้น… ผมต้องการ
สิทธิ์ในการเลือกวัตถุวิเศษภายในสุสานจำนวนหนึ่งชิ้น แน่นอน
ผมไม่ใช่คนโลภอะไร จึงไม่ขอเลือกวัตถุวิเศษลำดับสูงโดย
เด็ดขาด และคงไม่กล้าเลือกแม้ทางคุณจะเสนอมาให้ หากทาง
คุณไม่พบสิ่งใดเลย หรือพบแต่วัตถุวิเศษลำดับสูงทั้งหมด ผมจะ
ไม่ขอรับส่วนแบ่งจากการขุดค้น แต่ถึงผลลัพธ์จะออกมาเป็น
อย่างนั้น ผมชื่อว่าพวกคุณคงไม่ใจร้ายเกินไปนัก คงมีเงิน
สินน้ำใจเล็กน้อยตอบแทน”
เมื่อได้ยินข้อมูลเกี่ยวกับสุสานของตระกูลอามุนด์จากปาก
ชารอน ไคลน์วางแผนไว้อย่างคร่าวจำนวนสองตัวเลือก
ตัวเลือกแรก การเปั่านกหวีดทองแดงของมิสเตอร์อะซิก
และผนึกกำลังกันสำรวจสุสาน
อย่างไรก็ตาม แผนดังกล่าวมีอุปสรรคสำคัญอยู่หลายข้อ
หนึ่ง ไคลน์ยังไม่มั่นใจว่ามิสเตอร์อะซิก ผู้กำลังไล่ตามหาความ
ทรงจำของตัวเอง มีพลังอยู่ในระดับใดกันแน่ สอง มิสเตอร์อะ
ซิกกำลังถูก MI9 ตามล่าตัว การเรียกมาช่วยอาจทำให้ตนติด
ร่างแหไปด้วย สาม หากไคลน์ติดต่อกับมิสเตอร์อะซิกโดยตรง มี
โอกาสสูงมากในการถูกดึงเข้าไปพัวพันกับอิทธิพลของ ‘0-08’
อีกครั้ง จริงอยู่ ไคลน์สามารถอาศัยพลังของมิติสายหมอกเพื่อ
ขจัดการแทรกแซงได้ แต่ต้องไม่ลืมว่า การเปั่านกหวีดทองแดง
บนห้วงมิติจะไม่ทำให้ผู้ส่งสารของมิสเตอร์อะซิกปรากฏตัว
หมายความว่าแผนดังกล่าวล้มเหลวตั้งแต่ยังไม่เริ่ม
เหนือสิ่งอื่นใด ไคลน์ยังไม่กล้าเปิดเผยความลับของห้วงมิติ
เหนือสายหมอกเทากับมิสเตอร์อะซิก ผู้มีตัวตนเป็นปริศนาและ
จุดประสงค์ยังไม่ชัดเจน
ลงเอยด้วย มันตัดสินใจเลือกแผนสอง อาศัยการเป็นสาย
ข่าวให้จิตแห่งจักรกล แจ้งข้อมูลสำคัญโดยแลกกับสิทธิ์การ
เลือกหยิบของรางวัลหนึ่งชิ้น
และเมื่อกล่าวถึงผู้วิเศษลำดับสูง คงไม่มีขั้วอำนาจฝั่ายใด
เข้มแข็งและทรงพลังไปกว่าเจ็ดโบสถ์หลักอีกแล้ว
จากข้อมูลเก่าของไคลน์ โบสถ์รัตติกาลมีจำนวนผู้วิเศษ
ลำดับสูงใกล้เคียงสิบ หรือกล่าวได้ว่า จากบรรดาสิบสามอาร์ช
บิชอปและเก้าอาวุโสใหญ่ เกือบครึ่งหนึ่งคือผู้วิเศษลำดับสูงซึ่งมี
ลำดับตั้งแต่ 4 ขึ้นไป นี่ยังไม่รวมถึง ‘ผู้รับใช้’ ของเทพธิดา
โดยตรงอย่างสันตะปาปา บุคคลทรงอิทธิพลอันดับหนึ่งของ
โบสถ์รัตติกาล ณ เวลานี้
จริงอยู่ โบสถ์จักรกลไอน้ำจะยังด้อยกว่าเนื่องจากเพิ่งก่อตั้ง
แต่ไม่มีทางด้อยกว่ามากแน่นอน ไม่อย่างนั้นคงมิอาจรักษา
สถานภาพการเป็นโบสถ์หลักไว้ได้ และต้องไม่ลืมว่า อาร์ชบิช
อปแห่งโบสถ์จักรกลไอน้ำประจำมุขมณฑลเบ็คลันด์ ฮารา
มิค·ไฮเดิน ก็เป็นผู้วิเศษลำดับสูงเช่นกัน
ในฐานะโบสถ์หลักอันมีประวัติศาสตร์ยาวนาน พวกมันคง
ไม่ทำตัวตระหนี่กับวัตถุดิบหลักลำดับต่ำกว่า 4 เพียงหนึ่งชิ้นแน่
ไคลน์จึงเชื่อว่าข้อเสนอของตนเหมาะสมแล้ว
สรุปโดยสั้น ใจความสำคัญของตัวเลือกหมายเลขสองก็คือ :
ต้องนำข้อมูลไปบอกกับองค์กรลับใดก็ได้ ขอเพียงฝั่ายนั้นมี
พลังมากพอจะเคลียร์สุสานอามุนด์ โดยไม่เกี่ยงว่าข้างในจะมี
ระดับความยากสูงแค่ไหน!
เมื่อได้ยินข้อเสนอของไคลน์ คาร์ลเซ่นเงียบงันหลายวินาที
ก่อนจะหันมาถาม
“คุณเป็นสาวกของพระองค์ไม่ใช่หรือ”
ขอโทษด้วยสหาย แต่เทพธิดาจะอยู่ในใจฉันตลอดไป…
ไคลน์รำพันพลางทำสัญลักษณ์สามเหลี่ยมของโบสถ์จักรกลไอ
น้ำ
“เป็นเพราะผมศรัทธาในพระองค์ จึงไม่ได้นำเรื่องนี้ไป
บอกกับเหยี่ยวราตรีผ่านมิสเตอร์สแตนธอนแทน พระองค์กล่าว
ว่า ใครใคร่แข็งแกร่ง เชิญแข็งแกร่งตามใจชอบ ฉะนั้น ถ้าผม
แข็งแกร่งและร่ำรวยขึ้น การขยายแหล่งข้อมูลก็ไม่ใช่เรื่องยาก
และนั่นจะทำให้ผมมีข้อมูลสำคัญมารายงานกับจิตแห่งจักรกล
อย่างต่อเนื่อง”
เนื่องจากต้องการหลอกให้จิตแห่งจักรกลตายใจ ไคลน์จึง
ลงทุนสละเวลาช่วงเช้าเพื่ออ่าน ‘พระคัมภีร์แห่งจักรกลไอ
น้ำ’ ตลอดหลายวันผ่านมา เมื่อพบถ้อยคำน่าสนใจ มันจะจด
บันทึกไว้ในความทรงจำใน เผื่อมีโอกาสได้ใช้เข้าสักวัน เฉกเช่น
สถานการณ์ปัจจุบันเป็นต้น
คาร์ลเซ่นยังไม่มอบคำตอบ เพียงนั่งนิ่งด้วยสีหน้ามึนงง ลืม
แม้แต่จะดื่มเหล้า
ภาพดังกล่าวทำให้ไคลน์ตัดสินใจรีบเสริม
“ยิ่งไปกว่านั้น ทางคุณจะได้ชื่อเสียงด้านบวกมากมาย
เช่นการเป็นมิตรกับสายข่าวในสังกัด หากคุณเผยแพร่เรื่องราว
ของผมในคราวนี้ออกไป รับประกันได้เลยว่าสายข่าวของจิต
แห่งจักรกลทั่วเบ็คลันด์ต้องขยันทำงานขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าแน่
ต…แต่ถ้าคิดจะทำแบบนั้น อย่าลืมสมมติตัวละครใหม่มาแทน
ชื่อผมก็แล้วกัน”
คาร์ลเซ่นนั่งฟังด้วยสีหน้าสุดทึ่ง ก่อนจะหยิบแก้วเหล้า
ขึ้นมากระดกหนึ่งอึกใหญ่จนติดคอสำลัก
“แค่ก! เชอร์ล็อก ตัวจริงของคุณช่างแตกต่างจาก
ภาพลักษณ์ก่อนหน้านี้มาก” มันถอนหายใจยาว
นักสืบเชอร์ล็อกในความทรงจำของคาร์ลเซ่นคือ ชายผู้เป็น
เลิศด้านการวิเคราะห์และอนุมานหาผลลัพธ์ สุขุมเยือกเย็น
สุภาพถ่อมตน เปียมด้วยคุณธรรม โดยทุกคำแนะนำของเชอร์
ล็อกจะสร้างแรงกระเพื่อมใหญ่เสมอ นับเป็นสาวกของเทพ
จักรกลไอน้ำคนสำคัญ
แต่ปัจจุบัน อีกฝั่ายกลับ…
ไคลน์จิบเบียร์เย็นพลางหัวเราะ
“ทุกคนล้วนมีมุมลับของตัวเองเสมอ การใช้บุคลิกด้าน
เดียวเผชิญหน้ากับทุกเรื่องในชีวิตถือเป็นการตั้งอยู่บนความ
ประมาท โดยเฉพาะการอนุมานหาข้อเท็จจริงจากมุมมองอันคับ
แคบเพียงหนึ่งมุม”
เมื่อเริ่มใจเย็นลง คาร์ลเซ่นลุกยืนและหันมากล่าว
“ผมไม่มีอำนาจตัดสินใจเรื่องนี้ จะรีบไปรายงานให้เบื้อง
บนทราบ ช่วยนั่งรอสักพัก”
“ตกลง” ไคลน์โบกมือเรียกบาร์เทนเดอร์เพื่อสั่งมันบด
มากินเพิ่ม
เวลาล่วงเลยจนกระทั่งไคลน์ลิ้มรสอาหารและเบียร์จนอิ่ม
หนำ คาร์ลเซ่นเดินกลับเข้ามาในร้านพร้อมกับอาวุโสคนสำคัญ
ของจิตแห่งจักรกล ไอคานส์·เบอร์นาร์ด
ไอคานส์มองไปรอบตัว เมื่อไม่พบคนนอกจึงหันมากล่าวกับ
ไคลน์
“พวกเราไม่มีปัญหากับข้อเรียกร้องจากทางคุณ เพียงแต่
ต้องเพิ่มเงื่อนไขเข้าไปอีกเล็กน้อย คุณจะไม่มีสิทธิ์เลือกวัตถุ
วิเศษแฝงคำสาปหรือผลข้างเคียงร้ายแรงทุกชนิด”
เอ่อ ผมแค่จะเอาวัตถุดิบหลักโอสถ…
ชายหนุ่มยิ้มรับ
“ตกลง! ขอล่วงเกินถามสักนิดได้ไหม ผมอยากทราบว่า
คุณมีอำนาจตัดสินใจด้วยตัวเอง หรือปรึกษาเบื้องบนก่อนมอบ
คำตอบ”
“ถ้าเป็นเรื่องแค่นี้ ผมมีอำนาจ” ไอคานส์กดหมวกลง
เพื่อให้หมวกช่วงปิดบังเส้นผมแข็งกระด้างและไม่เป็นทรง
“แต่เนื่องจากรายละเอียดเกี่ยวพันกับสุสานของตระกูล
จากยุคสมัยที่สี่ผมจึงตัดสินใจส่งโทรเลขไปปรึกษากับท่านอาร์ช
บิชอปก่อน และท่านก็มิได้คัดค้าน”
“เข้าใจแล้ว” ไคลน์วาดสัญลักษณ์สามเหลี่ยมบน
หน้าอกอีกครั้ง “ผมเริ่มเล่ารายละเอียดได้เลยใช่ไหม”
ไอคานส์ส่ายหัว
มันมองรอบตัวและชี้ไปทางห้องบิลเลียด
“คุยกันในนั้น”
หืม อาวุโสคนนี้ ถึงจะถูกกระจกวิเศษอาโรเดสกลั่นแกล้งให้
อับอายบ่อยครั้ง แต่ความจริงแล้วมีประสบการณ์พอตัว…
ไคลน์พึมพำพลางเดินตามไอคานส์กับคาร์ลเซ่นเข้าไปใน
ห้องบิลเลียด โดยก่อนอื่น ทั้งสามช่วยกันยืนยันจนแน่ใจว่าไม่มี
ใครอยู่ในห้องข้างเคียง
ไคลน์ก้มหน้าตรึกตรองสักพักเพื่อเรียบเรียงคำพูด
“เรื่องราวเริ่มมาจาก ผู้วิเศษกลุ่มหนึ่งบังเอิญพบสุสานลับ
ตรงทางแยกปากแม่น้ำสตาร์ฟอร์ดในเมืองผาขาวเข้า จึงทำการ
สำรวจรอบนอกและพบวัตถุโบราณบางชนิด หลังจากนั้น พวก
เขาได้รวบรวมกลุ่มผู้วิเศษแข็งแกร่งจำนวนหนึ่งเพื่อเข้าไป
สำรวจด้านในสุสาน แต่กลับไม่มีใครได้ออกมาแบบมีลมหายใจ
หากพวกคุณเข้าไปสำรวจภายหลัง คงได้พบเบาะแสของ
เหตุการณ์ดังกล่าวแน่”
ไอคานส์ซักถาม
“แล้วคุณมั่นใจได้อย่างไรว่า สุสานดังกล่าวเป็นของ
ตระกูลขุนนางจากยุคสมัยที่สี่”
“วัตถุโบราณจากการสำรวจรอบนอกสุสานได้รับการ
ยืนยันจากผู้เชี่ยวชาญว่าเป็นของตระกูลอามุนด์แห่งราชวงศ์
ทูดอร์” ไคลน์เล่าทุกอย่างตามความจริง พร้อมด้วยคำเตือน
“ผู้วิเศษทีมสำรวจไม่ใช่พวกไก่อ่อน มีหลายคนค่อนข้าง
แข็งแกร่ง ผมประเมินว่าสุสานดังกล่าวไม่ปลอดภัยนอกเสียจาก
จะมีผู้วิเศษลำดับสูงเข้าร่วมทีม”
“อามุนด์…” ไอคานส์ขมวดคิ้วพร้อมกับทวนคำใน
ลำคอ
ค่อนข้างแน่ชัดแล้วว่า บุคลากรระดับอาวุโสของโบสถ์จิต
แห่งจักรกล มีสิทธิ์เข้าถึงข้อมูลสำคัญทางประวัติศาสตร์
โดยไม่รอให้ไคลน์เน้นย้ำ มันเงยหน้าขึ้น
“พวกเราจะรวบรวมข้อมูลก่อนลงมือ แล้วก็ สุสาน
ตระกูลขุนนางจากยุคสมัยที่สี่นั้นเต็มไปด้วยอันตราย คุณห้าม
บอกเรื่องนี้กับใครหรือเข้าไปสำรวจด้วยตัวเองเด็ดขาด
ไม่อย่างนั้นจะมีเพียงความตายรออยู่”
ถ้าผมกล้า คงไม่มานั่งบอกพวกคุณเช่นนี้…
ไคลน์ตัดพ้อติดตลก ก่อนจะกล่าว
“ไว้ใจผมได้”
เมื่อการเจรจาได้ข้อยุติ ไอคานส์กับคาร์ลเซ่นเดินออกจาก
ผับดวงเฮงทันที่ ส่วนไคลน์หยิบหมวกขึ้นมาสวมและลุกยืน
เตรียมเดินตามออกไป
ต่อหน้าสุสานขุนนางจากยุคสมัยที่สี่โดยเฉพาะตระกูลเย้ย
เทพอย่างอามุนด์ จิตแห่งจักรกลไม่มีทางผลีผลามแน่ คงต้อง
ตรวจสอบอีกหลายวันจึงค่อยเริ่มลงมือ…
ระมัดระวังตัวดีมาก…
ทันใดนั้น ไคลน์เริ่มเอะใจกับวลีของตัวเอง
มันย้อนนึกถึง ‘ความระมัดระวัง’ จนเกินพอดีได้อีกหนึ่ง
เรื่อง
หลังจากโรซายล์เข้าร่วมกับองค์กรลับเก่าแก่ซึ่งถูก
สันนิษฐานว่าเป็นสภานักสิทธิ์สนธยา มันไม่เคยเขียนชื่อของ
องค์กรดังกล่าวเป็นลายลักษณ์อักษรเลยสักครั้ง ไม่แม้แต่ใน
ภาษาจีนกลางของไดอารี มีเพียงคำอธิบายอย่างกว้างถึงความ
ลึกลับและเก่าแก่เท่านั้น
เป็นความระมัดระวังจนผิดวิสัย…!
ทำไมโรซายล์ถึงไม่กล้าเขียนชื่อองค์กรลับดังกล่าว? ไม่
แม้แต่ในภาษาจีน แตกต่างจากอุปนิสัยนักระบายของเขามาก
เพราะแต่ไหนแต่ไร โรซายล์ไม่เคยเกรงกลัวการเขียนสิ่งใดลงได
อารีมาก่อน… เขากำลังกลัวอะไร หรือกังวลเกี่ยวกับเรื่อง
ไหน?
หรือกำลังจะบอกว่า หากถ้อยคำ ‘สภานักสิทธิ์สนธยา’
ถูกเขียนเป็นลายลักษณ์อักษรเมื่อใด องค์กรดังกล่าวจะ
ตระหนักถึงผู้เขียนได้ทันทีโดยไม่เกี่ยงภาษา? สุดยอดพลังเช่นนี้
เป็นของสมาชิกชุมนุม หรือว่าเป็นของสมบัติปิดผนึกระดับสูง?
ไคลน์ผุดสมมติฐาน แต่ก็ไม่มีหลักฐานมากพอจะยืนยัน และ
ไม่คิดเสี่ยงพิสูจน์ด้วยตัวเองเช่นกัน
คงต้องสมมติให้เป็นความจริงไปก่อน กันไว้ย่อมดีกว่าแก้
เพราะจากเหตุการณ์สื่อวิญญาณกับผู้ปลดปล่อยแรงกระหาย
รวมถึงการเล่าให้มิสจัสติสฟัง ทั้งสองครั้งล้วนกระทำบนห้วงมิติ
เหนือสายหมอกเทา… ใกล้จะถึงวันจันทร์พอดี ต้องรีบห้ามมิ
ให้มิสจัสติสและสมาชิกชุมนุมทาโรต์คนอื่นเขียนชื่อสภานักสิทธิ์
สนธยาส่งเดช ส่วนเหตุผล เธอคงคิดได้เองเพียงแค่เราจ้องมอง
อย่างเงียบงัน…
ไคลน์เริ่มวางแผนในใจขณะเดินออกจากผับดวงเฮง
เมื่อเห็นว่ายังเป็นช่วงสาย ชายหนุ่มโดยสารรถม้าไปยัง
สโมสรครักซ์ เจตนาเพื่อผลาญเวลาช่วงบ่ายอย่างผ่อนคลาย
หลังจากเข้าไปในห้องโถงหลัก ไคลน์ได้พบกับครูสอนขี่ม้า
ชนชั้นสูง ทาลิม·ดูมงต์
ทายาทอดีตขุนนางรายนี้กำลังถือแก้วไวน์บรรจุของเหลวสี
แดงเลือด ใบหน้าเมามายพลางกระดกแอลกอฮอล์ถี่
“ทาลิม กำลังอารมณ์ดีอยู่หรือ” ไคลน์ยิ้มทักทาย
ทาลิมคิกคักในลำคอ
“เพราะปีใหม่ใกล้เข้ามาแล้ว”
จากนั้น มันหันมาถามด้วยน้ำเสียงเจือความตื่นเต้น
“เชอร์ล็อก คุณเคยตกหลุมรักใครสักคนจนโลกทั้งใบ
กลายเป็นสีชมพูบ้างไหม”
“…” ไคลน์ยิ้มแห้ง
“ขอโทษด้วย แต่ผมยังโสด”
ทาลิมกระดกไวน์รวดเดียวหมดแก้วและลุกยืนโบกไม้โบก
มือ
“น่าเสียดาย ช่างมันเถอะ ขอตัวก่อน”
“จริงสิ ต้องขอบคุณสำหรับการแนะนำมิสเตอร์ฟามี่·
เคจให้ผมรู้จัก” ไคลน์หวนนึกถึงนักลงทุนหุ้นบริษัทจักรยาน
คนใหม่ และตระหนักว่าตนยังไม่ได้ขอบคุณทาลิม “คุณจะว่าง
ตอนไหนบ้าง ผมอยากให้คุณพาไปชิมอาหารรสเด็ดประจำเบ็ค
ลันด์สักร้าน”
“หลังปีใหม่” ทาลิมสวมหมวกและส่งยิ้มให้ไคลน์ ก่อน
จะเร่งฝีเท้าเดินไปทางโถงหลักของอาคาร
หมอนั่นคิดว่าตัวเองกำลังอยู่ในห้วงความรักของวัยรุ่นหรือ
ไง?
ไคลน์พึมพำพลางส่ายหัว
แต่หลังจากหันหลังกลับและเดินไปเพียงไม่กี่ก้าว ชายหนุ่ม
พลันได้ยินเสียง ‘ตุ้บ’ อันหนักแน่น
ไคลน์รีบสะบัดหน้ากลับไปมองตามต้นเสียง และได้พบทา
ลิม·ดูมงต์กำลังนอนแผ่บนพื้นในสภาพหงายท้อง มือซ้ายบีบ
กำบริเวณหัวใจแน่น ร่างกายสั่นกระตุกตลอดเวลา
บ้าน่า…! ไคลน์เร่งฝีเท้า
ทันใดนั้น มุมปากทาลิมเริ่มผุดฟองน้ำลายสีขาวขุ่น ลม
หายใจขาดห้วงกะทันหัน
ไม่กีวินาทีถัดมา ฺทาลิม ดูมงต์ได้กลายเป็นศพเย็นชืดโดย สมบูรณ์