ราชันเร้นลับ Lord of the Mysteries - บทที่ 437 แจ้งมรณะ
จริงอยู่ นี่อาจไม่ใช่ครั้งแรกของไคลน์ กับการได้เห็นคนรู้จัก
เสียชีวิตไปต่อหน้าต่อตา แต่เหตุการณ์ในหนเกิดขึ้นอย่างปุบปับ
และไม่ได้อยู่ในสภาพแวดล้อมสุ่มเสี่ยงจะเป็นอันตราย
สีหน้าของทาลิม·ดูมงต์ขณะถามว่าไคลน์เคยมีความรัก
หรือไม่ บ่งบอกอย่างชัดเจนว่าอีกฝั่ายกำลังเก็บซ่อนความ
ตื่นเต้นเจือความโอ้อวดไว้เล็กน้อย แต่ด้วยเหตุผลบางประการ
ทาลิมยังไม่สามารถเล่ารายละเอียดความรักของตนให้ไคลน์ฟัง
ได้
เร็วเกินไป…อาการปั่วยทั่วไปไม่มีทางทำให้คนเสียชีวิต
กะทันหันแบบนี้แน่!
สีหน้าไคลน์พลันอึมครึม และตามสัญชาตญาณ ชายหนุ่ม
รีบกระทบกรามซ้ายสองหนเพื่อเปิดเนตรวิญญาณ
หลังจากคุกเข่าลงหนึ่งข้าง ไคลน์พบว่าสีออร่าอารมณ์ของ
ทาลิม·ดูมงต์กำลังเลือนหายไปอย่างรวดเร็ว
ยิ่งไปกว่านั้น รอบหัวใจทาลิมมีควันสีดำกำลังขดเป็นเกลียว
ล้อมรอบ ลักษณะคล้ายอสรพิษมีชีวิต ยิ่งเวลาผ่านไป ควันดำก็
ยิ่งจางหายจนแทบไม่หลงเหลือร่องรอย
พลังพิเศษประเภทคำสาป?
ไคลน์ตั้งสมมติฐานแรก
ปัจจุบัน ทั้งบริกรชายกั๊กแดงและสาวใช้ในชุดขาวดำต่างกรู
เข้ามาล้อมดูสถานการณ์ พวกมันยืนจ้องร่างไร้วิญญาณของ
ทาลิมด้วยสีหน้าหวาดผวา มุมปากศพมีคราบน้ำสายฟองขาว
ดวงตาศพเบิกโพลงจนตาดำหดลีบ
ไคลน์เลื่อนมือปิดเปลือกตาทาลิมและหันไปออกคำสั่งด้วย
น้ำเสียงขึงขัง
“รีบไปยังสถานีตำรวจและแจ้งว่ามีผู้เสียชีวิตในสโมสร!”
“ข…เข้าใจแล้วครับ มิสเตอร์โมเรียตี้!” เมื่อฟังจบ
บริกรชายกั๊กแดงรีบหันหลังวิ่งออกไปนอกตัวอาคารเต็มฝีเท้า
มันตื่นตระหนกจนลืมหยิบเสื้อโค้ทติดตัวไปด้วย
ท่ามกลางสายตาจากคนมุงดูจำนวนหนึ่ง ชายหนุ่มไม่เล่น
ตุกติกด้วยการล้วงตรวจสอบสัมภาระของทาลิม หรือไม่ได้ดึง
กระจุกเส้นผมออกมาเพื่อใช้ทำนายภายหลัง
ปัจจุบัน ชื่อเสียงของนักสืบเชอร์ล็อกค่อนข้างโด่งดัง จึงไม่
จำเป็นต้องทำตัวเป็นวีรบุรุษลับและไล่จับคนร้ายด้วยตัวเอง ใน
ฐานะสายข่าวของจิตแห่งจักรกล มันสามารถรายงานข้อมูล
เบื้องต้นเพื่อให้คดีคืบหน้าเร็วกว่าปรกติ
เมื่อหวนนึกถึงช่วงเวลาขณะเล่นไพ่ด้วยกันกับทาลิม การ
แนะนำลูกค้าให้กับตน และเรื่องราวความรักต้องห้ามซึ่งยังเป็น
ปริศนา ไคลน์ถอนหายใจยาวด้วยสีหน้าสุดเจ็บแปลบ
ใครฆ่าทาลิม…
ทาลิมไปล่วงเกินผู้วิเศษคนใด หรือผู้เชี่ยวชาญคำสาปคนใด
เข้า?
หากประเมินจากอารมณ์ในวันนี้ ทาลิมค่อนข้างมีความสุข
ไม่แสดงออกถึงอาการหวาดกลัว ไม่มีสัญญาณการล่วงเกิน
บุคคลทรงอิทธิพลของอาณาจักร…
คำถามแล้วคำถามเล่าผุดขึ้นในหัวไคลน์อย่างต่อเนื่อง แต่
เป็นเพราะมันมิได้รู้จักอีกฝั่ายมากพอ จึงขาดเมล็ดพันธุ์ในการ
บ่มเฉพาะแรงบันดาลใจและแนวคิด
เมื่อตำรวจมาถึง ชายหนุ่มถูกสอบปากคำเป็นเวลานานใน
ฐานะพยานปากเอก
ไคลน์ไม่ได้ขยับตัวไปไหนเลยจนกระทั่งระเบียบขั้นตอนอัน
วุ่นวายจบลง ถัดจากนั้น มันรีบออกจากเขตฮิลสตันและตรงไป
ยังผับดวงเฮงในเขตสะพานเบ็คลันด์ทันที่
คาร์ลเซ่นยังคงนั่งดื่มตามลำพัง จุดแตกต่างเดียวก็คือ คราว
นี้มิใช่เหล้ากลั่นตัวแรงเหมือนตอนแรก แต่เป็นของเหลวสีทอง
ซึ่งถูกบ่มจากมอลต์ถูกภาพสูง ครึ่งบนของแก้วเบียร์มีฟองสีขาว
กำลังเชื้อเชิญให้ดื่ม
ไคลน์ยกมือขวาปิดปากพร้อมกับเดินแหวกฝูงชนเข้าไปทาง
บาร์ ตามด้วยการใช้มือเคาะโต๊ะส่งสัญญาณ
“คุณถูกจ้างให้มานั่งดื่มทั้งวันรึไง”
คาร์ลเซ่นพลันสะดุ้งเฮือก ก่อนจะผ่อนคลายลงเมื่อหัน
กลับมาเห็นนักสืบเชอร์ล็อก
“คุณนี่เอง… คราวนี้มีอะไรอีก”
ท่าทีตอบสนองแบบนี้ คิดถึงชะมัด…
ไคลน์ถอนหายใจเงียบ
“มีคดีเกี่ยวกับผู้วิเศษ”
คาร์ลเซ่นมองไปรอบตัวและพบว่าผับดวงเฮงกำลังคลาคล่ำ
ไปด้วยผู้คน บ้างแหกปากโวยวายระหว่างวงเหล้า บ้างส่งเสียง
เชียร์คู่มวยบนสังเวียน
“ตามผมมา เล่นบิลเลียดกันสักเกม” คาร์ลเซ่นขยับ
กรอบแว่นหนาพร้อมกับถือแก้วเบียร์เดินไปทางห้องบิลเลียด
ว่าง
ไคลน์เดินตามเข้าไปและปิดประตูตามหลัง
“คุณดื่มเก่งเหมือนกันนะ” ชายหนุ่มกล่าวหยั่งเชิง
“เปล่า แค่ดื่มให้ช้าเข้าไว้” คาร์ลเซ่นถอดแว่นออกและ
เดินไปหยิบไม้คิว
จากนั้นก็เล่าด้วยสีหน้าซับซ้อน
“ช่วงนี้กำลังเหงาด้วย”
ฉันไม่ได้อยากรู้…
ไคลน์เม้มปากพลางเล่าเหตุการณ์
“ผมได้เป็นพยานในคดีการตายภายในสโมสรครักซ์ เขต
ฮิลสตัน ผู้ตายเป็นเพื่อนของผม มาจากตระกูลขุนนางเก่า
ปัจจุบันทำงานเป็นครูสอนขี่ม้าให้ชนชั้นสูง สุขภาพของเขา
สมบูรณ์แข็งแรง อารมณ์ก่อนเสียชีวิตค่อนข้างร่าเริง แต่จู่ๆ ก็
ล้มลงและเสียชีวิตต่อหน้าผม มองผิวเผินคล้ายกับอาการหัวใจ
วายกะทันหัน แต่เนตรวิญญาณของผมระบุว่าเขาตายจากคำ
สาป”
“คุณเชี่ยวชาญเนตรวิญญาณด้วยหรือ” คาร์ลเซนถาม
หยั่งเชิงบ้าง
ให้ตายสิ มิสเตอร์สแตนธอนไปโกหกเอาไว้แบบไหนกัน?
หลังจากกลายเป็นสายข่าวให้จิตแห่งจักรกล พวกเขาก็ไม่เคย
ถามถึงเส้นทางหรือพลังของเราเลยสักครั้ง ไม่แม้กระทั่งลำดับ
ไม่มีการถามถึงปูมหลังหรือบ้านเกิด…
แต่การปล่อยให้สายข่าวเก็บความลับบางอย่างไว้ ก็ถือเป็น
กลยุทธ์สำคัญในการซื้อใจเช่นกัน…
ไคลน์ตอบกลับโดยไม่ปิดบัง
“ถูกต้อง บริเวณหน้าอกของเขามีร่องรอยของควันมายา
สีดำ แฝงกลิ่นอายความผุกร่อนในปริมาณเข้มข้น”
“มีโอกาสเป็นคำสาปของผู้วิเศษ” คาร์ลเซ่นไม่ซักถาม
ต่อ เพียงพยักหน้าแผ่วเบา “เขตฮิลสตัน…อยู่ในความดูแล
ของพวกเรา”
เขตตะวันตกเฉียงเหนือซึ่งใกล้กับใจกลางความเจริญของ
กรุงเบ็คลันด์ รวมถึงเขตราชินีและเขตเชอร์วู้ด จะอยู่ในอำนาจ
การดูแลของหน่วยทูตพิพากษา ส่วนเขตตะวันออกและเขต
เหนือจะอยู่ในความดูแลของเหยี่ยวราตรี และเขตฮิลสตันกับ
เขตสะพานเบ็คลันด์จะอยู่ในความดูแลของจิตแห่งจักรกล
หลังจากกล่าวประโยคเมื่อครู่ คาร์ลเซ่นจ้องไคลน์และ
ซักถามเพิ่มเติม
“ผู้ตายนับถือศาสนาใด”
ชายหนุ่มก้มหน้าตรึกตรองสองสามวินาที่ จึงค่อยมอบ
คำตอบ
“วายุสลาตัน”
“สาวกโบสถ์วายุสลาตัน… เขาเป็นผู้เสียชีวิตเพียงคน
เดียวหรือ” คาร์ลเซ่นขมวดคิ้ว
“ใช่” ไคลน์ยืนกรานหนักแน่น
เมื่อได้ยินเช่นนั้น คาร์ลเซ่นฝนหัวไม้คิวพลางถอนหายใจ
ยาว
“พวกเราไม่มีอำนาจในคดีนี้ ต้องปล่อยให้ทูตพิพากษา
จัดการเอาเอง แต่ผมจะช่วยนำข้อมูลของคุณไปบอกพวกเขา
ให้”
ในอาณาจักรโลเอ็น การตัดสินว่าคดีเหนือธรรมชาติควรถูก
ส่งต่อไปยังหน่วยใดนั้น อันดับแรกจะพิจารณาจากศาสนาของ
เหยื่อ แต่ถ้ามีเหยื่อหลายราย ลำดับถัดมาจะเป็นการพิจารณา
จากขอบเขตการดูแล
สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับไคลน์ และชายหนุ่มไม่มี
เจตนาจะทำให้คาร์ลเซ่นหนักใจหรือเดือดร้อน จึงกล่าวออกไป
ตามตรง
“ขอบคุณมาก หวังว่าพวกเขาจะจับตัวคนร้ายได้
โดยเร็ว”
คาร์ลเซ่นหยิบแก้วเบียร์ขึ้นมาจิบ
“ถ้าเป็นทายาทอดีตขุนนาง รับประกันได้เลยว่าทูต
พิพากษาทำงานเต็มฝีมือแน่”
มันเว้นวรรค ตามด้วยการหันมาจ้องไคลน์และกล่าวเสียง
ทุ้ม
“ผมไม่อยากจะเชื่อเลยว่าคุณเพิ่งย้ายมาอยู่เบ็คลันด์ได้
เพียงสามเดือน คุณมีสายสัมพันธ์กับผู้คนกว้างขวาง แถมยังมี
แหล่งข้อมูลในมือมากมาย”
“คนบางคนก็เกิดมาเพื่อสิ่งนี้” ไคลน์ส่ายศีรษะแผ่วเบา
พลางยิ้มจืดชืด ปิดท้ายด้วยการโบกมืออำลาอีกฝั่าย
เมื่อกลับถึงถนนมินส์ ท้องฟั้าด้านบนมีบรรยากาศมืดสนิท
แสงไฟแหล่งเดียวมาจากเสาตะเกียงแก๊สวางเรียงรายริมถนน
ทุกต้นถูกจุดโดยคนงานของเทศบาล
แม้ว่ามันจะไม่ได้สนิทสนมกับทาลิมมากนัก แต่อีกฝั่ายก็
เป็นเพื่อน เป็นคนรู้จัก ได้พบหน้ากันราวสัปดาห์ละครั้ง และ
เป็นเพื่อนในวงไพ่เพียงไม่กี่คนของไคลน์ ทาลิมมักต้อนรับทุก
คนอย่างอบอุ่น คอยบอกใครต่อใครถึงความยอดเยี่ยมของ
นักสืบเชอร์ล็อก ช่วยแนะนำลูกค้าคนสำคัญอย่างไมค์ ช่วย
แนะนำนักลงทุนอย่างมิสเตอร์ฟามี่ในจังหวะเหมาะเจาะ
การจากไปของทาลิมย่อมทำให้ไคลน์โศกเศร้าและใจหาย
ขณะเดียวกันก็รู้สึกสิ้นหวังท้อแท้ต่อความโหดร้ายของโชคชะตา
นอกเหนือจากนั้นยังมีอารมณ์โกรธ ไคลน์โกรธแค้นผู้อยู่
เบื้องหลังการสาปแช่งทาลิมจนถึงแก่ความตาย
ขอให้จับตัวคนร้ายได้โดยเร็ว ขอให้กำลังคนของทูต
พิพากษายังไม่หมดไปกับการสืบคดีดยุคนีแกน…
ไคลน์ถอนหายใจยาว ตามด้วยการลงจากรถม้าและเดินมุ่ง
หน้ากลับบ้าน
ระหว่างทาง มันพบว่าบ้านหลังติดกัน บ้านครอบครัวซา
เมอร์ กำลังปิดไฟมืดสนิท
ไปอ่าวเดซีกันหมดแล้วสินะ… นี่คงเป็นบรรยากาศปรกติ
ของเบ็คลันด์กระมัง? แต่เราไม่ได้รู้สึกแบบนั้นเลยสักนิด…
ไคลน์รำพันห่อเหี่ยว
มันเข้านอนด้วยอารมณ์ดังกล่าวจนกระทั่งถึงเจ็ดโมงเช้า
ของอีกวัน
ในการจะปรับเปลี่ยนอารมณ์ ไคลน์ตัดสินใจอบเค้กอย่าง
ง่ายเพื่อกินเอง
“ค่อยออกไปซื้อวัตถุดิบหลังจากกินอาหารเสร็จเช้าก็แล้ว
กัน” มันพึมพำพลางดื่มนมไปพร้อมกับการอ่านหนังสือพิมพ์
ผ่านไปสักพัก ชายหนุ่มอ่านพบประกาศ ‘แจ้งมรณะ’
บนหน้าหนังสือพิมพ์ทัสซอค :
18 ธันวาคม บุตรชายหัวแก้วหัวแหวนของผม ทาลิม·
ดูมงต์ ได้จากโลกนี้ไปอย่างไม่มีวันกลับด้วยภาวะหัวใจล้มเหลว
เฉียบพลัน งานศพของเขาถูกจะจัดขึ้น ณ สุสานมงกุฎ
วันจัดงาน : 21 ธันวาคม เก้าโมงตรง
ตามความเชื่อของชาวทวีปเหนือผู้หวาดกลัวการคืนชีพของ
ศพ วัฒนธรรมการฝังศพทันทีหลังจากมีคนตายจึงได้รับความ
นิยมในหมู่คนร่ำรวยเป็นอย่างมาก
หัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน? นี่คือผลลัพธ์จากการสืบสวน?
หรือจะเป็นกับดักของทูตพิพากษาเพื่อล่อให้คนร้ายตัวจริงหลง
กล?
ไคลน์ขมวดคิ้ว แต่ก็ไม่สามารถหาคำตอบให้ตัวเองได้
บางที่ เราควรลองเข้าไปในมิติสายหมอกและทำนายถามว่า
สิ่งนี้คือกับดักของทูตพิพากษาจริงหรือไม่ อย่างไรก็ตาม โอกาส
ล้มเหลวค่อนข้างสูงเนื่องจากเบาะแสน้อยเกินไป แถมเรายังไม่มี
ของใช้ในชีวิตประจำวันของทาลิมสำหรับทำนาย…
ชายหนุ่มสูดลมหายใจยาว พยายามทำให้สมองเย็นลง ก่อน
จะก้มหน้าจัดการอาหารเช้าจนเกลี้ยง
หลังจากขบคิดอยู่นานและพบว่าไม่มีสมมติฐานใดเข้าตา
ไคลน์ตัดสินใจเดินทางไปยังเขตฮิลสตันเพื่อพบกับนักสืบไอเซน
การ์ด
ยอดนักสืบเดินเข้ามายังห้องให้ความอบอุ่นของแขกและชี้
ตรงไปข้างหน้า
“เชอร์ล็อก รับอาหารเช้าไหม พ่อครัวของผมก็เก่งไม่แพ้
ผมเลยนะ”
“ไม่ครับ ผมกินมาแล้ว” ไคลน์ส่ายหัวพลางปฏิเสธ
อย่างสุภาพ
ไอเซนการ์ดเริ่มซักถามเป็นกันเอง
“ช่วงหยุดปีไหนไปเที่ยวไหนหรือ ผมมีแผนจะไปเที่ยว
เอ่อ… กลับบ้านในลุนเบิร์ก”
“ยังไม่แน่ใจครับ แต่คงเป็นรัฐเลียบทะเล” ไคลน์ตอบ
แบบขอไปที่
“โฮ่ เดิมที่ แถวนั้นจะมีวิวทิวทัศน์งดงามมาก แต่ในช่วง
หลังเริ่มมีการค้นพบถ่านหินและเหล็กมากเช่นกัน ส่งผลให้แถบ
นั้นกลายเป็นเมืองส่งขนทางเรือไปแทน” ไอเซนการ์ดขยับปก
เสื้อและลูบไปปในโค้ท “คุณกำลังกระวนกระวายใจหรือ”
“มิสเตอร์สแตนธอน ผมมีเรื่องต้องการปรึกษา” ไคลน์
ใช้โอกาสนี้เล่ารายละเอียดการตายของทาลิมอย่างละเอียด
รวมถึงผลลัพธ์จากเนตรวิญญาณของตน คำแนะนำซึ่งมอบ
ให้กับจิตแห่งจักรกล และการแจ้งมรณะบนหน้าหนังสือพิมพ์
ของครอบครัว
แน่นอน ไคลน์ยังไม่บอกเรื่องที่ตนกลายเป็นสายข่าวของจิต
แห่งจักรกลไปแล้ว เพียงเล่าทำนองว่า ตนมีโอกาสรู้จักกับจิต
แห่งจักรกลคนหนึ่งจากคดีผู้ปลดปล่อยแรงกระหาย จึงหวังฝาก
ฝังให้เขาช่วยสืบคดีของทาลิมแทน
“คุณคิดว่านี่อาจเป็นกับดักของทูตพิพากษาเพื่อล่อ
คนร้ายตัวจริงออกมาใช่ไหม” ไอเซนการ์ดถามเข้าประเด็น
ขณะมือข้างหนึ่งจับไปป ไอเซนการ์ดพึมพำด้วยสีหน้า
ครุ่นคิด
“ผมพยายามเลี่ยงทูตพิพากษามาตลอด จึงไม่มีข้อมูล
ของทางนั้นเลย ไว้จะให้ใครสักคนช่วยถามให้ก็แล้วกัน ถ้ามี
ความคืบหน้าเพิ่มเติม ผมจะเขียนจดหมายไปหาคุณทันที”
“ตกลงครับ ขอบคุณมาก” ไคลน์โค้งศีรษะคำนับอย่าง
จริงใจ
โดยบ่ายวันเดียวกัน ชายหนุ่มได้รับจดหมายส่งตรงจากไอ
เซนการ์ด บนแผ่นกระดาษมีข้อความเขียนไว้เพียงบรรทัดเดียว
:
“ทูตพิพากษามิได้ดูแลคดีนี้ ทางราชวงศ์ออกัสตัสรับคดี
ไปทำเองโดยอ้างเหตุผลว่า ทาลิม·ดูมงต์เป็นผู้สืบเชื้อสายขุน
นาง”