ราชันเร้นลับ Lord of the Mysteries - บทที่ 439 องค์ชายใจกว้าง
ฉากเมื่อครู่ทำให้ไคลน์หวนนึกถึงเรื่องราวความรักจาก
ทาลิมเมื่อหลายสัปดาห์ก่อน
เพื่อนชนชั้นสูงของเขาดันไปมีความรักต้องห้ามกับสามัญชน
จนถึงขั้นหวังแต่งงาน แต่เนื่องจากสถานะทางสังคม การ
แต่งงานจึงไม่มีวันเกิดขึ้นได้ ทาลิมเป็นเดือดเป็นร้อนกับเรื่องนี้
มาก จนถึงขั้นเปรยออกมาว่า อยากจ้างมือปืนสักคนมาฆ่าทิ้ง
แต่สุดท้ายกลับลงเอยด้วยการ ทาลิมเป็นฝั่ายเกลี้ยกล่อมจน
ฝั่ายหญิงยอมจากไปเอง
หรือตัวเอกของเรื่องดังกล่าวจะเป็นองค์ชายเอ็ดซัค·
ออกัสตัส? ทุกปัจจัยสอดคล้องกันอย่างลงตัว ในฐานะองค์ชาย
การสมรสกับสามัญชนไม่ต่างอะไรกับเป็นกบฏแผ่นดิน
นับตั้งแต่อาณาจักรโลเอ็นก่อตั้ง ยังไม่เคยมีทายาทสืบสายเลือด
คนใดสมรสกับสามัญชนมาก่อน อย่างน้อยก็ต้องบุตรสาวขุน
นางบรรดาศักดิ์สูง… จากบทสนทนาเมื่อครู่ องค์ชายเอ็ดซัค
พาตัวสตรีสามัญชนคนนั้นกลับมายังคฤหาสน์อีกครั้ง แถมยังกัก
บริเวณเพื่อเป็นการทำโทษ? นี่คือความรักจริงหรือ…
ทันใดนั้น เรื่องราวระหว่างองค์ชายบ้าอำนาจและดอกไม้สี
ขาวแสนบอบบางพลันผุดขึ้นในหัวไคลน์
ชายหนุ่มมองไปยังวิวทิวทัศน์สุดลูกหูลูกตารอบตัว พยายาม
ดื่มด่ำไปกับบรรยากาศอันงดงามของช่วงกลางฤดูหนาว
“ทุกทีจะไม่ใช่แบบนี้ หากย่างเข้าฤดูใบไม้ผลิและหญ้า
เขียวเริ่มงอกเงยเมื่อไร ลานกว้างแห่งนี้จะกลายเป็นสุดยอด
สนามกอล์ฟ” องค์ชายเอ็ดซัคส่งสาวใช้กลับไป พลางอธิบาย
ชายหนุ่มด้วยมือข้างถือแส้ม้า
“กอล์ฟ?” ไคลน์ทวนคำ ก่อนจะทราบคำตอบด้วยตัวเอง
ในไม่กี่อึดใจถัดมา
เอ็ดซัดส่งสัญญาณมือบอกให้เหล่าองครักษ์ออกไปได้ จึง
เหลือเพียงไคลน์และพ่อบ้านชราคอยเดินตามติด
องค์ชายสามแห่งโลเอ็นเดินนำท่ามกลางทุ่งกว้างเหี่ยวเฉา
พลางเริ่มอธิบาย
“ถูกต้อง กอล์ฟ กีฬาสำหรับชนชั้นสูงอย่างแท้จริง แม้แต่
เจ้าของนิตยสารหรือหนังสือพิมพ์ก็แทบไม่มีโอกาสได้สัมผัส ถึง
เราจะไม่ชอบหน้าโรซายล์นัก แต่ก็ต้องยอมรับว่าจินตนาการสุด
บรรเจิดของหมอนั่นทำให้โลกนี้น่าอยู่ขึ้นมาก เชอร์ล็อก ถ้าเจ้า
สามารถค้นหาความลับการตายของทาลิมได้ คฤหาสน์แห่งนี้
พร้อมต้อนรับเจ้าเสมอ”
เป็นโรซายล์จริงด้วย… ไคลน์หายใจเข้า
เมื่อเห็นอีกฝั่ายยังเงียบ องค์ชายเอ็ดซัคจึงเล่าต่อ
“ถึงโรซายล์จะมีมุมน่าศึกษามากมาย แต่เราไม่ชอบวิธี
ปฏิบัติต่อสตรีของมัน เข้าใจว่าเป็นธรรมเนียมของขุนนางอินทิส
แต่เรารับไม่ได้และรู้สึกขยะแขยงอย่างมาก พวกมันมักมากใน
กามและเสพติดความหรูหราเกินไป”
เอ็ดซัคจ้องลำธารพร้อมกับกล่าวด้วยถ้อยคำปรัชญาเกิน
อายุ
“เก้าสิบเก้าเปอร์เซ็นต์ของประชากรโลกไม่ได้อัจฉริยะ
ทุกด้านเหมือนกับโรซายล์ ดังนั้น แก่นสำคัญของชีวิตคือการตา
มหาความถนัดและสิ่งรักของตัวเองให้พบ จากนั้นก็ทุ่มเท
ทั้งหมดไปกับมันโดยห้ามหันหลังหรือย่อท้อต่ออุปสรรค
เด็ดขาด”
เมื่อพูดจบ เอ็ดซัคกล่าวต่อด้วยเสียงล่องลอยพร้อมกับฉีก
ยิ้มกว้าง
“แต่ไหนแต่ไร เราเคยคิดว่าตัวเองตกหลุมรักบุตรสาว
ของเอิร์ลฮอลล์มาตลอด เธอผู้นั้นมีรูปโฉมสมบูรณ์แบบ
กิริยามารยาทไร้จุดตำหนิ เป็นบุตรีแห่งตระกูลขุนนางสูงศักดิ์
ทรัพย์สมบัติมั่งคั่งเพียบพร้อม และมีบิดาเป็นผู้ทรงอิทธิพลของ
อาณาจักร เธอผู้นั้นคู่ควรกับองค์ชายทุกคนโดยไม่มีข้อโต้แย้ง
แต่ปัจจุบันเราเริ่มตระหนักแล้วว่า ความรักอันแท้จริงต้อง
เปลี่ยนให้โลกทั้งใบกลายเป็นสีชมพู ต้องคิดถึงเธอคนนั้นทั้งวัน
ไม่เว้นแม้กระทั่งยามฝัน เป็นสายสัมพันธ์ทางวิญญาณชนิด
พิเศษ ต้องเจอกับตัวเท่านั้นจึงจะเข้าใจ ฮะฮะ! เรามิได้
หมายความว่ามิสฮอลล์บกพร่องด้านใด เพียงแต่เราไม่ได้เกิด
ความรู้สึกรักหรือชอบเธออีกแล้ว”
องค์ชาย วิธีการพูด โทนเสียง สีหน้าท่าทางของคุณ ทำไม
ถึงได้เหมือนกับทาลิมขณะก่อนตายนัก… ได้โปรดอย่าล้มลง
และหัวใจวายตรงนี้ เพราะถ้าไม่อย่างนั้น ถึงผมจะกระโดด
แม่น้ำทัสซอคเพื่อพิสูจน์มลทินก็คงไม่มีใครเชื่อ… ยิ่งไปกว่า
นั้น การได้ยินถ้อยคำเมื่อครู่ยิ่งทำให้เราถอนตัวจากเรื่องนี้ยาก
ขึ้น… คิดจะบังคับให้เราลงเรือลำเดียวกันสินะ…
ไคลน์เริ่มเกิดความกลัวอย่างไม่มีเหตุผล
ชายหนุ่มกระแอมและรีบเปลี่ยนหัวข้อ
“องค์ชาย บุคคลระดับท่านย่อมมีบริวารมากมาย และ
หลายคนคงเต็มใจสืบหาสาเหตุการตายของทาลิม เช่นนั้นแล้ว
กระหม่อมจึงไม่เข้าใจว่าทำไมองค์ชายถึงต้องเจาะลงเลือก
นักสืบเอกชนปลายแถวด้วย”
เอ็ดซัคส่ายหัว
“ในฐานะองค์ชาย เรามีพลังอำนาจมากพอๆ กับการขาด
อิสรภาพ รอบตัวเรามีสายตาจับต้องนับไม่ถ้วน คงให้บริวาร
ออกไปทำงานลับไม่ได้หรอก ในทางกลับกัน เจ้าคือยอดนักสืบผู้
ปราดเปรื่อง สนิทสนมกับทาลิม และยังเป็นผู้อยู่ในเหตุการณ์
ขณะเขาเสียชีวิต ไม่มีใครเหมาะสมไปกว่าเจ้าแล้วจริงไหม ไม่
ต้องกังวลว่าจะเกิดอันตราย อย่างน้อยเราก็รับประกันความ
ปลอดภัยให้เจ้าได้”
องค์ชาย คำสัญญาเช่นนี้เปราะบางพอๆ กับกระดาษเช็ด
ก้น… ไคลน์รำพัน
หลังจากได้ฟังองค์ชายเล่าความลับออกมามากมาย ไคลน์
ตระหนักได้ว่า หากตอบปฏิเสธอย่างแข็งกร้าว ตนคงไม่ได้กลับ
ออกจากคฤหาสน์กุหลาบแดงแห่งนี้แน่ ชายหนุ่มถอนหายใจสั้น
หนึ่งครั้งและกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“ว่ากันตามตรง กระหม่อมเองก็โกรธแค้นและสงสัยใน
ปริศนาการตายของทาลิมไม่น้อยไปกว่าองค์ชาย เพียงแต่โลก
ความจริงอันโหดร้ายทำให้กระหม่อมต้องยับยั้งตัวเอง”
ได้ยินเช่นนั้น เอ็ดซัคเผยรอยยิ้ม
“เจ้าต้องการให้เราช่วยเรื่องใด”
“เส้นผมของทาลิม ถ้าเป็นเศษเนื้อหรือเลือดได้ยิ่งดี
รวมถึงของใช้ในชีวิตประจำวัน” ไคลน์แจกแจงรายละเอียด
“ตกลง สิ่งเหล่านั้นจะถูกส่งไปยังบ้านของเจ้าในอีกไม่กี่
วันข้างหน้า” เอ็ดซัคไม่ขัดข้อง เพียงซักถามเพิ่มเติมด้วยสี
หน้าประหลาดใจเล็กน้อย “แค่นี้เองหรือ?”
ไคลน์ไม่มัวอ้อมค้อม
“ต้องรอกระหม่อมสอบสวนเบื้องต้นเสียก่อน จึงค่อยเริ่ม
กำหนดแนวทางการสืบสวนในภายหลัง แล้วก็อีกหนึ่งเรื่อง
กระหม่อมต้องการวิธีลับในการติดต่อกับองค์ชาย การให้นักสืบ
เอกชนเดินทางเข้าออกคฤหาสน์หลวงคงไม่ใช่เรื่องดีนัก”
เอ็ดซัคพยักหน้ารับทันทีประหนึ่งเตรียมคำตอบไว้นานแล้ว
“เรื่องนั้นไม่ต้องห่วง เราให้ใครบางคนเช่าบ้านหลังติดกับ
เจ้าไว้แล้ว อาคารหมายเลข 13 ถนนมินส์ หากเจ้าต้องการ
ติดต่อเรา ให้เขียนรายละเอียดรวมถึงวันเวลานัดหมายไว้ใน
กระดาษและหยอดลงกล่องจดหมายของบ้านข้างเคียง ในส่วน
ของรางวัล เจ้าคงทราบอยู่แล้วว่าเราไม่ใช่คนตระหนี่ ถึงการ
สืบสวนจะคว้าน้ำเหลว แต่เราจะตอบแทนตามปริมาณการลง
แรงพยายาม และถ้าประสบความสำเร็จ ขอสัญญาว่าเจ้าจะ
ได้รับเงินก้อนโตชนิดสบายไปทั้งชีวิต เพียงพอสำหรับเกษียณ
จากงานได้ทันที”
อุปนิสัยขององค์ชายสามช่างเด็ดเดี่ยวและตรงไปตรงมา…
เงินเกษียณคงประมาณสามพันปอนด์กระมัง…
ไคลน์ถอนหายใจ
“เข้าใจแล้วครับ ขอให้ดวงวิญญาณของทาลิมสถิตอยู่ใน
ดินแดนแห่งพายุสายฟั้าของพระองค์ท่านตลอดไป” ชาย
หนุ่มโค้งคำนับ
เอ็ดซัคพยักหน้ารับและสั่งพ่อบ้านชรา
“ส่งนักสืบโมเรียตี้กลับถนนมินส์”
องค์ชาย งานเลี้ยงอาหารกลางวันมือหรูหราของผมอยู่ไหน?
คุณกำลังให้นักสืบคนหนึ่งออกไปเสี่ยงตาย แต่ไม่คิดแสดงน้ำใจ
สักหน่อยหรีอ… ช่างเถอะ องค์ชายคงมีกิจกรรม ‘อย่างว่า’
ต้องทำในช่วงสายกระมัง…
ไคลน์เหน็บแนมในใจ
ชายหนุ่มเดินตามพ่อบ้านชราออกมาทางประตูหน้าและรับ
ปืนกับซองรักแร้คืน
…
อาคารหมายเลข 15 ถนนมินส์ ไคลน์ยืนริมมุขหน้าต่าง
พลางจ้องมองรถม้าซึ่งมีตราประจำตระกูลออกัสตัสแล่นออกไป
เชอร์ล็อก·โมเรียตี้คงถูกสั่งเก็บทันทีถ้าสืบเรื่องนี้จนล้ำ
เส้น… ใครจะไปรู้ บางทีอาจมีคนกำลังจับตามองเราอยู่ก่อน
แล้ว… ไม่สิ อาจยังไม่ถึงเวลา เพราะเรายังไม่เริ่มลงมือ…
ไคลน์ขมวดคิ้วพลางยืนนิ่ง
ในวินาทีนี้ มันต้องการเลื่อนลำดับกลายเป็นผู้ไร้หน้าโดยเร็ว
เราคงแบมือรอให้จิตแห่งจักรกลสำรวจสุสานอามุนด์อย่าง
เดียวไม่ได้ ต้องพยายามขวนขวายหาตะกอนพลังของเงามืด
หนังมนุษย์ไปพร้อมกัน เพราะไม่มีทางทราบเลยว่าพวกเขาจะ
ตัดสินใจเริ่มปฏิบัติการตอนไหน อาจนานหลายเดือนหรือเป็น
ปี… มีโอกาสเป็นแบบนั้นสูงมาก พวกเขาสามารถผลัดเวรไป
คอยคุ้มกันหน้าสุสานตลอด ขณะเดียวกันก็ให้อีกหน่วยเข้าไป
สำรวจจนกว่าจะมั่นใจจึงค่อยเริ่มปฏิบัติการ…
เราคงรอนานขนาดนั้นไม่ได้…
ไคลน์ตัดสินใจหนักแน่นหลังจากไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วนทุก
มุมมอง
14 : 45 นาฬิกา ชายหนุ่มหยิบหนังสือพิมพ์ปึกหนึ่งเดินเข้า
ห้องน้ำเพื่อเตรียมจัดชุมนุมทาโรต์ประจำสัปดาห์
15 : 00
หลังจากถูกแสงสีแดงอาบร่าง ออเดรย์มองไปรอบตัวด้วย
อารมณ์สดใส
ย้อนกลับไปเมื่อคืน เธอได้รับสูตรโอสถลำดับ 7 นักจิต
บำบัด ซึ่งตนปรารถนามาแสนนาน อารมณ์ของเด็กสาวจึงกำลัง
ซับซ้อน มีทั้งตื่นเต้น กระสับกระส่าย และโล่งใจ
เหนือสิ่งอื่นใด สมาคมแปรจิตมอบสูตรโอสถให้ออเดรย์ฟรี
โดยไม่ต้องใช้คะแนนผลงานแลก อ้างว่าไว้ค่อยตอบแทนใน
ภายหลัง
พวกมันมั่นใจโดยไม่เคลือบแคลง บุคคลระดับบุตรีแห่งเอิร์ล
ออเดรย์·ฮอลล์ ย่อมมีความสามารถในการ ‘ตอบแทน’
เหนือจินตนาการคนทั่วไป
วันนี้ไม่มีสมาชิกใหม่…
เด็กสาวยืนยันหลังจากกวาดสายตามองไปรอบโต๊ะหนึ่งหน
ตามด้วยการลุกขึ้นและจับชายกระโปรงทำท่าคำนับ
“ทิวาสวัสดิ์ มิสเตอร์ฟูล~ ทิวาสวัสดิ์…”
เสียงสดใสร่าเริงของหญิงสาวได้ทำลายความเงียบงันอัน
เป็นบรรยากาศปรกติของห้วงมิติเหนือสายหมอก และยังช่วยให้
ไคลน์ ผู้กำลังหดหู่จากเหตุการณ์บนโลกความจริง ผ่อนคลาย
ความตึงเครียดลงเล็กน้อย
มันพยักหน้ารับแผ่วเบาเป็นเชิงทักทายสมาชิกชุมนุมทุกคน
ออเดรย์นั่งลงและรีบสำรวจภาษากายของสมาชิกทุกคน
อย่างละเอียดตามความเคยชิน จากนั้นก็นำไปเปรียบเทียบกับ
ผลลัพธ์ในการชุมนุมคราวก่อน
มิสเตอร์แฮงแมนแอบชำเลืองมิสเตอร์ฟูลเล็กน้อยหลังจาก
คำนับท่าน ตามด้วยการเหลือบมองมิสเตอร์เวิร์ลด้วยสีหน้าเจือ
ความคาดหวัง… คงเพราะเขาเป็นสมาชิกของโบสถ์วายุ
สลาตัน จึงเข้าถึงรายละเอียดบางส่วนของคดีลอบสังหารดยุคนี
แกนได้ ขณะเดียวกันก็ทราบถึงตัวจริงของจอมโจรวีรบุรุษ
จักรพรรดิมืด บางที่ เขาอาจต้องการทราบข้อมูลมากกว่านี้…
การชำเลืองมิสเตอร์เวิร์ลแปลว่ามีความคืบหน้าเกี่ยวกับตะกอน
พลังของมนุษย์หมาปั่า อาจรวมไปถึงการรวบรวมเส้นผมนากา
ทะเลลึก…
อารมณ์ของเดอะซันกำลังผ่อนคลายและไม่ตื่นตระหนก
หมายความว่าการสอดส่องจากสภาเมืองเงินพิสุทธิ์จบลง
แล้ว… เหตุใดเขาถึงมั่นใจว่าตัวเองเป็นอิสระ? หรือถูกเรียกตัว
กลับเข้าร่วมทีมสำรวจอะไรนั่นอีกครั้ง?
ฟอร์สกำลังหดหู่แกมผ่อนคลาย…
เธอผ่านการทดสอบของตระกูลอับราฮัมและได้เป็นศิษย์
ของเขา แต่ด้วยเหตุผลบางประการ เธอจำใจต้องทำในสิ่งยาก
จะยอมรับ?
มิสเตอร์เวิร์ลยังคลุมเครือเช่นเคย… คงต้องรอให้เป็น
ลำดับ 7 หรือ 6 เสียก่อน เราอาจได้เห็นอะไรในตัวเขามากกว่า
นี้…
และคนสุดท้าย ท่านเดอะฟูลผู้ยิ่งใหญ่ ท่านยังคงสง่าผ่าเผย
และเปียมด้วยอำนาจบารมีเฉกเช่นทุกครั้ง…
เมื่อห้วงความคิดมากมายในหัวออเดรย์จบลง เธอกล่าวกับ
สุภาพบุรุษเบื้องหลังม่านหมอกสีเทาหนาทึบ
“มิสเตอร์ฟูล ดิฉันรวบรวมไดอารีจักรพรรดิโรซายล์ได้
สามหน้า”
เป็นฉบับคัดลอกซึ่งเธอร้องขอมาจากสมาคมแปรจิต แต่
เนื่องจากเพิ่งบอกกับครูสอนพิเศษส่วนตัว เอสลันด์ เมื่อคืน อีก
ฝั่ายจึงเตรียมให้ได้เพียงสามแผ่น
“ต้องการสิ่งใดแลกเปลี่ยน” ไคลน์ยิ้ม
ออเดรย์ตอบกลับอย่างซื่อตรง
“ถือเป็นการแลกเปลี่ยนกับคำตอบในคราวก่อนก็แล้วกัน
ค่ะ”
ขณะกล่าว น้ำเสียงของเด็กสาวแฝงความโอ้อวดเบาบาง
มิสเตอร์แฮงแมนและคนอื่นยังไม่ทราบเรื่องของสภานัก
สิทธิ์สนธยาเหมือนกับเรา!
น่าอิจฉาจังแฮะ ชักอยากรู้แล้วว่ามิสจัสติสปรึกษาเรื่องใด
กับมิสเตอร์ฟูลส่วนตัว… เราคงต้องเขียนจดหมายถึงอาจารย์
บ้าง ถามเขาว่ามีไดอารี… เอ่อ ต้องเรียกว่าสมุดบันทึกของ
จักรพรรดิโรซายล์ บ้างไหม…
ฟอร์สเริ่มกระตือรือร้น
ไคลน์พยักหน้ารับท่ามกลางสายตาเคลือบแคลงจากแฮง
แมน
“ไม่มีปัญหา”
ออเดรย์รีบเขียนไดอารีจำนวนสามหน้าและส่งต่อให้
มิสเตอร์ฟูล
ไคลน์ก้มศีรษะอ่านด้วยท่านั่งผ่อนคลาย ใจความในหน้า
แรกเขียนไว้ว่า :
“13 มกราคม การติดต่อเป็นมิสเตอร์ประตูเริ่มมี
เสถียรภาพ”