ราชันเร้นลับ Lord of the Mysteries - บทที่ 479 รอยยิ้มไร้คำอธิบาย
พ่อบ้านชรา ฟังเกล กำลังวิ่งหนีท่ามกลางทุ่งกว้างอันแห้ง
แล้ง
มันสูญเสียหมวก และเส้นผมสีเทาอันเคยหวีเรียบกำลังมี
สภาพยุ่งเหยิง เสื้อผ้าสกปรกเปรอะเปือนหลายจุด
แฮ่ก… แฮ่ก…!
มันหยุดพักครู่หนึ่ง พลางหันกลับไปมองข้างหลังด้วยลม
หายใจหอบเหนื่อย เมื่อพบว่าไม่มีใครตามมาจึงเผยสีหน้าโล่งใจ
แต่เมื่อหันหน้ากลับ ฟังเกลมองเห็นบุคคลผู้หนึ่งกำลังยืน
จ้องมองตน!
อีกฝั่ายสวมชุดคลุมยาวสีดำ ผ้าคลุมหัวปกปิดใบหน้า แวว
ตาปราศจากอารมณ์ ภายใต้ผ้าคลุมมีเพียงดวงตาสีดำหนึ่งคู่
รูม่านตาฟังเกลพลันหดเกร็งทันที่
ขณะกำลังจะกล่าวบางสิ่งด้วยภาษาเฮอร์มิสโบราณ มัน
พบว่าจมูกของตนได้อันตรธานหายไปอย่างเป็นปริศนา จึงไม่มี
เสียงใดดังเล็ดลอดออกมา ใบหน้าเผยเพียงความหวาดผวาสุด
ขั้ว
ถัดมาไม่นาน ฟังเกลถูกลบตัวตนไปพร้อมกับเสื้อผ้า ไม่
หลงเหลือสิ่งได้ไว้บนโลกอีกเลย
…
ฮัดเช่ย! แค่ก! แค่ก!
ท่ามกลางการกระหน่ำโจมตีอย่างไม่หยุดพักของมิสเตอร์ A
ผนวกกับภาวะปั่วยไข้เรื้อรังและรุนแรง ไคลน์ไม่มีโอกาสได้ใช้
งานกระโจนไฟหรือควบคุมไฟแม้แต่ครั้งเดียว
จนกระทั่งถึงจุดย่ำแย่สุดขีด ไม่สามารถใช้ได้แม้กระทั่ง
กระสุนอากาศ
ขณะความกลัวในความไม่รู้เริ่มกัดกินจิตใจชายหนุ่มอย่าง
หนักหน่วง นิมิตลางสังหรณ์ของตัวตลกช่วยให้ ‘มองเห็น’ ภาพ
ร่างกายของตนถูกปั่นเป็นเศษเล็กเศษน้อย บางที่ มันอาจไม่คืน
ชีพกลับมาอีกครั้งในสภาพดังกล่าว
โดยไม่รีรอ ไคลน์ล้วงกระเปั๋าและหยิบวัตถุชิ้นหนึ่งออกมา
นี่คือทางออกสำหรับเหตุการณ์เลวร้ายทุกชนิด ซึ่งมันเคย
คิดเผื่อไว้นานแล้ว
ไม่ว่าจะกำลังเผชิญวิกฤติในรูปแบบใด นักมายากลต้อง
เตรียมความพร้อมไว้ในระดับพื้นฐานเสมอ จะได้ไม่ลนลาน
ระหว่างกำลังต่อสู้
มือข้างหนึ่งถือนกหวีดทองแดง ไคลน์ออกแรงเปั่าสุด
หลอดลมพลางจามและไอกระแอมเป็นระยะ
บรรยากาศรอบตัวยังคงปรกติ แต่ไคลน์สามารถมองเห็น
ผ่านเนตรวิญญาณได้แจ่มชัด น้ำพุโครงกระดูกกำลังผุดขึ้นจาก
พื้นดินอย่างรวดเร็ว ก่อนจะก่อตัวกลายเป็นผู้ส่งสารร่างยักษ์ผู้มี
เบ้าตาลุกโชนด้วยเพลิงดำ
ทันใดนั้น หน้าหนังสือมายาในมือมิสเตอร์ A พลันหยุดพลิก
เปิด เสียงสวดคาถาอันล่องลอยหยุดลงในเวลาไล่เลี่ยกัน
เพียงพริบตา เสาลำแสงสีเขียวอ่อนขนาดมหึมา ถูกยิง
ออกมาจากหนังสือมายาเบื้องหน้ามิสเตอร์ A ด้วยความเร็วสูง
แน่นอน เปั้าหมายคือไคลน์ แต่ลำแสงปริศนาดันไปกระทบกับ
‘ผู้ส่งสาร’ โครงกระดูกสูงสี่เมตรเข้าเสียก่อน
โครงกระดูกแหลกละเอียดกลายเป็นละอองสีขาวกระจัด
กระจายทุกทิศ
พร้อมกันนั้น ม่านพลังปริศนาซึ่งคอยทำให้ไคลน์วิ่งวนเป็น
วงกลมตลอดเวลา ถูกทำลายลงไปพร้อมกับแรงปะทะมหาศาล
ในสภาพเสื้อโค้ทสีดำกระดุมสองแถว ชายหนุ่มไม่รอดพ้น
จากพลังอำนาจของเสาลำแสงสีเขียวอ่อนเช่นกัน ร่างไคลน์พลัน
แหลกเป็นผุยผงประหนึ่งรูปปันทรายถูกพายุพัดผ่าน
ทว่า เศษชิ้นส่วนอันกำลังปลิวว่อนไปในอากาศมิใช่เนื้อหนัง
ของมนุษย์ แต่เป็นจุดสีขาวคล้ายกับเศษกระดาษถูกปั่นละเอียด
ร่างจริงไคลน์โผล่ออกจากอีกฝังในท่าคุกเข่าอย่างหมด
สภาพ
หากไม่เพราะมีโครงกระดูกผู้ส่งสารช่วยบังการโจมตีไว้ให้
มันคงไม่เหลือเวลามากพอสำหรับฝืนข่มอาการจามและใช้พลัง
กระดาษคนตัวแทน
แต่แม้จะผ่านพ้นวิกฤติมาได้ อาการจามของไคลน์กลับยิ่ง
ทวีความย่ำแย่ถึงขีดสุด ถึงขั้นแทบไม่เหลือเรี่ยวแรงสำหรับ
ปกปั้องตัวเอง
พร้อมกันนั้น มิสเตอร์ A ผู้เพิ่งใช้ท่าไม้ตายไปอย่างล้มเหลว
เริ่มแสดงอาการสำรอกอย่างหนักในสภาพย่ำแย่กว่าไคลน์
หลายเท่าตัว
มันล้มลงไปนอนขดตัวบนพื้น มุมปากผุดฟองเลือดแดงข้น
อย่างน่าสยดสยอง
แค่ก! แค่ก! แค่ก!
มิสเตอร์ A สำรอกอวัยวะภายในและก้อนเนื้อจำนวนมาก
ออกทางปาก จากนั้น ด้วยความยากลำบาก มันพยายามอ้าปาก
และก้มลงไปเลียเพื่อกินสิ่งสำรอกกลับเข้าไปใหม่
เกิดอะไรขึ้น…?
ไคลน์ยังไม่เข้าใจสถานการณ์
แต่สภาพอันย่ำแย่ของมิสเตอร์ A ก็ไม่ช่วยให้มันหยุดไอ
ชายหนุ่มบรรจงยกแขนขวาขึ้นพร้อมกับเล็งลูกโม่ไปยังศีรษะอีก
ฝั่าย
ในวินาทีนี้ มันเริ่มเข้าใจในบางสิ่ง :
ขณะมิสเตอร์ A ได้รับบาดเจ็บหลังจากเหตุการณ์แท่นบูชา
ระเบิด เวทมนตร์เลือดเนื้อของมันสามารถรักษาได้เพียงร่างกาย
มิใช่จิตใจหรือพลังวิญญาณ
ตามปรกติแล้ว มิสเตอร์ A ควรสลับเป็นพลังด้านรักษา
เพื่อให้ร่างกายฟืนฟูอย่างเต็มประสิทธิภาพเสียก่อน แต่
เนื่องจากถูกความคับแค้นผลักดัน จึงตัดสินใจข่มอาการ
บาดเจ็บและเลือกไล่ตามไคลน์มาแทน ดังนั้น เมื่อใช้พลัง
ติดต่อกันโดยไม่หยุดพักจนกระทั่งร่างกายถึงขีดจำกัด ปฏิกิริยา
ย้อนกลับจึงกำเริบจนทรุดหนักกว่าเดิม
ปัง! ปัง! ปัง!
ไคลน์ส่งกระสุนผ่านปากกระบอกลูกโม่ ประกอบด้วย
กระสุนทองอ่อน ทองแดง และเงินพุ่งตรงไปยังเปั้าหมายซึ่งอยู่
ไม่ห่างมากนัก
แต่น่าเสียดาย ชายหนุ่มมิอาจอดกลั้นการจามและไอได้
ระหว่างยิง กระสุนจึงพลาดเปั้าไปสามจากห้านัด นัดหนึ่งตรง
เข้าใส่ศีรษะมิสเตอร์ A อย่างแม่นยำ อีกหนึ่งนัดพุ่งเข้าปะทะกับ
ช่วงลำตัว
โผละ!
เสียง ‘โผละ’ คล้ายกับแตงโมแตกดังสนั่น แต่เมื่อพิจารณา
ให้ดี ไคลน์สังเกตเห็นว่าศีรษะของมิสเตอร์ A ไม่มีกะโหลก
ห่อหุ้ม กระสุนเพียงพุ่งผ่านเศษเนื้อเน่าเข้าไปยังด้านหลัง ส่วน
อีกหนึ่งนัดฝังอยู่ในลำตัวโดยไม่แสดงอิทธิฤทธิ์ใดนอกจากส่อง
แสงสว่างคล้ายดวงอาทิตย์
มิสเตอร์ A เงยหน้าขึ้น รูโหว่บนศีรษะยังคงเผยให้เห็นอย่าง
น่าหวาดเสียว
มันยังไม่ตาย… ไม่ใกล้เคียงเลยสักนิด!
นี่คือความหนังเหนียวบัดซบของนักบวชกุหลาบ!
เห็นเช่นนั้น ไคลน์รีบตัดสินใจอย่างชาญฉลาด มันเหลียว
หลังกลับทันทีและเริ่มออกวิ่งด้วยความเร็วเต็มฝีเท้า ละทิ้งการ
โจมตีอย่างสูญเปล่าโดยไม่ลังเล
ทางด้านมิสเตอร์ A มันกำลังนอนหายใจรวยรินอย่าง
เหนื่อยหอบ พลางก้มหน้าลงไปเลียอวัยวะภายในกลับเข้า
ร่างกายต่อจนกว่าจะครบ
ท่ามกลางเสียงไอจามตลอดเวลา ไคลน์สุ่มวิ่งหนีในทิศทาง
ส่งเดช มีการกลิ้งตัวหลบอุปสรรคอย่างประปราย
จนกระทั่งมาถึงขอบผาสูงชันไม่ต่ำกว่าห้าสิบเมตร
ด้านล่างเป็นแม่น้ำทัสซอคในสภาพไหลเอื่อย ไม่เชี่ยวกราก
มากนัก ขนาดของแม่น้ำค่อนข้างกว้างและมีสภาพขุ่นมัว
โดยไม่ลังเล ไคลน์ย่อตัวพร้อมกับส่งแรงกระโดดไปยังขาทั้ง
สองข้าง
มันทิ้งดิ่งเหมือนลูกข่าง ปล่อยตัวตามสบายและพุ่งลงมา
ด้วยร่างกายเบาหวิว
ผิวหนังเสียดสีกับอากาศขณะพยายามจัดระเบียบร่างกาย
ให้เป็นท่าพุ่งหลาวของนักกระโดดน้ำ
แค่ก! ฮัดเช่ย!
อาการปั่วยส่งผลให้การหมุนตัวรอบสามเกิดชะงักกลางคัน
ส่งผลให้ลำตัวและฝั่ามือไม่ได้อยู่ในท่าถูกต้อง
ร่างกายไคลน์กระทบสายน้ำอย่างผิดท่าจนเกิดเสียงปะทะ
หนักแน่น ก่อนจะกลายเป็นเพียงเศษกระดาษสีขาวลอยบนผิว
ลำธาร
เศษกระดาษเริ่มเปียกชุ่มและอยู่ในสภาพกึ่งจมกึ่งลอย
ในจุดใต้น้ำไม่ห่างออกไป ไคลน์โผล่ออกจากความว่างเปล่า
ด้วยร่างกายสั่นเทา
เสื้อผ้าเปียกแฉะ รวมถึงกระดาษรูปคนใบอื่นและธนบัตรใน
กระเปั๋าสตางค์ล้วนมีสภาพไม่ต่างกันมากนัก
หลังจากรักษาระยะจากมิสเตอร์ A ได้ อาการไข้ของเรา
ทุเลาลงอย่างเห็นได้ชัด…
ไคลน์ครุ่นคิดด้วยสีหน้าตื่นกลัว
หากอาการไอจามไม่หายไปในวินาทีสุดท้ายขณะใช้สลับ
ตำแหน่งกระดาษรูปคน เกรงว่าปั่านนี้มันคงกระแทกกับผิวน้ำ
จนเกิดอาการช้ำในตายไปแล้ว
แต่อย่างน้อย ถ้าตายในสภาพดังกล่าว โอกาสคืนชีพใหม่มี
ค่อนข้างมาก…
หลังจากเตะขาขึ้นเพื่อส่งตัวเองขึ้นมาลอยใกล้กับผิวน้ำ
ไคลน์สร้างท่ออากาศล่องหนเพื่อช่วยให้ตนสามารถหายใจใต้น้ำ
ได้อย่างปราศจากปัญหา
นี่คือหนึ่งในพลังของนักมายากลซึ่งแทบไม่มีโอกาสใช้งาน
มาก่อน
ไคลน์ใช้ปากเพื่อหายใจเข้า และใช้จมูกพ่นลมหายใจออก
ขึ้นไป เพื่อมิให้เกิดฟองบนผิวน้ำและถูกพบความผิดปรกติ
มันพยายามว่ายไปยังอีกฝังอย่างเงียบงันพลางภาวนามิให้
มิสเตอร์ A ตามมาพบตัว
ช่างน่าเสียดาย แถวนี้ไม่ใช่เขตเมือง พลังผู้ไร้หน้าของเราจึง
กลายเป็นสิ่งไร้ประโยชน์โดยสิ้นเชิง ไม่อย่างนั้นคงปะปนกับฝูง
ชนและหลุดพ้นจากการตามล่าได้ทันที…
ขณะแหวกว่าย ไคลน์ครุ่นคิดหลายเรื่อง
จนกระทั่ง มันเริ่มหวนนึกถึงเวทมนตร์ธาตุวายุซึ่งมิสเตอร์ A
ใช้ในตอนเปิดศึก
ในทางทฤษฎี เวทวายุอยู่ในขอบเขตของเทพวายุสลาตัน…
และบนเส้นทางดังกล่าว นอกจากเวทมนตร์วายุแล้ว ยังมีเวท
มนตร์ธาตุวารีอีกเป็นกระบุง หนึ่งในนั้นคือการช่วยให้แหวกว่าย
ในน้ำได้เหมือนปลา…
แหวกว่ายในน้ำได้เหมือนปลา…
คนเลี้ยงแกะเอาเปรียบกันไปแล้วโว้ย!
หัวใจไคลน์แทบหยุดเต้นเมื่อฉุกคิดได้
มันรีบโผล่พ้นน้ำและสับแขนว่ายอย่างสุดฝีมือ ไม่สนการ
หลบซ่อนอีกต่อไป!
ขณะเริ่มเข้าใกล้ฝัง หางตาไคลน์เหลือบไปเห็นใบหน้าอัน
สง่างามแกมชั่วร้ายของมิสเตอร์ A จากด้านหลัง ลำตัวของอีก
ฝั่ายกำลังถูกปกคลุมด้วยเกล็ดปลาและครีบเหงือกสำหรับ
หายใจ!
มิสเตอร์ A ผู้กำลังลอยตัวบนผิวน้ำในชุดคลุมสีแดงเลือด
เริ่มยกโค้งมุมปากอย่างมีเลศนัย ดวงตาแฝงจิตอาฆาตไว้อย่าง
เต็มเปียมโดยไม่คิดเก็บซ่อน
ต้องสู้… มีแต่ต้องสู้เท่านั้น!
ต้องยื้อไว้จนกว่ากำลังเสริมจากโบสถ์หลักจะมาถึง หรือไม่ก็
จนกว่ามิสเตอร์อะซิกจัดการกับทางนั้นเสร็จและกลับมาช่วย
เรา….
โดยไม่ลังเล ไคลน์ ผู้เริ่มแสดงอาการไอจามอย่างหนักอีก
ครั้งหลังจากเข้าสู่ระยะการแพร่โรคของอีกฝั่าย รีบยกแขนขวา
ขึ้นหวังดีดนิ้วกระทำบางสิ่ง
แต่ทันใดนั้น คนทั้งสองพลันเงยหน้าขึ้นมองท้องฟั้าเหนือ
แม่น้ำอย่างพร้อมเพรียงโดยมิได้นัดหมาย ราวกับเป็น
สัญชาตญาณร่วมกันในส่วนลึกจิตใจผู้วิเศษทุกคน
หญิงสาวปริศนาปรากฏกายจากความว่างเปล่าทีละนิด
สวมชุดคลุมยาวสีดำ สวมผ้าคลุมปกปิดศีรษะ
สตรีลึกลับหันไปทางมิสเตอร์ A ด้วยดวงตาอันว่างเปล่า
ในวินาทีนี้ ไคลน์กำลังเป็นประจักษ์พยานการหายตัวไป
อย่างสมบูรณ์ของมิสเตอร์ A
คนเลี้ยงแกะลำดับ 5 สุดทรงพลัง เป็นรองเพียงครึ่งเทพ
กลับมิอาจต่อต้านขัดขืนอีกฝั่ายด้วยประการทั้งปวง มันถูกลบ
หายไปราวกับใช้ยางลบขูดไปบนภาพวาดดินสอ
ร่องรอยสุดท้ายของมิสเตอร์ A คือสีหน้าหวาดผวาและสิ้น
หวังจากก้นบึ้ง สิ่งนี้ยังคงตราตรึงในความทรงจำไคลน์ ผู้เป็น
พยานเพียงคนเดียวในการเหตุการณ์อันยากจะหาคำอธิบายใด
มารองรับ
นี่มัน… พลังระดับไหน?
เป็นพลังอะไรกันแน่!
ขณะเกิดคำถามมากมาย ไคลน์สังเกตเห็นว่าสตรีปริศนาเริ่ม
หันกลับมามองตนบ้างแล้ว
ใบหน้าของเธองดงามไร้จุดบกพร่อง เพียงแต่แววตาว่าง
เปล่าโดยสิ้นเชิง ปราศจากอารมณ์ใดทางสีหน้า ดวงตาดำลุ่มลึก
ราวกับเป็นหลุมดำของจริงมากกว่าสี ๆ หนึ่ง
ขณะหัวใจชายหนุ่มกำลังเต้นโครมครามประหนึ่งจะหลุด
ออกมาเสียให้ได้ ขณะสมองกำลังลนลาน จินตนาการภาพ
ตัวเองถูกลบหายไปอย่างไร้ร่องรอย และไม่สามารถคืนชีพได้
เหมือนในอดีต หญิงสาวปริศนาเพียงส่งรอยยิ้มกลับมาให้อย่าง
อ่อนโยน
เธอยิ้มให้เรา…?
ไคลน์พลันผงะ ทำได้เพียงคิดว่าตนกำลังฝันไป
จนกระทั่งคืนสติกลับมาอีกครั้ง มันพบว่าสตรีปริศนาไม่อยู่
อีกแล้ว รอบตัวไคลน์มีเพียงเสียงน้ำไหลเอื่อยดังก้องอย่างเป็น
ธรรมชาติ
แม้จะกำลังสับสนสุดขีด แต่ไคลน์ก็ไม่ลืมว่ายน้ำกลับขึ้นฝัง
ให้เรียบร้อย ตามด้วยการมองไปรอบตัวอย่างฉงนและไม่เข้าใจ
มันเริ่มแน่ใจว่า ตำแหน่งปัจจุบันของตนค่อนข้างทุรกันดาร
ไม่มีแม้แต่ถนนหรือผู้คนพักอาศัยใกล้เคียง การเคลื่อนไหวเพียง
อย่างเดียวคือสายน้ำไหลเอื่อย
จบง่ายแบบนี้เลยหรือ…
มิสเตอร์ A หายไปทั้งอย่างนั้นเนี่ยนะ?
เธอเป็นใครกันแน่ ทรงพลังถึงขั้นมิสเตอร์ A ไม่มีโอกาส
แม้แต่จะได้ส่งเสียงร้อง…
เธอยิ้มให้เราทำไม…
บางที่ ท่านอาจเป็นตัวตนระดับเทวทูต…
แต่น่าแปลก นอกจากสันตะปาปา สามโบสถ์หลักก็ไม่น่าจะ
มีเทวทูตเดินดินอีกแล้ว… และตัวตนอย่างสันตะปาปาก็ไม่น่าจะ
อาศัยอยู่ในกรุงเบ็คลันด์…
ไคลน์ไม่อยากเชื่อว่าตนจะรอดชีวิตมาได้อย่างง่ายดายโดย
ไม่มีคำอธิบาย
หลังจากพินิจพิเคราะห์ ชายหนุ่มเริ่มผูกโยงเรื่องราวเข้า
ด้วยกัน
ท่านคงเป็นเสาหลักของบางโบสถ์ และถ่อมาไกลเช่นนี้
เพราะต้องการช่วยเรา หรือไม่ก็เจาะจงจำกัดมิสเตอร์ A…
ถ้าเราไม่แจ้งมิสจัสติสล่วงหน้า ทางโบสถ์คงไม่มีเวลาเตรียม
ตัวได้ทัน และเราคงเสร็จมิสเตอร์ A ไปแล้วเป็นแน่แท้ อาจ
เลวร้ายถึงขั้นไม่ได้คืนชีพกลับมาอีก…
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น เป็นเพราะการยื้อชีวิตจนสุดความสามารถ
ของเราด้วย สามารถลากการต่อสู้ออกมาได้ยาวนานจนกำลัง
เสริมมาถึง…
ทำได้ไม่เลว…
หลังจากถอนหายใจยาว ไคลน์เริ่มมองหาทางกลับ
…
“เนรเทศ!”
ชายสวมหน้ากากสีทองชี้นิ้วไปทางอะซิก·อายเกส พร้อมกับ
ส่งบุรุษผิวแทนกระเด็นเข้าไปในห้วงมิติอันว่างเปล่าและไม่มีใคร
ทราบปลายทางแท้จริง
จากนั้น มันหันมากล่าวกับอินซ์·แซงวิลล์ ผู้กำลังจ้องตนด้วย
สีหน้าฉงน
“พวกเราไม่เหลือเวลาอีกแล้ว การสังหารชายคนนั้นจะทำ
ให้เสียเวลามากเกินไป! ตอนนี้ต้องรีบซ่อนตัวโดยด่วน คุณคงไม่
อยากให้ทางโบสถ์หลักค้นพบความลับหรอกใช่ไหม” ชายสวม
หน้ากากตำหนิอย่างหัวเสีย
อินซ์·แซงวิลล์หายสงสัย เพียงพยักหน้ารับและเดินไปหยิบ
0-08 ซึ่งหยุดเขียนมาสักพัก
สภาพร่างกายของมันค่อนข้างดูไม่จืด กึ่งกลางตาตุ่มสอง
ข้างยังมีขอบกางเกงขายาวกองอยู่ แต่ก็ใกล้ขาดเต็มทีหลังจาก
ผ่านการต่อสู้อันดุเดือดแลกชีวิตมาหมาด ๆ
…
ภายในคฤหาสน์กุหลาบแดง องค์ชายเอ็ดซัคกำลังนั่งข้าง
หน้าต่างเต็มบานด้วยสายตาเหม่อลอยอย่างผิดธรรมชาติ
“องค์ชาย ได้โปรดเร่งมือด้วย” เสียงของบุคคลผู้หนึ่งดังย้ำ
เตือน
ดวงตาขององค์ชายกลับมาส่องประกายแวววาวอีกครั้ง
ก่อนจะสูดลมหายใจยาวพร้อมกับหยิบลูกโม่บนโต๊ะข้างลำตัว
ขึ้นมาจ่อขมับแนบชิด
ด้านในบรรจุกระสุนชนิดพิเศษ
กระสุนทำลายวิญญาณ
เอ็ดซัค ออกัสตัสหันหน้าไปมองสนามกอล์ฟและลานกว้าง สำหรับขี่ม้าเล่น
ปัง!
มันลันไกโดยไม่กล่าวคำใด