ราชันเร้นลับ Lord of the Mysteries - บทที่ 48 เฮเนส·วินเซนต์
สโมสรพยากรณ์ตั้งอยู่บนชั้นสองของบ้านเลขที่ 13 ถนนฮา
เวิส เขตเหนือของเมืองทิงเก็น
เป็นอีกครั้งที่ไคลน์ได้พบเจ้าหน้าที่ต้อนรับสาวสวยคนเดิม
เส้นผมของเธอยังคงน้ำตาลอ่อนม้วนปลายเข้ากับยุคสมัย
ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้ดูคล้ายสุภาพสตรีสูงสง่า ค่อนข้างยากที่
จะคาดเดาอายุจากผิวเผิน
“สวัสดีค่ะ วันนี้มิสเตอร์กลาซิสไม่อยู่ คุณต้องการเปลี่ยน
หมอดูไหมคะ?”
สาวสวยกล่าวพลางฉีกยิ้มกว้าง
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ไคลน์ที่กำลังถอดหมวกคำนับตาม
มารยาทมีอันต้องประหลาดใจ
“คุณจำผมได้ด้วยหรือ?”
ผ่านมาตั้งห้าวันแล้วนะ!
สตรีผมน้ำตาลยังรักษารอยยิ้มไม่ตกหล่น
“คุณเป็นลูกค้ารายแรกที่เลือกดูดวงกับมิสเตอร์กลาซิส
แถมช่วงนี้ไม่ค่อยมีลูกค้ามากนัก เป็นธรรมดาที่ฉันจดจำได้
แม่นยำเป็นพิเศษ”
นี่เราถูกจดจำในฐานะคนขี้ตืดหน้าเงินไปแล้วหรือ?
ไคลน์ตัดพ้อกับตัวเองครู่หนึ่ง ก่อนจะเงยหน้าถามเสียงค่อย
“มิสเตอร์กลาซิสมาที่สโมสรครั้งสุดท้ายเมื่อไรครับ?”
สตรีผมน้ำตาลจ้องมองเข้าไปในดวงตาสีน้ำตาลไคลน์ เธอ
แสดงสีหน้าครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนมอบคำตอบ
“ด้วยความสัตย์จริง ทางเราไม่ได้สนใจมากนัก ว่าสมาชิก
คนใดเข้าออกสโมสรตอนไหนบ้าง พวกเขามีอิสระและมีงาน
ประจำของตัวเอง แต่หากฉันจำไม่ผิด นับตั้งแต่วันที่คุณขอดู
ดวงกับเขา มิสเตอร์กลาซิสก็ไม่ได้มาที่นี่อีกเลย”
ขอให้หมอนั่นปลอดภัย
ขอให้เทพธิดาอวยพร…
ไคลน์ภาวนา มันมิได้ไต่ถามต่อ แต่กล่าวตัดบทเข้าสู่ความ
ตั้งใจหลัก
“วันนี้ผมไม่ได้มาดูดวง แต่มาสมัครสมาชิก”
“จริงหรือคะ? นับเป็นเกียรติอย่างยิ่ง”
สตรีผมน้ำตาลแสดงสีหน้าพึงพอใจ
“ค่าสมาชิกในปีแรกจะอยู่ที่ห้าปอนด์ ปีถัดไปเหลือเพียง
หนึ่งปอนด์ รายละเอียดเพิ่มเติมต้องการให้ฉันทวนซ้ำไหมคะ?”
ไคลน์หยิบธนบัตรห้าปอนด์ที่เพิ่งได้รับจากค่าจ้างคดีลักพา
ตัวออกมาถือ ก่อนจะยื่นให้เจ้าหน้าที่สาวสวย สายตาชำเลือง
มองภาพเหมือนของกษัตริย์เฮนรี·ออกัสตัสที่หนึ่งซึ่งห่างตัว
ออกไปทุกขณะ
หลังจากตรวจสอบลายน้ำกันการปลอมแปลงอย่างถี่ถ้วน
สตรีผมน้ำตาลเก็บธนบัตรเข้าใต้โต๊ะพร้อมกับหยิบกระดาษ
แบบฟอร์มยื่นให้ไคลน์
“ช่วยกรอกรายละเอียดด้วยค่ะ เดี๋ยวฉันจะออกใบเสร็จ
ยืนยันให้”
มีใบเสร็จด้วยหรือ? ได้หลักฐานแสดงค่าใช้จ่ายกับบริษัท
หนามทมิฬแล้ว…
ไคลน์อมยิ้ม ก่อนจะหยิบปากกาหมึกน้ำเงินเข้มบนโต๊ะ
ขึ้นมากรอกข้อมูลใส่แผ่นกระดาษ รายละเอียดประกอบด้วย
เรื่องทั่วไปจำพวกชื่อ อายุ ที่พักอาศัย บริษัทที่ทำงาน รวมถึง
วันเดือนปีเกิด
แต่มันเว้นว่างช่องวันเกิดไว้ ในฐานะนักทำนาย ข้อมูลวัน
เกิดถือเป็นความลับที่ควรปกปิด เพราะมันสามารถนำไปใช้
ทำนายด้วยโหราศาสตร์ ไคลน์ต้องการให้ภาพลักษณ์ของตน
เป็นปริศนามากที่สุด
หลังจากกรอกเอกสารเสร็จและลงทะเบียนเป็นสมาชิก
เรียบร้อย สตรีผมน้ำตาลยื่นแขนขวาออกมาด้านหน้า
“ยินดีต้อนรับสู่สโมสรพยากรณ์เมืองทิงเก็นค่ะ ฉันมีชื่อ
ว่าแอนเจลิก้า·บาเรฮาร์ท เป็นเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความ
สะดวกให้สมาชิก ส่วนนี่คือกระดุมข้อมือแสดงฐานะสมาชิก มัน
ถูกสลักด้วยอักษรพิเศษของสโมสรพยากรณ์ ใช้สำหรับยืนยัน
ตัวตนสมาชิกค่ะ”
“ยินดีที่ได้รู้จักครับ มาดามแอนเจลิก้า”
ไคลน์เหยียดแขนขวาออกไปจับมือกับสตรีผมน้ำตาลคน
สวย จากนั้นก็หยิบกระดุมข้อมือสีทองหม่นขึ้นมา
เมื่อพิจารณาอย่างละเอียด อักษรที่จารึกไว้บนกระดุมถูก
เขียนด้วยภาษาเฮอร์มิสซึ่งมีรากศัพท์แปลได้‘ผู้พยากรณ์’
แอนเจลิก้าดึงมือซ้ายที่มอบกระดุมทองกลับ เธอครุ่นคิด
สองสามวินาทีก่อนจะถาม
“ฉันยังไม่ทราบว่าคุณถนัดเทคนิคทำนายแบบใด หรือ
ต้องการศึกษาศาสตร์ทำนายด้านไหนจากสโมสรเป็นพิเศษบ้าง
คะ? พวกเรามีหมอดูจำนวนมากที่สามารถมอบความรู้ในศาสตร์
แต่ละแขนงแตกต่างกัน และหากคุณมีความสนใจด้านใดเป็น
พิเศษ ทางเราจะช่วยจับกลุ่มให้สนิทสนมกับคนที่มีความชื่น
ชอบแบบเดียวกัน”
“ผมมีพื้นฐานของศาสตร์ทำนายทุกแขนง เรียกว่าไม่มี
ความสนใจเป็นพิเศษก็ได้ครับ”
ไคลน์อธิบายอวดโอ่ ก่อนจะร้องขอ
“ผมสามารถบริการดูดวงให้ลูกค้าได้ไหม? ขอรับประกัน
ว่าไม่ใช่มือใหม่แกะกล่องแน่นอน”
ตนมาที่นี่เพื่อ‘สวมบทบาท’เป็นนักทำนายตัวจริง
และศาสตร์การทำนายของตนไม่ใช่สิ่งที่คนทั่วไปจะสอนได้
แอนเจลิก้ายังคงยิ้มแย้มอ่อนโยนเช่นเคย
“ในช่วงแรก คุณสามารถดูดวงให้สมาชิกภายในสโมสรได้
ฟรี แต่ฉันจะไม่แนะนำคุณให้กับลูกค้าจนกว่าจะได้เห็นฝีมือใน
ระดับหนึ่งก่อน… ว่าแต่ คุณจะดูดวงในราคาเท่าไรคะ?”
“สองเพนนี”
เมื่อปราศจากชื่อเสียงเข้าสู้ จุดแข็งของตนจึงเหลือเพียง
ราคา
“สโมสรเราจะเก็บค่าธรรมเนียมหนึ่งในแปดของราคา ถ้า
คุณคิดค่าบริการสองเพนนี จะต้องจ่ายทางสโมสรเป็นเงินเสี้ยว
เพนนีทุกครั้งที่ดูดวงให้ลูกค้า…”
แอนเจลิก้าอธิบายกฎพื้นฐานของหมอดูอีกหลายข้อ จนถึง
ขั้นตอนสุดท้าย เธอเขียนรายละเอียดของไคลน์ลงในอัลบั้มรวม
ภาพรายชื่อหมอดู
เมื่อทุกสิ่งเสร็จสิ้น แอนเจลิก้าชี้นิ้วไปยังทางเดินยาวซึ่งสุด
ปลายเป็นห้องประชุมใหญ่
“มิสเตอร์เฮเนส·วินเซนต์กำลังบรรยายการดูดวงด้วย
โหราศาสตร์อยู่ค่ะ คุณสามารถเดินเข้าไปหาที่นั่งฟังได้ตามใจ
ชอบ ยกมือถามได้ทุกเมื่อหากเกิดความสงสัย”
“เข้าใจแล้วครับ”
ไคลน์เดินตรงไปตามทางเดิน มันต้องการทราบให้ได้ว่า การ
สอนของเฮเนส·วินเซนต์จะเหมือนหรือแตกต่างกับลุงนีลล์
อย่างไร
ขณะเดียวกัน แอนเจลิก้าเดินตามมาพร้อมกับกล่าวเสียง
ค่อย
“มิสเตอร์โมเร็ตติคะ ไม่ทราบว่าคุณจะรับชาหรือกาแฟ
ดี? พวกเรามีชาดำซิบป กาแฟแคว้นนันวิลล์ และกาแฟเดซี่
คอยเสิร์ฟให้สมาชิกโดยไม่คิดค่าบริการเพิ่ม”
หลังจากอ่านหนังสือพิมพ์มาบ้าง ไคลน์พอจะทราบว่าชา
และกาแฟทั้งสามชนิดถือเป็นเครื่องดื่มเกรดรองสำหรับชนชั้น
กลางถึงล่างของสังคม แต่อย่างน้อยก็มีคุณภาพสูงกว่าใบชา
เทียมที่เมลิสซ่าชอบชงเป็นประจำ
ไคลน์ครุ่นคิดก่อนมอบคำตอบ
“ขอเป็นกาแฟนันวิลล์หนึ่งที่ครับ น้ำตาลสามช้อนชา ไม่
ต้องใส่นม”
แคว้นนันวีลล์แห่งอาณาจักรโลเอ็นขึ้นชื่อในด้านเบียร์และ
ไวน์แดง มีชนชั้นสูงไม่น้อยที่โปรดปรานรสชาติอันยอดเยี่ยมของ
เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่นี่ แต่ไม่ใช่กับกาแฟ ชื่อเสียงของ
กาแฟนันวิลล์มิได้เลิศเลอ
“ตกลงค่ะ รอฉันนำไปเสิร์ฟที่ห้องนะคะ”
แอนเจลิก้าชี้นิ้วไปยังห้องประชุม
ไคลน์เดินเข้าใกล้กับประตูที่เปิดแง้ม ทันใดนั้น เสียง
บรรยายสำเนียงแคว้นอาโฮว่าดังเล็ดลอดออกมาจากด้านใน จับ
ใจความได้ว่า
“การทำนายด้วยโหราศาสตร์ถูกจัดให้มีความยากและ
ซับซ้อนมากที่สุดในบรรดาศาสตร์ทำนายทั้งหมด…”
นั่นมันสำหรับคนธรรมดา… ไคลน์ขัดคอผู้บรรยายในใจ
สายตากวาดมองรอบห้องประชุมใหญ่หนึ่งครั้ง
ภาพแรกที่พบคือเก้าอี้ยาวหรูหราราวห้าถึงหกตัวตั้งเรียงชิด
กันเป็นวงกลม กึ่งกลางวงกลมคือผู้บรรยายที่สวมชุดคลุมดำ
หมอดูชื่อดังของทิงเก็น เฮเนส·วินเซนต์
บุรุษผู้นี้มีถุงใต้ตาค่อนข้างคล้ำ เส้นผมสีน้ำตาลหนาและ
แข็ง ชี้โด่เด่ประหนึ่งไม่เคยถูกหวีหรือสางมาก่อน คล้ายกับตัว
เม่นไม่มีผิด
นอกเหนือจากนั้น ผู้บรรยายโหราศาสตร์ไม่มีจุดเด่นด้านใด
เตะตาแม้สิ่งเดียว
เมื่อเห็นไคลน์เดินเข้ามา เฮเนส·วินเซนต์พยักหน้า
เล็กน้อยเป็นเชิงรับทราบ มันไม่ได้หยุดการบรรยาย เพียงแต่
ชะลอคำพูดที่ค่อนข้างเร็วให้ช้าลง
ไคลน์ใช้มือขวาล้วงกระเปั๋า มือซ้ายจับไม้ค้ำ ชายหนุ่มเดิน
ไปนั่งลงบนเก้าอี้ยาวหรูหราพร้อมกับเอนหลังพิงพนัก จากนั้นก็
กวาดสายตาสำรวจสมาชิกหนึ่งรอบ ประกอบด้วยบุรุษสี่และ
สตรีอีกสองคน
บ้างก้มหน้าจดบันทึกลงสมุดอย่างตั้งใจ บ้างหันมากระซิบ
กระซาบคุยกัน และบ้างส่งยิ้มชืดตอบให้ไคลน์ตามมารยาท
เมื่อวางไม้ค้ำลง ชายหนุ่มทำทีเลื่อนมือขึ้นไปจัดระเบียบ
หมวกผ้าไหมทรงกึ่งสูง แต่ปลายนิ้วแอบสัมผัสหว่างคิ้วสองครั้ง
สายตาเพ่งมองเฮเนส·วินเซนต์ทันที่ แสงออร่าแผ่จาก
ร่างเปั้าหมายตามปรกติ ไม่ว่าจะเป็นความเข้ม ความสว่าง หรือ
สีสันที่แตกต่างในแต่ละจุด
“แดงเข้ม กังวลเล็กน้อย… ออร่าจุดอื่นสุขภาพดีอย่าง
น่าเหลือเชื่อ ยกเว้นเพียงจุดเดียวที่อาการค่อนข้างแย่ เขามีโรค
ประจำตัวอย่างนั้นหรือ…?”
ขณะไคลน์ทำทีนั่งฟังการบรรยายอย่างสนอกสนใจ มัน
พึมพำด้วยเสียงค่อย
ทันใดนั้น ชายหนุ่มรีบเลื่อนมือขึ้นมาปิดปากเพื่อไม่ให้หลุด
ขำ หลังจากนึกขึ้นได้ว่า ตนไม่มีใบประกอบโรคศิลปของแพทย์
ไม่มีกระทั่งใบอนุญาตของแพทย์แผนโบราณ…
แล้วตนมีสิทธิ์อะไรวินิจฉัยโรคให้ผู้อื่น?
ต้องขอบคุณเนตรวิญญาณ ไคลน์พึงพอใจกับความเหนือ
มนุษย์ของตัวเองค่อนข้างมาก มันได้รับรู้ในสิ่งที่คนทั่วไปมองไม่
เห็น
ถึงปัจจุบันยังมิอาจระบุอาการปั่วยของโรคได้ละเอียดนัก
แต่ข้อมูลเหล่านี้อาจเป็นประโยชน์ในบางสถานการณ์
เมื่อสำรวจสิ่งรอบตัวจนสบายใจ ชายหนุ่มแตะหว่างคิ้วอีก
สองครั้งและกลับมาตั้งใจฟังในสิ่งที่เฮเนสบรรยาย
โหราศาสตร์ถือเป็นศาสตร์การทำนายด้วยการอ่านค่า
ดวงดาวประเภทหนึ่ง คนทั่วไปสามารถปฏิบัติตามได้ไม่ยาก
ตัวอย่างที่ชัดเจนคือการทำนายด้วย‘จักรราศี’ตามเดือน
เกิด ข้อมูลจักรราศีสามารถระบุชะตาชีวิตและอุปนิสัยเบื้องต้น
ของมนุษย์ได้
ลงลึกมาสักหน่อยจะเป็นการอ่านค่าจากดวงดาวในตอนที่
เกิด จำพวกดวงอาทิตย์ จันทร์แดง ดาวสีชาด และดาวสีคราม
หากให้ลึกลงไปอีก จะเป็นคำนวณระยะห่างระหว่างดวงดาว
เหล่านั้น รวมถึงสัญลักษณ์ทางดาราศาสตร์ชนิดอื่นที่ปรากฏบน
ท้องฟั้า ค่าที่อ่านได้จะให้ผลการทำนายที่ละเอียดแม่นยำ
หมายความว่า โหราศาสตร์จำเป็นต้องใช้การคำนวณและ
ข้อมูลที่ละเอียดมาก ส่งผลให้มีความซับซ้อนสูงกว่าศาสตร์
ทำนายชนิดอื่น
มีหมอดูบางคนตัดสินใจตีพิมพ์หนังสือโหราศาสตร์โดย
พยายามอธิบายให้เข้าใจง่ายที่สุด แต่นั่นก็ยังเข้าถึงได้ยากมาก
สำหรับคนทั่วไป มีบุคคลบางกลุ่มที่อ่านอย่างคร่าวและนำไป
ตีความสรุปอย่างผิดวิธี ส่งผลให้การทำนายออกมาคลาดเคลื่อน
ไคลน์นั่งฟังอย่างตั้งใจ มิได้กล่าวแทรกขัด หรือมิได้ยกมือ
ถามไถ่ ตลอดเวลาเอาแต่ลูบไล้จี้ห้อยบุษราคัมสีเหลืองบริเวณ
ข้อมือซ้าย สลับกับการจิบกาแฟนันวีลล์ที่แอนเจลิก้ายกมาเสิร์ฟ
หลังจากผ่านไปนาน เฮเนส·วินเซนต์หยุดบรรยายและใช้
นิ้วนวดคลึงหว่างคิ้วตัวเองเล็กน้อย
“ถึงเวลาทบทวนบทเรียนด้วยตัวเองแล้ว หากมีคำถาม
เพิ่มเติม สามารถปรึกษาผมได้ที่ห้องศิลาจันทรา”
หลังจากเฮเนสเดินออกไป ชายหนุ่มเชิ้ตขาวกั๊กดำเคลื่อนตัว
เข้ามาใกล้ไคลน์พร้อมกับกล่าว
“สวัสดีครับ ยินดีที่ได้รู้จัก ผมเอ็ดเวิร์ด·สตีฟ”
“ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกัน ผมไคลน์·โมเร็ตติ”
ชายหนุ่มลุกขึ้นและคำนับทักทายตอบตามมารยาท
สุภาพบุรุษ
“โหราศาสตร์เป็นคาบเรียนที่ซับซ้อนและยากเกินเข้าใจ
ไม่ว่าจะฟังสักกี่หน แต่ทุกครั้งก็ชวนให้ง่วงเสมอ”
เอ็ดเวิร์ดกล่าวตำหนิตัวเอง
ไคลน์ยิ้มก่อนปลอบใจ
“เป็นเพราะมิสเตอร์วินเซนต์ถ่ายทอดความรู้ในหัวได้ไม่
ชำนาญ เหมือนกับพวกเราต้องฝืนทานอาหารอินทิส แม้จะพอ
ทานได้บ้าง แต่ก็ย่อยได้ยากเหลือเกิน”
“ถ้าให้เลือก ผมขอทานอาหารอินทิสยังดีเสียกว่า ถึงจะ
เสิร์ฟมาในจานใหญ่ แต่ปริมาณอาหารกลับมีไม่มากถึงขนาดทำ
ให้จุก”
เอ็ดเวิร์ดอมยิ้ม มันถือโอกาสนั่งข้างไคลน์และกล่าวต่อ
“สมาชิกใหม่หรือครับ? ผมอยู่ที่นี่มาสองปี แต่ไม่เคยเห็น
หน้าคุณมาก่อน”
“เพิ่งเข้าร่วมวันนี้ครับ”
ไคลน์ตอบตามจริง
“คุณถนัดด้านไหน? ของผมเป็นไพ่ทาโรต์และไพ่
โปั๊กเกอร์”
เอ็ดเวิร์ดถามเรื่อยเปือย
“ผมมีพื้นฐานศาสตร์ทุกชนิด แต่ไม่ถนัดด้านใดเป็น
พิเศษ”
ไคลน์อธิบายอวดโอ่แบบเดียวกับที่เคยกล่าวต่อหน้าแอนเจ
ลิก้า
มันไม่คิดถ่อมตน เพราะหากเป็นด้านทำนาย ในฐานะนัก
ทำนายตัวจริง มันมีความรู้ความเข้าใจในศาสตร์เร้นลับ
พอสมควร ถึงจะไม่ชำนาญอย่างลึกซึ้งก็ตาม
ขณะสมาชิกภายในห้องประชุมสนทนาแลกเปลี่ยนความรู้
ด้านบทเรียนโหราศาสตร์อย่างออกรส สาวสวยแอนเจลิก้าเดิน
เข้ามาในห้องพร้อมส่งเสียง
“มิสเตอร์สตีฟ มีลูกค้าต้องการใช้บริการดูดวงค่ะ”
“ทราบแล้วครับ”
เอ็ดเวิร์ด·สตีฟอมยิ้ม
“ดูเหมือนคุณจะดังพอตัวเลยนะครับ”
ไคลน์ถือโอกาสถามใคร่รู้
“หามิได้ เป็นเพราะผมตั้งราคาไว้สมเหตุสมผล
ต่างหาก”
เอ็ดเวิร์ดกล่าวเสียงค่อย
“ลูกค้าทั่วไปจะไม่เลือกหมอดูที่มีราคาสูงที่สุด นี่คือสัจ
ธรรม ส่วนราคาต่ำสุดก็ไม่มีโอกาสเช่นกัน นอกเสียจากพวกเขา
จะถูกลาถีบใส่ศีรษะจนสมองเพี้ยน ลูกค้าจะไม่มั่นใจกับหมอดูที่
ประเมินราคาตัวเองต่ำต้อย ราคาระดับกลางๆ จึงได้รับโอกาส
มากที่สุด”
ก็ผมนี่ไง คนที่ถูกลาถีบใส่ศีรษะ…
เมื่อเห็นอีกฝั่ายเดินจากไป ไคลน์ส่ายหัวพลางอมยิ้มจืดชืด
สงสัยต้องเปลี่ยนแปลงราคา…
ชายหนุ่มลุกขึ้นและเดินออกจากห้องประชุมไปตามทางเดิน
เขาได้พบแอนเจลิก้าที่โต๊ะต้อนรับอีกครั้ง
“ผมขอเปลี่ยนแปลงราคาเป็น… เอ่อ… แปด
เพนนี”
สาวสวยแอนเจลิก้าจ้องมองเข้าไปในดวงตาชายหนุ่ม
“ทราบแล้วค่ะ แต่ฉันจะแจ้งกับลูกค้าว่าคุณยังเป็น
สมาชิกใหม่ของเรา”
“ไม่มีปัญหาครับ”
ไคลน์พยักหน้าไม่ถือสา
ในบางครั้ง เพื่อให้ดึงดูดลูกค้าได้ดี ความลึกลับถือเป็น
ปัจจัยสำคัญของ‘นักทำนาย’ไม่แพ้องค์ประกอบอื่น
เมื่อกระจ่างไปอีกประเด็น ไคลน์ตัดสินใจกลับไปยังห้อง
ประชุม
ขณะกำลังเดิน มันเหลือบเห็นเฮเนส·วินเซนต์เดินออก
จากห้องศิลาจันทรา กลับเข้าไปในห้องประชุมพร้อมกับกระจก
เงาสีเงินในมือ
หมอดูชื่อดังแห่งทิงเก็นเปล่งเสียงกล่าวกับสมาชิกร่วมฟัง
บรรยายทั้งห้าคนว่า
“ผมเพิ่งค้นพบศาสตร์การทำนายชนิดใหม่เมื่อไม่นานมา
นี้ เรียกว่าการทำนายด้วยกระจกวิเศษ มีใครต้องการเรียนไหม
ครับ?”
กระจกวิเศษ?
นั่นมันเทคนิคอันตรายไม่ใช่หรือ…?
ไคลน์เชิ้ตขาวกั๊กดำพลันขมวดคิ้วขณะยืนแอบฟังอยู่นอก
ห้อง