ราชันเร้นลับ Lord of the Mysteries - บทที่ 49 ศาสตร์ทำนาย
ในฐานะนักทำนายที่เพิ่งย่างกรายเข้าสู่โลกแห่งศาสตร์เร้น
ลับ ไคลน์ไม่กล้าอวดโอ่ว่าตนบรรลุศาสตร์ทุกแขนงอย่างแจ่ม
แจ้ง แต่มันก็มิได้ดูถูกตัวเองด้วยการถ่อมตนว่าปราศจากความรู้
เช่นกัน
มีหลายสิ่งที่มันทราบในเชิงลึก โดยเฉพาะศาสตร์การ
ทำนายหลักที่ถูกแบ่งออกเป็นสามแขนงย่อย แต่ละแขนงจะถูก
แบ่งด้วย‘แหล่งที่มา’ของ‘คำบอกใบ้’
ศาสตร์แขนงแรกประกอบด้วยไพ่ทาโรต์ ไพ่โปั๊กเกอร์
ลูกตุ้มวิญญาณ แท่งวิญญาณ ความฝัน และอื่นๆ ที่คล้ายคลึง
กัน
หมวดหมู่นี้จะอาศัย‘พลังวิญญาณ’ของผู้ทำนายใน
การติดต่อสื่อสารกับโลกวิญญาณเพื่อขอ‘คำบอกใบ้’
จากนั้น ผู้ทำนายต้องตีความหาข้อสรุปเอาเอง
สำหรับเทคนิค‘ลูกตุ้มวิญญาณ’และ‘แท่ง
วิญญาณ’จะแตกต่างจากที่เหลือเล็กน้อย เพราะจำเป็นต้อง
ใช้‘พลังวิญญาณ’ของผู้ทำนายในระดับสูง คงเป็นการยาก
ที่บุคคลซึ่งไม่ใช่ผู้วิเศษจะทำนายด้วยสองวิธีดังกล่าวสำเร็จ
ส่วนไพ่ทาโรต์ถือเป็นวิธียอดนิยมที่บุคคลทั่วไปสามารถ
‘ร้องขอ’คำบอกใบ้จากโลกวิญญาณได้อย่างคร่าว แต่
คำตอบจะมาในเชิง‘สัญลักษณ์ไพ่’ ซึ่งค่อนข้างคลุมเครือ
และไม่ละเอียด
แขนงที่สองประกอบด้วยศาสตร์เลขมงคลและโหราศาสตร์
รวมถึงเทคนิคอื่นที่มีรูปแบบคล้ายคลึงกัน
ผู้ทำนายต้องได้รับข้อมูลจากผู้ถูกทำนายโดยละเอียดเพื่อให้
การทำนายเป็นไปอย่างแม่นยำ ข้อมูลประกอบด้วย วัน เดือน
ปีที่เกิด ช่วงเวลาเกิด ตำแหน่งของดวงดาว จากนั้นจะนำมา
คำนวณตามหลักเพื่อให้ได้ผลลัพธ์
ข้อเสียของศาสตร์แขนงนี้คือ ผู้ทำนายจะต้องได้รับข้อมูลที่
มากพอ เพราะข้อมูลทั้งหมดมาจากฝังลูกค้า มิใช่ตัวหมอดู
ส่วนข้อดีก็คือ ไม่ต้องเป็นผู้วิเศษก็สามารถดูดวงด้วยศาสตร์
แขนงที่สองได้
มาถึงแขนงที่สาม ผู้ทำนายจะอาศัยพลังลึกลับเป็น
‘แหล่งที่มา’ของคำนำนาย โดยพลังหรือตัวตนดังกล่าวมิ
ได้มาจากโลกวิญญาณ
‘ผีถ้วยแก้ว’ที่ไคลน์คุ้นเคยจากโลกเก่าถูกจัดให้อยู่ใน
หมวดหมู่นี้ ตามปรกติแล้ว คนธรรมดาจะไม่มีพลังวิญญาณมาก
พอในการติดต่อสื่อสารกับ ‘วิญญาณร้าย’ หรือสิ่งมีชีวิตเร้น
ลับที่คล้ายคลึงกัน แต่ในบางครั้งสามารถทำได้ เพราะวิญญาณ
ร้ายดังกล่าวปรารถนาจะล่อลวงมนุษย์ด้วยเจตนาชั่ว
จุดจบของการทำนายลักษณะนี้ไม่เคยสวยงาม ถ้าไม่เกิด
โศกนาฏกรรม ผู้ทำนายก็เสียสติไปตลอดชีวิต
เทคนิคทำนายด้วยกระจกวิเศษที่เฮเนส·วินเซนต์
กล่าวถึง ถูกจัดอยู่ในแขนงที่สาม กระจกวิเศษจะทำหน้าที่เป็น
ประตูติดต่อกับมิติเร้นลับ คล้ายคลึงกับการใช้‘วิญญาณ
ดารา’ติดต่อกับโลกวิญญาณ
แต่มิติเร้นลับในที่นี้ไม่ปลอดภัย เนื่องจากไม่ทราบปลายทาง
ไม่ทราบดีชั่ว ขึ้นอยู่กับคาถาที่ท่องระหว่างประกอบพิธีกรรม
ชายหนุ่มตัดสินใจหยุดยืนฟังอยู่หน้าห้อง มันต้องการทราบ
ว่าหมอดูชื่อดังแห่งทิงเก็นจะอธิบายเทคนิคอันตรายในทิศทาง
ใด
หากจำเป็น ไคลน์จะแจ้งให้ดันน์·สมิททราบ เพื่อจะได้
ลอบเข้าจู่โจมเฮเนส·วินเซนต์ในฝันยามค่ำคืน
แน่นอน เทคนิคกระจกวิเศษสามารถนำไปใช้ในทางที่ดีได้
โดยการท่องคาถาอ้างอิงถึงหนึ่งใน‘เจ็ดเทพประจำโบสถ์
หลัก’เพื่อขอรับคำบอกใบ้
คนทั่วไปที่พลังวิญญาณอ่อนมักไม่ได้รับ‘คำบอกใบ้’
ตอบกลับมา แต่อย่างน้อยก็เป็นพิธีกรรมที่ปลอดภัย
ถึงอย่างนั้น เทคนิคทำนายด้วยกระจกวิญญาณก็ยังเป็นสิ่ง
ต้องห้ามสำหรับเหยี่ยวราตรีและทูตพิพากษา
สาเหตุเพราะวิธีนี้มักถูกใช้โดยองค์กรลับเพื่อขอคำบอกใบ้
จาก‘เทพนอกรีต’ที่พวกมันศรัทธา รวมถึงตัวตนชั่วร้าย
มากมายที่ไม่มีทางระบุครบ
การทำนายด้วยกระจกวิเศษมีความเสี่ยงสูงมาก หากกล่าว
คาถาผิดแม้แต่พยางค์เดียว ตัวตนปริศนาจะเข้าครอบงำจิตใจผู้
ทำนายทันที่
ในโลกที่มีพลังวิเศษและเหล่าเทพมากมาย พิธีกรรมทำนาย
ต้องห้ามมักนำพาความหายนะมาสู่ผู้ประกอบพิธีเสมอ
ไคลน์นึกสงสัยมาตลอดว่า บางทีตน เวิร์ช และนาย่าอาจ
ประกอบ‘พิธีกรรมมืด’ตามที่เขียนไว้ในสมุดบันทึกตระกูล
อันทีโกนัสจนชีวิตต้องถึงจุดจบ
ขณะเดียวกัน เฮเนสยังคงอธิบายหลักการทำนายด้วย
กระจกวิเศษแก่ผู้ฟังบรรยายทั้งห้าคนภายในห้องอย่างละเอียด
“ประการแรก พวกคุณต้องเลือกวันเวลาให้เหมาะสมกับ
เทพองค์ที่ศรัทธา สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้จากคู่มือ
โหราศาสตร์ ตัวอย่างเช่น หากเป็นผู้ศรัทธาเทพธิดารัตติกาล
วันอาทิตย์คือสัญลักษณ์แห่งเทพธิดา และยังเป็นสัญลักษณ์แทน
การพักผ่อนด้วย ช่วงเวลาที่ดีคือระหว่างตีสองถึงตีสาม เก้าโมง
ถึงสิบโมง สี่โมงเย็นถึงห้าโมงเย็น และห้าทุ่มถึงเที่ยงคืน นี่คือ
ช่วงเวลาที่เทพธิดาสำแดงพลังอย่างเต็มที่ สาวกโบสถ์รัตติกาล
ควรใช้ช่วงเวลาเหล่านี้ในการประกอบพิธีกรรม”
เป็นคำแนะนำที่ค่อนข้างถูกต้อง…
ไคลน์ที่ใช้ประตูทางเข้าห้องประชุมเป็นกำบัง มันพยักหน้า
กับตัวเองเล็กน้อย
ดูเหมือนเรื่องที่แต่ละโบสถ์คอยระแวงซึ่งกันและกันจะเป็น
ความจริง เห็นได้จากการมีข้อมูลที่ละเอียดของเทพแต่ละองค์
ถูกเขียนไว้ใน‘คู่มือโหราศาสตร์’ที่เฮเนสกล่าวถึง
แต่แน่นอนว่า ไม่มีเรื่องเกี่ยวกับโอสถหรือผู้วิเศษถูกบันทึก
ไว้ คนธรรมดาอ่านไปก็ไม่พบข้อมูลที่โบสถ์พยายามเก็บงำเป็น
ความลับ
“ถัดมาเป็นการทำความสะอาดกระจกอย่างระมัดระวัง
กระจกเงาที่ใช้ต้องเคลือบด้วยโลหะเงินเท่านั้น และถ้าต้องการ
ร่ายคาถาโดยเอ่ยพระนามเทพธิดารัตติกาล ตำแหน่งที่วาง
กระจกควรเป็นจุดที่แสงจันทร์ส่องถึง…”
เฮเนสบรรยายโดยทำท่าทางประกอบ
ผิดแล้ว การระบุตำแหน่งวางกระจกควรใช้เทคนิคลูกตุ้ม
วิญญาณช่วย ประการแรก วางกระจกในตำแหน่งที่คิดว่าใช่
จากนั้นก็ท่อง-ตำแหน่งปัจจุบันเหมาะสมแล้วที่จะประกอบ
พิธีกรรมกระจกวิเศษ-ให้ครบเจ็ดครั้ง คำตอบจะมาในรูปแบบ
การหมุนตามหรือทวนเข็มของโซ่ลูกตุ้ม…
แต่ถ้าคิดพึ่งพาพลังจากตัวตนชั่วร้ายนอกรีต ตำแหน่งวาง
กระจกคงไม่สลักสำคัญสักเท่าไร…
ไคลน์แก้ไขคำอธิบายเฮเนสภายในใจ
ชายหนุ่มรู้สึกเหมือนกับตนเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยที่ต้อง
นั่งฟังลูกศิษย์อธิบายเนื้อหาผิดๆ ถูกๆ
เฮเนส·วินเซนต์ย่อมไม่ได้ยินเสียงเย้ยหยันจากไคลน์ มัน
ยังกล่าวต่อไปด้วยสีหน้าเป็นธรรมชาติ
เมื่อผู้ฟังภายในห้องจดเนื้อหาลงสมุดเสร็จ มันเริ่มอธิบาย
ต่อ
“หลังจากอาบน้ำทำความสะอาดร่างกายตัวเองเสร็จ ให้
ขึงผ้าม่านทุกผืนในห้องจนตึง ปิดประตูลงกลอนให้มิดชิด และ
เริ่มลงมือจุดเทียนไขหน้ากระจกพร้อมกับท่องคาถาเอ่ยพระ
นามของเทพที่ตัวเองศรัทธา”
“ถัดมาจะเป็นการท่องคำถามในใจให้ครบเจ็ดครั้ง อย่าใช้
ภาษาที่สละสลวยหรือเข้าใจยากเกินไป พยายามตั้งคำถามให้
ง่ายที่สุด…”
“เมื่อเสร็จสิ้น ให้บรรจงหยิบกระจกและปล่อยลงพื้น
อย่างนุ่มนวล เน้นย้ำว่านุ่มนวล คำบอกใบ้จากองค์เทพจะแฝง
มาในลักษณะการแตกของกระจก”
“ส่วนสัญลักษณ์และหลักการตีความ ผมจะอธิบายอย่าง
ละเอียดถัดจากนี้”
ฟูั่ว! เมื่อทราบว่าเฮเนส·วินเซนต์มิได้สอนพิธีกรรมที่ขัด
ต่อจารีตเจ็ดโบสถ์หลัก ไคลน์ถอนหายใจยาวโล่งอก มัน
ตัดสินใจเดินกลับเข้าห้องประชุมและนั่งในจุดเดิม จากนั้นก็ยก
ซดกาแฟนันวีลล์จนหมดแก้วภายในหนึ่งอึก
การทำนายแบบ‘ถูกจารีต’อาจได้รับคำบอกใบ้จาก
เทพก็จริง แต่ไม่มีทางที่คนทั่วไปจะตีความออก
ยกเว้นเสียแต่จะเป็นผู้วิเศษ และถ้าเป็นผู้วิเศษที่มีพลัง
วิญญาณสูง ไม่จำเป็นต้องทำให้กระจกแตกด้วยซ้ำ เพียงจ้อง
มองเข้าไปในกระจกเงินก็จะเห็น‘ภาพ’คำบอกใบ้โดย
ละเอียด
ถัดมาเป็นการบรรยายวิธีตีความลักษณะการแตกของ
กระจก เนื้อหาค่อนข้างยาวและน่าเบื่อ ขนาดเอ็ดเวิร์ด·สตี
ฟกลับมาจากการดูดวงก็ยังเล่าไม่จบ
ไคลน์มิได้ไต่ถามเอ็ดเวิร์ดถึงผลลัพธ์การดูดวงเมื่อครู่ รวมถึง
วิธีที่มันใช้ดูดวงให้ลูกค้า สิ่งเหล่านี้คือกฎปากเปล่าซึ่งเป็น
ความลับในวงการหมอดู
และในฐานะนำทักทายตัวจริง การซักไซ้ไม่ใช่พฤติกรรมที่
เหมาะสม หากมันต้องการทราบสิ่งใด ก็ควรทำนายหาคำตอบ
เอาเอง นั่นจะเป็นการวางตัวที่เหมาะสมกว่า นอกเสียจากอีก
ฝั่ายต้องการเปิดเผยอย่างเต็มใจ
“ผมเคยคิดอยู่บ่อยครั้งว่า ผลลัพธ์ทำนายที่พวกเราบอก
กับลูกค้านั้นค่อนข้างคลุมเครือ มีหลายหนที่พวกเขาต้องกลับไป
ตีความคำพูดเอาเอง”
เอ็ดเวิร์ดซดชาดำซิบปก่อนจะถอนหายใจเสียงค่อย
“ตัวอย่างเช่นคำทำนายที่ว่า-ชีวิตของคุณจะพบกับความ
เปลี่ยนแปลงหลายครั้ง ถูกอุปสรรคในชีวิตเล่นงานอย่างหนัก
แต่ท้ายที่สุด คุณจะกลับมาตั้งตัวได้และมีชีวิตที่สดใส-แม้จะพูด
ไปเช่นนั้น แต่ผมก็บอกไม่ได้ว่าอุปสรรคในชีวิตจะมาตอนไหน
และจะดีขึ้นเมื่อไร ได้แต่ให้พวกเขาเดากันเอง”
“หรืออีกหนึ่งตัวอย่างคือ-การเดินทางไกลของคุณอาจไม่
ราบรื่นนัก แต่จะกลับมาได้อย่างปลอดภัยแน่นอน-ต่อให้เขา
ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต แต่คนตายก็พูดไม่ได้อยู่ดี”
ในฐานะที่ไม่ได้เริ่มฟังตั้งแต่ต้น เอ็ดเวิร์ดจึงไม่ใส่ใจกับคาบ
บรรยายของเฮเนส·วินเซนต์
“ปรากฏการณ์เอนเอียงของผู้อยู่รอดสินะ”
ไคลน์เสริมพลางอมยิ้ม
ปรากฏการณ์เอนเอียงของผู้อยู่รอดหมายถึง บทสรุปที่
เกิดขึ้นจากปากของผู้อยู่รอดหรือโชคดี โดยไม่คำนึงถึงบุคคลที่
ตายไปโดยใช้วิธีการแบบเดียวกัน ด้วยเหตุนี้ ผลลัพธ์จึงออกมา
ไม่สัมพันธ์กับความจริง
ตัวอย่างเช่น หากมีคนบอกว่า ใช้ทางลัดเส้นนี้แล้วจะไม่ถูก
โจรปล้น แต่คนที่พูดคือหนุงในสิบที่รอดพ้นจากการถูกปล้น
โดยไม่สนอีกเก้าคนที่เป็นเหยื่อ นี่คือปรากฏการณ์เอนเอียงของ
ผู้อยู่รอด
“ใช่แล้วครับ ถ้อยคำของจักรพรรดิโรซายล์แฝงปรัชญา
ล้ำลึกไว้เสมอ”
เอ็ดเวิร์ดกล่าวสรรเสริญ
…ไคลน์พูดอะไรไม่ออก มันแสร้งทำเป็นยกซดด้วยกาแฟ
ที่ดื่มหมดนานแล้ว
…
หลังจากผ่านคาบเรียนอันยาวนานตลอดช่วงบ่าย สมาชิกที่
เหลืออีกห้าคนหันมานั่งจับกลุ่มแลกเปลี่ยนความรู้ร่วมกับไคลน์
และเอ็ดเวิร์ด
ไคลน์ปฏิบัติหน้าที่ในฐานะเหยี่ยวราตรีอย่างเต็มที่ มัน
พยายามสอดส่องหาบุคคลน่าสงสัยหรือบทสนทนาที่จะนำพา
ไปสู่พิธีกรรมอันตรายและผู้วิเศษ
เรียกได้ว่า ทำงานเกินเงินเดือนไปมาก
ทว่า มันกลับไม่บรรลุในสิ่งที่ตัวเองต้องการที่สุด-การสวม
บทบาทเป็นนักทำนาย ตลอดช่วงบ่าย มีลูกค้าเรียกใช้บริการดู
ดวงอีกสามถึงสี่ครั้ง แต่ไม่มีใครที่เลือกไคลน์
“หรือว่าเราควรสร้างชื่อเสียงด้วยการเริ่มทักสมาชิกทุก
คนก่อน เช่น ‘คุณกำลังถูกความโชคร้ายครอบงำ’ ‘คุณดวง
ไม่ดีในระยะหลังใช่ไหม’ หรือจำพวก ‘เหตุการณ์ที่ผ่านมาไม่
ค่อยราบรื่นสินะครับ’…”
“ไม่สิ นั่นไม่ใช่วิถีของนักทำนายสักหน่อย”
ขณะเกิดความคิดสุดห่วย ไคลน์ตัดพ้อตำหนิตัวเอง
ท้ายที่สุด เมื่อไม่มีเบาะแสเพิ่มเติม ชายหนุ่มตัดสินใจหยิบ
ไม้ค้ำและกล่าวคำอำลากับทุกคน
…
ราวห้าโมงครึ่ง เอ็ดเวิร์ด·สตีฟสวมโค้ทตัวนอกทับ
เสื้อเชิ้ตและเสื้อกั๊ก ขณะมันกำลังเดินออกจากสโมสรพยากรณ์
บุคคลที่คุ้นเคยได้ปรากฏตัวเบื้องหน้า
“สายัณห์สวัสดิ์ กลาซิส ไม่ได้พบกันนาน”
เอ็ดเวิร์ดทักทายด้วยรอยยิ้ม มันสำรวจการแต่งกายของ
เพื่อนสนิทที่มีความชื่นชอบร่วมกัน กลาซิสมาในชุดภูมิฐานสี
ขาวดำเหมือนทุกครั้ง บริเวณหน้าอกมีแว่นตาหนึ่งขาหรูหรา
ห้อยอยู่
ทันใดนั้น เอ็ดเวิร์ดพบว่าเพื่อนรักมีสีหน้าไม่สู้ดีนัก เส้นผมที่
เคยเหลืองทองเริ่มจางซีด
“สายัณห์สวัสดิ์ เอ็ดเวิร์ด… แค่ก!”
กลาซิสที่ถอดหมวกทักทาย มันรีบเลื่อนหมวกปิดปากขณะ
ไอกระแอมหลายหน
เอ็ดเวิร์ดไต่ถามด้วยสีหน้าฉงน
“คุณปั่วยฉับพลันหรือ?”
“ปั่วยร้ายแรงมาก เป็นโรคปอดบวมโดยไม่ทราบสาเหตุ
หากไม่เพราะภรรยาของพบได้พบสุดยอดเภสัชโดยบังเอิญ คุณ
อาจได้พบผมอีกครั้งในงานศพ”
น้ำเสียงกลาซิสเจือความหวาดกลัวผสมโล่งใจ
“พระเจ้า ผมไม่เคยคิดมาก่อนว่า คนที่มีลักษณะแข็งแรง
แบบคุณจะล้มปั่วยฉับพลันด้วยโรคร้ายเช่นนี้ ถ้าจำไม่ผิด ผม
เคยดูดวงสุภาพให้คุณแล้วไม่ใช่หรือ? ผลการดูดวงยังบอกว่า
สุขภาพดีปราศจากโรคภัยอยู่เลย”
เอ็ดเวิร์ดโบกไม้ค้ำไปมาเพื่อแสดงท่าทีตกตะลึงหลังจาก
ทราบข่าว
“ผมก็เคยดูดวงให้ตัวเอง ผลลัพธ์ไม่ต่างจากคุณนัก บางที
พวกเราอาจไม่ใช่หมอดูที่ยอดเยี่ยมขนาดนั้น แล้วก็…”
กลาซิสย้อนนึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงวันจันทร์ สีหน้า
แปรเปลี่ยนเป็นความเคร่งขรึม
ทันใดนั้น เจ้าหน้าที่สาวสวยแผนกต้อนรับ-แอนเจลิก้า·
บาเรฮาร์ท กล่าวทักทายกับกลาซิสที่เพิ่งเข้าสโมสรด้วยสีหน้า
ยิ้มแย้ม
หลังจากทักทายซึ่งกันและกันตามมารยาท เธอเริ่ม
สังเกตเห็นความผิดปรกติของสุขภาพกลาซิส แองจิเลน่าไต่ถาม
เล็กน้อยและแนะนำพอเป็นพิธี
ก่อนจะกล่าวในสิ่งที่น่าตกตะลึง
“มิสเตอร์กลาซิส ลูกค้าของคุณเมื่อวันก่อน มิสเตอร์โม
เร็ตติ เขาตัดสินใจเข้าร่วมสโมสรพยากรณ์แล้วนะคะ”
“ลูกค้าคนล่าสุดของผม?”
นัยน์ตากลาซิสพลันส่องประกาย
“พระเจ้า! เขาอยู่ที่ไหน?”
“กลับไปแล้วค่ะ”
แอนเจลิก้าและเอ็ดเวิร์ดต่างฉงนกับท่าทีตกใจเกินงามของ
กลาซิส
กลาซิสเหม่อลอยจนเซไปด้านหน้าสองก้าวโดยไม่รู้ตัว ก่อน
จะหันไปกล่าวกับแอนเจลิก้า
“คราวหน้าที่เขามา… ถ้าผมไม่อยู่ ช่วยถามให้ด้วยว่า
เขาจะเข้าสโมสรวันไหนบ้าง!”
“กลาซิส… เกิดอะไรขึ้นกันแน่? มิสเตอร์โมเร็ตติทำ
อะไรไม่ดีกับคุณอย่างนั้นหรือ?”
เอ็ดเวิร์ดขมวดคิ้ว
กลาซิสยกแขนขวาเชิงปฏิเสธ มันจ้องมองไปมาระหว่าง
แอนเจลิก้ากับเอ็ดเวิร์ดเล็กน้อย ก่อนจะเริ่มอธิบายด้วยจิตใจไม่
อยู่กับเนื้อกับตัว
“เขาเป็นหมอที่… ลึกลับมาก… มากๆ”
กลาซิสย้ำคำว่า‘มาก’ถึงสามครั้ง