ราชันเร้นลับ Lord of the Mysteries - บทที่ 72 แกะรอย
หุ่นกระบอกไม้ทาหน้าด้วยสีแดงและเหลืองเฉกเช่นตัวตลก
ทั่วไป มุมปากของมันยกโค้งขึ้นเกิดเป็นรอยยิ้มชวนขนหัวลุก
ปากไม้ที่อ้าขึ้นด้วยกลไกเผยให้เห็นช่วงว่างด้านในที่มืดมิด
ไคลน์ซึ่งตกเป็นเปั้าสายตาการจ้องมองของหุ่นกระบอก เส้นขน
ทั่วร่างตั้งชูชัน หัวใจแทบหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม
ฉากเบื้องหน้าเริ่มเชื่องช้าและพร่ามัว คล้ายกับกำลังมอง
โลกผ่านแก้วสีน้ำตาล
ความคิดความอ่านเฉื่อยชา สัญชาตญาณการเอาตัวรอด
พยายามตะโกนขอความช่วยเหลือ แต่คล้ายกับถูกเชือกรัดคอ
แน่นขนัด เสียงไม่ถูกเปล่งออกไปแม้แต่พยางค์เดียว
ดันน์เริ่มเห็นการขยับแขนของไคลน์มีลักษณะผิดปรกติ มัน
รีบออกแรงผลัก
ม่านแก้วสีน้ำตาลพลันแตกเป็นเศษเล็กเศษน้อย ความเร็ว
รอบตัวกลับคืนสู่ค่าปรกติอีกครั้ง
ทันใดนั้น ไคลน์หลุดตะโกนคำว่า ‘ช่วยด้วย’ ที่ค้างอยู่ใน
ลำคอจนถึงเมื่อครู่ เสียงแผดแหบพร่าเจือความตื่นตระหนกไว้
ชัดเจน
“มันรุนแรงขึ้นมาก”
ชายหนุ่มกล่าวหนักแน่น
หากไม่ระวังให้ดี การอยู่ใกล้ 2-049 นับว่าอันตรายมาก ไม่
สิ ต่อให้ระวังตัวก็ไม่ช่วยอะไร หากหวังรอดชีวิต ทางเดียวคือ
ต้องพึ่งพาความช่วยเหลือจากผู้อื่น
“เรื่องปรกติ”
อายร์·ฮาร์สันอมยิ้ม
โรล็อตหัวเราะคิกคัก
“คิดงั้นหรือ? ไม่ต้องห่วง เจ้านี่เป็นแค่ของวิเศษต้องห้าม
ระดับสอง อันตรายปานกลาง”
ขณะสาวสวยกำลังหัวเราะ หุ่นกระบอกที่มีข้อต่อคล้าย
มนุษย์เริ่มขยับเดินไปทางซ้าย
ท่าทางของมันเงอะงะงุ่มง่าม ประหนึ่งเครื่องจักรไอน้ำขึ้น
สนิมและลืมหยอดน้ำมันหล่อลื่น
โรบอทแดนซ์…หลังจากได้เห็นการเดินของหุ่นกระบอก
นั่นคือคำแรกที่ผุดขึ้นในสมองไคลน์
หรือมันจะเข้าสิงเหยื่อที่ตกเป็นเปั้าหมาย?
หากถูกปลุกไม่ทันเวลา ตนจะกลายเป็นหุ่นกระบอกขนาด
เท่ามนุษย์ไปตลอดกาลงั้นหรือ?
ตุ๊กตาบาร์บี้ขนาดเท่าคนจริง…
ขณะไคลน์เกิดคำถามมากมาย อายร์·ฮาร์สันถูกดันน์
ปลุกให้ตื่น มันรีบยืดหดแขนเข้าออกและหันไปตะโกนชี้นิ้วบอก
ทางกับเลียวนาร์ดที่เป็นพลขับ
“ทางนั้น!”
แต่จุดที่ปลายนิ้วชี้ไปคือบ้านคน เลียวนาร์ดขับรถม้าทะลุ
ผ่านอาคารไม่ได้ จำเป็นต้องหาทางเลี้ยวอ้อม
ระหว่างหาพิกัดที่ถูกต้อง หุ่นกระบอกไม้เปลี่ยนทิศทางเป็น
ระยะ มันทำตัวคล้ายกับเข็มทิศที่ชี้เปั้าไปยังทายาทตระกูลอันที
โกนัสโดยไม่ไขว้เขว
ได้ยินมาว่า 2-049 คือของวิเศษที่ตระกูลอันทีโกนัสสร้างขึ้น
เองกับมือ…ความสามารถแกะรอยเช่นนี้เกิดจากความ
จงรักภักดีอย่างไม่ลืมหูลืมตา หรือจงใจสาปแช่งให้ตระกูลฉิบ
หายวายวอดกันแน่?
เลียวนาร์ดขับรถม้าตามที่อายร์·ฮาร์สันสั่งเป็นระยะ
หากหุ่นกระบอกเดินไปใกล้มุมห้องโดยสารรถม้า อายร์จะคอย
นำมันกลับมาวางไว้กึ่งกลางห้องตามเดิม ทุกครั้งที่ทำเช่นนี้ หุ่น
กระบอกไม้จะอ้าปากกว้างและสำแดงฤทธิ์เดชใส่เหยื่อสองคน
พร้อมกัน
ไคลน์เริ่มวางใจเมื่อตระหนักว่า 2-049 มิได้อันตรายอย่างที่
คิด ขอเพียงมีสมาชิกในทีมปฏิบัติการตั้งแต่สามคนขึ้นไป ไม่
รวมพลขับ และทุกคนต้องช่วยปลุกให้ทันเวลา
ข้อสำคัญคือห้ามหยุดขยับแขนเด็ดขาด
ถ้าไม่เลินเล่อ 2-049 จะเป็นเพียงของเล่นที่มีลักษณะพิเศษ
แปลกกว่าปรกติเล็กน้อย
รถม้าแล่นด้วยความเร็วสูงมาถึงบริเวณเขตท่าเรือ ดูเหมือน
แถวนี้จะเป็นแหล่งกบดานของทายาทตระกูลอันทีโกนัสไม่ผิด
แน่
หลังจากเลียวนาร์ดขับรถม้าวนรอบเขตหนึ่งบ่อยครั้ง หุ่น
กระบอกไม้พยายามเดินเข้าไปในโกดังสินค้าสีเทาหลังหนึ่งที่อยู่
ด้านในสุด ทีมปฏิบัติการสามารถยืนยันได้ทันทีว่านั่นคือแหล่ง
กบดานของรีเอล·บีเบอร์
เมื่อมั่นใจ สีหน้าสุขุมของอายร์·ฮาร์สันพลันเปลี่ยนเป็น
ดำมืด จากนั้นก็จับหุ่นไม้บรรจงยัดใส่หีบสีดำไว้ตามเดิม
ตึง! ตึง! ตึง!
ดูเหมือนผู้พยายามผนึกจะถูกเล่นงานรุนแรงเป็นพิเศษ
ระหว่างขั้นตอน อายร์หมดสติหนแล้วหนเล่า ได้บอร์เจียและ
โรล็อตคอยช่วยปลุกหลายครั้ง
จนกระทั่งล็อกกลไกหีบเสร็จ อายร์ทำการผนึกซ้ำด้วยพลัง
วิญญาณ สัญลักษณ์ดวงดาวและจันทร์แดงส่องแสงสร้างชั้น
กำแพงวิญญาณบางๆ รอบหีบ
อายร์·ฮาร์สันถอนหายใจยาวด้วยสีหน้าคล้ายปั่วยไข้
…
“ลงรถกันเถอะ”
ดันน์สมิทกล่าวเสียงนุ่มนวล
“เลียวนาร์ด ผูกม้าไว้ด้วย”
เหยี่ยวราตรีหกคนในชุดสูท เสื้อกันลม และเชิ้ตขาว ทำการ
เดินตรงไปยังโกดังสินค้าสีเทาด้านในสุด ขณะเดียวกันก็ขยับ
แขนขึ้นลงอย่างไม่สอดประสานสักเท่าไร
หากเทียบกับสถานการณ์สุดตึงเครียดที่ต้องเผชิญ
พฤติกรรมพวกมันนับว่าน่าขบขัน
ทีมเต้นเหยี่ยวราตรีฮาเฮ…
ไคลน์ตั้งชื่อติดตลกในใจเพื่อบรรเทาความตึงเครียดส่วนตัว
แต่จากการคำนวณของมัน ไม่มีวิธีรับมือ 2-049 ใดที่ดีกว่า
นี้อีกแล้ว เหยื่อจะถูกเล่นงานร่างกายท่อนบนเป็นลำดับแรก ถัด
มาเป็นท่อนล่าง
การส่งสัญญาณที่ดีจึงควรกระทำบริเวณแขน ลำคอ หรือ
ช่วงตัว แต่สองอย่างหลังจะทำให้ทีมปฏิบัติการดูเหมือนกลุ่มคน
เสียสติมากกว่าเจ้าหน้าที่
ส่วนการขยิบตาหรือยักคิ้วนั้นพบความผิดปรกติได้ยาก
เกินไป ไม่มีค่อยเหมาะสมนัก
อย่างน้อย ทีมเต้นฮาเฮก็ยังแสดงได้น่าประทับใจกว่าบาง
ทีมเต้นบนโลกเก่า…
ไคลน์ถอนหายใจยาว มันเร่งฝีเท้าเดินตามอีกห้าคนให้ทัน
ยิ่งเข้าใกล้ประตูโกดัง ทุกคนยิ่งแสดงสีหน้าตึงเครียด ไม่มี
ใครทราบว่าสมุดบันทึกเล่มดังกล่าวจะส่งผลกับรีเอล·บีเบอร์
อย่างไรบ้าง
หากมีหายนะร้ายแรงเกิดขึ้น มันคงจบชีวิตลงก่อนได้กลับ
โลกเก่าเป็นแน่
พลังฟืนฟูร่างกายระดับเหนือธรรมชาติหายไปนานแล้ว วัน
ก่อน มันเผลอทำมีดบาดนิ้วขณะประกอบอาหาร บาดแผลมิได้
สมานตัวฉับพลันเหมือนในวันที่ยิงตัวตาย
หมายความว่า ตนไม่ใช่ซูเปอร์ฮีโร่อมตะที่สามารถเอาชนะ
วายร้ายได้ตามลำพัง
เป็นแค่นักทำนายแสนธรรมดา
ขณะเดินเข้าใกล้โกดัง ดันน์ใช้มือข้างที่ว่างอยู่ส่งสัญญาณให้
ทุกคนหยุดห่างจากโกดังสิบเมตร
“ไคลน์ ทำนายถึงอันตรายที่จะเกิดขึ้นภายในโกดัง ถ้า
ระบุระดับได้ด้วยจะดีมาก”
นัยน์ตาเทายังคงลุ่มลึกเฉกเช่นทุกครั้ง ไม่ปรากฏอาการ
สั่นคลอนแม้แต่น้อย
ไคลน์พยักหน้าเบาๆ พร้อมกับปลดโซ่เงินที่ข้อมือซ้ายและ
ปล่อยให้จี้บุษราคัมห้อยลงตามแรงโน้มถ่วง
ขณะกำลังจะเริ่มทำนาย มันถูก 2-049 เล่นงานซ้ำ
เดือดร้อนดันน์ต้องช่วยปลุก
เมื่อได้สติ ไคลน์ใช้มือซ้ายกำโซ่เงินและปล่อยให้บุษราคัม
ห้อยลง ส่วนมือขวายังคงขยับเข้าออกเพื่อให้ทุกคนเห็นอาการ
ผิดปรกติ
หลังจากจี้บุษารัมเริ่มนิ่ง มันทำการสร้างบอลแสงซ้อนทับ
ภายในจิตเพื่อเข้าฌาน จากนั้นก็พึมพำคาถาเจ็ดครั้ง
“มีอันตรายในโกดัง”
“มีอันตรายในโกดัง”
…
เมื่อครบ ไคลน์ลืมตาขึ้นและพบว่าจี้หมุนในทิศทางตามเข็ม
นาฬิกาอย่างเชื่องช้า
แต่จู่ๆ กลับหมุนเร็วขึ้น…เร็วขึ้น
ไคลน์รู้สึกคล้ายกับมีบางสิ่งที่มองไม่เห็นกำลังออกแรงดึง
ข้อมือซ้าย
“อันตรายมาก…ถึงมากที่สุด…”
ชายหนุ่มตอบตามจริง
การหมุนตามเข็มหมายถึงยืนยันในสิ่งที่ถาม ส่วนทวนเข็ม
หมายถึงปฏิเสธ
สำหรับผู้วิเศษเส้นทางอื่น หรือแม้กระทั่งผู้ส่องความลับ
การทำนายด้วยลูกตุ้มวิญญาณจะบอกได้เพียง ‘ใช่’ หรือ
‘ไม่’ เท่านั้น
แต่จากที่ไคลน์ทดลองด้วยตัวเอง นักทำนายอย่างตน
สามารถจำแนกรายละเอียดของคำทำนายได้จากความเร็วใน
การหมุน
ถึงจะไม่ละเอียดแม่นยำเป็นตัวเลข แต่ก็พอคาดเดาได้
คร่าวๆ
สมกับเป็นนักทำนาย…ไม่มีใครยอดเยี่ยมในศาสตร์ทำนาย
ไปกว่าตน ไคลน์ภูมิใจที่เลือกเดินบนเส้นทางนี้
ขณะชายหนุ่มกำลังจะนำโซ่เงินพันกลับคืนข้อมือซ้าย เลีย
วนาร์ด·มิเชลที่เงียบงันมานานได้โพล่งขึ้น
“ทำนายหาอันตรายรอบตัวด้วย”
ดันน์เห็นพ้อง
“ถูกต้อง ผมกังวลว่าลัทธิเร้นลับจะยังไม่รามือจากสมุด
บันทึกอันทีโกนัสและแอบจับตามองพวกเราทุกฝีก้าว พวกมัน
อาจล่วงรู้ปฏิบัติการในวันนี้และส่งคนสะกดรอยตาม เพื่อรอ
ฉวยโอกาสในจังหวะสำคัญ”
ไคลน์สูดลมหายใจเต็มปอด มันเข้าฌานและเริ่มทำนายอีก
ครั้ง
เมื่อจี้บุษราคัมสงบ ชายหนุ่มพึมพำคาถา
“มีอันตรายรอบตัวพวกเรา”
“มีอันตรายรอบตัวพวกเรา”
…
ครบเจ็ดครั้ง ไคลน์ลืมตาและเฝั้ามองโซ่เงิน
ภาพที่กำลังสะท้อนบนเงานัยน์ตาน้ำตาลเข้ม คือ จี้
บุษราคัมหมุนทวนเข็มอย่างยากลำบากในตอนแรก ก่อนจะ
ชะงักและหมุนกลับในทิศทางตามนาฬิกาด้วยความเร็วปาน
กลาง
“มีอันตรายรอบตัวเรา”
ไคลน์กล่าวเสียงหอบ ลมหายใจขาดห้วง
เมื่อครู่ มีใครบางคนใช้พลังรบกวนผลการทำนาย แต่ตน
เป็นฝั่ายเอาชนะมาได้!
ทันทีที่สิ้นเสียงเตือน บอลไฟสีส้มอมเหลืองขนาดเท่ากำปัน
ผู้ใหญ่ พลันพุ่งตรงมาทางกลุ่มเหยี่ยวราตรีทั้งหกคน
ความเร็วของมันน่าทึ่งมาก เปั้าหมายคือพื้นดินในจุด
กึ่งกลางที่ทุกคนกำลังยืน
ดันน์·สมิทซึ่งชักลูกโม่ลำกล้องยาวออกมารอตั้งแต่ก่อน
ไคลน์ทำนายแล้ว มันเล็งและลั่นไกยิงตอบโต้ทันควัน
ปัง!
ทว่า บอลไฟไม่ได้รับผลกระทบจากกระสุนปืนแม้แต่น้อย
บังคับให้ทุกคนต้องกระโดดหลบอย่างไม่มีทางเลือก
แต่ไหนแต่ไร ไคลน์ไม่เคยกังวลว่าจะมีใครก่อกวนหรือไม่
เพราะทีมปฏิบัติการชุดนี้ประกอบด้วยผู้วิเศษมากถึงหกคน
แถมยังมากด้วยลำดับเจ็ดและแปด บางทีอาจเป็นหน่วยผู้วิเศษ
ที่ไม่มีใครในทิงเก็นเอาชนะได้
แต่ในวินาทีที่บอลไฟพุ่งเล่นงาน ชายหนุ่มตระหนักได้ทันที
ว่า สถานการณ์ตรงหน้าเลวร้ายกว่าที่ตนไว้
สำหรับพวกมัน สิ่งที่น่ากลัวที่สุดไม่ใช่คนก่อกวน ไม่ใช่รี
เอล·บีเบอร์ที่ไม่ทราบชะตากรรมด้านในโกดัง…
แต่เป็นไอ้บัดซบ 2-049 ที่อยู่ในหีบสีดำ!
หากการต่อสู้ดำเนินไปจนใครสักคนถูกช่วยเหลือไม่ทันเวลา
คนๆ นั้นจะกลายเป็นหุ่นกระบอกขนาดเท่ามนุษย์ไปตลอดกาล
ยิ่งเวลาผ่านไป โอกาสรอดของคนที่เหลือก็จะยิ่งลดหลั่น
ขณะกำลังถูกความหวาดผวาและวิตกกังวลเข้าครอบงำ
รุนแรง เลียวนาร์ดกระชากแขนไคลน์เพื่อดึงให้พ้นจากรัศมีบอล
ไฟสีเหลืองอมส้ม
ไม่มีเวลามัวเสียดายชุดอีกแล้ว ไคลน์กลิ้งกับพื้นหนึ่งตลบ
ก่อนเงยหน้าขึ้นมอง มันได้เห็นสมาชิกเหยี่ยวราตรีถูกแบ่งเป็น
สองกลุ่มซ้ายขวาเท่าเทียม
ฟุั่บ!
บอลไฟพุ่งกระทบพื้นและหายไปราวกับไม่เคยมีตัวตนมา
ก่อน ไม่ปรากฏแม้แต่ฝุั่นควันการเผาไหม้
ภาพลวงตา?
คณะชายหนุ่มกำลังคิดเช่นนี้ มันเหลือบเห็นอายร์·ฮาร์
สันขว้างหีบดำออกไปไกลราวสิบเมตรและหันมาตะโกน
“อยู่ห่างมันไว้! แต่ห้ามคลาดสายตา!”
ยังไม่ทันจะกล่าวจบ บอร์เจียและเลียวนาร์ดพุ่งเข้าไปใกล้
หีบในระยะราวเจ็ดเมตร ไม่ถึงห้าเมตรที่เป็นระยะทำการ และ
ไม่ไกลพอจะปล่อยให้ใครแย่งชิงไปต่อหน้า
ขณะเดียวกัน ดันน์และโรล็อตต่างถือปืนในมือแน่นขนัด
นำหน้าโดยอายร์·ฮาร์สันที่ชักดาบเงินออกมาถือ
ทะมัดทะแมง พวกมันสามคนรักษารูปขบวนจันทร์เสี้ยวพร้อม
กับวิ่งตรงไปยังจุดที่บอลไฟถูกยิงออกมา ขณะเดียวกันก็คอย
ระวังไม่ให้ถูกลอบโจมตีจากด้านหลัง
เมื่อเห็นเหตุการณ์ตรงหน้า ไคลน์ที่ต้องขยับแขนขึ้นลงมา
นานพลันถอนหายใจยาวอย่างโล่งอก ชายหนุ่มเพิ่งตระหนักว่า
ตนมองข้ามเรื่องง่ายๆ ไป
เจ้า 2-049 ไม่ได้อันตรายอย่างที่คิด แค่อยู่นอกระยะห้า
เมตรก็สิ้นเรื่องแล้ว
ชายหนุ่มพยุงร่างขึ้นยืน มันเก็บโซ่เงินเข้ากระเปั๋าเสื้อพร้อม
กับเลื่อนมือไปหยิบลูกโม่ที่ซองรักแร้ซ้าย