ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 1006 การปะทะกันของเลือด!
ฟางเทียนอี้ไม่รู้ที่มาของเนี่ยเทียน
ทว่าเลือดลมที่เนี่ยเทียนปล่อยออกมาจากร่างบอกให้เขารู้ว่าเนี่ยเทียน ไม่ใช่เผ่ามนุษย์ทั่วไป
ชนต่างเผ่าระดับสายเลือดสูงหลายคนแค่มองจากภายนอกก็เห็นความ แตกต่างจากเผ่ามนุษย์ได้อย่างชัดเจน
วิธีการที่เผ่ามนุษย์ใช้แยกแยะชนต่างเผ่าก็คือมองว่าอีกฝุายมีสายเลือด ที่พิเศษหรือไม่
“ท่านประมุข เขาคือบุตรแห่งดวงดาวคนที่เจ็ดที่เพิ่งเลื่อนขั้นใหม่ของ สำนัก” ฟางหยวนรีบบอกตัวตนของเนี่ยเทียน ก่อนจะจ้องเนี่ยเทียนอย่าง สงสัย “เจ้ามาทำไมรึ?”
หันหว่านหรงมีสีหน้าตกตะลึง “เนี่ยเทียน เจ้า…สามารถสลายเลือดลม ที่มหาราชานรกเลือดทิ้งไว้ได้หรือ?”
“บุตรแห่งดวงดาว! เป็นเลือดผสมอย่างนั้นรึ?” ฟางเทียนอี้ตกใจ
“พลังที่หลงเหลืออยู่ของมหาราชาข่าตี๋มากระตุ้นข้า” เนี่ยเทียนหันไป พูดกับฟางเทียนอี้ด้วยสีหน้าที่เคร่งเครียดอย่างถึงที่สุด “อย่าเพิ่งเก็บแดน เอตทัคคะของท่าน ข้าอยากจะทดลองดูสักหน่อย”
“ทดลองอย่างไร?” หลังจากรู้ที่มาของเนี่ยเทียน ฟางเทียนอี้ก็พลัน สงบสติอารมณ์ได้ ไม่รู้สึกอคติกับอีกฝุายเท่าไหร่นัก
“ฟูุวๆ!”
จิงชี่เลือดเนื้อที่แดงฉานเล็กบางเส้นแล้วเส้นเล่าบินออกมาจากในร่าง ของเนี่ยเทียน แทรกซึมเข้าไปยังแดนเอตทัคคะของฟางเทียนอี้
เลือดลมสีแดงแต่ละเส้นเหมือนมีจิตวิญญาณเป็นของตัวเอง ซึ่งพวกมัน ต่างก็แยกย้ายกันบินไปหากลุ่มลมพายุที่อยู่ในแดนเอตทัคคะของฟางเทียน อี้
“ตูม!”
เรือนกายของเนี่ยเทียนสั่นสะท้านอย่างหนัก แสงสีเลือดเปล่งประกาย อยู่ในดวงตา เขาได้แอบใช้การสูบดึงพลังชีวิตแล้ว
การสูบดึงพลังชีวิตของเขาไม่เคยมีครั้งไหนที่ไม่ราบรื่น หลายปีมานี้เขา คอยดึงเอาจิงชี่เลือดเนื้อในร่างของสัตว์โบราณและชนต่างเผ่ามากมายมา ชุบหลอมตัวเอง
ก่อนหน้านี้การสูบดึงพลังชีวิตของเขาไม่เคยล้มเหลว
ทว่าตอนนี้ ภายใต้การโคจรของการสูบดึงพลังชีวิต จิงชี่เลือดเนื้อเป็น เส้นๆ ที่มาจากเขาแค่ปะทะเข้ากับเลือดลมที่มหาราชาข่าตี๋ทิ้งไว้ก็ดับสลาย ไปในทันที
“พรวด!”
ท่ามกลางพายุหมุนมีสายฟูาสีแดงและสีม่วงถูกสาดยิงออกมาอย่าง ต่อเนื่อง
จิงชี่เลือดเนื้อที่ถูกเนี่ยเทียนปลดปล่อยออกไปไม่เพียงแต่ไม่ขยายใหญ่ ขึ้น กลับยังสลายไปทีละเส้นด้วย
แต่ว่าที่หายไปพร้อมกับจิงชี่เลือดเนื้อของเขายังมีแสงเลือดสีม่วงที่มหา ราชาข่าตี๋ทิ้งไว้ด้วย
ทุกครั้งที่สายฟูาสีม่วงสลายหายไป จุดลึกในมหาสมุทรจิตวิญญาณของ เนี่ยเทียนก็จะมีเสียงคำรามดังลอยมา
เขายังเหมือนจะมองเห็นว่ามีมหาสมุทรเลือดสีม่วงเข้มผืนหนึ่งที่เดือด พล่าน และมีเปลวเพลิงปีศาจพวยพุ่งขึ้นมา ท่ามกลางเปลวเพลิงเหล่านั้นมี ภาพเหตุการณ์ที่เลือดเนื้อของสรรพชีวิตถูกหล่อหลอม
“ไม่สามารถใช้การสูบดึงพลังชีวิตมารวบรวมปราณได้ นี่ถือว่าเป็นครั้ง แรก!”
หนังตาเนี่ยเทียนกระตุกอยู่ตลอดเวลา สัมผัสได้อย่างลึกล้ำว่า ท่ามกลางแสงสีเลือดสีม่วงมีพลังที่แข็งแกร่งดึงดันอย่างถึงที่สุดอยู่ขุมหนึ่ง
พลังงานเหล่านั้นหากเอามาขยายใหญ่จะเห็นว่าเป็นผลึกใสสีม่วงหลาย ก้อน
ผลึกใสสีม่วงพวกนั้นก็คือพลังงานชั่วร้ายแปลกประหลาดที่มีอยู่เต็ม แสงสีเลือด มันส่งกลิ่นคาวเลือดน่าสะอิดสะเอียนออกมา
ผลึกใสที่เล็กจนแทบมองไม่เห็นเหล่านั้นปะปนอยู่ในเลือดลมสีม่วง แต่ ดูเหมือนว่าจะไม่สามารถผสานรวมกับเลือดลมสีม่วงได้อย่างสมบูรณ์แบบ คล้ายว่าไม่ใช่พลังงานของมหาราชาข่าตี๋เอง
ที่การสูบดึงพลังชีวิตสูญเสียประสิทธิภาพก็เพราะการดำรงอยู่ของผลึก ใสพวกนั้น!
“พลังงานประเภทนั้นเหนือกว่าพลังงานของมหาราชาข่าตี๋เองเสียอีก!” เนี่ยเทียนตะลึงลาน
“ตึกๆๆ!”
หัวใจของเขาเต้นกระหน่ำอย่างเสียการควบคุม แก่นเลือดแต่ละหยด เดือดพล่านอยู่ในหัวใจ
วินาทีที่แก่นเลือดเดือดพล่าน เขาก็รีบร่ายใช้พรสวรรค์พลังชีวิต แข็งแกร่ง กล้ามเนื้อเป็นมัดๆ พลันปูดนูนขึ้นสูง มีโครงสร้างเส้นใยสีเงินสี ทองก่อตัวขึ้นมาราวกับเสื้อเกราะ
“คล้ายคลึงกับการจำแลงร่างปีศาจของภูตผีปีศาจ! ” หันหว่านหรงตื่น ตะลึงไปอีกครั้ง
“ไอ้หมอนี่…” ฟางหยวนอุทานเสียงหลง
ฟางเทียนอี้ดวงตาเป็นประกาย
เขาสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าเมื่อเลือดลมของเนี่ยเทียนกรอกเทเข้ามา อย่างต่อเนื่องแล้วปะทะกับแสงเลือดสีม่วงในพายุหมุนแดนเอตทัคคะของ เขา พลังงานที่มหาราชาข่าตี๋ทิ้งไว้ให้คอยทำลายแดนเอตทัคคะของเขาได้ ถูกลดทอนกำลังลงไปไม่น้อยอย่างเห็นได้ชัด
แต่เพียงแค่เวลาสั้นๆ เนี่ยเทียนก็หยุดมือลง
เขาไม่ถ่ายเทเลือดลมของตัวเองเข้ามาในแดนเอตทัคคะของฟางเทียน อี้อีก
ฟางเทียนอี้จึงเริ่มร้อนใจ “ทำไมถึงหยุดมือล่ะ?”
ฟางหยวนและหันหว่านหรงเองก็หันมามองเนี่ยเทียน
เนี่ยเทียนยิ้มเจื่อน “พลังของข้าไม่มากพอให้สลายเลือดลมที่มหาราชา ข่าตี๋ทิ้งไว้ได้ในคราวเดียว กลางเลือดลมของมหาราชาผู้นี้มีความมหัศจรรย์ อย่างอื่นอยู่ มีพลังงานชั่วร้ายที่เกาะตัวกันซึ่งเก่าแก่มากในความรู้สึกของ ข้า เพียงแต่ว่า พลังงานนั้น…เหมือนจะยังชุบหลอมได้ไม่มากพอเท่านั้น”
“เจ้าสัมผัสได้ถึงพลังงานอีกขุมหนึ่งที่อยู่ในเลือดลมของมหาราชาข่าตี๋ ด้วยรึ?” หันหว่านหรงร้องอุทานตกใจ
“ท่านรู้ด้วยหรือ?” เนี่ยเทียนตะลึง
เพียงแค่ครู่เดียวนี้ แก่นเลือดสิบหยดที่อยู่ในหัวใจของเขาก็ถูกเผา ผลาญไปถึงแปดหยด
จิงชี่เลือดเนื้อที่ซ่อนอยู่ในเลือดเนื้อและอวัยวะของเขาก็เผาผลาญไป เกินครึ่งในชั่วเวลาสั้นๆ
แต่ปราณเลือดสีม่วงของมหาราชาข่าตี๋ที่อยู่ในแดนเอตทัคคะของฟาง เทียนอี้กลับสลายไปแค่หนึ่งในสิบส่วน หรืออาจจะน้อยกว่านั้นด้วยซ้ำ
หากเดาไม่ผิด เลือดลมที่เหลืออยู่ในแดนเอตทัคคะของฟางเทียนอี้ น่าจะเกิดจากการโจมตีถึงชีวิตครั้งเดียวของมหาราชานรกเลือดข่าตี๋
เลือดลมส่วนใหญ่ที่มาจากการโจมตีเอาชีวิตของข่าตี๋ถูกฟางเทียนอี้ ลดทอนลงไป และเหลือเพียงแค่ส่วนน้อยเท่านั้นที่นาบประทับพลังงานชั่ว ร้ายเก่าแก่เอาไว้
ซึ่งขนาดนี่เป็นแค่หนึ่งในสิบส่วนของพลังที่หลงเหลืออยู่ซึ่งถูกลดทอน ไปแล้วหลายรอบก็ยังเผาผลาญแก่นเลือดของเขาถึงแปดหยด รวมไปถึงจิง ชี่เลือดเนื้อมากมายที่อยู่ในร่างเขา
ความแข็งแกร่งของมหาราชานรกเลือดข่าตี๋ทำให้เนี่ยเทียนตื่นตะลึง อย่างลึกล้ำ
“พวกเจ้าทำอะไรกันอยู่น่ะ?”
เป๋าซื่อหมิงที่รออยู่พักใหญ่ก็ยังไม่เห็นเนี่ยเทียนกลับมา ด้วยความร้อน ใจจึงตามมาถึงที่นี่ด้วย
“ปัญหาของเจ้าไม่ได้ยุ่งยากขนาดนั้น สามารถจัดการได้อย่างง่ายดาย” เนี่ยเทียนหันไปมองเขาแวบหนึ่ง “วางใจเถอะ พิษยาที่อยู่ในร่างเจ้า รอให้ ข้าว่างเมื่อไหร่ ใช้เวลาแค่ไม่กี่วันข้าก็สามารถกำจัดมันได้หมด”
“เจ้ารอไปก่อน” ฟางหยวนและหันหว่านหรงเอ่ยขึ้นพร้อมกัน
“เนี่ยเทียนใช่ไหม?” ฟางเทียนอี้นั่งนิ่ง ดวงตาสาดประกายแสงแห่ง ความตกตะลึง “ข้าสัมผัสได้ว่าเลือดลมของเจ้าสามารถกำจัดพลังที่ หลงเหลืออยู่ของข่าตี๋ได้จริง เพียงแต่เนื่องจากระดับสายเลือดของเจ้า ค่อนข้างต่ำ พลังเลือดลมที่อยู่ในร่างของเจ้าไม่เข้มข้นมากพอ จึงไม่ สามารถจัดการได้ในครั้งเดียว”
เนี่ยเทียนพยักหน้ารับ “เป็นอย่างนี้จริง”
“เจ้าต้องทำอย่างไรถึงจะสั่งสมพลังเลือดลมใหม่ได้เร็วที่สุด?” ฟาง เทียนอี้ร้อนใจยิ่งกว่าเป๋าซื่อหมิงเสียอีก “แดนเอตทัคคะของข้าประคองตัว
อยู่ได้อีกไม่นาน หากแดนเอตทัคคะพังทลายลงเมื่อไหร่ ข้าคงจบเห่จริงๆ เจ้าเห็นไหม?”
“ถ้าอย่างนั้นก็ยกศพภูตผีปีศาจที่ท่านเอามาก่อนหน้านี้ให้ข้าได้ หรือไม่?” เนี่ยเทียนมองฟางหยวน
ในแหวนเก็บของของเขาก็มีศพของภูตผีปีศาจและสัตว์โบราณอยู่ มากมายเช่นกัน แต่หากคิดจะสลายพลังของข่าตี๋ในแดนเอตทัคคะทิ้งไป จิงชี่เลือดลมที่ได้จากศพเหล่านั้นก็อาจจะยังไม่มากพอ
ฟางหยวนรีบกล่าว “ได้แน่นอนอยู่แล้ว!”
ศพของภูตผีปีศาจจำนวนมากถูกเขาเรียกออกมาวางไว้ตรงหน้าเนี่ย เทียนทันที
“หากศพพวกนี้ยังไม่พอ ข้าสามารถหามาเพิ่มให้ได้อีก” ฟางหยวน ตื่นเต้น “ศพของชนต่างเผ่ามีอยู่มากมายในมือของผู้ฝึกลมปราณ อาณาจักรฟูามืด ให้เวลาข้าหน่อย ข้าสามารถไปแลกศพของชนต่างเผ่า จำนวนมากกว่าเดิมมาให้เจ้าได้ ไม่ว่าจะเป็นเผ่าอะไรข้าก็ช่วยหาให้เจ้าได้ ทั้งนั้น”
“ยังไม่ต้องรีบร้อน ข้าขอใช้ศพพวกนี้ก่อน” เนี่ยเทียนกล่าว
“พวกเรายังต้องทำอะไรอีก?” ฟางหยวนถาม
ฟางเทียนอี้คือแดนเอตทัคคะช่วงท้ายคนเดียวที่พึ่งพาเขา อีกทั้งฟาง เทียนอี้เองก็มาจากตระกูลฟางเช่นกัน จึงมีค่ามากพอที่จะเชื่อใจได้อย่าง เต็มร้อย
หากเกิดเรื่องไม่คาดคิดกับฟางเทียนอี้ แดนเอตทัคคะของอีกฝุาย พังทลาย นี่จะสร้างผลกระทบมหาศาลให้กับชื่อเสียงของเขา
วันหน้าตอนที่เขาต้องช่วงชิงตำแหน่งเจ้าแห่งดวงดาว ฟางเทียนอี้ย่อม ต้องเป็นกำลังหลักสำหรับเขา!
“ตอนนี้ข้ายังไม่ต้องการให้ท่านช่วยอะไร” เนี่ยเทียนมองไปยังศพของ ภูตผีปีศาจแวบหนึ่ง ศพที่อยู่ในแหวนเก็บของของอีกฝุายพลันลอยเข้ามา หาแหวนเก็บของของเขา “ข้าต้องการห้องลับห้องหนึ่งเพื่อฟื้นฟูพลัง โดยเร็วที่สุด ห้ามให้ใครมารบกวนข้า”
“ตามข้ามา!” ฟางหยวนเป็นฝุายนำทาง
ไม่นานเนี่ยเทียนที่อยู่ภายใต้การนำของเขาก็ไปถึงห้องลับแห่งอื่น
ห้องลับนั้นกว้างขวางยิ่งกว่าห้องที่ก่อนหน้านี้ฟางหยวนยกให้เขาใช้ รักษาเป๋าซื่อหมิง หินดวงดาวและหยกวิเศษที่ปูไว้ก็มีมากกว่าหลายเท่าตัว
อีกทั้งห้องลับยังมีค่ายกลอย่างอื่นที่สามารถช่วยให้สงบจิตใจ ทำให้ผู้ ฝึกลมปราณเข้าฌานได้อย่างรวดเร็ว
“ห้องลับนี้คือสถานที่ฝึกตนของข้า” ฟางหยวนกล่าว
“มองออกแล้ว” เนี่ยเทียนยิ้มและบอกเป็นนัยให้เขาออกไป
“เรื่องของประมุขตระกูลฟางของข้า คงต้องรบกวนเจ้าแล้ว”
“ข้าจะพยายามอย่างสุดความสามารถ”
หลังจากพูดคุยกันง่ายๆ ฟางหยวนก็ถอยออกมา
เนี่ยเทียนปิดประตูหิน จึงไม่ได้ยินเสียงใดๆ ที่อยู่ด้านนอกอีก ครั้นจึง หยิบเอาศพของภูตผีปีศาจออกมาใหม่แล้วร่ายใช้การสูบดึงพลังชีวิตอีกครั้ง
การสูบดึงพลังชีวิตของเขาที่พอเผชิญหน้ากับศพของภูตผีปีศาจกลับไม่ มีความยากลำบากใดๆ
จิงชี่เลือดเนื้อทั้งหมดที่อยู่ในร่างของภูตผีปีศาจถูกการสูบดึงพลังชีวิต ดึงออกมาให้ลอยเข้าหาร่างกายเขา ช่วยให้เขาฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว
——