ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 1005 เลือดลมที่มหาราชาทิ้งเอาไว้!
เป๋าซื่อหมิงเชื่อมั่นเต็มร้อยว่าพลังประหลาดที่เนี่ยเทียนร่ายเข้ามาใน ร่างของตนสามารถช่วยตนแก้ไขปัญหาใหญ่ที่รบกวนตนมานานหลายปีได้!
เมื่อเทียบกับชีวิตแล้ว ต่อให้มีหยกวิเศษมากมายแค่ไหน แล้วจะมี ประโยชน์อะไร?
เขาเป็นถึงอาจารย์หลอมโอสถของพระราชวังโบราณสะเก็ดดาว สามารถหลอมยาระดับใต้ดินออกมาได้ ขอแค่เขายังมีชีวิตอยู่ ใช้วิชาแห่ง โอสถ เขาก็ยังสามารถหาหยกวิเศษมาได้อย่างไม่ขาดสาย
จุติกลับมาฝึกตนใหม่มีภัยร้ายแฝงอยู่มากมาย หมายความว่าเขาต้อง สละทุกอย่างที่เคยมีทิ้งไป อนาคตเป็นสิ่งที่มิอาจรู้ได้
หากมีความหวังแม้แต่เสี้ยวเดียว เขาก็ไม่อยากจุติกลับมาฝึกตนใหม่
การปรากฏตัวของเนี่ยเทียนก็คือการนำความหวังเสี้ยวนั้นมาให้แก่เขา!
“หยกวิเศษสองล้านก้อน เจ้าก็จะสละทิ้งงั้นหรือ? มูลค่าของยาอาทิตย์ มืดคือเท่าไหร่ เจ้ารู้อยู่แก่ใจตัวเองดี มันมีราคาไม่ถึงสองล้านด้วยซ้ำ! ” หง เหยากล่าวอย่างเดือดดาล
มาถึงเวลานี้ เป๋าซื่อหมิงก็ไม่มีความสนใจใดๆ ต่อหงเหยาอีกแล้ว
เขามองเมินเสียงคำรามของหงเหยา แต่จ้องเขม็งไปยังเนี่ยเทียนอย่าง อดรนทนไม่ไหว “จะลงมือเมื่อไหร่?”
“ใกล้แล้ว” เนี่ยเทียนยิ้มบางๆ ก่อนจะส่งยาอาทิตย์มืดไปให้กับจงหลี เจียนเจ้าสำนักไฟศักดิ์สิทธิ์ “เจ้าจงเอายาไป หวังว่าเจ้าจะสามารถใช้มัน เลื่อนสู่แดนเอตทัคคะได้อย่างราบรื่นจริงๆ”
จงหลีเจียนกล่าวขอบคุณ “ขอบคุณมาก”
ทุกคนที่มุงดูอยู่ต่างมีสีหน้าแปลกประหลาด ทั้งยังไม่แยกย้ายกันไป ไหน
หันหว่านหรงและฟางหยวนเองก็เต็มไปด้วยความมึนงง ไม่ว่าอย่างไรก็ คาดไม่ถึงว่าพอเนี่ยเทียนมาถึงก็จะคลี่คลายข้อพิพาทได้เพียงแค่คำพูดไม่กี่ คำ
ไม่ได้ใช้หยกวิเศษแม้แต่ก้อนเดียว ทั้งเป๋าซื่อหมิงกลับยังขอร้องเนี่ย เทียน ซ้ำยังเป็นฝุายมอบยาอาทิตย์มืดมาให้กับมือ
หงเหยายังคิดจะพูดอะไรต่อ แต่หันหว่านหรงกลับเอ่ยขึ้นอย่าง หงุดหงิด “การแลกเปลี่ยนขึ้นอยู่กับความพึงพอใจของทั้งสองฝุาย นี่เป็น สิ่งที่เจ้าพูดขึ้นมาเอง กฎของอาณาจักรฟูามืด เจ้าเองก็น่าจะเข้าใจ เป๋า ซื่อหมิงไม่ยินดีขายยาอาทิตย์มืดให้กับเจ้า แน่นอนว่าเจ้าเองก็บังคับเขา ไม่ได้ เจ้าจงไปเสี่ยงดวงเอาที่เขตอื่นเถอะ บางทีอาจจะซื้อยาอาทิตย์มืด เม็ดใหม่ในราคาที่ถูกกว่าเดิมมาได้”
หงเหยาสีหน้ามืดคล้ำไม่น่ามอง ในใจแค้นเคือง แต่กลับพยายามข่มก บั้นอารมณ์เดือดดาลนั่นเอาไว้
“เจ้าจะช่วยเป๋าซื่อหมิงแก้ไขพิษยาก็จำเป็นต้องหาพื้นที่ที่เป็นส่วนตัว” ฟางหยวนนิ่วหน้า “ค่ายกลนำส่งในตำหนักแห่งนั้นยังคงโคจรอยู่ มีคนเข้า
ออกตลอดเวลา ไม่ค่อยสะดวกนัก หากไม่รังเกียจ เจ้าก็ไปที่เรือรบทาง ช้างเผือกของข้า มันอยู่ห่างจากที่นี่ไม่ไกลนัก เจ้าคิดว่าอย่างไร?”
เขาเป็นฝุายเชื้อเชิญด้วยตัวเอง
“ตกลง” เนี่ยเทียนตอบรับด้วยรอยยิ้ม
“แล้วยังรออะไรอยู่อีกเล่า?” เป๋าซื่อหมิงเอ่ยเร่ง
“ฟิ้ว!”
ฟางหยวนเรียกเรือดาราที่เหมือนกับเนี่ยเทียนออกมานำทางอยู่เบื้อง หน้า
“ข้าจะไปเป็นเพื่อนเจ้า” หันหว่านหรงยิ้มบางๆ แล้วขึ้นมายืนอยู่บน เรือดาราของเนี่ยเทียน หลังจากที่เรือดาราบินออกไปจากหินอุกกาบาต พลังนอกอาณาจักรกำลังจะแทรกซอนเข้ามา นางจึงปลดปล่อยดินแดน ของตัวเอง ใช้ปราการที่เป็นน้ำใสแวววาวห่อหุ้มเรือดาราเอาไว้
เป๋าซื่อหมิงมีขอบเขตเป็นแดนว่างเปล่า จึงบินตามหลังเรือดาราทั้งสอง ลำไป
ครู่หนึ่ง เนี่ยเทียนก็มาถึงจุดเที่เรือรบทางช้างเผือกของฟางหยวนจอด อยู่
ฟางหยวนเดินนำทางจนกระทั่งมาถึงห้องลับในเรือ ในห้องลับมีหิน ดวงดาวปูไว้เต็มแน่นและยังมีหยกวิเศษอีกมากมาย ทำให้ปราณฟูาดินและ พลังงานดวงดาวเปี่ยมล้นอยู่ข้างใน
“ที่นี่เป็นอย่างไรบ้าง?” ฟางหยวนเอ่ยถาม
เนี่ยเทียนพยักหน้า “ใช้ได้”
ฟางหยวนและหันหว่านหรงมองสบตากัน ก่อนที่คนทั้งสองจะออกมา จากห้องลับ ทิ้งเนี่ยเทียนไว้ในห้องกับเป๋าซื่อหมิงสองคน
“ตอนแรกเจ้าร่ายพลังพืชหญ้าไว้ในร่างของข้า ภายหลังมีปราณอีกขุม หนึ่งโผล่เข้ามา” เป๋าซื่อหมิงหรี่ตาลง เอ่ยขึ้นเบาๆ ว่า “ปราณขุมที่โผล่มา ภายหลังต่างหากถึงจะเป็นกุญแจสำคัญในการแก้ไขพิษยาในร่างข้า! ปราณ ขุมนั้นปะปนอยู่กับพลังพืชหญ้าบริสุทธิ์ของเจ้า มันมีความมหัศจรรย์ใน การสร้างชีวิตด้วย!”
ในฐานะที่เป็นอาจารย์หลอมโอสถ เขาจึงมีการรับสัมผัสต่อปราณแต่ ละชนิดเฉียบไวมากเป็นพิเศษ
เพื่อศึกษาฤทธิ์ของยา ปีนั้นเขายังกล้ากินยาที่ไม่เหมาะสมกับตัวเองเข้า ไปมากมาย สุดท้ายเป็นเหตุให้พิษยาแทรกซอนเข้าสู่ไขกระดูก ยากที่จะ กำจัดทิ้งได้
จิ่งชี่เลือดเนื้อที่แฝงเร้นความมหัศจรรย์ของพลังชีวิตจากเนี่ยเทียน ปะปนอยู่กับพลังพืชหญ้า ใช้วิธีการของเวทไม้สวรรค์เกิดใหม่มาชำระล้าง อวัยวะภายในของเขา ทำให้เขารู้สึกได้ว่าปราณที่ไหลเข้ามาภายหลังไม่ เหมือนกับพลังวิญญาณธาตุต่างๆ ที่เผ่ามนุษย์ใช้ฝึกตน
นั่นคือเลือดลมที่ต้องเป็นชนต่างเผ่าหรือสัตว์โบราณเท่านั้นถึงจะมีได้!
“พวกเลือดผสม!”
เขาเข้าใจความพิเศษของเนี่ยเทียนได้ในชั่วพริบตา
“เอาล่ะ ข้าจะช่วยเจ้ากำจัดพิษยาก็แล้วกัน”
เนี่ยเทียนไม่ได้พูดอะไรมาก แค่บอกให้เขานั่งดีๆ แล้วเก็บพลังของ ตัวเองไป
จากนั้นเขาก็ใช้วิธีการของเวทไม้สวรรค์เกิดใหม่ โดยการเอาแก่นพืช หญ้าปะปนกับเลือดลมแห่งชีวิตแล้วกรอกเทเข้าไปยังอวัยวะภายในของ เป๋าซื่อหมิง
สายเลือดแห่งชีวิตผสานรวมกับพลังพืชหญ้า บวกกับการร่ายใช้เวทไม้ สวรรค์เกิดใหม่ มีสรรพคุณมหัศจรรย์ทำให้ฟื้นคืนชีพได้ใหม่
แก่นเลือดแต่ละหยดของเขาที่กรอกเทให้กับเกราะมังกรเพลิง โครง กระดูกปีศาจเลือด และกระดูกท่อนนั้นล้วนสามารถทำให้หัวใจของชนต่าง เผ่าทั้งสามชนิดกลับมาเต้นใหม่ กระตุ้นให้โซ่ผลึกสายเลือดเกิดใหม่ขึ้นมา อีกครั้ง
การช่วยเป๋าซื่อหมิงขจัดพิษไม่จำเป็นต้องใช้แก่นเลือดของเขา แค่ อาศัยจิงชี่เลือดเนื้อ พลังพืชหญ้า บวกกับเวทไม้สวรรค์เกิดใหม่ก็สามารถ ชำระล้างอวัยวะภายในของอีกฝุายได้อย่างช้าๆ และทำลายพิษยาไปได้ อย่างมั่นคง
เขาจึงลงมือทันที
……
“ท่านน้าหัน ท่านรู้สึกว่าเนี่ยเทียนจะช่วยเป๋าซื่อหมิงกำจัดพิษยาในร่าง ออกได้จริงหรือไม่?”
ห้องหินอีกห้องหนึ่ง ฟางหยวนขมวดคิ้ว “ข้าอยู่ในมหาสมุทรดาวมอด ดับมานานเกินไป ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเนี่ยเทียนสักอย่าง เรื่องของเขา… เป็นมาอย่างไรกันแน่?”
“เขาเกิดที่ดินแดนดาวตก ผ่านการประลองจากประตูสวรรค์จนได้ตรา ประทับสะเก็ดดาวสามดวงมาครอง” หันหว่านหรงเล่าถึงที่มาของเนี่ย เทียน
“บุตรแห่งดวงดาวที่โดดเด่นขึ้นมาจากประตูสวรรค์เช่นเดียวกับซือคง ฉั่ว” ฟางหยวนตะลึง “เขาคงจะไม่กลายเป็นซือคงฉั่วคนถัดไปหรอกนะ?”
“เขาไม่เหมือนกับซือคงฉั่ว” หันหว่านหรงส่ายหน้า “ดูจากข่าวที่ข้า ได้มาในตอนนี้ คนผู้นี้มีคุณธรรมมีน้ำใจ หวงจินหนันและโหลวหงแยนจาก สำนักห้าธาตุไปสำรวจดินแดนแห่งใหม่ร่วมกับเขา หลังจากจบเรื่อง คนทั้ง สองต่างก็ชื่นชมเขามาก!”
“เขาเป็นเลือดผสม แล้วรู้ที่มาของสายเลือดเขาหรือไม่?” ฟางหยวน ถามอีกครั้ง
“ผู้อาวุโสโม่เหิงเคยตรวจสอบสายเลือดของเขามาก่อน แต่สถานการณ์ นั้นซับซ้อนยิ่ง” หันหว่านหรงนิ่งคิดไปครู่หนึ่ง “รายละเอียดเป็นอย่างไร ตอนนั้นข้าไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ จึงไม่รู้เรื่อง แต่ดูเหมือนว่าผู้อาวุโสใหญ่จะ ให้ความสำคัญกับเขามาก ตอนที่เขากลายเป็นบุตรแห่งดวงดาวจึงได้รับค่า คุณความดีหนึ่งแสนคะแนน ดินแดนปราการดวงดาว ดินแดนพงฟูาและ ดินแดนดาวตกบ้านเกิดของเขาต่างก็ถูกยกให้เป็นของเขาทั้งหมด”
“นอกจากนี้ยังมีหอหงเทียนอีกหลังหนึ่ง!”
“หอหงเทียนก็ถูกยกให้เขาด้วยหรือ?” ฟางหยวนตะลึง “เจ้าของคน ก่อนของหอหงเทียนเป็นถึง…”
หันหว่านหรงพยักหน้ารับหนักๆ
“แค่กๆ!”
และเวลานี้เอง เสียงไอหนักๆ ก็ดังออกมาจากอีกจุดหนึ่งของตัวเรือ
ฟางหยวนหน้าเปลี่ยนสีน้อยๆ หยุดการสนทนากับหันหว่านหรง รีบ เดินไปยังจุดที่มีเสียงดังมาทันที
ปลายของเรือขนาดใหญ่ยักษ์ ในห้องลับที่มีแสงหลากสีสันเปล่ง ประกายมีเจ้าประมุขตระกูลฟางนั่งอยู่นิ่งๆ —ฟางเทียนอี้
ฟางเทียนอี้คือแดนเอตทัคคะช่วงท้าย ฝึกวิชาหลักคือพลังแห่งลม
เดิมทีตระกูลฟางก็คือหนึ่งในตระกูลที่พึ่งพาพระราชวังโบราณสะเก็ด ดาว
ซึ่งฟางหยวนเป็นแค่คนในตระกูลรองของตระกูลฟางเท่านั้น ทว่า เนื่องจากเขาได้รับการดูแลจากพระราชวังโบราณสะเก็ดดาว และหลังจาก ถูกรับเลือกให้เป็นบุตรแห่งดวงดาวคนที่ห้า ตลอดทั้งตระกูลฟางจึงพึ่งพา ฟางหยวน
ตระกูลฟางที่มีฟางหยวนเป็นเสาหลักจึงแข็งแกร่งขึ้นอย่างรวดเร็ว
“ผู้อาวุโสหัน”
ฟางเทียนอี้มองเห็นว่าฟางหยวนเข้ามาพร้อมกับหันหว่านหรงก็ไอ ขึ้นมาอีกหนึ่งที
ใบหน้าของเขาซีดเผือด บางครั้งมีแสงสีม่วงจางๆ วาบผ่านไป คล้ายว่า แสงนั้นที่ซุกซ่อนอยู่ในร่างของเขากำลังทรมานเขาอยู่
“อาการของเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง?” หันหว่านหรงถาม
ฟางเทียนอี้ไม่ได้ตอบ แต่เลือกที่จะปล่อยแดนเอตทัคคะที่ถูกเขา ย่อส่วนลงกว่าเดิมนับร้อยนับพันเท่าออกมา
แดนเอตทัคคะขยายเต็มห้องลับ พอเผยตัวก็มีเสียงลมพายุคำรามดัง ลอยมา
ลมพายุหลายลูกหมุนคว้างอย่างบ้าคลั่ง ซึ่งพายุพวกนั้นหดเล็กลง กว่าเดิมหลายร้อยหลายพันเท่า จนมองดูคล้ายกลุ่มอากาศที่ล่องลอยไปทั่ว แดนเอตทัคคะของเขา
ทว่าในกลุ่มอากาศพวกนั้นกลับมีแสงเลือดสีม่วงเปล่งวูบวาบให้เห็นได้ รำไร
การดำรงอยู่ของแสงเลือดสีม่วงทำให้กลุ่มอากาศเหล่านั้นค่อยๆ สลาย ออกจากกัน
ท่ามกลางแสงสีเลือดยังมีเงาปีศาจที่น่ากลัวจำแลงออกมาพร้อมกับ หัวเราะเสียงน่าขนลุก
“คือเลือดลมที่มหาราชานรกเลือดข่าตี๋ทิ้งเอาไว้” หันหว่านหรงขมวด คิ้ว “แดนเอตทัคคะของเจ้าถูกทำลายจนเสียหายอย่างหนัก เลือดลมที่ข่าตี๋ ทิ้งเอาไว้มีพลังของมหาสมุทรเลือดนรกของอาณาจักรปีศาจแห่งที่สองแฝง เร้นอยู่ มหาสมุทรเลือดนรกของอาณาจักรปีศาจแห่งที่สองก็คือสถานที่ที่ ชั่วร้ายที่สุดที่ภูตผีปีศาจใช้ลงโทษเผ่ามนุษย์และสังหารคนของเผ่าอื่นๆ”
“ข่าตี๋ก็คือมหาราชาที่เฝูาพิทักษ์มหาสมุทรเลือดนรก”
“ว่ากันว่าท่ามกลางประวัติศาสตร์อันยาวนานของเผ่าภูตผีปีศาจ เคย มีต้าจุนของภูตผีปีศาจคนหนึ่งที่ถือกำเนิดขึ้นมาในมหาสมุทรเลือดนรก ต้า จุนของภูตผีปีศาจคนนั้นเหมือนจะตายไปในสงครามนองเลือดระหว่างเผ่า มนุษย์และชนต่างเผ่าของปลายยุคดึกดำบรรพ์ การดำรงอยู่ของมหาสมุทร เลือดนรกก็เพื่อให้ต้าจุนของภูตผีปีศาจคนนี้ฟื้นคืนชีพกลับมาอีกครั้ง”
“หลายต่อหลายปีที่ผ่านมา คนเผ่าภูตผีปีศาจจำนวนมากต่างก็ถูก นำไปทิ้งไว้ที่นั่นเพราะทำความผิด”
“คนเผ่ามนุษย์และชนเผ่าอื่นๆ ก็ถูกโยนทิ้งไว้ในมหาสมุทรเลือดนรก เพื่อเซ่นสังเวยต้าจุนคนนั้น รอคอยให้เขาฟื้นคืนชีพขึ้นมาในวันใดวันหนึ่ง”
“ที่ข่าตี๋ถูกเรียกว่ามหาราชานรกเลือด รับผิดชอบเฝูาพิทักษ์มหาสมุทร เลือดนรก ก็เพราะในร่างของข่าตี๋มีสายเลือดของต้าจุนเผ่าภูตผีปีศาจคน นั้นไหลเวียนอยู่”
“เขาสามารถใช้พลังของมหาสมุทรเลือดนรกมาผสานรวมกับสายเลือด ของตัวเอง ทำให้เลือดลมแต่ละกลุ่มมีพลังที่ชั่วช้าของพลังต้นกำเนิด”
“ข่าตี๋โดดเด่นขึ้นมาได้ ทั้งยังติดสิบอันดับแรกของบรรดามหาราชา ภูตผีปีศาจมากมายก็เป็นเพราะสายเลือดของเขามีพลังของมหาสมุทร เลือดนรกมาช่วยเสริม”
กล่าวมาถึงตรงนี้ หันหว่านหรงก็ถอนหายใจหนึ่งที แล้วพูดกับฟาง เทียนอี้ว่า “เลือดลมที่ข่าตี๋ทิ้งเอาไว้มีพลังของต้าจุนที่รอวันฟื้นคืนชีพใน มหาสมุทรเลือดนรกคนนั้นอยู่ พลังระดับนี้แม้แต่ข้าก็ยังทำอะไรไม่ได้ ส่วน
ในสำนักก็เกรงว่าคงมีแค่รองเจ้าตำหนักสองคนและเจ้าตำหนักเท่านั้นที่ถึง จะคลี่คลายมันได้อย่างแท้จริง”
“แม้แต่ผู้อาวุโสใหญ่ก็หาใช่จะมีวิธีเสมอไป”
ฟางเทียนอี้ยิ้มขื่น “ข้าเข้าใจ”
ฟางหยวนเอ่ยปลอบ “ไม่ต้องรีบร้อน ขอแค่ท่านทนไปอีกสักระยะหนึ่ง รอให้เจ้าตำหนักคนที่สามกลับมา ข้าก็ย่อมต้องเอาค่าคุณความดีไปแลก กับการขอให้เขาลงมือช่วยแน่นอน”
ฟางเทียนอี้ยิ้ม เดิมทีคิดจะพูดอะไรบางอย่าง แต่จู่ๆ กลับเงียบไป
เลือดลมที่มหาราชานรกเลือดข่าตี๋ทิ้งเอาไว้คอยทำลายแดนเอตทัคคะ ของเขาอยู่ตลอดเวลา บางทีอาจรอไม่ถึงเจ้าตำหนักกลับมา แดนเอตทัคคะ ของเขาก็คงพังทลายลงไปก่อน
แดนเอตทัคคะพังทลาย ขอบเขตของเขาก็จะลดดิ่งฮวบฮาบ
คิดจะสร้างแดนเอตทัคคะขึ้นมาใหม่อีกครั้งอาจจะดีว่าไปจุติใหม่เพื่อ กลับมาฝึกตนอยู่บ้าง แต่เขาก็ไม่รู้ว่าต้องใช้เวลานานกี่ปีถึงจะฟื้นตัวกลับสู่ สภาวะพรั่งพร้อมสูงสุดได้อีกครั้ง
เมื่อแดนเอตทัคคะพังทลาย อายุขัยของเขาก็คงยืนหยัดได้ไม่ถึงวันที่ ขอบเขตจะฝุาทะลุขั้นอีกครั้ง
“เอ๊ะ!”
ในห้องลับอีกห้องหนึ่ง เนี่ยเทียนที่กำลังกำจัดพิษให้เป๋าซื่อหมิงตัวสั่น สะท้าน
ชั่วขณะที่ฟางเทียนอี้ปลดปล่อยแดนเอตทัคคะซึ่งถูกย่อส่วนให้เล็กลง ออกมา สายเลือดแห่งชีวิตของเขาก็สัมผัสได้ถึงเลือดลมชั่วร้ายที่อยู่ด้านใน ได้อย่างเฉียบไว
เลือดลมแต่ละกลุ่มนั้นถูกชุบหลอมให้บริสุทธิ์ถึงขีดสุด ซึ่งน้อยครั้งนักที่ เขาจะได้พบเจอในชีวิตนี้
เลือดลมของผู้เฒ่าเผ่ากิ้งก่า เปลวเพลิงพลุ่งพล่านเฮยจือลี่เท่อ และผู้ ควบคุมปีศาจเฟยโฒ่ซือต่างก็ไม่น่าตะลึงถึงเพียงนี้ ไม่ทำให้เขาเกิด ความรู้สึกอกสั่นขวัญแขวนได้ขนาดนี้
ท่ามกลางเลือดลมเหล่านั้น ไม่มีจิตวิญญาณของเจ้าของอยู่ด้วย เลือด ลมเพียงแค่ว่ายวนไปตามสัญชาตญาณคล้ายกำลังทำลายอะไรบางอย่าง
“มหาราชานรกเลือด เลือดลมที่ข่าตี๋ทิ้งเอาไว้!”
เนี่ยเทียนกระจ่างแจ้งในบัดดล
“เพราะอยู่ห่างกันเกินไป บวกกับที่ประมุขตระกูลฟางชุบหลอมพลังจิต วิญญาณที่ปะปนอยู่ในเลือดลมทิ้ง อันที่จริงเลือดลมพวกนั้นจึงไม่มีจิต วิญญาณของเจ้าของหลงเหลืออยู่แล้ว” เนี่ยเทียนครุ่นคิด “เลือดลมที่ไม่มี เจ้าของ เคลื่อนไหวไปตามสัญชาตญาณ อานุภาพจึงถูกลดทอนไปมากมาย เป็นไปได้ไหมที่จะ…”
พอคิดอย่างนี้เขาก็สูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนจะปล่อยเลือดลมแห่งชีวิต ที่เล็กบางราวเส้นผมเส้นหนึ่งให้บินออกไปจากห้องลับ
ประตูห้องลับที่พวกฟางเทียนอี้อยู่ถูกแง้มออก
ฟางเทียนอี้ที่กำลังจะเก็บแดนเอตทัคคะกลับคืนพลันเลิกคิ้วสูง
หันหว่านหรงเองก็สัมผัสได้ ดวงตาของนางที่เป็นประกายจ้องเขม็งไป ยังเลือดลมที่เล็กยิ่งกว่าเส้นผม ทั้งยังทำท่าทางลับๆ ล่อๆ อย่างเห็นได้ชัด เส้นนั้นซึ่งได้มุดหายเข้าไปในแดนเอตทัคคะที่หดเล็กลงของฟางเทียนอี้
กลางแดนเอตทัคคะ ท่ามกลางกลุ่มลมที่เป็นพายุบ้าคลั่งลูกหนึ่งซึ่งหด เล็กลงกว่าเดิมหลายเท่ามีแสงสีม่วงปรากฏขึ้นอีกครั้ง
“สวบ!”
เลือดลมสีแดงสดที่เล็กบางจนแทบมองไม่เห็นเส้นนั้นพุ่งเข้าไปในกลุ่ม ลมและปะทะเข้ากับแสงเลือดสีม่วง ทันใดนั้นก็มีแสงสีเลือดพร่างพราว สาดกระเซ็นออกมา
“ตูม!”
แผ่นหลังของเนี่ยเทียนกระแทกเข้ากับผนังหินห้องลับอย่างแรง หน้า ของเขาพลันเปลี่ยนสี
“เนี่ยเทียน เจ้าทำอะไรน่ะ?” เป๋าซื่อหมิงหันกลับมาอย่างมึนงง มอง เนี่ยเทียนที่จู่ๆ ก็ไปกระแทกกับผนังหินอย่างแรง “เจ้ากำจัดพิษยาให้ข้าอยู่ ดีๆ ทำไมถึงเป็นอย่างนั้นไปได้?”
“พิษยาของเจ้าสามารถกำจัดได้แน่นอน ไม่ต้องรีบร้อน” เนี่ยเทียนที่ หน้าตาบึ้งตึงทิ้งเป๋าซื่อหมิงมา เขาเดินอาดๆ ไปตามทิศทางที่เลือดลมบิน ไป ก้าวเข้าไปยังห้องลับที่ฟางเทียนอี้อยู่
“เนี่ยเทียน?” ฟางหยวนเรียกด้วยน้ำเสียงตะลึง
หันหว่านหรงรู้สาเหตุจึงกล่าวว่า “ก่อนหน้านี้มีเลือดลมเส้นหนึ่งแทรก เข้ามา เลือดลมนั้นเป็นของเจ้ารึ?”
เนี่ยเทียนพยักหน้ารับ สูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนจะมองไปยังกลุ่มลม กลุ่มหนึ่งในบรรดากลุ่มลมมากมายที่ล้อมวนอยู่ทั่วร่างฟางเทียนอี้
ฟางเทียนอี้ตวาด “เขาเป็นใคร? พอเลือดลมกลุ่มนั้นที่มาจากเขาปะทะ เข้ากับเลือดลมที่มหาราชานรกเลือดทิ้งไว้ พลังของข่าตี้ก็สลายหายไป บางส่วน!”
——