ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 1022 รักษาบาดแผล
เรือเล็กๆ ลำหนึ่งลอดทะลวงอยู่ท่ามกลางทางช้างเผือกที่มืดมิด
ชื่อของเรือลำเล็กมีนามว่า “เรือฟ้ามายา” นั่นคือเรือที่เจ้าลัทธิจิตต วิสุทธิ์มอบให้กับเผยฉีฉีด้วยตัวเองหลังจากที่เขารับตัวนางมาอยู่ในสำนัก
“เรือฟ้ามายา” มีชื่อเสียงเท่าเทียมกับ “เรือดารา” ของพระราชวัง โบราณสะเก็ดดาว การสร้างไม่ง่าย มีเพียงลูกศิษย์ผู้สืบทอดของเจ้าลัทธิ จิตตวิสุทธิ์ รวมไปถึงพวกผู้อาวุโสเท่านั้นถึงจะมีสิทธิ์ได้ครอบครอง
“เรือฟ้ามายา” ไม่ใหญ่เท่าเรือรบทางช้างเผือก หากดูตามคำนิยาม จะ เรียกได้แค่ว่าเป็นอาวุธวิเศษประเภทบินเท่านั้น
ทว่า “เรือฟ้ามายา” กลับมีความสามารถที่จะแบกรับพลังงานซับซ้อน ที่อยู่ในทางช้างเผือกได้ไม่ต่างจากเรือรบทางช้างเผือก อีกทั้งยังสามารถ แหวกผ่านปราการของอาณาจักรได้อย่างง่ายดายอีกด้วย
เมื่อเทียบกับเรือรบทางช้างเผือกของลัทธิจิตตวิสุทธิ์แล้ว “เรือฟ้า มายา” กลับเล็กกว่านับร้อยเท่า บรรทุกคนได้แค่ห้าหกคนเท่านั้น
ตอนนี้พวกเนี่ยเทียนสามคนนั่งอยู่ใน “เรือฟ้ามายา” มุ่งหน้าไปยัง ดวงดาวที่มอดดับของดินแดนสวรรค์ทมิฬ
“มองไม่เห็นดวงดาวที่เปล่งแสงอีกแล้ว”
เนี่ยเทียนมองไปแปดทิศก็รู้สึกเพียงว่าตลอดทั้งดินแดนสวรรค์ทมิฬ เปลี่ยนมาเป็นมืดมัวไร้แสงมากขึ้นเรื่อยๆ
ก่อนหน้านี้ที่เขาเพิ่งเข้ามาในดินแดนสวรรค์ทมิฬได้ไม่นาน ยังพอจะ เห็นดวงดาวดารดาษได้บ้าง ทว่าดินแดนสวรรค์ทมิฬในเวลานี้กลับมืดสลัว อย่างถึงที่สุด ไม่มีแสงดาวเปล่งประกายเลยแม้แต่นิดเดียว
“ปลายทางเลือดลมของของต้าจุนที่แผ่ขยายไปทั่วดินแดนสวรรค์ทมิฬ ราวกับมหาสมุทรกว้างใหญ่ที่ได้ปกคลุมไปทั่วดวงดาวทั้งหมดที่เปล่ง ประกายแสงอยู่บนท้องฟ้า” หวงจินหนันสีหน้าห่อเหี่ยว ส่ายหัวถอน หายใจอย่างอดไม่ได้ “คิดไม่ถึงเลยว่าการเดินทางมายังดินแดนสวรรค์ทมิฬ จะทำให้ต้องมาตกอยู่ในสภาพเช่นนี้”
เผยฉีฉีมองเขาแวบหนึ่ง ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “โอสถ วิญญาณและจิตวิญญาณที่แท้จริงของเจ้าล้วนได้รับบาดเจ็บ ทางที่ดีควร รีบฟื้นตัวโดยเร็วที่สุด”
“เจ้าเองไม่ได้เป็นเหมือนกันหรอกหรือ?” หวงจินหนันย้อนถาม
“เมื่อเทียบกับเจ้าแล้ว ข้ายังถือว่าดีกว่านิดหน่อย” เผยฉีฉีนั่งอยู่หัว “เรือฟ้ามายา” เพียงลำพัง “ข้าและพวกเจ้าสองคนจำต้องรีบฟื้นคืนพลัง ให้ได้โดยเร็วที่สุด หากไม่ซวยจนถึงขั้นเจอกับมหาราชาของชนต่างเผ่า เรา ก็น่าจะยังมีชีวิตอยู่ในดินแดนสวรรค์ทมิฬต่อไปได้”
“ข้ายิ่งต้องรีบฟื้นตัว เพราะขอแค่พลังข้าฟื้นกลับมาจนใช้ลอดทะลวง ความว่างเปล่าได้อีกครั้ง ต่อให้ออกไปจากดินแดนสวรรค์ทมิฬไม่ได้ ก็ยัง สามารถเข้าออกในอาณาจักรอื่นของที่นี่ได้”
หินวิเศษหลายก้อนที่แฝงเร้นพลังแห่งห้วงมิติแผ่ผลังงานออกมาจาก “เรือฟ้ามายา” ใต้ฝ่าเท้านาง และนางก็ดูดซับมันมาเงียบๆ
“เลือดลมของเจ้าเสียหายหนักเกินไป เรือนกาย…ก็ได้รับบาดเจ็บสาหัส เหมือนกัน” เนี่ยเทียนนิ่งคิดไปครู่ ก่อนพูดว่า “เอาอย่างนี้ ข้าจะช่วยพวก เจ้ารักษาอาการบาดเจ็บทางเรือนกายก่อน พี่หวง เจ้าค่อนข้างฟื้นตัวได้ ง่าย ข้าจะเริ่มจากเจ้าก่อนก็แล้วกัน”
กล่าวจบเขาก็ย้ายไปอยู่ด้านหลังของหวงจินหนันอย่างไม่รอให้อีกฝ่าย ปฏิเสธ
พอฝ่ามือวางทาบลงตรงเอวด้านหลังของหวงจินหนัน เนี่ยเทียนก็โคจร เวทไม้สวรรค์เกิดใหม่ ใช้จิงชี่พืชหญ้าที่เต็มไปด้วยพลังชีวิตกรอกเทเข้าไป ในร่างของหวงจินหนัน
หวงจินหนันไม่ใช่เลือดผสม อาการบาดเจ็บของเขาเกิดจากการที่เผย ฉีฉีใช้เวทลับสร้างช่องทางห้วงมิติหลากสียามหนีออกมาจากอาณาจักรแห่ง ที่เก้า
ด้วยพลังเรือนกายของหวงจินหนัน หากคิดจะรักษาอาการบาดเจ็บใน ร่าง ก็ได้แต่ใช้ยาวิเศษ ทว่าการฟื้นตัวจะเป็นไปอย่างเชื่องช้า
แต่เมื่อเนี่ยเทียนใช้เวทไม้สวรรค์เกิดใหม่ร่วมกับจิงชี่พืชหญ้า บาดแผล บนผิวเนื้อที่ปริแตกของเขาก็ถูกห้ามเลือดอย่างรวดเร็ว
จิงชีเลือดเนื้อเข้มข้นเหมือนเส้นเข็มที่บินเข้าออกบาดแผลของหวง จินหนัน
ไม่นานนัก อาการบาดเจ็บที่มองแล้วน่าสยองของหวงจินหนันก็หายดี ไปเกินครึ่ง
“ง่ายกว่าจริงดังคาด”
เนี่ยเทียนพึมพำแล้วถอนมือออกช้าๆ เขาไม่จำเป็นต้องใช้ปราณเลือด แห่งชีวิตด้วยซ้ำ
เผ่ามนุษย์ที่มีเรือนกายอ่อนแอเป็นปกติอย่างหวงจินหนันนี้ อาการ บาดเจ็บในร่างสามารถรักษาได้ง่ายอย่างแท้จริง
ปัญหาที่แท้จริงก็คือโอสถสีทองในจุดลึกมหาสมุทรวิญญาณจุดตันเถีย นของหวงจินหนันที่ปริแตก รวมไปถึงการเผาผลาญจิตวิญญาณที่แท้จริง ของเขา
ทั้งหมดนี้ล้วนเกิดจากการที่เขาฝืนใช้วิชากายธรรมแห่งเทพที่อาจารย์ มอบให้
“ขอบคุณมาก” หวงจินหนันยิ้มเห็นฟัน สีหน้าสดชื่นขึ้นมาเล็กน้อย “ที่เหลือข้าจัดการเอง” เขาหยิบเอายาที่มีกลิ่นหอมอบอวลออกมาหลาย เม็ดแล้วยัดเข้าปากรวดเดียวหมด พลางเรียกเอาหินวิเศษที่มีสีทองอร่าม ออกมาดูดซับพลังธาตุทอง
เนี่ยเทียนเดินไปหาเผยฉีฉีทันที
เผยฉีฉียกมือขึ้น เส้นแนวขวางที่อยู่ตรงกลางของ “เรือฟ้ามายา” พลัน เปล่งแสงวาบ
ม่านแสงชั้นหนึ่งที่เป็นราวกับม่านไข่มุกบินออกมาจากเส้นแนวขวาง นั้นแล้วกั้นปราการระหว่างหวงจินหนันกับเนี่ยเทียนเอาไว้
ม่านแสงขุ่นมัว พลังของพื้นที่ห้วงมิติเด่นชัด
เมื่อมีม่านแสงนั่นกั้นกลางก็เหมือนถูกขวางด้วยห้วงมิติชั้นหนึ่ง เนี่ย เทียนถึงกับมองไม่เห็นหวงจินหนันที่ห่างออกไปไม่กี่ก้าว แล้วก็สัมผัสไม่ได้ ถึงคลื่นจิตวิญญาณและคลื่นเลือดลมของหวงจินหนันด้วย
เนี่ยเทียนตะลึงงัน หันมามองนางอย่างไม่เข้าใจ
“ความลับของข้า มีเพียงเจ้าเท่านั้นที่รู้ได้ คนอื่น ห้ามรู้” เผยฉีฉีเอ่ย เสียงเรียบ
เนี่ยเทียนคลี่ยิ้ม แล้วก็ไม่ได้สนใจอะไรอีก เพียงย้ายมาอยู่ด้านหลังของ เผยฉีฉี ยื่นมือไปกดตำแหน่งหัวใจด้านหลังของนางที่เย็นน้อยๆ แล้วใช้ เลือดลมรับสัมผัส
“อาการบาดเจ็บของเจ้าสาหัสกว่าหวงจินหนันมากนัก เส้นชีพจรใน ร่างเปลี่ยนมาเป็นอุดตันอย่างหนัก” เนี่ยเทียนขมวดคิ้ว หรี่ตารับสัมผัส อย่างละเอียด
ก่อนที่ดวงตาของเขาจะค่อยๆ มีแววตกตะลึง
ในร่างของคนมีเส้นชีพจรอยู่มากมาย มีช่องโพรงอยู่ทั่วทุกแห่ง เลือด ลมของเขาที่เคลื่อนโคจรอยู่ในร่างของเผยฉีฉีสัมผัสได้ว่าช่องโพรงมากมาย ในร่างของอีกฝ่ายมีเพียงส่วนน้อยที่แฝงความลี้ลับเอาไว้คล้ายเป็นพื้นที่ ห้วงมิติอิสระ ซึ่งในช่องโพรงเหล่านั้นมีมีดแสงห้วงมิติอยู่เต็มไปหมด
เนี่ยเทียนรู้ดีว่าเผ่ามนุษย์ที่พิเศษอย่างอินย่าหนันซึ่งเชี่ยวชาญการชุบ หลอมเรือนกายจะเปิดช่องโพรงของตัวเองออก
ช่องโพรงเหล่านั้นสามารถรองรับพลังของเลือดเนื้อได้
ทว่าช่องโพรงในร่างของเผยฉีฉีกลับถูกเปิดออกเป็นเพียงส่วนน้อย เท่านั้น แต่กระนั้นช่องโพรงที่เปิดออกกลับเหมือนกลายมาเป็นฟ้าดินที่มี มีดแสงห้วงมิติซ่อนตัวอยู่ด้านใน มีปราณห้วงมิติกระเพื่อมไหวรุนแรง
“นี่ น่าจะเกิดจากความพิเศษของสายเลือด” เนี่ยเทียนตระหนักได้ ก่อนจะสำรวจอย่างละเอียดอีกครั้ง แล้วจึงรู้ว่าอาการบาดเจ็บที่สาหัสที่สุด ของเผยฉีฉีก็คือจุดช่องโพรงที่ถูกเปิดออกเหล่านั้น
แต่ละช่องโพรงที่เป็นเหมือนพื้นที่พิเศษเต็มไปด้วยรอยปริแตก
รอยปริแตกพวกนั้นคล้ายจะทำลายช่องโพรงของนาง เป็นเหตุให้มีด แสงห้วงมิติที่อยู่ด้านในโบยบินอย่างไร้ระเบียบ
เขานิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง ครั้นจึงทดลองใช้จิงชี่พืชหญ้ามาซ่อมแซม
ทว่าพอจิงชี่พืชหญ้าที่มาจากโอสถพืชหญ้าของเขาบินเข้าไปยังช่อง โพรงซึ่งเต็มไปด้วยรอยปริแตกกลับไม่สามารถยืนหยัดอยู่ต่อได้ ทั้งยังถูก มีดแสงห้วงมิติทำลายจนแหลกสลายด้วย
“ลองเปลี่ยนวิธีดูใหม่แล้วกัน”
จิงชี่พืชหญ้าถูกเก็บกลับมา ก่อนที่เขาจะเริ่มกรอกจิงชี่เลือดเนื้อที่แฝง ความมหัศจรรย์ของชีวิตเข้าไปแทน
จิงชี่เลือดเนื้อเหล่านี้ซ่อนอยู่ในอวัยวะ กระดูก เส้นเอ็นและเลือดสด ของเขา หาใช่ในจุดตันเถียน
ยามนี้พอจิงชี่เลือดเนื้อกรอกเทเข้าไปยังโพรงเหล่านั้น มีดแสงห้วงมิติที่ อยู่ในโพรงของร่างเผยฉีฉีก็เปลี่ยนมาเป็นสงบนิ่งผิดปกติ
จิงชี่เลือดเนื้อกรอกเทเข้าไปอย่างต่อเนื่อง พลังที่แฝงเร้นไว้ด้วยพลัง ชีวิตสำแดงอานุภาพอย่างเงียบเชียบ
ช่องโพรงแห่งหนึ่งของเผยฉีฉีที่เต็มไปด้วยรอยปริแตก พอได้รับปราณ แห่งชีวิตเข้าไป รอยปริแตกก็เหมือนถูกซ่อมแซมให้ราบเรียบ และมีดแสง ห้วงมิติที่ควบคุมไม่ได้ก็เริ่มเข้ารูปเข้ารอยมีระเบียบอีกครั้ง
“ฟู่ว์…” เผยฉีฉีผ่อนลมหายใจออกมาเบาๆ ใบหน้ามีความยินดีอย่างที่ แทบจะสัมผัสไม่ได้ “สายเลือดของเจ้าอาจไม่มีพลังการทำลายล้างชัดเจน นัก แต่ทว่าความมหัศจรรย์ของมันกลับไม่เป็นรองสายเลือดห้วงมิติของข้า เลย”
ผ่านไปไม่นานนัก ช่องโพรงหนึ่งของนางก็กลับคืนมาเป็นปกติ
เนี่ยเทียนดึงมือกลับมา
เผยฉีฉีหันหน้ากลับมาคล้ายใช้สายตาเร่งให้เขาร่ายวิชาต่อ อย่าได้หยุด การกรอกเทเลือดลมแห่งชีวิตให้กับนาง
“ข้าเองก็ต้องการเวลาฟื้นตัวเหมือนกัน” เนี่ยเทียนยิ้มเจื่อน “เพื่อ ปกป้องหวงจินหนัน ข้าเสียพลังเลือดเนื้อไปไม่น้อย ตัวข้าเองก็ต้องใช้เลือด ลมรักษาบาดแผล คิดจะชำระล้างช่องโพรงทั้งหมดในร่างเจ้ารวดเดียว คง เป็นไปไม่ได้”
“ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง” เผยฉีฉีพยักหน้ารับ พูดเบาๆ ว่า “ต้อง ลำบากเจ้าอีกแล้ว”
นางพลันนึกขึ้นได้ว่า ตอนอยู่แผ่นดินลอยตัว เนื่องจากนางกลืนกิน เลือดลมขุมหนึ่งที่มีความมหัศจรรย์ของห้วงมิติเข้าไป บวกกับที่ต้องต่อสู้ ติดต่อกันหลายครั้ง เป็นเหตุให้ร่างกายถูกพลังแว้งโจมตีกลับ
คราวนั้นเนี่ยเทียนเองก็ใช้ความพิเศษของสายเลือดมารักษาอาการ บาดเจ็บให้นางเหมือนตอนนี้
หัวใจที่เย็นชาของนางพลันอบอุ่น แม้แต่สายตาก็เปลี่ยนมาเป็น อ่อนโยนกว่าเดิมเยอะมาก
“รักษาอาการบาดเจ็บให้เจ้า ข้าไม่เคยลำบาก” เนี่ยเทียนนั่งนิ่งๆ อยู่ ด้านหลังของนาง เมื่อใจนึกคิด ศพของชนต่างเผ่าที่อยู่ในแหวนเก็บของก็ ถูกเรียกออกมา
เส้นเลือดสีแดงสดหลายเส้นแทงเข้าไปในศพพวกนั้น เขาใช้การสูบดึง พลังชีวิตดึงเอาเลือดลมที่เหลืออยู่ในศพมาเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับตัวเอง
การสูบดึงพลังชีวิตนี้เขาเอามาใช้อยู่บ่อยครั้ง แต่ปกติแล้วมักจะต้องทำ ลับๆ ล่อๆ ต้องหาสถานที่ลับตาคนเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้พรสวรรค์ทาง สายเลือดอันน่าตะลึงนี้ไปดึงดูดสายตาผู้ใด
มีเพียงอยู่ต่อหน้าต่งลี่และเผยฉีฉีเท่านั้นที่เขาไม่ได้คิดกังวลอะไรมาก นัก
“หรือว่าในใจของข้า ศิษย์พี่หญิงเผยสำคัญเหมือนกับต่งลี่อย่างนั้น หรือ?” เนี่ยเทียนพลันคิดเตลิดไปไกล “คนแรกที่รู้ความลับสายเลือดแห่ง ชีวิตของข้า นอกจากอาจารย์แล้วก็คือศิษย์พี่หญิงเผย ขนาดต่งลี่ยังค่อยๆ มารับรู้ทีหลังว่าข้ามีความมหัศจรรย์ทางสายเลือดด้วยซ้ำ”
“ศิษย์พี่หญิงเผย…” เมื่อความคิดของเขาแปรเปลี่ยนไป สีหน้าของเขา ก็เปลี่ยนมาเป็นแปลกประหลาดหลากหลายรูปแบบ ซึ่งขนาดตัวเขาเองก็ ยังไม่รู้ตัว
เผยฉีฉีที่หันมา ดวงตาเป็นประกายเจิดจ้าของนางจับจ้องอยู่บนใบหน้า ที่ดวงตาทั้งคู่ปิดลงของเขาตลอดเวลา
มองใบหน้าที่หล่อเหลาคมคายนี้ เผยฉีฉีก็อดหวนนึกไปถึงวันแรกที่นาง ได้เจอกับเนี่ยเทียนไม่ได้
ในสายตาของนางตอนนั้น เนี่ยเทียนที่ยืนอยู่หน้าประตู ติดตามมา พร้อมกับหัวมู่ยังเป็นเพียงแค่เด็กหนุ่มที่ระมัดระวังตัวคนหนึ่งเท่านั้น “ไม่ใช่เด็กหนุ่มอีกแล้ว ที่แท้ เขาได้กลายมาเป็นผู้ชายเต็มตัวอย่างแท้จริง แล้ว”
——