ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 1021 ต้าจุนกับแดนเทพเจ้า
“ตูม!”
กายธรรมแห่งเทพของโม่เหิงโจมตีไปยังอาณาจักรแห่งที่เก้าอีกครั้ง
ปราการแตกกระจายออกราวกระจกบานหนึ่ง
“คำสาปลับน้ำแข็งสวรรค์” ที่เริ่นหยวนจีเจ้าสำนักสาปแห่งความตาย ใช้แดนเอตทัคคะของเซียวซีเฮ้อที่ระเบิดออกผสานรวมกับพลังของตัวเอง ร่ายออกมาพลันแตกสลายคล้ายควันที่จางหาย
จู่ๆ อาณาจักรแห่งที่เก้าก็จมยวบลงไปยังทางช้างเผือกเบื้องล่างอีกหนึ่ง ช่วงตัว
ด้านในของอาณาจักรแห่งที่เก้าที่เนี่ยเทียนมองไม่เห็นมีกลุ่มแสงพลัง วิญญาณที่บริสุทธิ์นับพันนับหมื่นคล้ายลูกสายฟ้าโจมตีลงไป
กลุ่มพลังวิญญาณนั้นนาบประทับพลังฟ้าดินที่โม่เหิงบรรลุเอาไว้ มันจึง ไล่ตามไปโจมตีลูกศิษย์ของลัทธิจิตมืดราวกับมีสติปัญญา
สะพานมืดทั้งแปดพังทลายไปในชั่วพริบตา ลูกศิษย์ของลัทธิจิตมืด หลายคนตายไปเพราะแรงสั่นสะเทือน
เริ่นหยวนจีเลือดอาบหน้า ผ้าพันแผลที่รัดพันอยู่ทั่วกายของเขาพากัน บินปลิวปรายราวเมล็ดหลิว
ผิวเนื้อที่เปิดเปลือยของเขาเต็มไปด้วยอักขระคำสาปหลากหลายชนิด ทว่าอักขระคำสาปพวกนั้นกลับทยอยกันหายไปจากร่างของเขา
เลือดสดๆ ไหลออกมาจากทวารทั้งเจ็ดของเริ่นหยวนจี ทำให้เขาร้อง โหยหวนไม่หยุด
มหาราชาเลี่ยกู่ของเผ่าโครงกระดูกที่เข้ามาในอาณาจักรแห่งนี้แหงน หน้ามองฟ้า ก่อนจะคว้าร่างของพ่าเก๋อเซินหนีหายไปในความว่างเปล่า
หลิงโยว จ้าวเหิงเงยหน้ามองฟ้าอย่างพร้อมเพรียงกัน
จุดลึกของท้องฟ้ามีมือยักษ์ข้างหนึ่งยื่นลงมา แล้วกวาดควานไปทั่ว อาณาจักรแห่งที่เก้าคล้ายไร้จิตสำนึก
ลูกศิษย์ของลัทธิจิตมืดที่ลอยตัวอยู่กลางอากาศ วิญญาณมืดและทวย เทพแห่งความมิดมากมายที่พอสัมผัสโดนกลุ่มแสงพลังวิญญาณ ร่างก็ สลายหายไป
“อานุภาพแห่งเทพของผู้อาวุโสโม่เหิง!”
ลูกน้องหลายคนของหวงจินหนันที่ยังรอดชีวิตต่างก็ร้องตะโกนด้วย ความตื่นเต้น รู้สึกดีใจที่รอดเคราะห์มาได้
ทว่าอาณาจักรแห่งที่เก้าซึ่งถูกโจมตีติดต่อกันหลายครั้งจนแผ่นดินไหว เทือกเขาส่ายเอน โครงสร้างรากฐานของอาณาจักรจึงเหมือนจะถูกทำลาย ลงอย่างสิ้นเชิง ไม่เพียงแต่ไม่สามารถดึงเอาพลังงานซับซ้อนจากทาง ช้างเผือกมาได้ด้วยตัวเองอีกต่อไป พลังแห่งเงามืดที่ล้อมวนอยู่รอบ อาณาจักรก็ยังสลายหายไปอย่างรวดเร็วด้วย
เพราะการโจมตีหลายครั้งติดต่อกันจากโม่เหิง อาณาจักรแห่งที่เก้าที่มี ชีวิตจึงเหมือนถูกฟาดฟันให้กลายมาเป็นอาณาจักรที่ตายแล้ว
แน่นอนว่าในสายตาของโม่เหิง ดินแดนสวรรค์ทมิฬแห่งนี้ถูกทลายจน ย่อยยับเพราะฝีมือของลัทธิจิตมืดอยู่แล้ว ก็สมควรแล้วที่ลัทธิจิตมืดจะต้อง สูญเสียที่ตั้งรกรากไป
“ครืนๆๆ!”
ไม่นานนักแผ่นดินของอาณาจักรแห่งที่เก้าก็แตกตัวออกจากกัน
ลูกน้องของหวงจินหนันที่ไม่ว่าจะเป็นแดนเอตทัคคะหรือแดนว่างเปล่า และยังมีหลิงโยวต่างก็รีบมารวมตัวอยู่ด้วยกัน พวกเขายืนอยู่บนหิน อุกกาบาตขนาดใหญ่ก้อนหนึ่งที่บินออกไปไกลจากอาณาจักรแห่งที่เก้า คล้ายดาวตกดวงหนึ่ง
ระหว่างนั้นต้าจุนคูกู่ของเผ่าโครงกระดูกก็ยืนนิ่งอยู่บนแท่นบูชากระดูก ขาว ดวงตาที่เป็นสีเขียวมรกตของเขาไร้ความยินดีหรือเสียใจ เพียงยืนอยู่ นิ่งๆ ไม่ลงมือทำอะไรทั้งสิ้น
ดูเหมือนว่าเขาจะไม่สนใจสักนิดว่าอาณาจักรแห่งที่เก้าจะแตกสลาย หรือระเบิดออก
“อู้!”
มหาราชาเลี่ยกู่สายเลือดระดับเก้าพาพ่าเก๋อเซินเดินออกมาจาก อาณาจักรแห่งที่เก้าที่แตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ พลิ้วตัวมาอยู่ในเรือรบ กระดูกขาวลำหนึ่งของเผ่าโครงกระดูก
“ต้าจุน!”
มหาราชาเลี่ยกู่มองไปยังเผ่าโครงกระดูกที่ยืนอยู่บนแท่นบูชา แล้ว รายงานด้วยภาษาของเผ่าโครงกระดูก “เริ่นหยวนจีจากสำนักสาปแห่ง
ความตายช่างเป็นสวะไร้ค่า ปล่อยให้นังหนูของลัทธิจิตตวิสุทธิ์พาเทพบุตร คนหนึ่งและบุตรแห่งดวงดาวคนหนึ่งหนีออกไปจากอาณาจักรแห่งที่เก้าได้ คำสาปลับน้ำแข็งสวรรค์ที่เขาสร้างขึ้นไม่สามารถกักตัวศิษย์ผู้กล้าทั้งสาม เอาไว้ได้”
“เป็นเศษสวะจริงๆ” คูกู่ต้าจุนกล่าวเสียงเรียบเฉย “ข้าไม่มีขัดขวาง การลงมือของโม่เหิงก็เพราะรู้จากปากของเจ้าว่าเมล็ดพันธ์คนสำคัญทั้ง สามของเผ่ามนุษย์หนีไปได้แล้ว พวกเขาสามคนต่างหากถึงจะเป็นเสาหลัก ที่จะทำให้เผ่ามนุษย์แข็งแกร่งในวันหน้า แดนเอตทัคคะและแดนว่างเปล่า คนอื่นๆ ที่เหลืออยู่ในอาณาจักรแห่งที่เก้าล้วนไม่สามารถสร้างผลกระทบ ต่อสถานการณ์โดยรวมในอนาคตได้เท่าไหร่นัก”
มหาราชาเลี่ยกู่พยักหน้าแสดงว่าเข้าใจ
เขารู้ว่าต่อให้โม่เหิงใช้กายธรรมแห่งเทพโจมตีอาณาจักรแห่งที่เก้า ทำลายคำสาปลับน้ำแข็งสวรรค์ ทำให้อาณาจักรแห่งที่เก้าแหลกสลาย ก็ เป็นการเผาผลาญพลังของอีกฝ่ายไปมหาศาลเช่นกัน
คูกู่ต้าจุนปล่อยให้โม่เหิงลงมือช่วยพวกหลิงโยว จ้าวเหิงออกมา สังหาร ลูกศิษย์ลัทธิจิตมืด โจมตีเริ่นหยวนจีให้บาดเจ็บสาหัสก็เพราะต้องการ ลดทอนกำลังของโม่เหิงไปก่อนเป็นขั้นแรก
หลิงโยว จ้าวหลิง ลูกศิษย์ลัทธิจิตมืด เริ่นหยวนจีจะเป็นหรือตายก็ล้วน ไม่มีความสำคัญใดๆ
รอจนคูกู่ต้าจุนสามารถเอาชนะโม่เหิงหรือทำให้เขาบาดเจ็บสาหัสได้ ไม่ว่าอะไรก็ล้วนชดเชยได้ทั้งนั้น
การแพ้ชนะระหว่างศึกของต้าจุนกับแดนเทพเจ้าต่างหากถึงจะส่งผล กระทบต่อรากฐานของดินแดนสวรรค์ทมิฬอย่างแท้จริง กะอีแค่การตาย ของแดนเอตทัคคะและแดนว่างเปล่าจะนับเป็นอะไรได้?
อีกอย่างพวกหลิงโยว จ้าวเหิงยังไม่ใช่เทพบุตร เทพธิดาของสี่สำนัก เก่าแก่อีกต่างหาก
“โม่เหิง ข้าจะเป็นคนรับมือเอง” คูกู่ต้าจุนออกคำสั่ง “เลี่ยกู่ เจ้าจงไป ตามหาเด็กรุ่นเล็กสามคนที่หนีไปจากอาณาจักรแห่งที่เก้าให้เจอ ตอนนี้ ดินแดนสวรรค์ทมิฬถูกปิดผนึกแล้ว ต่อให้เป็นผู้แข็งแกร่งแดนเทพเจ้าของ ลัทธิจิตตวิสุทธิ์มาเองก็ยังยากที่จะข้ามผ่านดินแดนดวงดาวมาถึงที่นี่ในชั่ว พริบตา คิดจะเข้ามามีเพียงใช้เรือรบทางช้างเผือกเท่านั้น พวกเรามีเวลาที่ จะทำธุระให้เสร็จก่อนที่ทัพเสริมของเผ่ามนุษย์จะมาเยือน”
“จำไว้ว่าเป้าหมายหลักคือสามแดนเทพเจ้า รองลงมาก็คือบุตรแห่ง ดวงดาว เทพบุตร เทพธิดาของสามสำนักเก่าแก่”
“จัดการคนพวกนี้ได้ เผ่ามนุษย์จะเสียหายไปถึงพลังต้นกำเนิด ต่อให้ ใช้เวลาหมื่นปีก็ไม่แน่ว่าจะฟื้นตัวกลับมาได้”
มหาราชาเลี่ยกู่พยักหน้ารับ “ข้าจะไปตามหาพวกเขาเดี๋ยวนี้!”
เรือรบกระดูกที่เขาโดยสารจึงค่อยๆ ลอยจากไปไกลจากพื้นที่ที่มีการ สังหารดุเดือดนั้น
รอจนเขาและพ่าเก๋อเซินหายไป ในที่สุดคูกู่ต้าจุน—ต้าจุนอันดับที่สาม ของเผ่าโครงกระดูกก็ควบคุมแท่นบูชากระดูกแห่งนั้นให้ม้วนหอบเอา พลังงานความตายทั้งหมดพุ่งตรงไปยังกายธรรมแห่งเทพของโม่เหิง
ต้าจุน แดนเทพเจ้า บุคคลอันเป็นยอดสูงสุดของเผ่ามนุษย์และชนต่าง เผ่าจึงได้เปิดฉากสงครามการต่อสู้กันอยู่นอกอาณาจักรแห่งที่เก้า
เพียงแค่ชั่วพริบตา ทางช้างเผือกแถบนั้นก็เต็มไปด้วยแสงสีขาวซีดรวม ไปถึงเส้นแสงพลังวิญญาณที่พร่างพราวนับร้อยนับพันล้านเส้น
เมื่ออยู่ภายใต้พลังงานของยอดฝีมือทั้งสองคน ความเร็วในการแหลก สลายของอาณาจักรแห่งที่เก้าที่ยังคงระเบิดก็เพิ่มมากขึ้น อาณาจักรกลาย มาเป็นดาวตกและหินอุกกาบาตจำนวนนับไม่ถ้วนที่สาดกระจายไปสี่ทิศ
เมื่อคนทั้งสองเริ่มเปิดฉากต่อสู้ เรือรบทางช้างเผือกมากมายที่เหมือน ฝูงปลาซึ่งกำลังประหัตประหารศัตรูก็ทยอยกันถอยห่างไปไกลราวกับมี ข้อตกลงร่วมกัน
เวลาสั้นๆ บริเวณใกล้เคียงกับคูกู่ต้าจุนและกายธรรมแห่งเทพของโม่ เหิงก็ไม่เหลือเรือรบทางช้างเผือกลำใดให้เห็นอีก พวกเขาต่างก็ไปหลบกัน ไกล เพราะกลัวว่าจะโดนลูกหลงไปด้วย
อยู่ห่างกันโดยมีดินแดนดวงดาวกว้างขวางกางกั้น เนี่ยเทียนสามคน ทอดสายตามองไปไกลๆ ก็ยังรู้สึกถึงแรงกดดันราวมหาสมุทร
ราวกับว่าเพียงแค่มองการต่อสู่ของแถบนั้น มองคูกู่ต้าจุนและกาย ธรรมแห่งเทพของโม่เหิงก็ได้เผาผลาญพลังกายใจของพวกเขาไปแล้ว หัวใจ ของพวกเขาต่างก็เต้นกระหน่ำราวกับจะระเบิดอย่างไรอย่างนั้น
“พรวด!”
หวงจินหนันพลันกระอักเลือดออกมาหนึ่งคำ หน้าเขาขาวซีด ดูย่ำแย่ ยิ่งกว่าเผยฉีฉีเสียอีก “การต่อสู้ระดับนี้ แค่มองสักครู่หนึ่งพวกเราก็ยังไม่มี
คุณสมบัติ ทุกครั้งที่เลือดลมและพลังวิญญาณของพวกเขาปะทะกันก็ จะต้องแฝงเร้นพลังแห่งฟ้าดินและความลับลึกล้ำของสายเลือดเอาไว้ด้วย”
“เพียงแค่มองก็ส่งผลกระทบต่อจิตวิญญาณของพวกเรา ทำให้พวกเรา ค่อยๆ เสียสติสัมปชัญญะ”
เผยฉีฉีถอนหายใจเบาๆ แล้วพลันหลับตาลง “เป็นเช่นนี้จริง”
เลือดเส้นหนึ่งไหลลงมาจากมุมปากของนาง แต่นางกลับยังไม่รู้ตัว แม้แต่น้อย
“ตึง!”
เนี่ยเทียนพลันตัวสั่นสะท้าน ดวงตาฉายแสงแจ่มชัด ฟื้นคืนสติกลับมา ในบัดดล
เขาเองก็ค้นพบว่าเมื่อตัวเองจับตามองการต่อสู้ระหว่างคูกู่ต้าจุนและ กายธรรมแห่งเทพของโม่เหิงที่ประมือกันอยู่นอกอาณาจักรแห่งที่เก้าที่ แตกสลาย ก็เหมือนว่าพลังจิตวิญญาณของเขาจะไหลหายไปอย่างห้ามไม่ อยู่
แม้แต่จิงชี่เลือดเนื้อของเขาก็ยังเปลี่ยนมาเป็นสับสนวุ่นวาย ราวกับถูก พลังแห่งความตายของคูกู่ต้าจุนแทรกซึมเข้ามา
หลังจากที่เขาคืนสติแล้วหันไปมองเผยฉีฉีกับหวงจินหนัน ก็ถึงได้ ตระหนักว่าคนทั้งสองนั้นที่เนื่องจากบาดเจ็บสาหัส อาการจึงย่ำแย่ยิ่งกว่า เขาเสียอีก
“ตอนนี้ควรจะทำอย่างไรกันดี?” หวงจินหนันยิ้มขื่น
“พวกเราอยู่ใกล้คูกู่ต้าจุนมากเกินไป ก่อนหน้านี้ข้าก็สังเกตเห็นว่ามีเรือ กระดูกขาวของเผ่าโครงกระดูกลำหนึ่งลอยออกมาจากสนามรบ” เผยฉีฉี นิ่งไปครู่หนึ่ง “หากคาดเดาไม่ผิด เรือกระดูกขาวลำนั้นน่าจะออก มาตามหาร่องรอยของพวกเรา เผ่าโครงกระดูกย่อมต้องรู้ว่าต่อให้พวกเรา หนีออกมาจากอาณาจักรแห่งที่เก้าได้ แต่เพราะการดำรงอยู่ของคำสาปลับ น้ำแข็งสวรรค์ ก็ไม่น่าจะหนีไปได้ไกลเท่าไหร่นัก”
“หากมหาราชาเลี่ยกู่เป็นคนตามหา ในขอบเขตที่แน่นอน เขาต้อง สัมผัสได้ถึงปราณของพวกเราแน่นอน”
“หากเขาแน่ใจในตำแหน่งของพวกเรา พวกเราสามคนก็จะกลายมา เป็นเป้าหมายหลัก แล้วเผ่าโครงกระดูกก็จะกรูกันเข้ามาสังหารพวกเรา”
เนี่ยเทียนกล่าว “ความหมายของเจ้าก็คือ?”
“ออกห่างจากอาณาจักรแห่งที่เก้า ห่างไปไกลเท่าไหร่ก็ยิ่งดีมาก เท่านั้น!” เผยฉีฉีกล่าวน้ำเสียงเฉียบขาด “อีกอย่างก็ต้องอยู่ให้ไกลจาก อาณาจักรแห่งอื่นให้ได้มากที่สุด ข้าเชื่อว่าอาณาจักรที่พวกซือคงฉั่ว ฟาง หยวนและโหลวหงแยนไปสำรวจก็ต้องเจอกับอันตรายแบบเดียวกัน จี หยวนฉวนจากลัทธิข้าสูญเสียการติดต่อกับข้าไปแล้ว ตอนนี้คงหวังพึ่งนาง ไม่ได้”
หวงจินหนันรีบกล่าว “อาณาจักรแห่งที่เก้าแตกสลาย ลูกน้องของข้า อาจฉวยโอกาสหนีรอดมาได้ พวกเราควรจะหาวิธีไปรวมตัวกับพวกเขา หรือไม่?”
“การที่หนีออกมาจากอาณาจักรแห่งที่เก้าทำให้ข้าสูญเสียพลังมาก เกินไป ตอนนี้ข้ายังไม่มีกำลังที่จะร่ายใช้ลอดทะลวงความว่างเปล่าอีกครั้ง”
เผยฉีฉีถอนหายใจเบาๆ “ตอนนี้ดินแดนสวรรค์ทมิฬก็เหมือนกรงขังขนาด ใหญ่แห่งหนึ่ง เข้าและออกล้วนเป็นเรื่องที่ยากลำบากอย่างยิ่ง อันดับแรก คือพวกเราไม่รู้ว่าลูกน้องเจ้าไปอยู่ที่ไหน ต่อให้รู้ ข้าก็ไม่มีวิธีพาพวกเจ้าไป ได้”
“งั้น…” หวงจินหนันขมวดคิ้วเป็นปม
“ไปที่ดวงดาวมอดดับในดินแดนสวรรค์ทมิฬกันก่อน มีเพียงดวงดาว มอดดับเท่านั้นที่จะไม่ถูกค้นหาเป็นอันดับแรก นี่หมายความว่าลัทธิจิตมืด สำนักสาปแห่งความตายและชนต่างเผ่าจะไม่มีทางจัดวางกองกำลังไว้ใน ดวงดาวมอดดับ” เผยฉีฉีตัดสินใจ
เนี่ยเทียนพยักหน้าเห็นด้วยก่อนใคร
หวงจินหนันนิ่งคิดไปครู่ก็ยอมเห็นด้วยอย่างค่อนข้างจะฝืนใจ
——