ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 1025 โยนความผิดให้คนอื่น
ดาวมอดดับอีกดวงหนึ่ง ซือคงฉั่วที่สีหน้าดุร้ายกำลังหันไปโวยวายกับผู้ อาวุโสฟุานเหวินจากลัทธิจิตตวิสุทธิ์
“ทำไมผู้อาวุโสจีหยวนฉวนถึงไม่ได้ไปอาณาจักรแห่งที่สิบสี่? ด้วยตบะ ของผู้อาวุโสจีหยวนฉวน ขอแค่เขาได้รับข่าวจากพวกเรา ก็ต้องมาถึงได้ใน เสี้ยววินาทีไม่ใช่หรือ?”
“เจ้ารู้หรือไม่ว่าเพราะการละเลยหน้าที่ของลัทธิจิตตวิสุทธิ์พวกเจ้า ทำ ให้ลูกน้องแดนว่างเปล่าของข้าตายไปถึงสามคน?”
“ในอาณาจักรแห่งที่สิบสี่ไม่เพียงแต่มีผู้แข็งแกร่งของลัทธิจิตมืดและ สำนักสาปแห่งความตาย ยังมีมหาราชาของเผ่าอสูรกายปรากฏตัวด้วย!”
“เรื่องนี้ข้าต้องเอาเรื่องลัทธิจิตตวิสุทธิ์ของพวกเจ้าให้ถึงที่สุด!”
ผู้อาวุโสฟุานเหวินคือผู้ฝึกลมปราณเพศหญิงคนหนึ่งของลัทธิจิตต วิสุทธิ์ เชี่ยวชาญวิชาห้วงมิติ ตบะแดนเอตทัคคะช่วงต้น
นางขมวดคิ้ว กล่าวอย่างรังเกียจเดียดฉันท์ “ข้าบอกแล้วว่าติดต่อกับ ท่านจีไม่ได้!”
“ลัทธิจิตตวิสุทธิ์ของพวกเจ้ามีเวทลับที่สามารถติดต่อกันผ่านดินแดน ดวงดาวได้ อย่านึกว่าข้าไม่รู้! ” ซือคงฉั่วสีหน้าบูดบึ้ง “เจ้าบอกว่าติดต่อ ไม่ได้ จะให้ข้าเชื่อลงได้ยังไง?”
“เชื่อไม่เชื่อก็แล้วแต่เจ้า” ฟุานเหวินเอือมระอา “สรุปก็คือหาใช่ข้าจง ใจเล่นงานเจ้า หากข้าคิดจะเล่นงานเจ้าจริงๆ ก็ไม่มีทางใช้ลอดทะลวง ความว่างเปล่าแหวกรอยแยกห้วงมิติส่งพวกเจ้ามาหลบภัยอยู่ที่นี่”
ซือคงฉั่วพลันสงบสติอารมณ์ได้ทันที
เขาระงับความหงุดหงิด พักหนึ่งก็ยิ้มอย่างขออภัยแล้วกล่าวว่า “ขอ โทษด้วย ข้าอารมณ์ร้อนเกินไป”
เวลานี้เขาถึงเพิ่งตระหนักได้ว่าชะตาชีวิตของเขาและลูกน้องล้วนอยู่ใน กำมือของฟุานเหวิน
“ผู้อาวุโสฟุาน ท่านยังใช้ลอดทะลวงความว่างเปล่าได้อีกกี่ครั้ง?” เขา ถามอย่างระมัดระวัง
“ใช้ได้อีกแค่ครั้งเดียวเท่านั้น อีกอย่างรอยแยกห้วงมิติที่ข้าเปิดออกก็ ไม่สามารถดำรงอยู่ได้นานนัก ควรต้องรีบข้ามไปถึงจะได้” ฟุานเหวินถอน หายใจเบาๆ “ข้ามีตบะแค่แดนเอตทัคคะช่วงต้นเท่านั้น จึงไม่สามารถใช้ ลอดทะลวงความว่างเปล่าได้ตามใจชอบ ทุกครั้งที่ใช้ล้วนต้องใช้เวลานาน กว่าจะฟื้นตัวได้”
“เป็นแบบนี้เองหรือ…” ซือคงฉั่วลากเสียงยาว แสร้งพูดเป็นห่วงเป็นใย “ถ้าอย่างนั้นผู้อาวุโสฟุานรีบฟื้นตัวเถิด ข้าไม่รบกวนแล้ว”
กล่าวจบซือคงฉั่วก็หมุนตัวเดินจากไปไกล ไปรวมอยู่กับพวกลูกน้อง ของเขา
“เศษสวะ!” พอห่างออกมาไกลมากพอ เขาก็แค่นเสียงเย็นอย่างอดไม่ อยู่ ก่อนจะหันไปพูดกับพวกคนที่พึ่งพาเขา “ทุกคนต้องระวังตัวกันให้มาก
ผู้หญิงคนนั้นของลัทธิจิตตวิสุทธิ์อาจพึ่งพาไม่ได้ เกรงว่าตอนนี้ดินแดน สวรรค์ทมิฬคงเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เสียแล้ว อสูรกายปรากฏตัว สำนักสาปแห่งความตายโผล่หัวออกมา นี่หมายความว่าคู่ต่อสู้ของพวกเรา ไม่ได้มีเพียงแค่ลัทธิจิตมืดอย่างเดียวเท่านั้น”
“นายท่าน ข้ามีลางสังหรณ์ว่า ดินแดนสวรรค์ทมิฬ…ได้กลายมาเป็น กรงขังแล้ว” โจวฉิงแดนเอตทัคคะช่วงท้ายลูกน้องซือคงฉั่วที่แข็งแกร่งที่สุด เอ่ยเสียงหนัก “กระแสจิตวิญญาณของข้าที่แผ่ออกไปนอกทางช้างเผือก พอจะสัมผัสได้ว่าจุดที่ห่างไปไกลมากเต็มไปด้วยเลือดลมของชนต่างเผ่า”
ซือคงฉั่วตะลึง “อยู่ตรงไหน?”
“ปลายทางของดินแดนสวรรค์ทมิฬ” โจวฉิงสีหน้าขมขื่น “หากข้าเดา ไม่ผิด เลือดลมนั้นมีต้นกำเนิดมาจากต้าจุนของชนต่างเผ่า! อีกทั้งไม่ใช่แค่ คนเดียวด้วย! มีเพียงพวกต้าจุนหลายคนร่วมมือกันเท่านั้นถึงจะ พันธนาการดินแดนสวรรค์ทมิฬเอาไว้ได้ ทำให้ผู้แข็งแกร่งของลัทธิจิตต วิสุทธิ์ที่อยู่ในอาณาจักรอื่นไม่สามารถมาถึงได้ในเสี้ยววินาที”
“ต้าจุนของชนต่างเผ่า ทั้งยังมีหลายคนด้วย?” ซือคงฉั่วหน้าเปลี่ยนสี “นี่ไม่ได้หมายความว่าผู้แข็งแกร่งแดนเทพเจ้าของลัทธิจิตตวิสุทธิ์ก็ไม่ สามารถใช้ลอดทะลวงความว่างเปล่ามาถึงที่นี่เพื่อเปลี่ยนแปลงสถานการ์ ได้ดังใจปรารถนาหรอกหรือ?”
“เกรงว่าคงต้องเป็นเช่นนี้” โจวฉิงถอนหายใจ
“โลกภายนอกเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่? ติดต่อจีหยวนฉวนไม่ได้ พวก เราเกือบต้องตายกันหมดอยู่ในอาณาจักรแห่งที่สิบสี่ หรือว่าคนอื่นๆ ก็เป็น เหมือนพวกเรา?” ซือคงฉั่วพึมพำ สีหน้ายิ่งย่ำแย่ “พวกเจ้าวางใจเถอะ ข้า
เคยเจอกับสถานการณ์ทำนองนี้มาแล้วหลายครั้ง คราวนี้ข้าจะต้องพาพวก เจ้าไปจากที่นี่โดยให้เสียหายน้อยที่สุดให้จงได้”
พอได้ยินเขาพูดอย่างนี้ ลูกน้องมากมายของเขาก็พากันหวนนึกถึง ประสบการณ์หลายครั้งในอดีตแล้วพากันหัวเราะเบาๆ
มีหลายครั้งที่ซือคงฉั่วเจอกับอันตราย ซึ่งทุกครั้งเขาจะต้องใช้แผนการ ชั่วร้ายโยนหายนะไปให้คนอื่น รักษาศักยภาพของตัวเองไว้อย่างแน่นหนา และผ่านเคราะห์มาได้อย่างราบรื่น
พวกเขาต่างก็เคยอยู่ในเหตุการณ์เหล่านั้นมาด้วยตัวเอง จึงเชื่อว่า ซือคงฉั่วมีความสามารถเช่นนี้อยู่จริง
อีกฝั่งหนึ่ง
ฟุานเหวินหรี่ตาลงน้อยๆ จุดลึกในดวงตามีประกายแสงเล็กๆ วาบผ่าน
แสงนั้นดูเหมือนจะบรรจุข้อความซึ่งถูกนางคว้าจับมาจากสถานที่ที่ ลึกลับ
“คุณหนูเผยกำลังจะมาถึงที่นี่ ไม่ให้ข้าบอกเรื่องนี้กับซือคงฉั่ว”
“โม่เหิงผู้อาวุโสใหญ่แห่งพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวกำลังประมืออยู่ กับคูกู่ต้าจุนของเผ่าโครงกระดูกนอกอาณาจักรแห่งที่เก้า!”
“มหาราชาเลี่ยกู่โดยสารเรือกระดูกขาวตามหาพวกเขามานานมาก แล้ว?”
“มีต้าจุนของชนต่างเผ่าปิดผนึกดินแดนสวรรค์ทมิฬเอาไว้ ต้องการเปิด ศึกใหญ่อยู่ที่นี่!”
“……”
เมื่อจุดแสงจุดหนึ่งหายไปจากดวงตาของนาง นางก็ได้รับข้อความมา ท่อนหนึ่ง
ผ่านไปไม่นานนัก นางก็เข้าใจสถานการณ์ของดินแดนสวรรค์ทมิฬใน ปัจจุบันอย่างชัดเจน เดาได้ว่าที่ติดต่อกับจีหยวนฉวนไม่ได้ต้องเป็นเพราะจี หยวนฉวนเองก็ถูกต้าจุนของชนต่างเผ่ารั้งตัวเอาไว้จนมิอาจตอบกลับมาได้
“การมาถึงของคุณหนูเผยจะเป็นการชักนำให้เรือรบกระดูกขาวของ มหาราชาเลี่ยกู่ตามมาที่นี่” ฟุานเหวินลังเลอยู่ครู่หนึ่ง “นางต้องการอาศัย กองกำลังของซือคงฉั่วให้รับมือกับมหาราชาเลี่ยกู่ หรือว่ามีแผนการอื่น?”
หยุดไปครู่ ฟุานเหวินหวนนึกถึงสีหน้าดุร้ายของซือคงฉั่วแล้วก็เกิด ความชิงชังขึ้นมาทันควัน
“เอาตามที่คุณหนูเผยต้องการ นางเป็นตัวแทนของเจ้าลัทธิ! ต่อให้วัน หน้าเรื่องอะไรเกิดขึ้น คุณหนูเผยก็ไม่มีทางเจอกับปัญหา และไม่ต้องให้ข้า เป็นกังวล!”
หลังจากตัดสินใจได้ นางก็แอบร่วมมือกับเผยฉีฉีโดยการชี้ทางให้เผย ฉีฉีมาปรากฏตัวอยู่อีกมุมหนึ่งของดวงดาวมอดดับแห่งนี้ ทั้งยังบอก ตำแหน่งคร่าวๆ ของพวกซือคงฉั่วให้เผยฉีฉีรู้เพื่อให้นางระวังตัว
……
ในที่สุดเรือรบกระดูกขาวที่มหาราชาเลี่ยกู่โดยสารมาก็มาถึงดวงดาว มอดดับดวงที่พวกเผยฉีฉีเคยหยุดพักก่อนหน้านี้อีกครั้ง มหาราชาใช้เลือด ลมรับสัมผัส แต่กลับจับไม่ได้ถึงปราณของสิ่งมีชีวิตใดๆ
ขณะที่เขากำลังจะบันดาลโทสะ พลันสัมผัสได้ว่ามีพลังห้วงมิติเส้นหนึ่ง ไหลหายไปยังดวงดาวมอดดับที่อยู่ใกล้เคียง
“เกรงว่านังหนูของลัทธิจิตตวิสุทธิ์คนนั้นคงบาดเจ็บหนักแน่แล้ว! ” มหาราชาเลี่ยกู่มีสีหน้ายินดี “ก่อนหน้านี้นางใช้ลอดทะลวงความว่างเปล่า อยู่หลายครั้ง แต่ก็ยังหาร่องรอยนางไม่พบ ไม่รู้ตำแหน่งที่แน่ชัดของนาง ได้แต่ตามหาเป็นวงกว้างไปรอบด้าน! คราวนี้กลับมีพลังห้วงมิติเส้นหนึ่งที่ บอกตำแหน่งแน่นอนให้รู้ นี่แสดงว่าพลังของนางมีรอยโหว่แล้ว!”
“ดวงดาวมอดดับดวงนั้นไง! เจ้าเด็กเผ่ามนุษย์สามคนที่หนีมาได้ตั้งนาน ต้องอยู่ทางนั้นแน่!”
“ลอดทะลวงความว่างเปล่า ขนาดแดนเอตทัคคะหลายคนของลัทธิ จิตตวิสุทธิ์ก็ยังไม่สามารถเอามาใช้ติดต่อกันได้! ตอนนี้นังหนูนั่นใช้เวทลับ แล้วทิ้งร่องรอยเอาไว้ แสดงให้เห็นว่านางเริ่มประคองตัวไม่ไหวแล้ว!”
“บางทีนางอาจจะไม่มีความสามารถที่จะใช้ลอดทะลวงความว่างเปล่า ได้อีก! ช่วงเวลาตายของพวกเขามาถึงแล้ว!”
มหาราชาเลี่ยกู่ตามหาพวกเนี่ยเทียนอยู่ท่ามกลางทางช้างเผือกกว้าง ใหญ่มาเนิ่นนาน แต่ก็ต้องคว้าน้ำเหลวไปเสียทุกครั้ง มาตอนนี้พอมองเห็น ความหวังได้ในที่สุด เขาจึงตื่นเต้นขึ้นมาทันควัน
“เร็วเข้า! เร็วๆๆ! อย่ามัวเสียเวลา รีบเพิ่มความเร็วให้ข้า! ” เขาตะโกน ดังลั่น “ต้องไปถึงดวงดาวมอดดับดวงนั้นแล้วสังหารพวกเขาให้ราบคาบ ก่อนที่พลังของนังหนูนั่นจะฟื้นคืนแล้วใช้ลอดทะลวงความว่างเปล่าได้อีก ครั้ง!”
เรือกระดูกขาวพุ่งทะยานทิ้งควันยาวสีเทาไว้เบื้องหลัง ทั้งยังส่งเสียง “ฟั่บๆๆ” ไปตลอดทาง ดูท่าคงจะบินทะยานด้วยความเร็วที่มากขึ้นจริงๆ
……
“ที่นี่แหละ”
เผยฉีฉีพาพวกเนี่ยเทียนสองคนมาถึง ไม่ทันสำรวจรอบด้านอย่าง ละเอียดก็พูดว่า “ข้าติดต่อกับผู้อาวุโสฟุานเหวินมาก่อนแล้ว ซือคงฉั่วและ พวกลูกกระจ๊อกของเขาอยู่อีกฝั่งหนึ่งของดวงดาวแห่งนี้ พวกเราจะรั้งรอ อยู่นานไม่ได้ หลีกเลี่ยงไม่ให้แดนเอตทัคคะช่วงท้ายที่เป็นลูกน้องของเขา สัมผัสได้ถึงการมาของพวกเรา”
แดนเอตทัคคะช่วงท้ายจะไม่ปลดปล่อยกระแสจิตวิญญาณออกมารับ สัมผัสรอบด้านอยู่ตลอดเวลา
แต่เผยฉีฉีเชื่อว่าในเมื่อซือคงฉั่วมาถึงที่นี่แล้วต้องระวังตัวมากอย่าง แน่นอน ทุกๆ ระยะเวลาช่วงหนึ่งเขาต้องสั่งให้ลูกน้องที่เป็นแดนเอตทัคคะ ช่วงท้ายของเขาคนนั้นใช้กระแสจิตวิญญาณรับสัมผัสกับสภาพแวดล้อม รอบด้านแน่
ดวงดาวมอดดับที่พวกเขาอยู่ในตอนนี้พื้นที่ไม่กว้างขวางนัก หาก กระแสจิตวิญญาณของแดนเอตทัคคะช่วงท้ายแผ่ออกมาก็ย่อมต้องรู้ ตำแหน่งที่แน่ชัดของพวกเขา
“เจ้าทิ้งร่องรอยไว้แล้วรึ?” เนี่ยเทียนถามด้วยรอยยิ้ม
“อืม หากมหาราชาเลี่ยกู่ของเผ่าโครงกระดูกตามร่องรอยของข้ามาได้ อย่างราบรื่นก็จะมาถึงที่นี่อย่างรวดเร็ว” เพื่อปูองกันเหตุไม่คาดฝัน เมื่อ
มาถึงที่นี่เผยฉีฉีจึงไม่ได้ติดต่อกับฟุานเหวินต่อ “พวกเราหนีไปก่อนที่เรือ กระดูกขาวของเผ่าโครงกระดูกจะมาถึง ก่อนจะมาที่นี่ข้าได้บอกกับผู้ อาวุโสฟุานแล้ว นางจะไม่มีทางพาพวกซือคงฉั่วจากไปง่ายๆ”
“นางเองก็เผาผลาญพลังไปมหาศาล ไม่สามารถพาพวกเขาส่งออกไป ได้ทั้งหมดในเวลาสั้นๆ”
หวงจินหนันเอ่ยชื่นชม “คุณหนูเผยสมกับเป็นดาวดวงใหม่ที่เจิดจรัส ของลัทธิจิตตวิสุทธิ์จริงๆ”
ใช้ลอดทะลวงความว่างเปล่าติดต่อกันหลายครั้ง ต่อให้เป็นแดน เอตทัคคะหลายคนของลัทธิจิตตวิสุทธิ์ก็ยังมิอาจทำได้
ก่อนหน้านี้เผยฉีฉีได้รับบาดเจ็บ ต่อให้เนี่ยเทียนช่วยรักษาบาดแผลให้ ก็ยังเป็นแค่การรักษาบาดแผลทางกายเท่านั้น ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ นางกลับยังแหวกรอยแยกห้วงมิติได้ติดต่อกันหลายครั้ง นี่ทำให้หวง จินหนันรู้สึกนับถือนางยิ่งนัก
รอยแยกห้วงมิติเส้นใหม่ถูกนางแหวกออกอีกครั้ง คนทั้งสามจึงลอด ผ่านเข้าไปยังดวงดาวมอดดับดวงใหม่
เมื่อมาถึงดวงดาวมอดดับแห่งนี้ เนี่ยเทียนก็หยิบเอาหัวกะโหลกของ สัตว์ทองไหลออกมา ใช้จิงชี่เลือดเนื้อที่เหลืออยู่ของสัตว์ทองไหลมาชุบ หลอมเลือดลมของตัวเอง
ไม่นานนัก หัวใจของเขาก็พลันเต้นกระหน่ำดังผิดปกติ
เนี่ยเทียนสั่นสะท้านไปทั้งร่าง เมื่อสำรวจหัวใจตัวเองอย่างละเอียดเขา ก็ค้นพบด้วยความตื่นตะลึงว่าปราณเลือดสีเขียวเส้นที่จำศีลมานานหลายปี ได้แปรสภาพสำเร็จและมีโซ่ผลึกสายเลือดอย่างใหม่ก่อตัวขึ้นมาอีกครั้ง
“ในที่สุดสายเลือดแห่งชีวิตก็เลื่อนระดับได้อีกครั้งแล้ว!”
——