ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 1031 เจอกันอีกครั้ง
สงครามรอบใหม่เปิดฉากและสิ้นสุดลงอย่างรวดเร็ว
เนื่องจากการส่งข่าวของพ่าเก๋อเซิน เรือรบของอสูรกายสามลำที่ลอย อยู่ใกล้ๆ พลันระเบิดแตกอยู่ในทางช้างเผือกที่กว้างใหญ่ไพศาล
เศษกระดูกกระจายเกลื่อนอยู่เต็มทางช้างเผือก
เรือดาราของเนี่ยเทียนมีศพของอสูรกายกองเป็นพะเนินอีกครั้ง ใน บรรดานั้นมีอสูรกายสายเลือดระดับแปดอยู่สามคน บวกกับนักรบเผ่าอสูร กายสายเลือดระดับเจ็ดอีกหลายสิบคน
ศึกนี้เนี่ยเทียนและเผยฉีฉีคือคนออกแรงหลัก หวงจินหนันให้ความ ช่วยเหลือ
หลังกลับมาที่ดวงดาวมอดดับ เนี่ยเทียนก็ออกห่างหวงจินหนันและใช้ การสูบดึงพลังชีวิตทยอยดึงเอาพลังในซากศพของเผ่าอสูรกายมาชุบหลอม อีกครั้ง
สามวันต่อมา หัวใจของเนี่ยเทียนก็มีแก่นเลือดแห่งชีวิตเลื่อนขั้นก่อตัว ขึ้นมาอีกเก้าหยด
“ตูม!”
ดวงดาวมอดดับที่ห่างกันไม่ไกล แผ่นดินไหวภูเขาโยกคลอน อาณาจักร ปริแตก
ร่างกระดูกใหญ่โตของมหาราชาเลี่ยกู่ที่มีพ่าเก๋อเซินอยู่ด้านบนบิน ออกมาจากอาณาจักรที่ระเบิดกระจาย
เรือรบกระดูกขาวที่บรรจุเผ่าโครงกระดูกลำนั้นก็ร่วงหล่นลงบน ดวงดาวมอดดับ นอกจากมหาราชาเลี่ยกู่และพ่าเก๋อเซินแล้ว เผ่าโครง กระดูกคนอื่นๆ ล้วนตายหมด
“มหาราชาเลี่ยกู่รอคอยกองหนุนอยู่นาน แต่กองหนุนก็ยังไม่มา สุดท้ายเลยหนีไป”
ดวงตาของเผยฉีฉีมีประกายแสงเปล่งวูบวาบ กำลังใช้เวทลับของลัทธิ จิตตวิสุทธิ์สื่อสารกับฟุานเหวิน “ซือคงฉั่วและลูกน้องของเขาเหี้ยมหาญกัน ไม่เบา แม้ว่าเจ้าซือคงฉั่วผู้นั้นจะปากเสีย แต่พลังการต่อสู้กลับไม่ธรรมดา วันหน้าหากเจ้าเจอเขาต้องระวังตัวสักหน่อย”
“ซือคงฉั่วร้ายกาจอย่างแท้จริง” หวงจินหนันถอนหายใจกล่าว
“ชนะก็ชนะไปเถอะ เพราะข้าสนใจความเสียหายของซือคงฉั่ว มากกว่า” เนี่ยเทียนเอ่ย
“แดนเอตทัคคะช่วงต้นคนหนึ่งถูกมหาราชาเลี่ยกู่สังหาร แดนว่างเปล่า ตายกันไปเกินครึ่ง เหลืออยู่แค่สามคน” มุมปากของเผยฉีฉียกยิ้มเย็นชา “สงครามครั้งนี้เป็นไปอย่างดุเดือด ในเมื่อเผ่าโครงระดูกสายเลือดระดับ แปดตายหมด ก็ไม่มีทางที่ซือคงฉั่วจะไม่ต้องจ่ายค่าตอบแทนใดๆ”
“ค่ายตอบแทนนี้ใหญ่หลวงมาก ในเวลาสั้นๆ นี้ซือคงฉั่วเองก็ถือว่า สูญเสียพลังต้นกำเนิดไปมหาศาล”
หวงจินหนันหัวเราะร่า “แม้แต่แดนเอตทัคคะก็ยังตายไปคนหนึ่ง ซือคงฉั่วต้องเจ็บปวดมากแน่นอน หากไม่เป็นเพราะพวกเราสังหาร กองหนุนของภูตผีปีศาจและอสูรกายอยู่นอกทางช้างเผือกให้เขา จำนวน ลูกน้องของซือคงฉั่วที่ตายไปย่อมมากกว่านี้!”
“เขาน่าจะยังไม่รู้กระมังว่าพวกเราแอบสอดมือเข้าแทรกอย่างลับๆ?” เนี่ยเทียนถาม
เผยฉีฉีพยักหน้า “ไม่รู้จริงๆ นั่นแหละ”
ผ่านไปอีกครู่หนึ่ง เผยฉีฉีก็หรี่ตาลง “ซือคงฉั่วต้องการให้ผู้อาวุโสฟุาน เหวินใช้ลอดทะลวงความว่างเปล่าพาพวกเขาหนีไปจากดวงดาวมอดดับ แห่งนั้น เขากังวลว่าหลังจากที่มหาราชาเลี่ยกู่ติดต่อกับผู้แข็งแกร่งชนต่าง เผ่าได้แล้วจะย้อนกลับมาอีกครั้ง”
“พอประมาณแล้ว สมควรไปก็ต้องไป หากยังอยู่ต่อมีแต่จะตกอยู่ใน อันตราย” เนี่ยเทียนเองก็หยุดเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม “พวกเราอย่าไปเจอ กับพวกซือคงฉั่ว พวกเขาจะได้ไม่สงสัยพวกเขา สถานที่แห่งนี้พวกเราเองก็ ไม่ควรอยู่นานเหมือนกัน หลีกเลี่ยงไม่ให้มหาราชาเลี่ยกู่ย้อนกลับมาอีก ครั้ง”
“เข้าใจแล้ว” เผยฉีฉีเองก็เห็นด้วย
ดังนั้นนางจึงใช้เวทลับร่ายลอดทะลวงความว่างเปล่ามาแหวกรอยแยก ห้วงมิติเส้นหนึ่งแล้วพาเนี่ยเทียนกับหวงจินหนันสองคนเดินทางไปยัง ดวงดาวมอดดับแห่งต่อไปในเสี้ยววินาที
……
ดวงดาวมอดดับที่แตกสลาย มีดินแดนของแดนว่างเปล่าเผ่ามนุษย์ที่ แตกออกปะปนอยู่กับปราณแห่งความตายที่มีเฉพาะในเผ่าโครงกระดูก อบอวลไปทั่วฟูาดิน
เมื่อดวงดาวระเบิดแตกก็ต้องกลายมาเป็นหินอุกกาบาตหลายก้อนที่ ล่องลอยอยู่ในทางช้างเผือก หินอุกกาบาตบางก้อนจะถูกลมพายุนอก อาณาจักรพัดจนกระจายเป็นดาวตกที่พุ่งไปรอบด้าน
บัดนี้บนหินอุกกาบาตก้อนหนึ่ง ซือคงฉั่วที่สีหน้ามืดทะมึนยืนมองฟุาน เหวินด้วยสายตาเย็นชา
“ตอนนี้จะใช้ลอดทะลวงความว่างเปล่าได้หรือยัง?” เขาคำรามกร้าว
ฟุานเหวินน่าไม่เปลี่ยนสี เพียงพยักหน้ารับเบาๆ “ได้แล้ว”
“หวังว่าคราวนี้จะไม่มีเรื่องผิดพลาดอะไรอีก! ” น้ำเสียงของซือคงฉั่ว เต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราด
ข้างกายเขาคือโจวฉิงแดนเอตทัคคะช่วงท้ายที่ในมือถือหินซ่อน วิญญาณเอาไว้ ในหินซ่อนวิญญาณทุกก้อนล้วนมีดวงวิญญาณดวงหนึ่งอยู่ ด้านใน
ดวงวิญญาณเหล่านั้นคือพวกลูกน้องของซือคงฉั่วที่รบจนตัวตาย
หินซ่อนวิญญาณสามารถกักเก็บวิญญาณไว้ข้างใน เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ วิญญาณของพวกเขาที่ล่องลอยอยู่ในทางช้างเผือกแหลกสลาย
เมื่อดวงวิญญาณไม่ดับสลาย รอจนซือคงฉั่วกลับไปยังดินแดนดวงดาว ของตัวเอง เขาก็สามารถหาเปูาหมายที่เหมาะสมมาให้ดวงวิญญาณของ ลูกน้องเขาจุติกลับไปเกิดใหม่ได้
เพียงแต่ว่าวิญญาณของคนที่ตัวสู้จนตัวตายต้องไม่มอดดับเท่านั้น
มีหลายคนที่พอดินแดนแหลกสลาย ดวงวิญญาณก็ถูกคนเผ่าโครง กระดูกใช้เวทลับทางสายเลือดโจมตีจนแหลกลาญ
คราวนี้ซือคงฉั่วเสียหายลึกไปจนถึงกระดูกจริงๆ
ลูกน้องของเขาที่สั่งสมมานานปีมีคนตายไปเกือบครึ่ง คนที่ดวง วิญญาณหนีมาได้ก็ยังจำเป็นต้องใช้เวลาหลายร้อยปีถึงจะฟื้นคืนสู่จุดสูงสุด อีกครั้ง
ครั้งนี้จึงเป็นการโจมตีที่หนักหนาสำหรับซือคงฉั่ว
และขณะที่ฟุานเหวินเตรียมจะใช้ “ลอดทะลวงความว่างเปล่า” มาพา คนที่เหลือจากไป โจวฉิงที่เป็นแดนเอตทัคคะช่วงท้ายกลับเลิกคิ้ว พูดขึ้น กะทันหันว่า “ช้าก่อน!”
ฟุานเหวินหยุดมือทันที
โจวฉิงกลายร่างเป็นสายฟูาเส้นหนึ่งที่ทะยานตัวออกไปจากหิน อุกกาบาตที่ยืนอยู่
เขามองเห็นซากของเรือรบเผ่าภูตผีปีศาจชิ้นหนึ่งอยู่ในมุมหนึ่งของ แผ่นฟูามืดมิดที่เขาทะยานตัวออกมา
ซากนั้นมาจากเรือรบของภูตผีปีศาจที่ถูกเนี่ยเทียนใช้ท่อนกระดูกของ สัตว์ยักษ์มวลดาราโจมตีให้แตกออก จากนั้นจึงถูกพายุนอกอาณาจักรพัด พามาถึงที่นี่
“มีซากเรือรบของภูตผีปีศาจ บริเวณใกล้เคียงนี้มีการต่อสู้เกิดขึ้นงั้น หรือ?”
โจวฉิงตะลึง ครั้นจึงใช้พลังของแดนเอตทัคคะบินสำรวจไปรอบด้าน แล้วก็เจอซากเรือรบของภูตผีปีศาจจำนวนมากกว่าเดิม
เขาพกพาเอาความสงสัยพลิ้วกายไปหยุดอยู่ข้างซือคงฉั่ว ครั้นจึงเอ่ย เสียงทุ้มหนัก “นายท่าน ตอนที่พวกเราต่อสู้อยู่กับเผ่าโครงกระดูก ดู เหมือนว่าบริเวณรอบๆ ก็มีสงครามเกิดขึ้นเหมือนกัน มีซากเรือรบของ ภูตผีปีศาจอยู่มากมายที่ได้รับพลังของทางช้างเผือกด้านนอกพัดให้ลอยมา อยู่ใกล้ๆ นี้”
“ไปดูกันสิ!” ซือคงฉั่วออกคำสั่ง
เขาเรียกเรือดาราออกมาแล้วพลิ้วกายลงไป ใช้พลังแดนว่างเปล่าของ ตัวเองมาสกัดกั้นการรุกรานของพลังวุ่นวายนอกอาณาจักร
ลูกน้องคนที่ยังมีชีวิตอยู่ของเขาล้วนเป็นแดนว่างเปล่าช่วงท้ายและ แดนเอตทัคคะ ไม่จำเป็นต้องอาศัยสิ่งของนอกกายก็สามารถใช้ดินแดน ของตัวเองปูองกันตัวและโบยบินอยู่กลางทางช้างเผือกอันกว้างใหญ่ไพศาล ได้
เขาตามหาร่องรอยไปทั่วทุกแห่ง
“เรือรบของเผ่าอสูรกายเองก็มีไม่น้อย นอกจากภูตผีปีศาจแล้ว ไม่นึก ว่าจะยังมีอสูรกายปูวนเปี้ยนอยู่แถวนี้ด้วย!”
“ใครกันที่ฆ่าภูตผีปีศาจและอสูรกายพวกนั้น ก่อนจะทำลายเรือรบของ พวกเขา?”
“ไม่มีศพของภูตผีปีศาจและอสูรกายเหลืออยู่แม้แต่ศพเดียว แสดงว่า ศพของพวกเขาต้องถูกคนเก็บเอาไป!”
“ไม่ทิ้งร่องรอยใดๆ ไว้!”
หลังจากตรวจสอบไปแล้วรอบหนึ่ง ดวงตาของพวกโจวฉิงที่มารวมตัว กันที่เรือดาราของซือคงฉั่วอีกครั้งก็เต็มไปด้วยความสงสัย
ซือคงฉั่วเองก็ฉงนสนเท่ห์อย่างหนัก “บางทีภูตผีปีศาจและอสูรกาย พวกนั้นอาจถูกเผ่าโครงกระดูกเรียกตัวมา ข้าเคยสังเกตเห็นว่าตอนที่มหา ราชาเลี่ยกู่ต่อสู้มักจะหันไปมองนอกอาณาจักรบ่อยๆ คล้ายกำลังรออะไร หรือไม่ก็คาดหวังสิ่งใดอยู่ หรือว่าที่พวกเขารอคอยก็คือกองหนุนจากภูตผี ปีศาจและอสูรกายพวกนี้?”
“คนที่สังหารพวกเขาเป็นใครกันแน่นะ? ในเมื่อเขาปูวนเปี้ยนอยู่ใกล้ๆ แล้วจะสัมผัสไม่ได้เลยหรือว่าพวกเราเองก็กำลังต่อสู้อยู่กับเผ่าโครงกระดูก เหมือนกัน?”
“แปลก แปลกจริงๆ!”
ซือคงฉั่วพลันหันไปจับจ้องฟุานเหวิน ถามอย่างกังขา “หากมีกองกำลัง ของเผ่ามนุษย์อยู่อีกกลุ่มหนึ่ง ในกลุ่มของพวกเขาอาจมีผู้อาวุโสลัทธิจิตต วิสุทธิ์เช่นท่านอยู่ด้วย ท่านไม่ได้รับข่าวอะไรเลยรึ? ข้ารู้นะว่าเวทลับของ ลัทธิจิตตวิสุทธิ์สามารถติดต่อกันผ่านอาณาจักรได้”
ฟุานเหวินส่ายหัว “การต่อสู้ของพวกเจ้า ข้าเองก็เข้าร่วมด้วย ข้าไม่ได้ มีร่างแยกมาคอยรับสัมผัสกับสถานการณ์ที่อยู่รอบนอกตลอดเวลาหรอก นะ”
“ช่างเถอะ” ซือคงฉั่วโบกมือ คล้ายจะเอ่ยเร่งให้ฟุานเหวินส่งพวกเขา ไปที่ริมขอบของดินแดนสวรรค์ทมิฬ หมายจะออกไปจากสถานที่บ้าๆ นี้ โดยเร็วที่สุด
“การไปที่ริมขอบของดินแดนสวรรค์ทมิฬ ข้าไม่สามารถทำได้ในครั้ง เดียว คงต้องหาดวงดาวว่างๆ ที่อยู่ใกล้ๆ นี้ไปก่อน” ฟุานเหวินแสดงท่าที
“เอาตามที่ท่านเห็นสมควรเถอะ” ซือคงฉั่วเริ่มหงุดหงิด
ฟุานเหวินจึงร่ายเวทตามที่เขาต้องการ
……
ดินแดนสวรรค์ทมิฬมีพื้นที่กว้างใหญ่อย่างมาก คิดจะไปยังขอบเขต สิ้นสุดของอาณาจักรใดอาณาจักรหนึ่ง แม้แต่เผยฉีฉีก็ยังไม่สามารถทำได้ ในครั้งเดียว
นางร่ายใช้ “ลอดทะลวงความว่างเปล่า” ติดต่อกันถึงสามครั้งก็ยังได้ แค่พาเนี่ยเทียนและหวงจินหนันนไปถึงดวงดาวมอดดับแห่งสุดท้ายของ พื้นที่แถบนี้
ยืนอยู่บนดวงดาวมอดดับ เพ่งสายตามองไปเบื้องหน้า แต่กลับมองไม่ เห็นดวงดาวมอดดับแม้แต่แห่งเดียว
ทว่าด้านหลังกลับมีดวงดาวมอดดับอยู่มากมายซึ่งล้วนถูกพวกเขาข้าม ผ่านมาแล้ว
“ตอนนี้คงได้แต่มาถึงที่นี่เท่านั้น” เผยฉีฉีอ่อนแรงอย่างเห็นได้ชัด “คิด จะไปจากดินแดนสวรรค์ทมิฬคงได้แต่อาศัยเรือฟูามายาเท่านั้น ต้องรอให้
ข้ารวบรวมพลังได้อีกครั้งก่อนถึงจะสามารถร่ายใช้ลอดทะลวงความว่าง เปล่าได้ต่อ”
วิธีการที่พวกเขาเลือกใช้ไม่ต่างจากความคิดของพวกซือคงฉั่ว ในเมื่อ ดินแดนสวรรค์ทมิฬถูกเลือดลมของมหาราชาชนต่างเผ่าปิดผนึกไว้ หมดแล้ว และไม่สามารถใช้ลอดทะลวงความว่างเปล่าฝุาออกไป ก็ได้แต่ใช้ วิธีการอื่นออกไปจากที่นี่
เลือดลมของมหาราชาหาใช่จะไร้เทียมทาน ในเมื่อมันกระจายอยู่ทั่ว ทุกมุมในทางช้างเผือก พลังอำนาจก็ย่อมต้องเจือจาง มิสามารถขัดขวาง การเข้าออกของเรือฟูามายาได้
“พวกซือคงฉั่วยังอยู่ด้านหลังหรือเปล่า?” หวงจินหนันถาม
“อืม แม้ว่าผู้อาวุโสฟุานจะมีขอบเขตสูงล้ำ แต่ก็ได้แค่ใช้ลอดทะลวง ความว่างเปล่าครั้งเดียวเท่านั้น” เผยฉีฉีพยักหน้ารับเบาๆ “หากเป็นใน เวลาสั้นๆ เว้นเสียแต่ว่าชนต่างเผ่าซ่อนประตูข้ามอาณาจักรไว้ในแถบนี้ หา ไม่แล้วด้วยความเร็วของเรือรบทางช้างเผือกย่อมไม่มีทางตามมาทัน ตอนนี้พวกเรายังถือว่าปลอดภัยดี”
ดังนั้นของทั้งสามจึงนั่งเรือฟูามายาบินจากดวงดาวมอดดับดวงที่อยู่ ตอนนี้มุ่งหน้าไปยังขอบเขตสิ้นสุดของดินแดนสวรรค์ทมิฬ
หลายวันต่อมา
เผยฉีฉีพลันผุดลุกขึ้นยืน ดวงตาเป็นประกายแวววาว “ใกล้ๆ นี้มีรอย แยกห้วงมิติที่เพิ่งถูกแหวกออก น่าจะเป็นการร่ายเวทของผู้อาวุโสอีกคน หนึ่งในลัทธิข้า!”
นางจึงรีบใช้เวทลับทันที
“เป็นผู้อาวุโสฉี เขาไปเป็นเพื่อนกับโหลวหงแยนของสำนักห้าธาตุเจ้า ตอนนี้เขาพาคนพวกนั้นมาส่งที่นี่!” เผยฉีฉีอุทานเบาๆ
“ศิษย์พี่หญิง!” หวงจินหนันดีใจ รีบถาม “ห่างไปจากที่นี่ไกลไหม?”
“ไม่ไกลนัก” เผยฉีฉีรู้ใจจึงเปลี่ยนทิศทางของเรือฟูามายาให้มุ่งหน้าไป รวมตัวกับอีกฝุาย
ครู่หนึ่ง เรือฟูายามาก็ขับไปถึงจุดที่พวกโหลวหงแยนอยู่ หวงจินหนันท อดสายตามองไกลๆ ก็พลันหน้าเปลี่ยนสี “ศิษย์พี่หญิง ทำไม…ทำไมพวก ท่านถึงเหลือกันอยู่แค่นี้? เกิดเรื่องอะไรขึ้น?”
“ไม่นึกเลยว่าเจ้าจะยังมีชีวิตอยู่” โหลวหงแยนสีหน้าเศร้าสร้อย
——