ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 1032 ฝันร้ายที่เกิดขึ้นติดต่อกัน
นับตั้งแต่ที่ได้รู้จักโหลวหงแยนมา เนี่ยเทียนไม่เคยเห็นนางเศร้าโศก หมดเรี่ยวแรงอย่างนี้มาก่อน
ทางฝุายของโหลวหงแยน นอกจากหยางฝานแล้วยังมีแดนว่างเปล่าอีก หกเจ็ดคน บวกกับแดนเอตทัคคะอีกคนหนึ่ง
ทว่าเมื่อเทียบกับตอนที่เนี่ยเทียนเจอนางในลัทธิจิตตวิสุทธิ์แล้ว กอง กำลังที่อยู่ข้างกายนางตอนนี้น้อยกว่าเดิมเกือบครึ่ง
เห็นได้ชัดว่าคนที่หายไป เกรงว่าคงเจอกับเรื่องไม่คาดคิดไปแล้ว
“อันที่จริงข้า ถือว่ายังดี” หวงจินหนันยิ้มเจื่อน กล่าวว่า “พวกลูกน้อง ของข้าแค่แยกไปคนละทางกับข้าเท่านั้น คนส่วนใหญ่น่าจะยังมีชีวิตอยู่ ศิษย์พี่หญิง แล้วท่านล่ะ ท่านไปเจออะไรมากันแน่?”
“เจอกับเจ้าลัทธิจิตมืด” โหลวหงแยนถอนหายใจ
“เจ้าลัทธิจิตมืด!”
ทุกคนตะลึงลาน ไม่ว่าอย่างไรก็คาดไม่ถึงว่าพวกโหลวหงแยนจะดวง ซวยขนาดที่แค่เข้ามาในดินแดนสวรรค์ทมิฬก็ไปเจอกับเปูาหมายสำคัญที่ ต้องสังหารอย่าง—เจ้าลัทธิจิตมืด!
ผู้อาวุโสอีกคนหนึ่งของลัทธิจิตตวิสุทธิ์ แดนเอตทัคคะช่วงกลางนาม ว่าฉีเหลียนซานหันมาอธิบายให้เผยฉีฉีฟัง “อาณาจักรแห่งที่ห้าเป็นที่ซ่อน ตัวของเจ้าลัทธิจิตมืด ช่วงก่อนหน้าที่พวกเราไปสำรวจก็ไม่เจอร่องรอยของ
เขาเหมือนกัน จนกระทั่งอาณาจักรแห่งที่ห้าถูกพลังอาคมปิดผนึก แล้วข้า ร่ายลอดทะลวงความว่างเปล่าไม่ได้ ถึงสัมผัสได้ถึงความผิดปกติ”
“แต่น่าเสียดายที่ทุกอย่างล้วนสายเกินการณ์แล้ว”
“หลังจากที่เจ้าลัทธิจิตมืดเผยกาย พวกเรามิอาจต้านทานได้เลย ที่แย่ ที่สุดก็คือพวกเรายังไม่สามารถติดต่อไปหารองเจ้าลัทธิได้ด้วย”
“ยังดีที่ผู้อาวุโสลู่เจี้ยเฟิงเคลื่อนไหวอยู่ในบริเวณใกล้เคียง พอสัมผัสได้ ว่าท่าไม่ดีเลยข้ามอาณาจักรมาช่วย”
“พอผู้อาวุโสลู่เจี้ยเฟิงเข้ามายังอาณาจักรแห่งที่ห้า ภายใต้ความ ช่วยเหลือของเขา ข้าจึงสามารถใช้ลอดทะลวงความว่างเปล่าได้ เพียงแต่ ว่าตอนที่เขามา พวกเราเสียหายกันอย่างหนักแล้ว”
ฉีเหลียนซานถอนหายใจไม่หยุด
หวงจินหนันตัวสั่นสะท้าน “ท่านอาใหญ่ลู่เป็นอย่างไรบ้างแล้ว?”
“เกรงว่า เกรงว่าคงจะเจอเรื่องไม่ดีนัก” ดวงตาของโหลวหงแยนเต็ม ไปด้วยความเศร้าโศก “ท่านอาใหญ่ลู่ช่วยขัดขวางเจ้าลัทธิจิตมืดไว้ให้ เพื่อให้พวกเราได้หนีออกมา ตอนนั้นพวกเราก็สัมผัสได้ถึงปราณของต้าจุน เผ่าอสูรกายท่านหนึ่งแล้ว ศัตรูที่ท่านอาใหญ่ลู่ต้องเผชิญคือเจ้าลัทธิจิตมืด ที่มีระดับเดียวกับเขา บวกกับต้าจุนของอสูรกายระดับเดียวกันอีกคนหนึ่ง”
“สองคนนั้นล้วนทุ่มเทพลังทั้งหมดไปใช้กับท่านอาใหญ่ลู่ ท่านอาใหญ่ลู่ ถึงจะเป็นเปูาหมายที่แท้จริงของพวกเขา แท้จริงแล้วพวกเรา…ไม่ได้รับ ความสนใจมากพอ”
เนี่ยเทียนเงียบงัน สีหน้าไม่น่ามอง
เขารู้ดีว่าลู่เจี้ยเฟิงจากสำนักห้าธาตุน่าจะเจอเหตุร้ายมากกว่าเรื่องดี
เพราะลู่เจี้ยเฟิงไม่ได้ทางได้รับความช่วยจากโม่เหิงหรือจีหยวนฉวน
โม่เหิงถูกคูกู่ต้าจุนของเผ่าโครงกระดูกรั้งตัวไว้ เผยฉีฉีไม่สามารถติดต่อ กับจีหยวนฉวนได้ นั่นหมายความว่าจีหยวนฉวนเองก็อาจจะเอาตัวเองไม่ รอด บางทีก็อาจจะเจอกับผู้แข็งแกร่งในระดับเดียวกัน
โม่เหิงแข็งแกร่งมากพอ คูกู่ต้าจุนอาจจะสังหารเขาไม่ได้ จีหยวนฉวน เชี่ยวชาญเวทลับห้วงมิติ แทบจะไม่สามารถถูกฆ่าได้อย่างสิ้นซาก
มีเพียงลู่เจี้ยเฟิงที่เป็นคนซึ่งค่อนข้างรับมือได้ง่ายที่สุดในบรรดาแดน เทพเจ้าสามคนที่เข้ามาในดินแดนสวรรค์ทมิฬแห่งนี้
ไม่ว่าจะเป็นเจ้าลัทธิจิตมืดหรือต้าจุนของเผ่าอสูรกายก็ล้วนเชี่ยวชาญ เวทลับทางจิตวิญญาณหลากหลายประเภท หากลู่เจี้ยเฟิงตายไปก็มีความ เป็นไปได้เต็มร้อยที่จิตวิญญาณจะหนีไปไม่ได้ และหมดความหวังในการ กลับมาจุติเพื่อฝึกตนใหม่
พลังการต่อสู้ขั้นสูงสุดของเผ่ามนุษย์คือแดนเทพเจ้า การที่จะสร้าง ดินแดนเทพเจ้าขึ้นมาสักคนหนึ่งจำเป็นต้องสิ้นเปลืองทรัพยากรมหาศาล
แดนว่างเปล่า แดนเอตทัคคะ แดนเทพเจ้า ทุกการแปรสภาพและการ เลื่อนขั้นของดินแดนล้วนตั้งอยู่บนรากฐานของทรัพยากรในการฝึกตนที่ มากเกินจะจินตนาการ อาจจะต้องใช้วัตถุดิบวิเศษซึ่งสั่งสมมานานนับพัน นับหมื่นปีในดินแดนดวงดาวหลายแห่งถึงจะสร้างดินแดนเทพเจ้าขึ้นมาได้ สักแห่งหนึ่ง
ทุกครั้งที่ดินแดนเทพเจ้าเลื่อนขอบเขตยังมีความอันตรายมากมาย ตามมา หากไม่ระวังแม้เพียงนิด ร่างและจิตวิญญาณก็จะแหลกสลาย
แล้วก็เพราะว่ามีขีดจำกัดมากมาย ต่อให้เป็นสำนักเก่าแก่ทั้งสี่ก็ยังมี แดนเทพเจ้าน้อยยิ่งกว่าน้อย ทุกครั้งที่มีการสูญเสียล้วนถือเป็นการโจมตีที่ สาหัสสำหรับเผ่ามนุษย์
หากลู่เจี้ยเฟิงตายไป สำนักห้าธาตุจะต้องเจ็บปวดอย่างหนัก และ สูญเสียพลังต้นกำเนิดไปมหาศาล
“ผู้อาวุโสฉี พวกท่านมาถึงที่นี่ก็น่าจะเพราะใช้ลอดทะลวงความว่าง เปล่าอยู่หลายครั้งสินะ?” เผยฉีฉีสีหน้าเคร่งขรึม “ท่านยังสามารถร่าย ใช้ได้อีกหรือไม่?”
ฉีเหลียนซานส่ายหน้า “หากทำได้ ข้าก็คงไม่รั้งรออยู่ที่นี่แล้ว”
หลังจากที่ทุกคนมารวมตัวกันก็พูดคุยกันอยู่พักหนึ่ง เนี่ยเทียนจึงได้รู้ ว่าโหลวหงแยนมีความคิดอย่างเดียวกับพวกเขา นั่นคือคิดจะเดินทางไปยัง ริมขอบของดินแดนสวรรค์ทมิฬ ข้ามผ่านตราผนึกของเลือดลมต้าจุน ออกไปจากที่แห่งนี้
ดินแดนสวรรค์ทมิฬที่มีตราผนึกเลือดลมของต้าจุนปกคลุมแทบจะขาด การติดต่อกับโลกภายนอก บางทีผู้แข็งแกร่งของสี่สำนักเก่าแก่ที่อยู่ข้าง นอกอาจสัมผัสไม่ได้ถึงความผิดปกติ และเนื่องจากการปิดผนึกของเลือด ลมต้าจุน ผู้แข็งแกร่งแดนเทพเจ้าของลัทธิจิตตวิสุทธิ์ก็ยากที่จะเข้ามาที่นี่ ได้ในเสี้ยววินาที
ในดินแดนสวรรค์ทมิฬ คนที่เป็นอย่างเผยฉีฉี ฉีเหลียนซานและฟุานเห วินก็ยังได้แค่ใช้ลอดทะลวงความว่างเปล่าเคลื่อนไหวอยู่ในกรงขังแห่งนี้ เท่านั้น
ต่อให้พวกเขาสามารถใช้ “ลอดทะลวงความว่างเปล่า” ได้ติดต่อกัน หลายครั้งก็ยังไม่สามารถลอดผ่านพื้นที่ที่มีเลือดลมของต้าจุนปกคลุม พุ่ง ออกไปจากดินแดนสวรรค์ทมิฬได้ในเสี้ยววินาที
วิธีเดียวที่ทำได้ก็คือฉวยโอกาสที่ต้าจุนของชนต่างเผ่าและโม่เหิง จี หยวนฉวน ลู่เจี้ยเฟิงเข่นฆ่ากัน แยกย้ายกันใช้วัตถุที่สามารถข้ามผ่านทาง ช้างเผือกอย่างเรือรบทางช้างเผือกหรือเรือฟูามายาข้ามมหาสมุทรปราณ เลือดไป
ขอแค่ไปพ้นจากดินแดนสวรรค์ทมิฬ ด้วยขอบเขตแดนเอตทัคคะช่วง กลางของฉีเหลียนซานก็น่าจะสามารถติดต่อไปหาลัทธิจิตตวิสุทธิ์ได้ทันที
“เนี่ยเทียน เจ้าช่วยผู้อาวุโสฉีรักษาอาการบาดเจ็บสักหน่อย” เผยฉีฉี เอ่ยขึ้นกะทันหัน “หากอาการบาดเจ็บของเขาฟื้นตัวเมื่อไหร่ก็น่าจะยังร่าย ใช้ลอดทะลวงความว่างเปล่าได้อีกครั้ง เป็นเช่นนี้หรือไม่ผู้อาวุโสฉี?”
ฉีเหลียนซานพยักหน้ารับ เหม่อมองเนี่ยเทียนอย่างอึ้งๆ “คุณหนูเผย เขา?”
“เขาสามารถช่วยให้ท่านฟื้นตัวได้ในเวลาสั้นๆ เขาจะช่วยรักษา บาดแผลทางกายของท่านที่เกิดจากพลังของลอดทะลวงความว่างเปล่า โจมตีกลับ” เผยฉีฉีกล่าวยืนยัน
ดวงตาของฉีเหลียนซานเป็นประกาย “หากบาดแผลทางเรือนกายหาย ดี ข้าสามารถใช้ลอดทะลวงความว่างเปล่าได้อีกหลายครั้ง!”
เผยฉีฉีจึงหันไปอธิบายให้เนี่ยเทียนฟังทันที “วิชาลอดทะลวงความว่าง เปล่าของลัทธิจิตตวิสุทธิ์เรา นอกจากจะเผาผลาญพลังในร่างของผู้ร่ายเวท แล้ว ยังมีพลังแว้งกลับมาโจมตีเลือดเนื้อด้วย แต่เนื่องจากความพิเศษของ ร่างกายข้าจึงแบกรับพลังโจมตีกลับนั้นได้ ที่ข้ามีขีดจำกัดด้านจำนวนการ ร่ายใช้เป็นเพียงเพราะพลังของข้าไม่มากพอ ทว่าผู้อาวุโสฉีกลับตรงกันข้าม กับข้าพอดี เขามีพลังในเรือนกายเปี่ยมล้น ทว่าร่างกายกลับอ่อนแอ”
เนี่ยเทียนเองก็สังเกตเห็นว่าเลือดลมของฉีเหลียนซานไม่เปี่ยมล้นนัก ทั้งบนร่างยังมีบาดแผลเล็กละเอียดเหวอะหวะเต็มไปหมด
“นอกจากร่ายเวทลับอีกอย่างหนึ่งแล้ว การร่ายใช้วัตถุชิ้นนั้นหนี ออกมาจากคำสาปลับน้ำแข็งสวรรค์ก็ทำให้เรือนกายของข้าบาดเจ็บสาหัส ได้เช่นกัน ทว่าอันที่จริงการร่ายใช้ลอดทะลวงความว่างเปล่าจะไม่สร้าง ผลกระทบใดๆ ต่อข้า แต่ผู้อาวุโสฉีไม่เหมือนกัน เขา…” เผยฉีฉีพูดต่อ
เนี่ยเทียนพลันเข้าใจ จึงกวักมือเรียกฉีเหลียนซาน
ฉีเหลียนซานให้สงสัย แต่ก็ยังเดินเข้าไปในเรือฟูามายาและมายืนอยู่ ตรงหน้าเนี่ยเทียน
เนี่ยเทียนเองก็ไม่ได้ปิดบังอะไร เพราะแม้แต่เลือดลมแห่งชีวิตเขาก็ ไม่ได้เอามาใช้ ที่ใช้มีแค่เวทไม้สวรรค์เกิดใหม่ผสานรวมกับจิงชี่พืชหญ้าซึ่ง กรอกเทเข้าไปในร่างของฉีเหลียนซานเท่านั้น
ภายใต้ประสิทธิภาพของเวทไม้สวรรค์เกิดใหม่ บาดแผลเล็กละเอียด มากมายที่อยู่ในอวัยวะภายในของฉีเหลียนซานจึงเริ่มประสานตัวได้ใน เวลาสั้นๆ
ฉีเหลียนซานพลันตัวสั่นเทิ้ม ใบหน้าเผยความปิติยินดีอย่างบ้าคลั่ง
ผู้ที่เชี่ยวชาญเวทลับพืชหญ้าสามารถรักษาอาการบาดเจ็บให้คนอื่นได้ ข้อนี้เขาเข้าใจดี
อีกทั้งยาส่วนใหญ่ที่ช่วยรักษาอาการบาดเจ็บของเผ่ามนุษย์ยังมาจาก การหลอมของอาจารย์หลอมโอสถที่ฝึกวิชาประเภทนี้ อันที่จริงก่อนหน้านี้ เขากินยาเข้าไปก่อนแล้ว บาดแผลในร่างจึงเริ่มค่อยๆ ประสานตัว
ทว่าพลังการประสานตัวเช่นนั้น พอเอามาเทียบกับความมหัศจรรย์ ของเวทไม้สวรรค์เกิดใหม่แล้ว กลับอยู่กันคนละระดับเลยทีเดียว
เนี่ยเทียนพอจะรู้มาว่าเวทไม้สวรรค์เกิดใหม่คือวิชาลับสุดยอดของเผ่า ไม้ เมื่อเอามาผสานกับจิงชี่พืชหญ้าของเขา เวลาที่ใช้รักษาอาการบาดเจ็บ ให้กับเผ่ามนุษย์ที่สายเลือดไม่พิเศษมักจะให้ผลที่มหัศจรรย์เสมอ
ทว่าคราวนี้กลับแตกต่างกัน
ใช้เวลาไม่นานเท่าไหร่ ฉีเหลียนซานก็ร้องอุทานติดต่อกัน “พอแล้ว! อาการบาดเจ็บของข้าฟื้นตัวได้พอประมาณแล้ว!”
เนี่ยเทียนหยุดมือ
ผู้แข็งแกร่งเผ่ามนุษย์ที่มีโหลวหงแยน หยางฝานเป็นผู้นำต่างก็ใช้ สายตาตื่นตะลึงจ้องมองเขาอย่างลึกล้ำ
“เดิมทีนึกว่าวิชาการฝึกตัวของเจ้าที่ปะปนกันมากมายล้วนไม่มี ประโยชน์อะไร มีแต่จะจำกัดการเลื่อนขอบเขตก็เท่านั้น คาดไม่ถึงว่า… ” โหลวหงแยนมีสีหน้าประหลาด “แต่คนมากมายที่ฝึกวิชาพืชหญ้าก็ไม่มีใคร ที่สามารถช่วยให้คนอื่นฟื้นตัวได้ในเวลาสั้นๆ แบบเจ้านี่นา?”
“ข้าไม่เหมือนกับคนอื่น” เนี่ยเทียนกล่าว
ฉีเหลียนซานพยักหน้าติดต่อกันอย่างเห็นด้วย “ไม่เหมือนจริงๆ นั่น แหละ”
หลังจากนั้นเขาก็ใช้พลังของตัวเองแหวกรอยแยกห้วงมิติเส้นหนึ่งให้ทุก คนลอดผ่านไป
พออาการบาดเจ็บฟื้นตัว เขาก็ใช้วิธีการเดิมมาร่ายใช้ลอดทะลวงความ ว่างเปล่าติดต่อกันหลายครั้งเพื่อข้ามผ่านทางช้างเผือกอันกว้างใหญ่ไพศาล และพอร่างกายเกิดบาดแผลอีกครั้ง ในที่สุดเขาก็พาทุกคนไปส่งยัง พรมแดนแห่งหนึ่งของดินแดนสวรรค์ทมิฬ
ปราณปีศาจสีม่วงเข้มกลิ้งซัดหลุดๆ ปะปนไปกับเลือดลมของต้าจุน ภูตผีปีศาจท่านหนึ่งซึ่งแผ่ขยายอยู่เบื้องหน้าทุกคนราวมหาสมุทรกว้างใหญ่
“หากข้ามผ่านทะเลเลือดลมของต้าจุนภูตผีปีศาจที่อยู่เบื้องหน้า หลุด พ้นดินแดนสวรรค์ทมิฬไปได้ พวกเราก็ปลอดภัยแล้ว ทั้งยังเอาหายนะที่ เกิดขึ้นในดินแดนสวรรค์ทมิฬไปแจ้งให้กับแต่ละสำนักใหญ่ทันที” ฉีเหลียน ซานตื่นเต้นไม่น้อย ก่อนจะหันไปพูดกับเนี่ยเทียนอีกว่า “แต่ว่าก่อนที่จะ ทำเช่นนั้น เจ้าช่วยข้าจัดการอาการบาดเจ็บอีกครั้งหนึ่งได้ไหม”
“ไม่มีปัญหา” เนี่ยเทียนกล่าว
เขาจึงร่ายเวทกับฉีเหลียนซานอีกครั้งทันที เพื่อให้อาการบาดเจ็บของ อีกฝุายฟื้นตัวโดยเร็วที่สุด
ทว่าขณะที่เขากำลังลงมืออยู่นั้น หัวคิ้วของเผยฉีฉีกลับขมวดเข้าหากัน เป็นปมคล้ายสัมผัสได้ว่ามีบางอย่างผิดปกติ นางอุทานขึ้นมาเบาๆ “บริเวณใกล้ๆ นี้มีประตูข้ามอาณาจักรที่พิเศษอยู่บานหนึ่ง!”
“ประตูข้ามอาณาจักร?” ฉีเหลียนซานร้องอุทานตกใจ “เป็นของชน ต่างเผ่าหรือเปล่า?”
“เป็นไปได้มาก” เผยฉีฉีสูดลมหายใจเข้าลึกหนึ่งที “จำเป็นต้องทำลาย ประตูข้ามอาณาจักรบานนั้นทิ้งก่อน หาไม่แล้วเมื่อพวกเราเข้าไปในจุดที่มี เลือดลมของต้าจุนปกคลุม แล้วต้าจุนสัมผัสได้ เกรงว่าพวกเขาคงใช้จิต สื่อสารให้คนในเผ่าข้ามประตูข้ามอาณาจักรมาขัดขวางพวกเราแน่”
——