ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 1037 กระตุ้นพลังแฝง!
“เทพบุตร! เทพธิดา!”
หยางฝานคำรามเร่งร้อน “พวกเจ้าคือความหวังของสำนักในอนาคต ขอแค่พวกเจ้ายังมีชีวิตหนึ่ง สักวันก็ต้องได้กลายมาเป็นแดนเทพเจ้าได้! ส่วนพวกเรานั้นอาจไม่สามารถทำลายปราการดินแดน ก้าวข้ามสู่แดนเทพ เจ้าอันเป็นดินแดนสูงสุดไปได้ชั่วชีวิต! ด้วยเหตุนี้ พวกเจ้าต้องห้ามเป็น อะไรไปเด็ดขาด!”
“ขอแค่พวกเจ้ายังมีชีวิตอยู่ ตระกูลของข้า ญาติพี่น้องของข้าถึงจะ ได้รับประโยชน์จากพวกเจ้า!”
ลูกน้องของโหลวหงแยนอีกหลายคนที่ยืนอยู่ข้างกายหยางฝานก็พากัน เอ่ยเกลี้ยกล่อม
ทว่าหวงจินหนันและโหลวหงแยนกลับลังเลตัดสินใจไม่ได้
พวกเขารู้ดีอยู่แก่ใจว่าภูตผีปีศาจที่กำลังไล่ตามมาต้องมีมหาราชาอยู่ ด้วยแน่นอน
เนื่องจากก่อนที่หันอวี้จะจากไปได้รู้ศักยภาพของพวกเขาแล้ว ในเมื่อ กล้าตามมาไล่ฆ่าในทะเลเลือดลมของต้าจุนภูตผีปีศาจ แสดงว่าพวกเขา ย่อมต้องมีความมั่นใจเต็มเปี่ยม
หากทิ้งพวกหยางฝานเอาไว้ก็เท่ากับปล่อยให้พวกเขาไปตาย
“คุณหนูเผย!” ฉีเหลียนซานร้อนใจราวกับมีไฟลน “เจ้าเป็นลูกศิษย์ผู้ สืบทอดของท่านเจ้าลัทธิ ทั้งยังเป็นลูกศิษย์คนสุดท้ายที่ท่านเจ้าลัทธิยอม
ผิดคำสาบานเพื่อรับตัวมา บนบ่าของเจ้าแบกความหวังอันยิ่งใหญ่ของลัทธิ จิตตวิสุทธิ์เอาไว้! เจ้ามีชีวิตอยู่ ย่อมสำคัญยิ่งกว่าอะไรทั้งนั้น ขอพวกเจ้า โปรดเดินทางไปก่อนด้วยเถอะ!”
เผยฉีฉีอ้าปากอยากจะพูดอะไรบางอย่าง
“รอสักครู่” เนี่ยเทียนที่สีหน้าเคร่งขรคมหันมาพูดกับฉีเหลียนซาน “ผู้ อาวุโสฉี ช่วยหลบไปที่อื่นสักหน่อย ข้ามีเรื่องอยากจะพูดกับศิษย์พี่หญิง เผยเป็นการส่วนตัว”
“เนี่ยเทียน รบกวนเจ้าช่วยเกลี้ยกล่อมคุณหนูเผยด้วย” ฉีเหลียนซาน ถอยออกไปช้าๆ
“เจ้าจะเกลี้ยกล่อมให้ข้าจากไปงั้นหรือ?” เผยฉีฉีขมวดคิ้ว
“ไม่ใช่” เนี่ยเทียนส่ายหน้า “ตอนนั้นที่เจ้าอยู่อาณาจักรแห่งที่เก้า สามารถร่ายใช้เวทลับฝุาคำสาปลับน้ำแข็งสวรรค์ พาข้าและหวงจินหนัน จากมา…”
“เป็นไปไม่ได้” ไม่รอให้เขาพูดจบ เผยฉีฉีก็ตัดบทเสียก่อน “คำสาป ผนึกที่เจ้าสำนักสาปแห่งความตายเป็นคนร่ายไว้ไม่ใช่พลังระดับเดียวกับ เลือดลมของต้าจุนเลย การร่ายใช้เวทลับการผนึกเช่นนี้ยังต้องพึ่งพาพลัง สายเลือดของข้าด้วย ทว่าเมื่อมาอยู่ในทะเลเลือดลมของต้าจุน พลัง สายเลือดของข้าถูกปราณของเขากำราบ ยากมากที่จะทำได้สำเร็จ”
“แล้วถ้าหากข้าสามารถเพิ่มพลังแฝงของเจ้าได้ล่ะ?” เนี่ยเทียนเอ่ย ถาม
“หมายความว่าอย่างไร?” เผยฉีฉีงงงัน
“ข้าหมายความว่า บางทีข้าอาจมีวิธีช่วยเพิ่มพลังแฝงที่อยู่ในสายเลือด ของเจ้าได้” เนี่ยเทียนเอ่ยเสียงหนัก
“ข้าก็ยัง ก็ยังไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่…” เผยฉีฉีสับสน
“ถ้าอย่างนั้นข้าจะให้เจ้าลองสัมผัสดู” ทันใดนั้นเนี่ยเทียนก็ปล่อยเส้น เลือดสีแดงหลายเส้นออกมาจากในร่างตัวเอง
เส้นเลือดสีแดงเป็นเหมือนเข็มที่แทงเข้าไปยังหน้าอกและหน้าท้องของ เผยฉีฉี
“สายเลือดแห่งชีวิต! กระตุ้นพลังแฝง!”
จิงชี่เลือดเนื้อเข้มข้นหลายกลุ่มไหลบ่าตามเส้นเลือดสีแดงฉานออกไป จากร่างของเนี่ยเทียนโดยใช้วิธีการที่ตรงกันข้ามกับ “การสูบดึงพลังชีวิต” ไหลรินเข้าสู่ร่างของเผยฉีฉี
จิงชี่เลือดเนื้อที่แฝงไว้ด้วยความมหัศจรรย์ของชีวิตกระจายไปตามเส้น เอ็น เลือดเนื้อของเผยฉีฉี คล้ายเป็นสสารที่มีชีวิตซึ่งลึกลับที่สุดซึ่งทำให้ สายเลือดในร่างของเผยฉีฉีเกิดการขานรับ
จิงชี่เลือดเนื้อเป็นกลุ่มๆ เหล่านั้นถูกสายเลือดห้วงมิติของเผยฉีฉีรับ สัมผัสแล้วเป็นฝุายดูดซับไปด้วยตัวเอง
“ตึง!”
แก่นเลือดหนึ่งหยดที่เนี่ยเทียนชุบหลอมขึ้นมาอย่างยากลำบากพลัน เผาไหม้ แก่นแห่งพลังชีวิตที่อยู่ในแก่นเลือดหยดนั้นปะปนอยู่ในจิงชี่เลือด เนื้อของเขาซึ่งไหลไปทั่วร่างของเผยฉีฉี
หัวใจของเผยฉีฉีเต้นรัวเร็วผิดปกติ หลอดเลือดเล็กบางตรงลำคอที่ขาว ราวหิมะของนางเปลี่ยนมาเป็นหนาใหญ่และปรากฎให้เห็นอย่างเด่นชัดอยู่ ใต้ผิวหนัง
พลังชีวิตที่อุดมสมบูรณ์หลายขุมไปกระตุ้นสายเลือดห้วงมิติของเผยฉีฉี กระตุ้นพลังแฝงบางอย่างที่ซุกซ่อนอยู่ในสายเลือดของนาง
มีดแสงจำนวนนับไม่ถ้วนที่เล็กละเอียดราวเส้นผมพากันทะยานออกมา ตามช่องโพรงต่างๆ ในร่างของเผยฉีฉีแล้วมากระโดดโลดเต้นอยู่ในเส้นชีพ จรของนาง มองดูคล้ายสายฟูานับพันนับหมื่นเส้น
จู่ๆ เนี่ยเทียนก็รู้สึกว่าเผยฉีฉีกำลังลอดทะลวงกลับไปกลับมาอยู่ ท่ามกลางห้วงมิติที่แตกต่างกัน
“ฟูุวๆ!”
มีดแสงห้วงมิติเล็กละเอียดจำนวนมากว่ายวนอยู่ในกายของนาง ปราณ ของนางก็เริ่มไต่ทะยานขึ้นด้วยความเร็วที่น่าตกใจ
“พลัง พลังเช่นนี้…”
ดวงตาของเผยฉีฉีเปล่งแสงวาบ นางไม่เคยรู้สึกกระปรี้กระเปร่าได้ เท่านี้มาก่อน ราวกับว่าทุกเซลล์ในร่างกาย ทุกเส้นใยในเลือดเนื้อล้วน ลิงโลดเกินกว่าที่จะคาดการณ์ได้ถึง
พลังงานชนิดหนึ่งที่หนาข้นยิ่งกว่าปกติหลายเท่าตัวผุดขึ้นมาในร่างของ นาง และยิ่งนานก็ยิ่งแข็งแกร่ง
“ตึง!”
แก่นเลือดอีกหยดหนึ่งเผาไหม้อยู่ในหัวใจของเนี่ยเทียน แก่นแห่งพลัง ชีวิตที่อยู่ในแก่นเลือดนั้นไหลไปตามเส้นเลือดสีแดงฉานแต่ละเส้น ใช้ วิธีการที่ตรงกันข้ามกับ “การสูบดึงพลังชีวิต” กรอกเทเข้าหาเผยฉีฉี
“อู้!”
ผลึกใสไม่เป็นรูปเป็นร่างก้อนนั้นบินออกมาอยู่กลางฝุามือของเผยฉีฉี ด้วยตัวเอง
เนี่ยเทียนมองปราดเดียวก็เห็นว่ามีมีดแสงห้วงมิตินับร้อยนับพันไหลบ่า ออกจากร่างของเผยฉีฉีและไปรวมตัวกันอยู่ในผลึกก้อนนั้น
“นี่ นี่…”
เผยฉีฉีรับสัมผัสอยู่ชั่วครู่ ร่างก็พลันสั่นเทิ้ม “พอแล้ว! เนี่ยเทียน เจ้าให้ ทุกคนเก็บอาวุธวิเศษประเภทบินทั้งหมดแล้วมารวมตัวกันที่ข้า!”
ผลึกไม่เป็นรูปเป็นร่างก้อนนั้นเหมือนถูกกระตุ้น แต่ละด้านของมันที่ใส แวววาวราวกระจกจึงสะท้อนให้เห็นห้วงมิติแตกต่างที่อยู่ในบริเวณ ใกล้เคียง
เนี่ยเทียนรีบตะโกนเสียงดัง “ทุกคนมาที่นี่ให้หมด! ศิษย์พี่หญิงเผยจะ ร่ายใช้วิชาลับ ทดลองพาพวกเราข้ามผ่านทะเลเลือดลมของต้าจุนภูตผี ปีศาจไปโดยตรง!”
“ว่าไงนะ?” ฉีเหลียนซานตะลึงพรึงเพริด “จะเป็นไปได้อย่างไร? ต่อให้ คุณหนูเผยจะแข็งแกร่งแค่ไหนก็ไม่มีหวังที่จะใช้ลอดทะลวงความว่างเปล่า พาพวกเราออกไปจากพื้นที่ที่มีทะเลเลือดลมของต้าจุนภูตผีปีศาจปกคลุม ไปได้นี่นา!”
หยางฝานและยังมีพวกหวงจินหนัน โหลวหงแยนต่างก็กรูกันมาแล้ว มองเนี่ยเทียนด้วยสายตากังขา
“ไม่ถูกสิ ปราณเช่นนี้ ความสามารถเช่นนี้…”
ฉีเหลียนซานที่จากไปก่อนหน้านี้ได้ย้อนกลับมาอีกครั้ง เขาจ้องมอง ผลึกใสไม่เป็นรูปเป็นร่างแล้วใช้กระแสจิตวิญญาณของตัวเองรับสัมผัส พลันรู้สึกได้ว่าด้านใดด้านหนึ่งของผลึกใสคล้ายจะมีปราณอันเป็น เอกลักษณ์ที่คล้ายคลึงกับรอยแยกห้วงมิติที่มั่นคงหรือไม่ก็ประตูข้าม อาณาจักรก่อตัวขึ้นมา
ปราณเช่นนี้มีเพียงคนที่เชี่ยวชาญพลังห้วงมิติ ทั้งยังเลื่อนสู่แดน เอตทัคคะอย่างเขาเท่านั้นถึงพอจะจับได้
“ช่องทางห้วงมิติที่มั่นคง สามารถลอดผ่านได้ ก่อตัวอยู่ในด้านหนึ่งของ ผลึกใส?” ฉีเหลียนซานปากอ้าตาค้าง “มีเพียงกระจกแห่งความว่างเปล่า ของเจ้าลัทธิที่เป็นวัตถุเทพไม่ดับสลายเท่านั้นถึงจะทำได้นี่นา!”
นาทีถัดมาเขาก็สัมผัสได้ว่าช่องโพรงแต่ละแห่งในร่างของเผยฉีฉีคล้าย กลายมาเป็นฟูาดินที่มีพื้นที่เป็นของตัวเองโดยเฉพาะ
นี่คือภาพเหตุการณ์ประหลาดอีกอย่างหนึ่งที่แม้แต่คิดเขาก็ยังไม่กล้า!
“เข้าไป!”
มือเรียวยาวราวลำเทียนของเผยฉีฉีแตะเบาๆ ด้านหนึ่งของผลึกใสไม่ เป็นรูปเป็นร่างก็พลันขยายใหญ่ เผยให้เห็นลำแสงห้วงมิติมากมายที่ส่อง แสงเจิดจ้า
“ใช้ได้!” ฉีเหลียนซานตื่นตะลึงจนตะลึงไปมากกว่านี้ไม่ได้อีกแล้ว แต่ก็ เหมือนจะรู้ว่าทุกคนสามารถลอดเข้าไปยังด้านหนึ่งของผลึกใสนั้นได้จึงรีบ เอ่ยเร่งพวกหวงจินหนัน โหลวหงแยนด้วยเสียงดังโหวกเหวก “เร็ว! เร็วๆๆ! พวกเจ้าเข้าไปก่อน!”
หวงจินหนันเคยมีประสบการณ์ทำนองนี้มาก่อนจึงรีบหันไปมองเนี่ย เทียน “พี่เนี่ย โปรดช่วยข้าสักหน่อยเถิด!”
เนี่ยเทียนเห็นว่าเผยฉีฉีใช้พลังเต็มที่แล้ว รู้ดีว่าสถานการณ์คับขัน จึง คว้าร่างของหวงจินหนันแล้วกระชากเข้าไปในผลึกด้านนั้น
“อู้!”
เขาและหวงจินหนันสองคนเข้าไปในผลึกใสก่อนใคร
หลังจากนั้นถึงเป็นโหลวหงแยน และตามมาด้วยลูกน้องของนาง
ที่น่าแปลกก็คือการลอดผ่านเส้นทางห้วงมิติครั้งนี้ พลังประหลาดที่ สามารถบดขยี้เลือดเนื้อของพวกเขาซึ่งอยู่ในช่องทางบิดเบือนนั้นคล้ายจะ ถูกสายเลือดของเผยฉีฉีกำราบเอาไว้จึงอ่อนแอลงจนน่าสงสาร
เรือนกายที่แข็งแกร่งของเนี่ยเทียนจึงสามารถแบกรับได้อย่างเต็มที่ ไม่ มีร่องรอยบาดเจ็บแม้แต่น้อย
แม้แต่หวงจินหนันเองก็ยังมีแค่บาดแผลภายนอกเท่านั้น แม้ว่าบนร่าง จะเต็มไปด้วยแผลมากมาย แต่อันที่จริงกลับไม่ได้บาดเจ็บสาหัสไปจนถึง อวัยวะภายในหรือกระดูก
“ฟิ้วๆๆ!”
เงาร่างมากมายพากันพลิ้วตัวลงบนหินอุกกาบาตก้อนใหญ่ โหลว หงแยน หยางฝาน ฉีเหลียนซานและยังมีพวกลูกน้องของโหลวหงแยนต่าง ก็มาถึงในเสี้ยววินาที
จุดแสงเล็กๆ เท่าเมล็ดข้าวสารลอยอยู่เหนือศีรษะของทุกคน แล้วจู่ๆ มันก็พลันเปล่งแสงวาบขยายใหญ่
“ฟิ้ว!”
เผยฉีฉีเป็นคนสุดท้ายที่บินออกมา ร่างของนางกระแทกพื้นดังตึง
“คุณหนูเผย!”
ทุกคนกรูกันเข้าไป เนี่ยเทียนเองก็รีบปราดเข้าไปใกล้ เห็นเพียงว่าจุด แสงเมล็ดข้าวสารกลายมาเป็นผลึกใสไม่เป็นรูปเป็นร่างแล้วมุดหายเข้าไป ในร่างของเผยฉีฉี
ส่วนเผยฉีฉีกลับสลบไม่ได้สติ
“พลังวิญญาณทั้งหมดในมหาสมุทรวิญญาณจุดตันเถียนแห่งขอด ไม่ เหลือพลังวิญญาณอีกแม้แต่เสี้ยวเดียว แม้แต่พลังจิตวิญญาณในมหาสมุทร จิตวิญญาณก็สลายไปเกือบเก้าส่วน” ฉีเหลียนซานรับสัมผัสเล็กน้อยก็ ขมวดคิ้วเป็นปม “สภาพของคุณหนูเผยในตอนนี้แทบไม่ต่างไปจากมนุษย์ ธรรมดา แต่ว่าพลังวิญญาณที่เผาผลาญหมดไป คิดจะฟื้นตัวกลับมาถือว่า ยังเป็นเรื่องง่าย”
“เพียงแต่ว่าการสั่งสมพลังจิตวิญญาณนั้นย่อมยุ่งยากกว่ามากนัก”
เนี่ยเทียนใช้สายเลือดแห่งชีวิตรับสัมผัสก็หน้าเปลี่ยนสีไปเช่นกัน เพราะจิงชี่เลือดเนื้อพิเศษที่อยู่ในสายเลือดห้วงมิติของเผยฉีฉีถูกเผาผลาญ ไปจนหมด
แม้แต่มีดแสงห้วงมิติมากมายที่อยู่ในช่องโพรงของร่างกายนางซึ่งไม่รู้ ว่าชุบหลอมมานานเท่าไหร่ก็ไม่เหลืออีกแม้แต่เส้นเดียว
พลังวิญญาณสามารถใช้หินห้วงมิติที่ส่งผ่านประตูข้ามอาณาจักรหรือ ค่ายกลนำส่งห้วงมิติมาชดเชยได้ จึงมีหวังที่จะชุบหลอมได้ในเวลาสั้นๆ แต่ การเสียหายของสายเลือดห้วงมิติ คิดจะชดเชยในเวลาสั้นๆ คงไม่ง่ายดาย ขนาดนั้น
“ด้วยวิธีการอันมหัศจรรย์ของคุณหนูเผย พวกเราออกมาจากดินแดน สวรรค์ทมิฬได้แล้ว” ฉีเหลียนซานมองไปยังทางช้างเผือกที่ส่องแสงสุก สกาวห่างไปไกล “ทางฝั่งนั้นเป็นที่ตั้งของสำนักอสนีสวรรค์—ดินแดน สายฟูานิรันดร์ ดินแดนที่เป็นเพื่อนบ้านกับดินแดนสวรรค์ทมิฬ!”
“มีเรือรบทางช้างเผือกของสำนักอสนีสวรรค์ลาดตระเวนอยู่ใกล้ๆ นี้! ” หยางฝานตะโกนขึ้นมา
“สำนักอสนีสวรรค์!” เนี่ยเทียนอุทานเบาๆ
——