ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 1070 ตัวการที่เลวร้ายที่สุด
หัวข้อการประชุมสุดท้ายแล้วเกี่ยวกับข้อที่ว่าจะสังหารภูตผีปีศาจ อย่างไร
ฟ้าดินของชนต่างเผ่า หากไม่ได้ข้ามผ่านไปทางมหาสมุทรดาวมอดดับ ก็ล้วนเข้าไปได้ยากอย่างถึงที่สุด
ประตูข้ามอาณาจักรหลายบานที่เชื่อมโยงระหว่างดินแดนของเผ่า มนุษย์ซึ่งชนต่างเผ่าเคยทิ้งไว้ก็มีเงื่อนไขสูงสำหรับเลือดลม หากเผ่ามนุษย์ ลอดผ่านประตูข้ามอาณาจักรประเภทนั้นจะต้องเจอกับอันตรายมากมาย
อีกอย่างไม่มีใครรู้ว่าอีกฝั่งหนึ่งของประตูข้ามอาณาจักรจะเป็นสถานที่ ใดของชนต่างเผ่า
ในอดีตก็เคยมีเผ่ามนุษย์ที่เนื่องจากอับจนหนทางจึงเข้าไปในประตูข้าม อาณาจักรประเภทนี้ เข้าไปยังฟ้าดินของชนต่างเผ่าเหมือนกัน ทว่าคน เหล่านั้นกลับไม่เคยได้กลับออกมาอีก
วิธีการรับมือภูตผีปีศาจที่ง่ายที่สุดก็คือลงมือจากมหาสมุทรดาวมอดดับ
เพราะว่ามหาสมุทรดาวมอดดับมีเส้นป้องกันและหน้าด่านสำคัญ มากมายของภูตผีปีศาจ สภาพแวดล้อมของมหาสมุทรดาวมอดดับมีความ พิเศษอย่างยิ่ง ไม่มีทางมีปราณปีศาจซัดปกคลุมตลอดกาลอย่างใน อาณาจักรของภูตผีปีศาจ
ดังนั้นหากต่อสู้กับภูตผีปีศาจอยู่ในมหาสมุทรดาวมอดดับ เผ่ามนุษย์ก็ จะไม่เสียเปรียบมากนัก
หัวข้อที่สามในการประชุมก็คือต้องการให้บุตรแห่งดวงดาวทุกคนส่ง ลูกน้องที่ขอบเขตแข็งแกร่งของตัวเองไปช่วยฉู่รุ่ยที่เฝ้าประจำการณ์อยู่ที่ มหาสมุทรดาวมอดดับ เพื่อเปิดฉากสังหารกับภูตผีปีศาจ
หลังจบเรื่องจะแบ่งดินแดนที่เคยเป็นของโหมวลั่วให้ตามค่าคุณชอบที่ บุตรแห่งดวงดาวแต่ละคนสร้างไว้
คนที่มีผลงานการสู้รบเหี้ยมหาญที่สุดจะได้สิทธิ์เลือกเป็นคนแรก
หัวข้อการประชุมนี้ส่งผลดีต่อซือคงฉั่วอย่างถึงที่สุด
ขอบเขตและศักยภาพของซือคงฉั่วไม่ถือว่าแข็งแกร่งที่สุดในบรรดา บุตรแห่งดวงดาวทุกคน ทว่าเมื่อเขารับลูกน้องของโหมวลั่วเข้ามา ก็เป็น การเพิ่มศักยภาพแต่เดิมที่มีอยู่ของตัวเอง เป็นเหตุให้รากฐานของเขาก้าว กระโดดกลายมาเป็นผู้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในบรรดาบุตรแห่งดวงดาวทุกคน
หากดูกันตามศักยภาพเช่นนี้ ศึกระหว่างภูตผีปีศาจในมหาสมุทรดาว มอดดับ เขาก็มีสิทธิ์จะได้ค่าคุณความชอบมาง่ายที่สุด
ฉู่รุ่ย โม่เหิงและผู้อาวุโสคนอื่นๆ ต่างก็ไม่มีความเห็นต่างกับข้อเสนอนี้ ของหลัวว่านเซี่ยง
โหมวลั่วถูกมหาราชาของภูตผีปีศาจสังหาร ใครที่สามารถสร้างการ โจมตีที่เจ็บปวดให้แก่ภูตผีปีศาจได้ คนคนนั้นก็จะได้ค่าคุณความชอบมาก สุดเพื่อนำมาแลกดินแดนในครอบครองของโหมวลั่ว ทุกอย่างมองดูแล้ว สมเหตุสมผล
ไม่นานบุตรแห่งดวงดาวคนอื่นๆ ที่ยกเว้นเนี่ยเทียนต่างก็แสดงท่าที คล้อยตามหลัวว่านเซี่ยง นั่นคือจะรวบรวมผู้แข็งแกร่งยกทัพใหญ่เข้าไปยัง มหาสมุทรดาวมอดดับ
“เนี่ยเทียน เจ้าล่ะ?”
รองเจ้าตำหนักฉู่รุ่ยมองเนี่ยเทียนผ่านกระจกใสพร้อมยิ้มตาหยี
“ข้ารู้สึกว่าสงครามกับภูตผีปีศาจครั้งนี้ เขาไม่จำเป็นต้องเข้าร่วม” ซือคงฉั่วแสยะยิ้ม “หาใช่ข้าดูถูกศิษย์น้องเจ็ด ศิษย์น้องเจ็ดเพิ่งเข้ามาอยู่ใน สำนักได้ไม่นานก็มีชื่อเสียงโด่งดัง สะสมคะแนนความดีไม่น้อย มากพอจะ พิสูจน์ความสามารถของเขาได้”
“เพียงแต่ว่า ขอบเขตของเขายังต่ำเกินไปนัก ลูกน้องที่แข็งแกร่งที่สุดก็ มีแค่จิ่งเฟยหยางแห่งดินแดนพงฟ้าที่เป็นแดนเอตทัคคะช่วงกลางคนเดียว”
“ได้ยินมาว่าเขาไปช่วยโหวชูหลันเทพธิดาสำนักไม้ที่ดินแดนพลังฟ้า ก็ เพียงแค่พาจิ่งเฟยหยางที่เป็นแดนเอตทัคคะไปคนเดียว บวกกับแดนว่าง เปล่าช่วงท้ายอีกสองคน”
พูดมาถึงตรงนี้ ซือคงฉั่วก็ส่ายหน้า “เห็นได้ชัดว่ากำลังแค่นี้ไม่พอ”
หลัวว่านเซี่ยงพยักหน้ารับ “ต่อไป รอให้ขอบเขตของเนี่ยเทียนสูงขึ้น แล้ว และลูกน้องของเขามีแดนเอตทัคคะช่วงท้ายเมื่อไหร่ ก็ยังมีโอกาสอีก มากที่จะเข้าไปรบในมหาสมุทรดาวมอดดับ ไม่จำเป็นต้องรีบร้อน”
เขาและซือคงฉั่วต่อต้านเนี่ยเทียนอย่างเด่นชัด
ขอบเขตของเนี่ยเทียนไม่โดดเด่น แต่ไม่ว่าจะเป็นที่แผ่นดินลอยตัวหรือ ที่ดินแดนสวรรค์ทมิฬ เนี่ยเทียนก็มักใช้ขอบเขตที่ค่อนข้างต่ำของตัวเอง แสดงออกถึงผลงานที่น่าตะลึงได้เสมอ
ทางฝั่งของมหาสมุทรดาวมอดดับ หากเนี่ยเทียนแสดงออกได้อย่างโดด เด่น…
ตอนนี้คนที่เฝ้าบัญชาการณ์อยู่ในมหาสมุทรดาวมอดดับคือฉู่รุ่ยที่เป็น รองเจ้าตำหนักอีกคน หากเนี่ยเทียนโดดเด่นและมีความสามารถอันน่า ตะลึงจริงๆ แม้แต่หลัวว่านเซี่ยงก็ยังไม่สามารถข่มรัศมีของเนี่ยเทียนเอาไว้ ได้
“เนี่ยเทียนเองก็เป็นบุตรแห่งดวงดาวเหมือนกัน ต่อให้ขอบเขตไม่มาก พอ พลังการต่อสู้ของลูกน้องไม่แข็งแกร่ง ตามหลักแล้วหากเขาต้องการไป ที่มหาสมุทรดาวมอดดับ ก็ยังสามารถไปได้” ฉู่รุ่ยตอบพร้อมรอยยิ้ม อ่อนโยน “เนี่ยเทียน ข้าอยากฟังความเห็นของเจ้า”
ขณะที่เนี่ยเทียนกำลังจะอ้าปากพูด ผู้อาวุโสใหญ่โม่เหิงกลับเอ่ยขัดด้วย น้ำเสียงเรียบเรื่อยเสียก่อน “ข้าเห็นด้วยกับความคิดของรองเจ้าตำหนัก หลัว ตอนนี้เนี่ยเทียนยังไม่จำเป็นต้องเข้าไปในมหาสมุทรดาวมอดดับ”
เดิมทีเนี่ยเทียนก็ไม่ค่อยมีความสนใจต่อศึกในมหาสมุทรดาวมอดดับ อยู่แล้ว พอได้ยินเขาพูดอย่างนี้ก็คลี่ยิ้มทันใด “ข้ายังเยาว์นัก วันหน้ายังมี โอกาสได้พิสูจน์ตัวเองอีกมาก ไม่จำเป็นต้องรีบร้อน”
“ถ้าอย่างนั้นก็ดี การประชุมครั้งนี้ก็จบเพียงเท่านี้เถิด” หลัวว่านเซี่ยง เอ่ย
ภาพสะท้อนเงาจิตวิญญาณของผู้อาวุโสแต่ละคนที่อยู่ในกระจกพลัน พร่าเลือนและเริ่มจางหาย
ฉู่รุ่ยที่อยู่ด้านในมองเนี่ยเทียนด้วยสายตาลึกล้ำอีกหนึ่งครั้งก่อนจะจาก ไป
เงาวิญญาณของโม่เหิงก็หายไปตามหลังฉู่รุ่ย
“เลิกประชุมได้” หลัวว่านเซี่ยงเอ่ยขึ้นเบาๆ
บุตรแห่งดวงดาวทุกคนทยอยกันเดินออกไปจากตำหนัก เนี่ยเทียนและ ฟางหยวนเดินเคียงบ่ากันออกไป
“ข้าจะต้องเริ่มเตรียมตัวเพื่อไปสนามรบที่มหาสมุทรดาวมอดดับอีก ครั้งแล้ว” ตอนที่ฟางหยวนเดินไปยังหอหงเทียนพร้อมกับเนี่ยเทียน หัวคิ้ว ของเขาก็ขมวดมุ่นไม่คล้าย “ภายใต้ความช่วยเหลือจากหลัวว่านเซี่ยง ซือคงฉั่วมีศักยภาพเกินจะทัดเทียม หากไม่ผิดไปจากที่คาด เขาที่ไป มหาสมุทรดาวมอดดับย่อมต้องมีผลการสู้รบโดดเด่นที่สุด”
“เขาจึงมีสิทธิ์เลือกดินแดนภายใต้การครอบครองของโหมวลั่วก่อนใคร แถมเดิมทีผู้แข็งแกร่งของดินแดนเหล่านี้ก็เลือกจะพึ่งพาเขาอยู่แล้ว พอเขา ได้ดินแดนพวกนั้นไป เกรงว่าคงเหมือนพยัคฆ์ติดปีก ใครก็ข่มรัศมีของเขา ไม่ได้อีก”
เนี่ยเทียนถามอย่างแปลกใจ “ทำไมท่านถึงเลือกจีเยี่ยนชวนล่ะ?”
“จีเยี่ยนชวนไม่ใช่คนของรองเจ้าตำหนักทั้งสอง” ฟางหยวนยิ้มเจื่อน “เก่อหลิ่งก็เหมือนหลัวว่านเซี่ยงที่ยืนกรานมานานแล้วว่าซือคงฉั่วต้องขึ้น เป็นนายในวันหน้า เขาจึงสนิทกับซือคงฉั่วมาตั้งนานแล้ว”
“ส่วนเผิงซืออี๋ที่รองเจ้าตำหนักฉู่เลือกก็เหมือนเขาที่ต่างก็เอนเอียงไป หาศิษย์พี่หญิงวังเหม่ยเจีย”
“มีเพียงจีเยี่ยนชวนที่เป็นเหมือนกับผู้อาวุโสใหญ่โม่เหิงซึ่งไม่เข้าข้าง ใครเป็นพิเศษ”
เนี่ยเทียนตะลึง “ศิษย์พี่หญิงสี่คือคนที่รองเจ้าตำหนักฉู่หมายตาไว้ อย่างนั้นหรือ?”
“อืม” ฟางหยวนพยักหน้ารับ
“ผู้อาวุโสหันหว่านหรงก็เลือกท่านกระมัง?” เนี่ยเทียนถามอีกครั้ง
ฟางหยวนเองก็ไม่คิดจะปิดบัง “เป็นเช่นนี้จริง แต่ว่าเรื่องนี้ก็ไม่แน่ เสมอไป บางทีวันหน้านางอาจเลือกศิษย์พี่รองฟางเจ๋อก็เป็นได้”
“ฟางเจ๋อเป็นเหมือนข้าที่ต่างก็มาจากตระกูลผู้พึ่งพาสำนักอย่าง ตระกูลฟาง”
“ในอดีตตระกูลฟางเคยมีบุญคุณต่อผู้อาวุโสหัน”
เนี่ยเทียนมีสีหน้าตะลึงลาน “ตระกูลฟางของพวกท่านมีบุตรแห่ง ดวงดาวสองคนเชียวหรือ?”
ฟางหยวนยิ้มสดใส “ตระกูลฟางรุ่นก่อนก็เคยมีบุตรแห่งดวงดาว เหมือนกัน น่าเสียดายที่ตายไปก่อนระหว่างทาง แม้แต่สิทธิ์ที่จะช่วงชิง ตำแหน่งนายแห่งดวงดาวก็ยังไม่มี ภายในของตระกูลฟางข้า ประมุขฟาง เทียนอี้เห็นดีกับข้า ตลอดทั้งตระกูลฟางจึงลงเดิมพันข้างข้ากันหมด ส่วน ฟางเจ๋อนั้นมาจากตระกูลฟางสายรอง จึงไม่ได้รับการยอมรับจากตระกูล นัก”
“ในใจของเขาเองก็อคติกับตระกูลฟางเหมือนกัน ตอนที่ได้เป็นบุตร แห่งดวงดาวจึงประกาศถอนตัวออกจากตระกูลฟางแล้ว”
“หากข้ายังมีชีวิตอยู่ ตระกูลฟางจะเป็นแรงหนุนในมือข้าตลอดไป แต่ หากเกิดเรื่องไม่คาดคิดขึ้นกับข้า ฟางเทียนอี้จะทิ้งศักดิ์ศรีไปผูกไมตรีกับ ฟางเจ๋อหรือไม่ ใครเล่าจะบอกได้?”
เนี่ยเทียนพูดไม่ออก
เขาคิดไม่ถึงจริงๆ ว่าในตระกูลฟางจะมีเรื่องวุ่นวายมากมายแทบไม่ ต่างไปจากตระกูลโม่ของผู้อาวุโสใหญ่โม่เหิงเลย
ขณะที่คนทั้งสองพูดคุยกันก็ได้เดินมาถึงหอหงเทียน ฟางหยวนจึงตบ ไหล่เนี่ยเทียนเบาๆ “ฟางเจ๋อไม่เคยลงรอยกับข้า เจ้าสนิทกับข้า เขาย่อม ไม่ทำสีหน้าดีๆ ให้เจ้าได้เห็นอยู่แล้ว ศักยภาพของเขาตอนนี้แข็งแกร่งเสีย ยิ่งกว่าตระกูลฟางเสียอีก ขนาดตระกูลของตัวเองเขายังไม่เห็นอยู่ใน สายตา ยังดีที่เขาเองก็ต้องกรีฑาทัพไปยังมหาสมุทรดาวมอดดับ เช่นเดียวกับข้า จึงไม่น่าจะสร้างปัญหาอะไรให้เจ้าได้”
“ต่อให้มีปัญหาจริงๆ ข้าก็ไม่กลัว” เนี่ยเทียนกล่าวด้วยรอยยิ้ม
ฟางหยวนหัวเราะร่า ก่อนจะบอกลาแล้วจากไป
บุตรแห่งดวงดาวแต่ละคนต่างก็รีบเตรียมตัวด้วยความฮึกเหิมเพื่อให้ พร้อมบุกเข้าไปเปิดสงครามนองเลือดกับภูตผีปีศาจที่มหาสมุทรดาวมอด ดับ
เนี่ยเทียนที่ไม่ได้เข้าร่วมด้วย หลังจากเข้าไปในหอหงเทียน เดิมทีคิดจะ เตรียมตัวไปที่ดินแดนพงฟ้าเพื่อดูสถานการณ์ของทางฝั่งนั้นสักหน่อย แต่
พอนึกถึงว่าจิตวิญญาณเสี้ยวหนึ่งของโม่เหิงอาจจะยังอยู่ในนครสะเก็ดดาว และบางทีอาจมีเรื่องอยากสั่งความตนจึงอยู่รอก่อน
เขามักจะมีความรู้สึกว่าคนที่ผู้อาวุโสใหญ่โม่เหิงเลือก คือตัวเขาเอง
หลายวันต่อมา
ขณะที่เขากำลังดึงจิงชี่เลือดเนื้อจากศพของชนต่างเผ่าไปบำรุง สายเลือดแห่งชีวิตก็พลันสัมผัสได้
โม่เหิงใช้เงาวิญญาณเสี้ยวหนึ่งมาหาเขาอย่างเงียบเชียบจริงดังคาด
“เรื่องในดินแดนพลังฟ้า ข้อมูลที่โหวชูหลันเทพธิดาของสำนักไม้ให้มา น้อยยิ่งนัก” หลังจากเงาวิญญาณของโม่เหิงเข้ามาในประตูที่เนี่ยเทียนเปิด ออกให้อย่างเงียบเชียบก็เอ่ยถามทันที
เมื่อเผชิญหน้ากับเขา เนี่ยเทียนก็เกิดความรู้สึกเหมือนได้รับการ ปกป้องจากผู้อาวุโสโดยสัญชาตญาณ
ดังนั้นเขาจึงเล่าเหตุการณ์ในดินแดนพลังฟ้าให้อีกฝ่ายฟังอย่างหมด เปลือก อย่างเรื่องที่เขาใช้เมล็ดพันธ์เปลวเพลิงกลืนกินเปลวเพลิงกร่อน ดินแดน เรื่องที่เขาทำร้ายฝูหลัวซือเท่อจนบาดเจ็บสาหัสก็ล้วนเล่าอย่าง ละเอียด
โม่เหิงรับฟังอย่างตั้งใจ
รอจนเขาพูดจบ โม่เหิงถึงได้กล่าวเบาๆ ว่า “คาดไม่ถึงว่าพวกเจ้าไป ที่ดินแดนพลังฟ้าจะเจอกับอันตรายเช่นนี้ อีกนิดเดียวเจ้า โหวชูหลันและ เฮ้อเหลียนสงก็เกือบต้องเอาชีวิตไปทิ้งที่นั่นเสียแล้ว เมล็ดพันธ์เปลวเพลิงที่
เจ้าพูดถึงนั่นมีความเป็นมาอย่างไรกันแน่? เปลวเพลิงกร่อนดินแดนน่ากลัว อย่างถึงที่สุด มันชุบหลอมได้จริงๆ น่ะหรือ?”
“เมล็ดพันธ์เปลวเพลิงนั่นไฟศักดิ์สิทธิ์ของดินแดนไฟโลกันตร์เป็นผู้ มอบให้ข้า” เนี่ยเทียนกล่าว
“ไฟศักดิ์สิทธิ์ของดินแดนไฟโลกันตร์!” โม่เหิงตะลึงพรึงเพริด “ทำไม มันถึงมอบเมล็ดพันธ์เปลวเพลิงให้แก่เจ้า?”
“หากจะพูดให้ถูก ควรบอกว่าเป็นการแลกเปลี่ยนดีกว่า” เนี่ยเทียน อธิบาย “ข้าใช้แก่นเลือดสองสามหยดของตัวเองแลกเปลี่ยนกับมัน จึงได้ เมล็ดพันธ์เปลวเพลิงกลุ่มนั้นมา”
“ที่แท้ก็ยังเป็นเพราะสายเลือดของเจ้าอยู่ดี” โม่เหิงพึมพำ
ดวงตาเนี่ยเทียนพลันเป็นประกาย จ้องโม่เหิงเขม็ง ตะโกนเบาๆ “ผู้ อาวุโสโม่ ต้นกำเนิดสายเลือดข้ามาจากที่ไหนกันแน่? ท่านรู้จักบิดาข้า หรือไม่?”
นี่คือคำถามที่เขาอยากถามมาตลอดหลายปี หลังจากเก็บกลั้นมานาน ในที่สุดก็ได้ถามออกมา
โม่เหิงเงียบงัน
เนิ่นนานหลังจากนั้น เขาถึงได้เนิบช้า “ข้ามีความสำเร็จอย่างในทุก วันนี้ได้ ล้วนมาจากบิดาเจ้าทั้งสิ้น หากไม่เป็นเพราะเขาชี้นำ ข้าก็ไม่มี ทางเข้ามาในพระราชวังโบราณสะเก็ดดาว ไม่มีทางกลายมาเป็นผู้อาวุโส ใหญ่ของสำนัก และเกรงว่าคงหมดอาลัยตายอยาก ใช้ชีวิตอย่างไร้ค่า เพราะไม่มีธาตุการฝึกตนที่แน่นอนแล้ว”
“อุดมการณ์ที่ให้สายเลือดของเผ่ามนุษย์ผสมผสานกับชนต่างเผ่าจน เลือดผสมก่อกำเนิดขึ้นมาก็ได้เขาเป็นผู้คิดค้น แล้วเขาก็เป็นคนแรกที่ลงมือ เช่นกัน”
“เพียงแต่ว่าระหว่างขั้นตอนนี้กลับเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ขึ้น เสียก่อน สมมติฐานหลายอย่างของเขาถูกบีบให้ต้องหยุดชะงักลงกลางคัน ความคิดและวิธีการอันน่าเหลือเชื่อของเขามากมายล้วนถูกมองเป็นสิ่งที่ เลวร้ายที่สุด”
“หากจะพูดถึงพวกนอกรีตต่ำช้าที่สุดของเผ่ามนุษย์ เขา ก็คือตัวการ ใหญ่ที่สุด เมื่อเทียบกับทางที่เขาเดิน สิ่งที่เขาคิด เรื่องที่เขาทำแล้วล่ะก็ ลัทธิจิตมืด สำนักสาปแห่งความตาย หรือสำนักวิญญาณโลหิตพวกนี้ล้วน แทบไม่มีค่าพอให้กล่าวถึง”
——