ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 1069 ตัวเลือกผู้อาวุโสคนใหม่
ในตำหนักพลันเงียบงันราวกับว่าหากเข็มตกก็คงได้ยินกันทั่ว
หากไม่เป็นเพราะหลัวว่านเซี่ยงหน้าตาไม่เหมือนซือคงฉั่วแม้แต่น้อย เนี่ยเทียนก็คงสงสัยไปแล้วว่าซือคงฉั่วอาจจะเป็นลูกนอกสมรสของหลัว ว่านเซี่ยง
นั่นเป็นเพราะหลัวว่านเซี่ยงเข้าข้างซือคงฉั่วอย่างโจ่งแจ้งมากเกินไป จนถึงขั้นที่ไม่ปิดบังเลย
ตอนอยู่ดินแดนสวรรค์ทมิฬ เนี่ยเทียนวางแผนเล่นงานซือคงฉั่วเป็น เหตุให้ลูกน้องของเขาบาดเจ็บและล้มตายไปไม่น้อย
เดิมทีในบรรดาบุตรแห่งดวงดาว ศักยภาพของลูกน้องเขาถือว่าอยู่ ในช่วงล่างๆ เหนือกว่าเนี่ยเทียนแค่ระดับเดียวเท่านั้น
ทว่าหากเรื่องที่ลูกน้องของโหมวลั่วมาสวามิภักดิ์ต่อเขาเป็นความจริง ถ้าเช่นนั้นพลังของซือคงฉั่วก็จะยิ่งเหนือกว่าก่อนหน้านี้ไปอีก
เท่าที่เนี่ยเทียนรู้มา แม้ว่าโหมวลั่วจะตายไปแล้ว ทว่าลูกน้องแดน เอตทัคคะของเขาหลายคนกลับไม่มีใครบาดเจ็บหรือล้มตายกันมากนัก
หากคนเหล่านั้นพากันมาพึ่งพาซือคงฉั่วจนหมด รากฐานของซือคงฉั่ว ก็จะแน่นหนาอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
สำหรับบุตรแห่งดวงดาวคนอื่นๆ แล้ว แน่นอนว่าพวกเขาย่อมไม่ ต้องการให้ซือคงฉั่วรับลูกน้องของโหมวลั่วมาดูแล ทว่าพระราชวังโบราณ สะเก็ดดาวมีกฎเป็นของตัวเอง
เมื่อบุตรแห่งดวงดาวคนหนึ่งตายไป ผู้พึ่งพาของเขาก็มีสิทธิ์ที่จะเลือก เจ้านายคนใหม่ได้ด้วยตัวเอง
หากคนเหล่านั้นยืนยันว่าจะเลือกซือคงฉั่วเป็นนายคนใหม่ รู้สึกว่าเขา ถึงจะมีสิทธิ์ได้เป็นนายแห่งดวงดาวในอนาคตจึงเลือกที่จะสวามิภักดิ์ต่อเขา ใครก็ไม่สามารถห้ามปรามได้
“หากพวกเจ้าสงสัยในคำพูดของข้า พวกเจ้าก็สามารถไปรับสมัคร ลูกน้องของเขาได้ด้วยตัวเอง” สีหน้าของหลัวว่านเซี่ยงเป็นปกติ เขายังคง พูดด้วยน้ำเสียงไม่รีบไม่ร้อน “ขอแค่พวกเขายินดีเลือกพวกเจ้าคนใดคน หนึ่ง พวกเขาก็ถือเป็นคนของพวกเจ้า ข้าจะไม่ก้าวก่ายเด็ดขาด”
เนี่ยเทียนและฟางหยวนหันมาสบตากัน
ฟางหยวนยิ้มเจื่อน ส่ายหน้าเบาๆ
ตอนก่อนจะมาที่นี่ คนทั้งสองได้พูดคุยกันในหอหงเทียนมาก่อนแล้ว เนี่ยเทียนจึงรู้จากปากของฟางหยวนว่าหลังจากโหมวลั่วตายไป เขาเคยไป ที่ดินแดนในครอบครองของโหมวลั่วมาแล้วครั้งหนึ่งด้วยความคิดที่ เหมือนกับซือคงฉั่ว นั่นก็คือหมายจะรับแดนเอตทัคคะลูกน้องของโหมวลั่ว มาเข้าพวกกับตน
น่าเสียดายที่ลูกน้องส่วนใหญ่ของโหมวลั่วต่างก็ไม่ได้ให้คำตอบที่ ชัดเจนแก่เขา
เดิมทีฟางหยวนยังนึกว่าพวกลูกน้องของโหมวลั่วเตรียมจะรอฟัง ข้อเสนอจากบุตรแห่งดวงดาวแต่ละคนเสียก่อนแล้วค่อยตัดสินใจ
แต่หลังจากที่หลัวว่านเซี่ยงและซือคงฉั่วต่างก็พูดอย่างชัดเจนว่าคน ของโหมวลั่วแอบมาสวามิภักดิ์กับซือคงฉั่ว ฟางหยวนก็พลันกระจ่างแจ้ง รู้ ว่าซือคงฉั่วคงได้รับการยอมรับจากคนเหล่านั้นนำหน้าทุกคนไปก่อนแล้ว
“หากไม่มีความเห็นต่าง พวกเราก็มาปรึกษากันเรื่องต่อไป” หลัวว่าน เซี่ยงเอ่ยเสียงดัง
“ช้าก่อน” ฉู่รุ่ยรองเจ้าตำหนักอีกคนพูดเสียงเรียบเรื่อย “มีเจ้าช่วย ยืนยันว่าผู้พึ่งพาของโหมวลั่วเลือกซือคงฉั่ว เรื่องนี้ไม่มีอะไรให้ต้องกังขา แต่ที่ข้าอยากจะพูดก็คือ ดินแดนสี่แห่งที่เดิมทีเป็นของโหมวลั่วได้กำหนด หรือยังว่าจะตกเป็นของใคร?”
“เรื่องนี้ยังไม่มีการตกลง” หลัวว่านเซี่ยงกล่าว
หลายคนดวงตาเป็นประกายน้อยๆ ในใจพลันบังเกิดความคาดหวัง
ฟางหยวนเองก็ตื่นเต้นเช่นกัน
“ดินแดนในครอบครองของโหมวลั่วต้องกลับคืนสู่สำนัก รอให้สำนัก ตรวจสอบอย่างละเอียดแล้วย่อมเสนอราคาที่เหมาะสม” หลัวว่านเซี่ยงหัน ไปมองทุกคนที่ทำท่าคันไม้คันมือ “เมื่อราคากำหนดออกมาเมื่อไหร่ บุตร แห่งดวงดาวทุกคนล้วนสามารถใช้ค่าคุณความดีที่ตัวเองสะสมไว้มาช่วงชิง ไปได้”
ฉู่รุ่ยพยักหน้ารับ “ดี เรื่องนี้จบแล้ว เริ่มปรึกษาเรื่องต่อไปเถอะ”
“ผู้อาวุโสเซียวซีเฮ้อตายไป ตำแหน่งสิบสองผู้อาวุโสจึงว่างลงหนึ่ง ตำแหน่ง” หลัวว่านเซี่ยงหันไปมองตำแหน่งที่เดิมทีเป็นของเซียวซีเฮ้อซึ่ง ตอนนี้มีเพียงแค่กระจกบานหนึ่งตั้งวางเอาไว้ ไม่มีแม้แต่เงาวิญญาณ
หลงเหลืออยู่พลางพูดว่า “ตำแหน่งของเขาว่างลงจึงจำต้องเลือกผู้อาวุโส คนใหม่”
“ผู้อาวุโสคนใหม่ คนที่เหมาะสมมีอยู่ด้วยกันทั้งหมดสามคน”
“เก่อหลิ่ง เผิงซืออี๋ จีเยี่ยนชวน สามคนนี้ล้วนเป็นแดนเอตทัคคะช่วง ท้าย ล้วนเป็นคนเก่าแก่ของสำนัก ต่างก็ปฏิบัติหน้าที่เพื่อสำนักอย่างสุด ความสามารถ ทุกคนล้วนมีคุณสมบัติที่จะกลายมาเป็นผู้อาวุโส ทุกคนที่อยู่ ที่นี่ในวันนี้มีคะแนนคนละหนึ่งเสียง คนที่ได้คะแนนมากที่สุดจะได้ กลายเป็นผู้อาวุโสคนใหม่”
“ทุกท่านมีความเห็นแตกต่างหรือไม่?”
หลัวว่านเซี่ยงตะโกนถาม
“สามารถเลือกจากพวกเขาสามคนได้” ฉู่รุ่ยแสดงความเห็นก่อน
โม่เหิงที่อยู่ในกระจกสีหน้าเฉยชา เพียงพยักหน้ารับเบาๆ
ผู้อาวุโสคนอื่นและบุตรแห่งดวงดาวต่างก็พากันแสดงท่าทีว่าเห็นด้วย เห็นได้ชัดว่าพวกเขารู้สึกว่าสามคนนี้ต่างก็มีคุณสมบัติที่จะกลายมาเป็นผู้ อาวุโสคนใหม่
“บุตรแห่งดวงดาวหกท่าน ผู้อาวุโสสิบเอ็ดท่าน บวกกับข้าและพี่ฉู่มีคน ละหนึ่งเสียง” หลัวว่านเซี่ยงเอ่ยเสียงหนัก
“ข้าเลือกเผิงซืออี๋” เป็นฉู่รุ่ยอีกครั้งที่เสนอความเห็นเป็นคนแรก
“ข้าเลือกเก่อหลิ่ง”
“เก่อหลิ่ง”
“จีเยี่ยนชวน”
“…”
พวกบุตรแห่งดวงดาวและผู้อาวุโสที่อยู่ในที่ประชุมต่างก็บอกสิ่งที่ ตัวเองเลือกออกมา
เนี่ยเทียนไม่ได้รีบร้อนแสดงความเห็น เพียงรับฟังและใคร่ครวญด้วย ดวงตาที่เป็นประกาย
เขารู้ดีว่าการเลือกผู้อาวุโสคนใหม่นั้นสำคัญเพียงใด
ในอนาคตใครจะได้กลายเป็นนายแห่งดวงดาวคนใหม่ของพระราชวัง โบราณสะเก็ดดาว ผู้อาวุโสทุกคนล้วนต้องลงคะแนนเสียง
เก่อหลิ่ง เผิงซืออี๋ จีเยี่ยนชวน ในบรรดานี้อาจมีคนที่สนิทสนมกับหลัว ว่านเซี่ยง และอาจมีคนที่สนิทกับฉู่รุ่ย ผู้อาวุโสคนใหม่จะยืนอยู่ฝั่งใคร ก็จะ ยิ่งมีประโยชน์ต่ออนาคตของฝ่ายนั้น
ทั้งสามคนนี้เนี่ยเทียนไม่เคยเจอมาก่อน ถึงขั้นไม่เคยได้ยินชื่อของพวก เขาด้วยซ้ำ
หากเขาบุ่มบ่ามเลือกไป แล้วคนที่เลือกดันเป็นคนของหลัวว่านเซี่ยง หรือซือคงฉั่ว นั่นก็จะไม่ทำให้เขาเสียใจในภายหลังหรอกหรือ?
ด้วยเหตุนี้เขาจึงรีรอไม่ยอมส่งเสียงเสียที
ไม่นานเขาก็สังเกตเห็นว่าหลัวว่านเซี่ยงและซือคงฉั่วต่างก็เลือกเก่อห ลิ่ง และยังมีผู้อาวุโสอีกสองคนที่ใช้จิตวิญญาณเยื้องกรายมาร่วมประชุมที่ เลือกเก่อหลิ่งเหมือนกัน
เนี่ยเทียนจึงตระหนักได้ทันทีว่าเก่อหลิ่งผู้นั้นน่าจะมีความสัมพันธ์กับ หลัวว่านเซี่ยงและซือคงฉั่ว
ส่วนฉู่รุ่ยรองเจ้าตำหนักอีกคนนั้นกลับเลือกเผิงซืออี๋ รู้สึกว่านางสมควร จะมารับตำแหน่งแทนเซียวซีเฮ้อ กลายมาเป็นหนึ่งในผู้อาวุโสทั้งสิบสองคน มากที่สุด
เนี่ยเทียนยังคงนิ่งเฉย
จนกระทั่งโม่เหิงที่อยู่ในกระจกเอ่ยชื่อ “จีเยี่ยนชวน” ออกมาเบาๆ เขา ถึงได้คล้อยตามทันที “ข้าเลือกจีเยี่ยนชวน!”
โม่เหิงเหลือบมามองเขาแวบหนึ่งแล้วพยักหน้ารับเบาๆ อย่างที่ใครก็ สังเกตไม่เห็น
“จีเยี่ยนชวน” ฟางหยวนกล่าว
“จีเยี่ยนชวน” หันหว่านหรงเอ่ยขึ้นเบาๆ
“จีเยี่ยนชวน” เหยียนจั้นเอ่ย
“จีเยี่ยนชวน!”
มีผู้อาวุโสอีกคนหนึ่งที่ใช้จิตวิญญาณเยื้องกรายมาร่วมประชุมเอ่ยชื่อ คนที่เขาเลือกเป็นจีเยี่ยนชวน
รองเจ้าตำหนักหลัวว่านเซี่ยงหันไปมองโม่เหิงด้วยสายตาประหลาดใจ เล็กน้อย
ตอนที่โม่เหิงยังไม่เปิดปาก เกือบทุกคนล้วนมีท่าทีลังเลไม่ยอมพูดจาไม่ ต่างจากเนี่ยเทียน
ทว่าพอโม่เหิงเอ่ยเลือก คนหลายคนที่สองจิตสองใจกลับพากันคล้อย ตามโม่เหิง เลือกที่จะโยนโอกาสไปให้จีเยี่ยนชวนอย่างไม่ลังเล
“โม่เหิง”
หลัวว่านเซี่ยงเอ่ยกับตัวเองในใจ
“เอาล่ะๆ” ฉู่รุ่ยหัวเราะยาวๆ “คาดไม่ถึงว่าจะมีคนมากมายเลือก จีเยี่ยนชวน นับแต่วันนี้ไป จีเยี่ยนชวนก็คือผู้อาวุโสคนใหม่ เรื่องที่เซียวซี เฮ้อรับผิดชอบก่อนหน้านี้ นับแต่นี้ไปจะมีเขาเป็นผู้จัดการ”
ไม่จำเป็นต้องนับอย่างละเอียด ลำพังเพียงแค่เสียงที่แต่ละคนพูด ออกมาเนี่ยเทียนก็รู้แล้วว่าคะแนนเสียงของจีเยี่ยนชวนเยอะที่สุด เหนือกว่าคนอีกสองคนไปมาก
เนี่ยเทียนเองก็แอบตกใจเหมือนกัน
เดิมทีเขานึกว่าเก่อหลิ่งที่หลัวว่านเซี่ยงเสนอมาจะได้รับการยอมรับ จากคนมากที่สุด ใครจะไปคาดว่าพอผู้อาวุโสใหญ่โม่เหิงเปิดปาก คนที่ เหลือที่ยังไม่เสนอความเห็นกลับเลือกคล้อยตามเขาทั้งหมด
ภาพลักษณ์ของโม่เหิงในใจเนี่ยเทียนจึงยิ่งเปลี่ยนมาเป็นลึกลับเกินจะ หยั่ง
เขาไม่รู้ว่าเหตุใดบุตรแห่งดวงดาวและผู้อาวุโสหลายคนถึงเลือกที่จะ ตามเสียงของโม่เหิง
“หากดูตามตำแหน่งและฐานะของผู้อาวุโสใหญ่ก็ถือว่าด้อยกว่ารองเจ้า ตำหนักทั้งสองท่านอยู่หนึ่งระดับ ทว่าเขากลับได้รับการยอมรับจากผู้คน มากกว่า เขาช่างลึกลับเกินจะคาดเดาจริงๆ” เนี่ยเทียนครุ่นคิด
“ในเมื่อคนมากมายต่างคิดว่าจีเยี่ยนชวนคือตัวเลือกที่เหมาะสม ถ้า อย่างนั้นก็เป็นเขานั่นแหละ” ไม่ว่าหลัวว่านเซี่ยงจะคิดอย่างไร เขาก็ได้แต่ ทำตามกฎของสำนักโดยยอมเห็นด้วยกับผลลัพธ์นี้
“หัวข้อประชุมถัดไปเกี่ยวกับภูตผีปีศาจ” สีหน้าของหลัวว่านเซี่ยง เปลี่ยนมาเป็นมืดดำ “ภูตผีปีศาจสังหารโหมวลั่วของสำนักเรา นี่ถือเป็น การล้ำเส้นของพวกเรา หากไม่ให้บทเรียนที่เจ็บปวดแก่ภูตผีปีศาจเสียบ้าง หน้าตาของสำนักเราย่อมหมดสิ้น ดังนั้นสงครามทั้งหมดที่สำนักจะลงมือ หลังจากนี้ต้องเอาภูตผีปีศาจเป็นเป้าหมายสำคัญ!”
——