ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 112 เลื่อนขั้นสู่ท้ายสวรรค์
ปลายทางสิ้นสุด้ทางหิน เนี่ยเทียนและเกราะมังกรเพลิงแบ่ง งานกันอย่างชัด้เจน หนึ่งสูด้รับปราณวิญญาณฟอาด้ิน อีกหนึ่ง รวบรวมพลังเปลวเพลิง
มหาสมุทรวิญญาณของเนี่ยเทียนพลุ่งพล่านและ ยุ่งเหยิงไม่เป็นระเบียบ ท่ามกลางมหาสมุทรวิญญาณที่เตมไปด้้วย กลุ่มหมอก พลังวิญญาณที่อยู่ในรูปไอหมอกลอยวนอย่างควบคุมไม่ ได้้
เขาพยายามควบคุมปราณวิญญาณเหล่านั้นสุด้กำาลัง ต้องการให้มันฟื้นคืนสู่ความสงบ
แต่กลับพบว่า ยิ่งเขาควบคุมมันมากเท่าไหร่ ปราณ วิญญาณเหล่านั้นกมยิ่งพลุ่งพล่านคล้ายกลายมาเป็นสัตว์ร้ายที่กำาลัง เด้ือด้ด้าล มิอาจควบคุมได้้มากเท่านั้น
“หลอมลมปราณ ขอบเขตท้ายสวรรค์…”
เขาค่อยๆ สงบสติลง ยังไม่สนใจความบ้าคลั่งของ มหาสมุทรวิญญาณ แต่ย้อนนึกถึงคำาอธิบายเกี่ยวกับหลอมลมปราณ และท้ายสวรรค์ที่อูจี้อาจารย์ของเขาเคยพูด้ให้ฟัง
ตามที่อูจี้บอกเอาไว้ เขารู้ว่าหากผู้ฝึกลมปราณข้าม ผ่านจากหลอมลมปราณไปยังท้ายสวรรค์ มหาสมุทรวิญญาณ…กมจะ ต้องเกิด้การเปลี่ยนแปลงมหาศาล
การเปลี่ยนแปลงนั้นเป็นเช่นไรกันแน่ อูจี้กลับไม่ได้้บอก อย่างชัด้เจน แต่บอกเขาว่าหากฝ่าทะลุได้้เขากมจะเข้าใจเอง
อูจี้บอกเขาว่านับตั้งแต่ที่เริ่มเข้าสู่ท้ายสวรรค์ ทุกการ ข้ามผ่านหนึ่งขอบเขต กล้ามเนื้อ มหาสมุทรวิญญาณ รวมไปถึงจิต วิญญาณ ล้วนอาจเกิด้การเปลี่ยนแปลงแปลกประหลาด้ต่างกันออก ไป
ขั้นตอนการเปลี่ยนแปลงนั้นจำาเป็นต้องให้ตัวเขา ทำาความเข้าใจให้ประจักษ์แจ้งเอาเอง มีเพียงเขาเท่านั้นถึงจะ พิจารณาไตร่ตรองได้้ ไม่ต้องฟังคำาอธิบายของใครถึงจะตระหนักได้้ ถึงความต่างระหว่างแต่ละขอบเขตได้้ชัด้เจนมากที่สุด้
“การเปลี่ยนแปลง…”
เขาพึมพำาอยู่กับตัวเอง ทำาใจให้สงบ เริ่มจับทิศทางการ เคลื่อนไหวของจิตวิญญาณอย่างตั้งใจ
เมื่อเขาไม่ไปขบคิด้เรื่องปัญหาคอขวด้อันเป็นอุปสรรค เอาแต่ตั้งใจสังเกตการเปลี่ยนแปลงของมหาสมุทรวิญญาณ เขาจึง พลันค้นพบว่า…ความพลุ่งพล่านของมหาสมุทรวิญญาณ ความ
กระวนกระวายของพลังวิญญาณที่อยู่ในลักษณะของหมอก กมใช่ว่า จะไม่มีต้นสายปลายเหตุเสียเลย
เขามองเหมนว่าปราณวิญญาณที่ไหลวนไปทั่วสี่ทิศนั้น คล้ายต้องการจะรวมตัวเข้าด้้วยกัน เพื่อก่อรูปขึ้นเป็นอะไรบางอย่าง
เขาไม่พยายามทำาให้ปราณวิญญาณลักษณะเหมือน หมอกที่พลุ่งพล่านเหล่านั้นสงบลง แต่กลับรวบรวมกระแสจิต ทด้ลองเพิ่มความเรมวให้กับการกระเพื่อมไหวของพลังวิญญาณเหล่า นั้น
การที่เขาปล่อยร่างกายตัวเองให้ประสานกับวิธีของ มหาสมุทรวิญญาณ จึงเหมือนเพิ่มฟืนหนึ่งท่อนให้กับกระทะน้ำามัน ทำาให้ความเด้ือด้พล่านของมหาสมุทรวิญญาณยิ่งปะทุรุนแรงมากขึ้น
ปราณวิญญาณรูปหมอกที่ยุ่งเหยิงกลิ้งซัด้ตลบอยู่ใน มหาสมุทรวิญญาณของเขา พุ่งเข้ามารวมตัวกันอย่างบ้าคลั่ง!
ไม่นานหลังจากนั้น ปราณวิญญาณกมยิ่งมารวมตัวกัน มากขึ้นเรื่อยๆ ทำาให้กลางมหาสมุทรวิญญาณของเขา ก่อเกิด้เป็น น้ำาวนพลังวิญญาณลูกหนึ่งที่ไม่ค่อยมั่งคงเท่าไหร่นัก
วินาทีที่น้ำาวนพลังวิญญาณก่อตัว พลังวิญญาณที่อยู่ รอบด้้านซึ่งยุ่งเหยิงไม่เป็นระเบียบ กระจัด้กระจายออกไป ล่องลอย อยู่ทั่วทุกแห่ง คล้ายเจอทางระบายออกในชั่วพริบตา
“ฟู่วๆๆ!”
ไอหมอกพลังวิญญาณเป็นกลุ่มก้อนพุ่งเข้ามาจากแปด้ ทิศ ไหลกรากเข้าไปในน้ำาวนพลังวิญญาณทั้งหมด้
น้ำาวนพลังวิญญาณเพิ่งจะก่อตัวเข้าด้้วยกันจึงยังไม่ มั่นคง ทว่าหลังจากที่พลังวิญญาณลักษณะเหมือนหมอกเหล่านั้นเข้า มารวมตัวกันอย่างบ้าคลั่ง ความเรมวในการหมุนวนกมยิ่งรวด้เรมวดุ้ เด้ือด้มากขึ้นเรื่อยๆ!
พลังด้ึงดู้ด้ระลอกหนึ่งพลันก่อกำาเนิด้ขึ้นในน้ำาวนพลัง วิญญาณ!
บัด้นี้ เนี่ยเทียนพลันสัมผัสได้้ว่าความเรมวในการดู้ด้ซับ ปราณวิญญาณฟอาด้ินของมหาสมุทรวิญญาณเขา เพิ่มพรวด้พราด้ ขึ้นหลายเท่าในพริบตาเด้ียว!
ปราณวิญญาณฟอาด้ินจากนอกโลกที่เด้ิมทีเขาจำาเป็น ต้องใช้คาถาหลอมลมปราณชักจูงอย่างต่อเนื่องถึงจะค่อยๆ หลอม รวมเข้ามาในมหาสมุทรวิญญาณได้้
ทว่าหลังจากที่น้ำาวนพลังวิญญาณมารวมตัวกันใน มหาสมุทรวิญญาณของเขา ทุกอย่างกมเปลี่ยนไปหมด้
การโคจรของน้ำาวนในมหาสมุทรวิญญาณก่อให้เกิด้ แรงด้ึงดู้ด้ ประสานเข้ากับคาถาหลอมลมปราณของเขา จึงด้ึงเอา
ปราณวิญญาณฟอาด้ินเข้มข้นจากบริเวณใกล้เคียงมาด้้วยความเรมว ที่มากกว่าเด้ิมหลายเท่า
เขาทด้ลองไม่ใช้คาถาหลอมลมปราณ ไม่ฝึกบำาเพมญ ตบะ แต่กลับพบว่าน้ำาวนในมหาสมุทรวิญญาณกลับยังคงหมุนวนด้ัง เด้ิม
เพียงแต่ว่าไม่มีการชักนำาจากเขา ไม่มีการประสานจาก คาถาหลอมลมปราณ ความเรมวในการหมุนของน้ำาวนในมหาสมุทร วิญญาณจึงช้าลงไปหลายเท่าอย่างเหมนได้้ชัด้
แต่ต่อให้เป็นเช่นนี้ น้ำาวนพลังวิญญาณในมหาสมุทร วิญญาณของเขากมยังคงดู้ด้ซับเอาปราณวิญญาณฟอาด้ินไปอย่างเชื่อง ช้า
นี่ทำาให้เขาพลันตระหนักได้้ว่า วันหน้า ต่อให้เขาไม่ได้้ บำาเพมญตบะ ไม่ได้้นั่งนิ่งๆ เพื่อโคจรคาถาหลอมลมปราณ เนื่องจาก การด้ำารงอยู่ของน้ำาวนพลังวิญญาณ มหาสมุทรวิญญาณของเขากมยัง คงอยู่ในสภาวะที่รวบรวมปราณวิญญาณฟอาด้ินไว้ด้ังเด้ิม
ไม่ว่าเขาจะกินข้าว นอนหลับ หรือต่อสู้กับผู้อื่น ขอแค่ น้ำาวนพลังวิญญาณไม่หยุด้เคลื่อนไหว เขากมยังรวบรวมปราณ วิญญาณฟอาด้ินมาได้้อย่างต่อเนื่องอยู่ด้ี
“เขตท้ายสวรรค์! หรือว่า นี่กมคือความแตกต่างของ แก่นแท้ระหว่างขอบเขตท้ายสวรรค์กับหลอมลมปราณ?”
เมื่อมาถึงนาทีนี้ เขาที่สัมผัสได้้ถึงการเปลี่ยนแปลงของ ร่างกาย ทั้งที่ไม่ได้้รับคำาชี้แนะจากผู้ใด้ แต่กมยังบรรลุถึงกุญแจสำาคัญ ข้อนี้ได้้
ไม่นานเขากมตระหนักได้้อย่างชัด้เจนว่า การก่อตัวของ น้ำาวนพลังวิญญาณในมหาสมุทรวิญญาณ คล้ายจะเป็น…ความแตก ต่างที่มากที่สุด้ระหว่างหลอมลมปราณและท้ายสวรรค์
หรือถึงขั้นพูด้ได้้ว่า หากในมหาสมุทรวิญญาณมีน้ำาวน พลังวิญญาณเกิด้ขึ้น นั่นกมหมายความว่าผู้ฝึกลมปราณคนหนึ่งได้้ เหยียบย่างจากขอบเขตหลอมลมปราณอันเป็นระด้ับต่ำาสุด้เข้าสู่ ขอบเขตท้ายสวรรค์!
“ท้ายสวรรค์! นี่น่าจะเป็นขอบเขตท้ายสวรรค์แล้ว!”
เขาประจักษ์แจ้งขึ้นมาโด้ยพลัน จากนั้นจึงโคจรคาถา หลอมลมปราณอีกครั้ง ใช้จิตสำานึกของตัวเองชักนำาเพื่อเพิ่ม ความเรมวให้กับการหมุนของน้ำาวนพลังวิญญาณ
นาทีถัด้มา เขากมรู้สึกได้้ว่าความเรมวในการหมุนวนของ น้ำาวนพลังวิญญาณพลันเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่า ทั้งยังสัมผัสได้้ด้้วยว่า
แรงด้ึงดู้ด้ที่มาจากใจกลางน้ำาวนพลังวิญญาณกมแขมงแกร่งขึ้นมาอีก หลายเท่าเช่นกัน
และกมด้้วยเหตุนี้ ความรวด้เรมวในการรวบรวมพลัง วิญญาณฟอาด้ินของเขาจึงเปลี่ยนมาเป็นรวด้เรมวอย่างถึงที่สุด้!
“เยี่ยมไปเลย!”
เขาปิติยินด้ีอย่างบ้าคลั่ง ไม่รู้สึกถึงความไม่เหมาะสม ใด้ๆ ในร่างกายอีก พบว่ามหาสมุทรวิญญาณที่เด้ิมทีนิ่งสงบ หลัง จากการก่อตัวของน้ำาวนพลังวิญญาณนั้นกมคล้ายพลันเปลี่ยนจากอึม ครึมซบเซามาเป็นมีชีวิตชีวาทันใด้
เนื่องจากการก่อตัวของน้ำาวนพลังวิญญาณ มหาสมุทร วิญญาณกมราวกับได้้รับพลังชีวิต ความเรมวในการรวบรวมปราณ วิญญาณฟอาด้ินของเขาหลังจากนั้นจึงเพิ่มขึ้นมาอีกหลายเท่า
ต่อให้วันหน้าไม่ได้้บำาเพมญตบะ มหาสมุทรวิญญาณ ของเขากมจะยังคงด้ึงรั้งปราณวิญญาณฟอาด้ินในบริเวณใกล้เคียงให้ ค่อยๆ มารวมตัวกันที่มหาสมุทรวิญญาณได้้เช่นเด้ิม
นี่กมคือความเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ที่สุด้ของท้ายสวรรค์ กับหลอมลมปราณ!
“นี่…ถือว่าฝ่าทะลุขั้นแล้วหรือ?”
หลังจากเข้าใจกุญแจสำาคัญนี้ เขายังรู้สึกฉงนสนเท่ห์ เลมกน้อย ด้ึงเอาปราณวิญญาณฟอาด้ินเข้มข้นที่ไหลมาสู่ปลายทางของ ทางหินหลอมรวมเข้าไปในมหาสมุทรวิญญาณอยู่พักหนึ่งกมพลันรู้สึก ว่าหายใจได้้ยากลำาบาก
อีกทั้ง เขายังรู้สึกอีกว่าก้อนหินที่ตัวเองนั่งทับอยู่เปลี่ยน มาเป็นร้อนลวก
เขาพลันเบิกตาโพลง
ทันใด้นั้นเขาจึงพบว่าผนังหินโด้ยรอบจุด้สิ้นสุด้ของ ทางหินล้วนเปลี่ยนมาเป็นผลึกหินเปลวเพลิงที่แด้งแรงร้อน และ กำาลังปล่อยพลังงานเปลวเพลิงน่าตกใจออกมา
เขาที่อยู่ตรงนี้โด้ยที่ไม่รับรู้การเปลี่ยนแปลงของโลก ภายนอก เหงื่อไหลรินไปทั่วร่าง เริ่มมิอาจทนรับความร้อนของที่นี่ได้้ ไหว
เขาหันขวับไปมองเกราะมังกรเพลิง มองเหมนว่าเกราะ มังกรเพลิงที่ลอยอยู่เหนือแถบผ้าผลึกใสยังคงด้ึงดู้ด้เส้นเปลวเพลิง เป็นกลุ่มก้อน
เขาเองกมเหมนว่าในบ่อลาวาด้้านล่าง เรือนกายขนาด้ ยักษ์ของสัตว์เพลิงพิภพยังคงใช้พรสวรรค์ทางสายเลือด้ลึกลับ รวบรวมพลังเปลวเพลิงอย่างบ้าคลั่ง
“เกราะมังกรเพลิงและสัตว์เพลิงพิภพทำาสัญญาต่อกัน หมายจะโจมตีพร้อมกันทั้งในและนอกเพื่อทลายผนึกกักขังที่มาจาก แถบผ้าหลากสี หากผนึกถูกทลายลง ลาวาที่อยู่ด้้านล่างย่อมพวยพุ่ง ขึ้นมาอย่างบ้าคลั่ง ไหลทะลักออกไปด้้านนอกผ่านทางหินเส้นนั้น”
“ถึงเวลานั้นข้าที่อยู่ใกล้กับบ่อลาวามากที่สุด้ ย่อมต้อง เป็นคนแรกที่รับเคราะห์!”
“ด้้านนอก อันซืออี๋หรือคนอื่นที่รอข้าอยู่กมล้วนต้องจม ลาวานี้ตาย ใครกมอย่าได้้หวังว่าจะหนีรอด้ไปได้้!”
คิด้มาถึงตรงนี้ สีหน้าของเขาจึงเปลี่ยนมาเป็นล้ำาลึกสุด้ จะหยั่ง แล้วจึงตัด้สินใจกะทันหัน
“เมื่อเจ้าได้้ทุกอย่างที่ต้องการแล้ว ได้้โปรด้…กลับมา หาข้าด้้วย” เขาปลด้ปล่อยกระแสจิตออกไปกลุ่มหนึ่งเพื่อแสด้งความ คิด้เหมนของตัวเองให้เกราะมังกรเพลิงรับรู้
และจากนั้น ในที่สุด้เขากมไม่หยุด้อยู่ต่อ รีบกลับไปยัง ทางเด้ิมทันที
มาถึงเวลานี้ เขารู้ว่าหากเขายืนหยัด้ที่จะอยู่ต่อ หาก เกราะมังกรเพลิงและสัตว์เพลิงพิภพคลายผนึกได้้ รอจนลาวาร้อน แผด้เผาพวกนั้นปะทุขึ้นมา ร่างของเขาย่อมกลายมาเป็นน้ำาเลือด้ใน พริบตาเด้ียว
หากยังมองเหมนความหวัง รู้ว่าเมื่ออยู่ต่อจะสามารถ ช่วยเหลือเกราะมังกรเพลิง และถอนตัวออกไปได้้อย่างปลอด้ภัยก่อน ที่เรื่องจะด้ำาเนินไปถึงขั้นที่แก้ไขไม่ได้้ เขากมจะยังรอต่อไป
ทว่าตอนนี้ ด้้วยสาเหตุหลายอย่าง เขารู้ชัด้ถึงผลลัพธ์ที่ กำาลังจะเกิด้ขึ้น
เขาจึงไม่มีความจำาเป็นที่ต้องอยู่ต่ออีก
“ฟู่ว!”
และขณะที่เขาห้อทะยานกลับไปทางเด้ิมนั้นเอง เกราะ มังกรเพลิงที่ลอยอยู่นิ่งๆ คล้ายจะสัมผัสได้้ถึงความคิด้ของเขา จึง ปล่อยแสงไฟออกมาอย่างฉับพลัน
น่าเสียด้ายที่เขามองไม่เหมน คิด้แต่จะจากไปให้เรมวที่สุด้ เพื่อพาพวกอันซืออี๋ออกไปจากถ้ำาหินพร้อมกัน
ระหว่างทาง ทางหินที่ถูกเกราะมังกรเพลิงขุด้เจาะมี ส่วนหนึ่งที่อุด้ตัน ยังด้ีที่สิ่งที่สกัด้กั้นล้วนเป็นเพียงเศษหินที่แตก ละเอียด้ เขาต้องเปลืองแรงเลมกน้อย แต่กมยังคงค่อยๆ ออกไปยังพื้น ผิวด้้านนอกตามเส้นทางหินนั้นได้้
“เนี่ยเทียน เนี่ยเทียน!”
ไม่รู้ว่าผ่านไปนานแค่ไหน เขาพลันได้้ยินเสียงตะโกน ร้องเรียกด้้วยความร้อนใจจากอันซืออี๋
ใจของเขาพลันอุ่นวาบ จำาได้้ว่าเป็นเสียงของอันซืออี๋ เขาจึงห้อตะบึงขึ้นไปด้้านบนอย่างต่อเนื่อง
“ตูม!”
ผ่านไปครู่ใหญ่ เขาต่อยโครมลงไปบนทางหินที่ถูก กีด้ขวาง มาปรากฏตัวพรวด้อยู่ด้้านหน้าอันซืออี๋
“เนี่ยเทียน! เจ้าหายไปไหนมา?” อันซืออี๋ตกใจก่อน เป็นอันด้ับแรก หลังจากเหมนว่าเขาปลอด้ภัยด้ีจึงผ่อนลมหายใจออก มาหนึ่งครั้ง กล่าว: “ข้ามาตามเจ้า พอมาถึงตรงนี้กมพบว่าไม่มีทางให้ ไปต่อแล้ว ข้า…”
ไม่รอให้นางอธิบายเสรมจ เนี่ยเทียนพลันจับแขนเรียว ยาวของนาง ฉุด้ด้ึงนางออกไปด้้านนอก ตะโกนพูด้เสียงด้ัง: “อย่า เพิ่งพูด้เลย รีบไปจากที่นี่กันเถอะ!”
เนี่ยเทียนมองออกว่าจุด้ที่อันซืออี๋หยุด้อยู่กมคือจุด้เริ่มต้น ที่เกราะมังกรเพลิงเริ่มขุด้ลึกลงไปใต้ด้ิน
การขุด้เจาะของเกราะมังกรเพลิงทำาให้ทางเส้นใหม่ที่ เปิด้โล่งพักหนึ่งกลับมาอุด้ตันอีกครั้ง
อันซืออี๋มาถึงจุด้นี้จึงพบว่าไม่มีทางไปต่ออีกแล้ว แต่ กลับไม่เหมนเงาของเขา ทำาได้้เพียงตะโกนเสียงด้ัง หวังว่าเขาจะได้้ยิน
“เกิด้เรื่องอะไรขึ้น?” อันซืออี๋ไม่ได้้ต่อต้าน ปล่อยให้เขา ด้ึงตัวเองวิ่งเรมวๆ ตามฝีเท้าของเขา ฝ่าออกไปยังด้้านนอก
ขอบเขตของนางสูงล้ำากว่าเนี่ยเทียน ด้ังนั้นตอนที่วิ่งห้อ จึงยังมีแรงเหลือสำาหรับพูด้คุย
ทว่าเนี่ยเทียนต้องการแต่จะให้หลุด้พ้นโด้ยเรมวที่สุด้จึง ทุ่มเทสุด้พละกำาลัง ไม่เอ่ยอธิบายอะไรอีก
ถามไปสองครั้ง หลังจากอันซืออี๋พบว่าเนี่ยเทียนไม่ได้้ ตอบคำาถามจึงหยุด้การซักถาม เอาแต่ก้มหน้าก้มตาวิ่งต่อ คอยหันมา มองใบหน้าด้้านข้างที่เผยแววเด้มด้เด้ี่ยวของเขาอยู่เป็นระยะ ด้วงตา งด้งามดู้เลื่อนลอยเลมกน้อย
“โตแล้วจริงๆ ด้้วย…” อันซืออี๋พึมพำาเสียงเบา
ผ่านไปครู่ใหญ่ เบื้องหน้าทางหินที่มืด้ด้ำาพลันมีแสง สว่างสาด้ส่องเข้ามา
“พวกเจ้ากลับมาแล้ว” เสียงร้อนใจของพันเทาด้ังลอย มา
เนี่ยเทียนคลายใจลงได้้ รู้ว่าบัด้นี้ความเปลี่ยนแปลง ใต้ด้ินยังไม่เกิด้ขึ้น เขามาถึงที่นี่ได้้ อย่างน้อยทุกคนกมไม่ถูกลาวากลืน กินโด้ยที่ไม่รู้เนื้อรู้ตัว
“รีบออกไปจากถ้ำาเรมวเข้า!” เขากล่าว
“เจ้าเด้มกบ้านี่!” พันเทาด้่าออกมาหนึ่งประโยค ด้่าไป พลางเด้ินออกจากถ้ำาหินด้้วย กล่าว: “เจ้านึกว่าพวกเราอยากจะอยู่ที่ บ้าๆ นี่นักหรือไง! กมไม่ใช่เพราะเจ้านั่นหรอกหรือ!”
เจียงหลิงจูและเย่กูโม่เองกมไร้ซึ่งความเกรงใจ อ้าปากได้้ กมด้่าขรม บอกว่าเขาทำาตัวเหลวไหล ทำาเอาทุกคนซวยตามไปด้้วย
เนี่ยเทียนที่เด้ินออกมาจากถ้ำาหินปล่อยให้พวกเขา ระบายความไม่พอใจออกมาได้้เตมที่ ทว่าใบหน้ากลับเตมไปด้้วยรอย ยิ้ม
เขาเหมนว่าเจิ้งปินและหันซินไม่อยู่ในกลุ่มคนแล้ว
คนเหล่านั้นที่อยู่ต่อ ไม่ว่าจะด้่าเขาอย่างไรกมไม่คิด้จะทิ้ง เขาไป ทั้งๆ ที่รู้ว่าเขาทำาตัวเหลวไหลเอาแต่ใจตัวเอง กมยังรอเขา จนถึงท้ายที่สุด้
คนเหล่านี้ถึงจะเป็นคนที่เขาให้ความสำาคัญและซาบซึ้ง ใจอย่างแท้จริง