ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 156 การตายมีให้เหมนต่อเนื่อง
เนี่ยเทียนค่อยๆ ฟื้นตื่นขึ้นมาจากการฝึกฝน
หลังจากผ่านการฝึกฝนอย่างยากลำาบากในครั้งนี้ น้ำาวน เปลวเพลิงในมหาสมุทรวิญญาณของเขากมขยายขนาด้มากกว่าก่อน หน้านี้เกือบสามเท่า
ไม่เพียงเท่านี้ เนื่องจากการชุบหลอมของเส้นผลึกเพลิง พิภพหนึ่งเส้น ความรู้ที่เขามีต่อพลังเปลวเพลิงจึงเปลี่ยนมาเป็นลึก ซึ้งอีกเยอะมาก
สำาหรับคาถาวิเศษเพลิงร้อน จุด้ที่ยากทำาความเข้าใจหลาย จุด้กมคล้ายได้้รับคำาตอบ ทำาให้เขามีความรู้ใหม่ต่อคาถาวิเศษเปลว เพลิงนี้
เขาแอบรู้สึกว่าอีกไม่นานเท่าไหร่นัก เขากมน่าจะสามารถ ฝ่าทะลุขอบเขตปัจจุบัน เหยียบย่างเข้าสู่ท้ายสวรรค์ช่วงกลางได้้
“เกราะมังกรเพลิง เส้นผลึกเพลิงพิภพ…”
เขาขมวด้คิ้ว ปลด้ปล่อยกระแสจิตออกไปหนึ่งกลุ่มเพื่อรับ สัมผัสกับเกราะมังกรเพลิงในกำาไลเกมบของ มองเหมนเปลวเพลิงที่ เกราะมังกรเพลิงปลด้ปล่อยออกมากมยิ่งมั่นใจมากขึ้น
เขาเชื่อว่าวัตถุวิญญาณที่อยู่ในเกราะมังกรเพลิงเองกมกำาลัง ใช้วิธีการอย่างหนึ่งที่ตอนนี้เขายังไม่เข้าใจย่อยความลึกลับของเปลว เพลิงที่นาบประทับอยู่ในเส้นผลึกเพลิงพิภพเหล่านั้น
รอจนเกราะมังกรเพลิงและวิญญาณวัตถุกลั่นหลอมเส้น ผลึกเพลิงพิภพจากเทือกเขาชื่อเหยียนได้้หมด้แล้ว มันกมน่าจะฟื้นตื่น อย่างแท้จริง
เมื่อถึงเวลานั้น การสื่อสารระหว่างเขาและวิญญาณวัตถุ ในเกราะมังกรเพลิงกมน่าจะง่ายกว่าตอนนี้เยอะมาก
“เจ้าตื่นแล้วหรือ?”
หลังจากเขาลืมตา เฟิงหลัวแห่งสำานักโลหิตกมพลันหันมา มอง
เนี่ยเทียนพยักหน้า “พวกท่านเป็นอย่างไรกันบ้าง?”
“คิด้จะฟื้นตัวเตมที่เกรงว่าคงเป็นไปไม่ค่อยได้้เท่าไหร่นัก” เฟิงหลัวยิ้มขื่น “การต่อสู้สองครั้งระหว่างข้าและจ้าวโม่ผู้นั้นทำาให้ข้า เสียพลังชีวิตไปมาก เนี่ยเทียน พวกเราจำาเป็นต้องไปจากที่แห่งนี้ แล้ว ข้ากังวลว่าจ้าวโม่จะยังมาอีกรอบ ซึ่งครั้งหน้าเขาอาจจะหาวิธี รับมือกับอาวุธล้ำาค่าเชื่อมโยงวิญญาณชิ้นนั้นของเจ้าได้้แล้ว”
“อืม ไม่ควรอยู่ที่นี่นานเกินไปจริงๆ นั่นแหละ” เนี่ยเทียนกม เหมนด้้วย
“เสี่ยวถง! เจิ้งปิน!” เฟิงหลัวตวาด้เบาๆ เรียกให้คนทั้ง สองที่ยังอยู่ในการฝึกฝนให้ตื่นขึ้น จากนั้นถึงได้้พูด้ว่า “ไปจากที่นี่กัน ก่อน อย่าให้จ้าวโม่ผู้นั้นหาเจอได้้ง่ายๆ รอจนพวกเราพบสถานที่ที่ ปลอด้ภัยแล้วทุกคนค่อยฟื้นตัวอีกครั้ง”
หลังจากได้้ยินประโยคนี้ อวี๋ถงและเจิ้งปินต่างกมทยอยกัน ลุกขึ้นยืน
“พวกเจ้ามาจากทางไหน?” เฟิงหลัวถาม
เนี่ยเทียนชี้ไปยังทิศทางที่พวกเขาจากมา “ทางนั้น”
“ทางนั้นสถานการณ์เป็นอย่างไรบ้าง?” เฟิงหลัวถามอีก ครั้ง
“ไม่มีสถานการณ์อะไร” เนี่ยเทียนตอบรับ “พวกเราอยู่บน อุกกาบาตก้อนหนึ่งนานมาก ไม่เจอผู้แขมงแกร่งจากอาณาจักรอื่น และกมเพราะว่าไม่มีใครอยู่พวกเราถึงได้้จากมา ลองมาตรวจสอบทาง ฝั่งนี้ที่พวกท่านอยู่”
“ไม่ใช่ว่าไม่มีสถานการณ์อะไรหรอก” เฟิงหลัวส่ายหัว บอกความจริงกับเขา “สถานการณ์ทางฝ่ายของพวกเจ้า…ได้้ถูกพวก เจ้าจัด้การไปเรียบร้อยแล้ว ด้ังนั้นหินก้อนนั้นถึงได้้สงบสุข”
“หมายความว่าอย่างไร?” เจิ้งปินเอ่ยถามด้้วยความตะลึง
เฟิงหลัวอธิบาย “ตามคำาบอกของจ้าวโม่ ก่อนหน้าที่พวก คนต่างอาณาจักรจะเข้ามาในประตูสวรรค์ได้้มีการตกลงกันเป็นส่วน ตัวมาก่อนแล้วว่าหากเข้ามาในประตูสวรรค์เมื่อใด้ พวกเขาจะ กระจายตัวกันไปอยู่คนละขอบเขต และทุกคนของอาณาจักรหลี เทียนเราที่อยู่ในขอบเขตนั้นๆ กมล้วนเป็นเหยื่อของพวกเขา”
“ขอบเขตที่พวกเจ้าอยู่น่าจะเป็นของเจี่ยเผิง เขารับผิด้ ชอบจัด้การคนของอาณาจักรหลีเทียนอยู่ตรงนั้น”
“ทางฝ่ายของพวกเราเป็นของจ้าวโม่ ข้าได้้ยินจ้าวโม่พูด้ ว่ายิ่งห่างออกไปไกล เขตหินอุกกาบาตหนึ่งแห่งที่อยู่ใกล้กับเขาเป็น ของถังหยางที่มาจากอาณาจักรอั้นหมิงเหมือนกัน”
“เจ้าพวกคนต่างอาณาจักรเหล่านั้นล้วนมองพวกเราเป็น เหยื่อที่มีไว้ล่า ต่างคนต่างแยกกันไปฆ่า”
“พวกเราล้วนเป็นเหยื่อของพวกเขา?” เจิ้งปินแค่นเสียง หนึ่งครั้ง กล่าว “ข้าว่ากมไม่แน่เสมอไปหรอก เจ้าเจี่ยเผิงผู้นั้นกมไม่ใช่ ว่าถูกพวกเราฆ่าไปแล้วหรอกหรือ?”
“อืม ใครเป็นเหยื่อของใคร สุด้ท้ายยังต้องดู้ที่ฝีมือต่าง หาก” เฟิงหลัวมองไปยังทิศไกล คล้ายกำาลังแยกแยะทิศทาง ผ่านไป ครู่หนึ่งเขากมพูด้ว่า “พวกเราไปทางนั้นกันเถอะ หวังว่าพวกเราจะ โชคด้ีได้้เจอกับผู้แขมงแกร่งคนอื่นของเจมด้สำานัก หลังจากรวมตัวกับ
พวกเขาแล้ว เวลาที่พวกเราต่อสู้กับคนต่างอาณาจักรถึงจะมีความ เป็นไปได้้ที่จะชนะมากขึ้น”
“ตกลง” เนี่ยเทียนและเจิ้งปินแสด้งออกว่าเหมนด้้วย
จากนั้น ภายใต้การนำาทางของเฟิงหลัว พวกเขากมไปจาก สถานที่เด้ิม มุ่งหน้าไปยังทิศทางที่เฟิงหลัวเลือก
ระหว่างนั้นเฟิงหลัวคอยปลด้ปล่อยกระแสจิตออกไปอย่าง ต่อเนื่อง รับสัมผัสอย่างระวัง เพราะกลัวว่าหากไม่ระวังจะเจอเข้ากับ คนต่างอาณาจักรที่แขมงแกร่งไม่ต่างจากจ้าวโม่
ยังด้ีที่พวกเขาโชคด้ีไม่น้อย ตลอด้ทางที่เด้ินมา พวกเขาไม่ ได้้เจอความเคลื่อนไหวผิด้ปกติใด้ๆ
หลังจากข้ามหินอุกกาบาตใหญ่ยักษ์ติด้ต่อกันแปด้ก้อน พวกเขาสี่คนกมาถึงหินอุกกาบาตขนาด้ยักษ์เยมนเยียบทรงวงรีก้อน หนึ่ง
“มีศพหนึ่งศพ!”
เฟิงหลัวที่ตาแหลม แม้จะอยู่ห่างไกลมากกมยังมองเหมนศพ หนึ่งที่ไม่รู้ว่าตายมานานเท่าไหร่แล้ว
ศพนั้นเหมนได้้ชัด้ว่าเป็นผู้ประลองของสำานักภูตผี ร่างของ คนผู้นั้นเยมนชืด้ หน้าอกเป็นรูโบ๋คล้ายถูกอาวุธแหลมคมแทงทะลุตาย คาที่
รูปประตูสวรรค์บนหลังมือของเขาหายไปนานแล้ว กำาไล เกมบของบนข้อมือกมถูกคนชิงไปด้้วย
“หวังลั่ว กลางสวรรค์ช่วงท้าย!”
พอเข้ามาใกล้ เฟิงหลัวมองปราด้เด้ียวกมจำาคนผู้นั้นได้้ทันที
“ตายมานานมากแล้ว” เจิ้งปินเด้ินขึ้นหน้าไปใกล้ ก้มหน้า ลงสำารวจอย่างละเอียด้ครู่หนึ่ง กล่าว “ดู้ท่าแล้วพื้นที่แห่งนี้น่าจะมี คนต่างอาณาจักรอยู่”
ใบหน้าของอวี๋ถงมีความมืด้มนปกคลุม กล่าว “ยังจะเด้ิน หน้าต่อไปหรือไม่?”
มาถึงเวลานี้ เนี่ยเทียนและเจิ้งปินต่างกมฟื้นคืนพละกำาลัง นานแล้ว แม้ว่าเฟิงหลัวและอวี๋ถงจะไม่บรรลุถึงสภาพสมบูรณ์พร้อม เตมที ทว่าต่างกมีแรงพอให้ต่อสู้ได้้
หากเด้ินมุ่งหน้าไปอีก ถ้าไม่ผิด้ไปจากที่คาด้ พวกเขาต้อง พบเจอกับผู้แขมงแกร่งอีกคนหนึ่งของต่างอาณาจักรแน่นอน
ถึงเวลานั้น พวกเขาย่อมต้องเผชิญหน้ากับการท้ารบอีก ครั้ง
“กลัวอะไร?” เนี่ยเทียนไร้ซึ่งความเกรงกลัว “ก่อนหน้าที่ พวกเราจะมาประตูสวรรค์กมควรคาด้เด้าได้้แล้วว่าจะเกิด้อะไรขึ้น เปอา หมายที่พวกเราเข้ามากมไม่ใช่เพื่อให้คนต่างอาณาจักรพวกนั้นรู้ว่า อาณาจักรหลีเทียนของเราไม่ได้้โจมตีได้้ง่ายขนาด้นั้นหรอกหรือ? ใน เมื่อผู้อาวุโสของพวกเขาต่างกมคิด้จะฮุบอาณาจักรหลีเทียนด้ีนัก ถ้า เช่นนั้นพวกเรากมฆ่าพวกเขาให้เกลี้ยงเสียตั้งแต่ตอนอยู่ในประตู สวรรค์นี่แหละ!”
เฟิงหลัวพยักหน้าแรงๆ สายตาที่เขามองมายังเนี่ยเทียนไม่ ได้้ปกปิด้ความชื่นชมอีกต่อไปแล้ว “ข้าไม่คลางแคลงในสายตาของผู้ อาวุโสอูอีกแล้ว! เจ้ามีเพียงแค่ตบะท้ายสวรรค์ แม้จะไม่รู้ว่ามีวิธีการ แปลกประหลาด้อะไรติด้ตัว ทว่าเจ้ากลับเข้าใจความตื้นลึกหนาบาง ของตัวเองด้ี ก่อนหน้านี้ข้ารู้สึกแค่ว่าเจ้าหื่นกาม แต่ตอนนี้ข้ารู้แล้ว ว่าเจ้ายังกล้าหาญมากด้้วย!”
ตอนที่เขาพูด้ว่าหื่นกาม ใบหน้าของอวี๋ถงแห่งสำานักโลหิต แด้งก่ำา
อวี๋ถงถลึงตาใส่เฟิงหลัวก่อนหนึ่งครั้ง จากนั้นกมหันมามอง เนี่ยเทียนอย่างดุ้ด้ัน “เจ้าคนแซ่เนี่ย! เรื่องของข้ากับเจ้ายังไม่จบ!
ออกไปจากประตูสวรรค์เมื่อไหร่ ระหว่างพวกเรายังต้องต่อสู้กันให้รู้ ด้ำารู้แด้ง!”
“ฮะแฮ่ม!” เนี่ยเทียนไอแห้งๆ สองครั้ง กล่าว “เจ้าต้องรู้ นะว่าทุกครั้งที่เจ้าแพ้ด้้วยน้ำามือข้า เจ้าจะเจอกับ…”
พอได้้ยินคำาพูด้เช่นนี้ อวี๋ถงกมเด้ือด้ปรีกด้ขึ้นมาทันควัน แสยะปากกางเลมบคล้ายจะลงมือ
“พอแล้วๆ!” เฟิงหลัวรีบห้าม “พวกเจ้าสองคนนี่กมจริงๆ เลย นี่มันเวลาอะไรแล้ว? ยังจะลับฝีปากกันอีกหรือไง?”
เกรงว่าจะควบคุมคนทั้งสองไม่ให้ตีกันไม่ได้้ เฟิงหลัวจึงรีบ ชี้ทิศทางแล้วมุ่งหน้าต่อทันที
เจิ้งปินเหมือนจะมองออกถึงอะไรบางอย่าง เขาใช้สายตา คลุมเครือมองไปที่อวี๋ถงและเนี่ยเทียน แล้วอยู่ๆ กมหัวเราะหึหึเบาๆ จากนั้นกมไล่ตามเฟิงหลัวไป
“เจ้าคนแซ่เนี่ย! ฝากไว้ก่อนเถอะ!” อวี๋ถงขู่เสียงเยมน
เนี่ยเทียนไม่เกรงกลัวแม้แต่นิด้ กล่าว “เจ้าคิด้ว่าข้ากลัว เจ้ารึ? ข้าจะบอกเจ้าตั้งแต่ตอนนี้เลยนะว่าหากครั้งหน้าเจ้าแพ้ข้าอีก ครั้ง ข้ากมจะยัง…” สายตาเขาเปล่งประกายแสงแปลกประหลาด้ จ้อง เขมมงมาที่หน้าอกอวบอิ่มของอวี๋ถงอย่างโจ่งแจ้ง จากนั้นกมหัวเราะ ฮ่าๆ เสียงด้ังแล้วลอยตัวขึ้นไปบนฟอา
“เจ้าคนแซ่เนี่ย! ข้าจะฆ่าเจ้า!” อวี๋ถงกรีด้ร้องไล่ตามไป
คนทั้งสองไล่กวด้กันตามหลังเฟิงหลัวและเจิ้งปินอยู่ครู่ หนึ่ง อวี๋ถงกมคล้ายถูกเขากระตุ้นจนสูญเสียการควบคุม บนร่างมีแสง สีเลือด้เป็นเส้นๆ โอบล้อมอีกครั้ง
ด้วงตาของนางกมเปลี่ยนมาเป็นแด้งฉานน่าพิศวง นี่ไม่ เพียงแต่ไม่ทำาให้นางเปลี่ยนมาดุ้ด้ัน กลับกลายเป็นว่ายิ่งแผ่เสน่ห์ ชวนลุ่มหลงออกมา
“พอแล้ว!”
อยู่ๆ เฟิงหลัวกมตวาด้ขึ้นมาเสียงหนัก เขาที่อยู่ด้้านหน้าสุด้ หยุด้ชะงักกะทันหัน
บนหินก้อนหนึ่งที่อยู่ด้้านหน้าเขา ผู้ฝึกลมปราณของสำานัก โลหิตคนหนึ่ง ศีรษะและร่างหลุด้ออกจากกัน เลือด้สด้ที่ไหลจากลำา คอจับตัวเป็นน้ำาแขมงนานแล้ว
“ท่านลุงหัน!”
อวี๋ถงกระหืด้กระหอบ ตอนที่มองเหมนศพของสำานักโลหิต ศพนั้นกมพลันกรีด้ร้องเสียงแหลม
นางไม่มีอารมณ์มาสนใจเนี่ยเทียนอีกแล้ว
“หันเห้อมีตบะต้นสวรรค์ช่วงต้นเช่นเด้ียวกับข้า ไม่คิด้เลย ว่าเขาจะถูกฆ่าได้้” นัยน์ตาเฟิงหลัวเผยความเจมบปวด้ เขาเด้ินเข้าไป หยิบเอาศีรษะที่ถูกตัด้ออกของคนผู้นั้นวางลงบนลำาคอเบาๆ ให้ศพ เขามองดู้แล้วอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ จากนั้นถึงได้้จ้องไปเบื้องหน้า ด้้วยสายตาดุ้ด้ัน “ครั้งนี้ยังไงพวกเรากมต้องเด้ินหน้าต่อ ไม่ว่าคนที่รอ อยู่เบื้องหน้าจะเป็นใครกมตาม!”
“บัด้ซบ! พวกมันฆ่าท่านลุงหัน!” ด้วงตาคู่งามของอวี๋ถงมี แสงสีเลือด้เปล่งประกาย
“ฟิ้ว!”
เฟิงหลัวไม่คิด้จะอำาพรางร่องรอยอีก เขาพลันลอยตัวขึ้น สูงกลางอากาศแล้วพุ่งไปข้างหน้าอย่างรวด้เรมว
พวกเนี่ยเทียนกมตามไปติด้ๆ
ระหว่างนี้พวกเขายังเหมนศพอีกหลายศพ ศพเหล่านั้นมา จากสำานักภูตผีและสำานักโลหิต และยังมีคนของอารามเสวียนอู้และ หุบเขาเทา
ในบรรด้านั้น ผู้ที่มีความสามารถสูงที่สุด้คือผู้แขมงแกร่ง ขอบเขตต้นสวรรค์ช่วงกลางคนหนึ่งของหุบเขาเทา
แม้แต่เนี่ยเทียนที่ไร้ซึ่งความหวาด้เกรง พอมองเหมนศพ ของผู้แขมงแกร่งมากมายนอนกองอย่างน่าเวทนาอยู่บนหินเยมนเฉียบ ในใจกมีเงาด้ำาชั้นหนึ่งขึ้นมาปกคลุม
คนตายเหล่านั้น แต่ละคนล้วนมีตบะแขมงแกร่งกว่าเขา ทว่ากลับถูกฆ่าหมด้ทุกคน
เขาเชื่อว่าคนต่างอาณาจักรที่อยู่ในขอบเขตนี้จะต้อง แขมงแกร่งมากอย่างแน่นอน หรือบางทีอาจเป็นบุคคลที่ร้ายกาจยิ่ง กว่าเจี่ยเผิงและจ้าวโม่เสียอีก
คนผู้นั้น…มีความเป็นไปได้้มากว่ามีตบะต้นสวรรค์ช่วงท้าย
ด้้วยศักยภาพของพวกเขาสี่คน เผชิญหน้ากับผู้แขมงแกร่ง ขอบเขตต้นสวรรค์ช่วงท้ายที่มาจากต่างอาณาจักร สุด้ท้ายแล้วจะ สามารถเอาชนะได้้หรือไม่ เขาเองกมไม่มีความมั่นใจเหมือนกัน
แต่เขากลับรู้ว่าเฟิงหลัวและอวี๋ถงที่เหมนสหายร่วมสำานักถูก สังหารอย่างโหด้เหี้ยมย่อมไม่พิจารณาถึงผลร้ายที่จะตามมาอีกต่อไป แล้ว
ในสายตาของเฟิงหลัวและอวี๋ถง ไม่ว่าคนผู้นั้นจะเป็นใคร ทรงพลังมากแค่ไหน พวกเขากมล้วนยืนหยัด้ที่จะเด้ินหน้าต่อ
“น่าจะอยู่ที่หินก้อนนั้น!”
เฟิงหลัวพลันตะโกนขึ้นมาด้้วยความตกใจ มองเหมนหิน อุกกาบาตที่ห่างออกไปไกลซึ่งเหมนได้้ชัด้ว่าใหญ่ยักษ์ยิ่งกว่าหินใน บริเวณใกล้เคียงเกือบห้าเท่า ใบหน้าของเขากมเตมไปด้้วยความตื่น ตะลึง
เนี่ยเทียนที่แม้ว่าจะมีความสามารถในการมองเหมนโด้ด้เด้่น กว่าใคร แต่ขอบเขตต่ำาต้อย จึงเพิ่งจะมองเหมนหลังเขา
เนี่ยเทียนเองกมตะลึงพรึงเพริด้เช่นกัน
เขามองเหมนว่าบนหินอุกกาบาตที่ใหญ่มโหฬารเกินจะ เปรียบนั้น มีเมืองคูน้ำาที่ผุพังแห่งหนึ่งตั้งอยู่!