ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 157 ซากศพบนทางช้างเผือก
“เมืองคูน้ำา!”
เฟิงหลัวสีหน้ามืด้คล้ำา เหมนได้้ชัด้ว่าไม่ได้้นึกมาก่อนว่าใน ประตูสวรรค์จะมีเมืองคูน้ำาผุพังอยู่หนึ่งแห่ง
หลังจากที่อวี๋ถงและเจิ้งปินหยุด้ชะงักลงกมหันไปมองตาม เส้นสายตาของเฟิงหลัวและเนี่ยเทียน แต่พวกเขาเหมนเพียงแค่ เค้าโครงที่เลือนรางของเมืองคูน้ำาเท่านั้น ไม่สามารถมองเหมนรูปร่าง ที่แท้จริงได้้
หินอุกกาบาตก้อนนั้นที่ใหญ่กว่าหินทั้งหมด้บริเวณใกล้ เคียงหลายเท่าตัว ห่างจากพวกเขาไปประมาณเวลาเด้ินทางครึ่งชั่ว ยาม
และเวลานี้ พวกเขากมตระหนักได้้ว่ายิ่งเข้าไปใกล้เมืองคูน้ำา ซากศพที่พบเหมนยิ่งมีมากขึ้นเรื่อยๆ
“เจ้ามองเหมนชัด้ด้้วยหรือ?” เฟิงหลัวหันมามองยัง เนี่ยเทียน
เนี่ยเทียนพยักหน้า
เฟิงหลัวตกใจอย่างเหมนได้้ชัด้ เนี่ยเทียนขอบเขตต่ำากว่าอ วี๋ถง ทว่าอวี๋ถงหรี่ตามองอยู่นานกมยังมองเหมนได้้อย่างยากลำาบาก
ทว่าความตกตะลึงที่แสด้งออกมาทางใบหน้าของเนี่ยเทียน ก่อนหน้านี้ เหมนได้้ชัด้ว่าเขามองเหมนเมืองคูน้ำานั่นเช่นกัน นี่ทำาให้เฟิง หลัวแอบตะลึงระคนแปลกใจ
“ทางนั้นยังมีศพอีกสองศพ…”
ขณะที่สายตาของทุกคนล้วนจับจ้องไปยังเมืองคูน้ำาผุพัง เบื้องหน้า เจิ้งปินที่ยังไงซะกมองไม่เหมนลักษณะที่แท้จริงของมันจึงชี้ มือไปยังตำาแหน่งหนึ่ง
ซากศพเยมนเฉียบสองศพล้วนสวมอาภรณ์ของหอหลิงเป่า ศีรษะและร่างหลุด้ออกจากกัน
เฟิงหลัวมองปราด้เด้ียวสีหน้ากมเปลี่ยนมาเป็นแขมงทื่อ กล่าว “ตามความเหมนข้า ศพเหล่านี้…ล้วนตายเพราะเมืองคูน้ำาแห่ง นั้น”
มาถึงเวลานี้ แม้แต่เฟิงหลัวที่คิด้จะแก้แค้นให้เพื่อนร่วม สำานักกมยังค่อยๆ สงบสติลงมาได้้
ตลอด้ทางที่ผ่านมามีศพให้เหมนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แม้แต่ผู้ แขมงแกร่งต้นสวรรค์ช่วงกลางกมยังถูกฆ่าไประหว่างทางเส้นนี้ สามารถรู้ได้้ว่าการต่อสู้ในเมืองคูน้ำานั้นดุ้เด้ือด้มากเพียงใด้
เขาคาด้เด้าว่าตอนนี้ในเมืองแห่งนั้นกมคงยังมีการต่อสู้ ระเบิด้ขึ้นต่อเนื่อง
เพียงเพราะว่าอยู่ห่างเกินไป บวกกับที่สถานที่แห่งนี้คือ ทางช้างเผือกนอกอาณาจักรอันหนาวเยมน เขาจึงมิอาจมองเหมนและมิ อาจสัมผัสได้้กมเท่านั้น
ศพที่มีมากเกินไปทำาให้เขาเริ่มใคร่ครวญถึงผลที่จะตามมา ชั่งน้ำาหนักว่ามันจะคุ้มค่าหรือไม่
เขามักมีความรู้สึกว่าหากพวกเขาสี่คนกมบุกเข้าไปในเมืองคู น้ำา ความหวังที่จะรอด้ชีวิตออกมา…มีน้อยนิด้อย่างยิ่ง
ทว่าผู้แขมงแกร่งมากมายถึงเพียงนั้นล้วนบุกเข้าไปในเมือง คูน้ำาอย่างบ้าคลั่งกมยิ่งทำาให้เขาใคร่รู้นักว่าในเมืองแห่งนั้นมีพลังด้ึงดู้ด้ มากมายเพียงใด้
“คือว่า…”
เฟิงหลัวมองมายังสามคนที่เหลือ สุด้ท้ายเส้นสายตาตกอยู่ บนร่างของเนี่ยเทียน “พวกเจ้าเองกมองออกแล้วว่าตลอด้ทางมีศพ เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ น่าจะเด้าออกถึงสาเหตุการตายของพวกเขา ในเมือง คูน้ำานั่นย่อมมีอะไรบางอย่างที่ด้ึงดู้ด้ให้ทุกคนที่อยู่ใกล้เคียงมารวมตัว กัน”
“หากพวกเราเข้าไป เป็นไปได้้ว่าไม่ทันได้้เข้าใกล้เมืองนั้นกม อาจถูกฆ่าตายระหว่างทางเสียก่อน”
“เมื่อไปถึงจะต้องเผชิญกับความท้าทายและความเสี่ยงที่ มากยิ่งกว่าเด้ิม ความเป็นไปได้้ที่พวกเราจะตายมีเยอะมาก พวกเจ้า คิด้ให้ด้ีก่อนที่จะตัด้สินใจ!”
“ถ้าไม่อย่างนั้น…พวกเราเลี่ยงไปทางอื่นด้ีไหม?” เจิ้งปิ นพูด้เสียงเบา
อวี๋ถงมีสติคืนมาจากความโกรธเคืองเนี่ยเทียนก่อนหน้านั้น นานแล้ว และด้วงตาของนางกมกลับมาเป็นปกติ เหมนได้้ชัด้ว่านาง ลังเลอย่างมาก ทั้งอยากแก้แค้นให้คนร่วมสำานัก และกมทั้งกังวลว่า เข้าไปกมีแต่จะพาตัวเองไปตาย
นางจึงไม่ได้้ให้คำาตอบในทันที
“ลองไปดู้เถอะ” เนี่ยเทียนตอบ
เฟิงหลัวมองเนี่ยเทียนด้้วยสายตาลึกล้ำา พยักหน้า กล่าว “เจ้านี่ไม่กลัวตายจริงๆ”
เนี่ยเทียนแสยะปากยิ้ม
คำาตอบของเขาอาจเป็นการกระตุ้นอย่างหนึ่งสำาหรับเฟิง หลัว เฟิงหลัวที่ลังเลตัด้สินใจไม่ได้้ใคร่ครวญอยู่ครู่หนึ่งกมให้คำาตอบ ของตัวเองออกมา “ข้าเองกมอยากเข้าไปดู้ หากไม่ไป เกรงว่าข้าคง ต้องเสียใจไปตลอด้ชีวิต!”
“ด้ี! ถ้าอย่างนั้นกมไป!” อวี๋ถงเองกมตัด้สินใจเด้มด้ขาด้
“พวกเจ้าไปกันหมด้ ข้ากมคงทำาได้้แค่ตามไปด้้วยแล้วล่ะ” เจิ้งปินแสด้งความจนใจออกมาทางสีหน้า
ในบรรด้าคนทั้งหมด้ ตบะของเขาถือว่าต่ำาที่สุด้ เขารู้ด้ีว่า หากไปจากเฟิงหลัวและเนี่ยเทียนเมื่อไหร่ ไม่ว่าเขาเจอคนต่าง อาณาจักรคนใด้กมตาม เขากมีแต่จะถูกฆ่าตายเท่านั้น
ด้ังนั้นต่อให้รู้ด้ีว่าเด้ินหน้าเข้าหาเมืองคูน้ำาแล้วต้องเผชิญ กับอะไร เขากมทำาได้้เพียงถูกบีบให้ต้องเด้ินต่อไป!
“ไป!”
เฟิงหลัวสูด้ลมหายใจเข้าลึกหนึ่งครั้ง ปราณเลือด้หลาย กลุ่มแผ่ออกมาจากในร่างของเขา “ทุกคนอย่าอยู่ห่างกันเกินไปนัก ให้ด้ีที่สุด้คือเข้ามาชิด้ๆ กันไว้! ข้าจะเด้ินหน้าไปช้าๆ ให้พวกเจ้า สามารถอยู่ข้างกายข้าได้้ตลอด้เวลา หลีกเลี่ยงไม่ให้ระหว่างเกิด้การ เปลี่ยนแปลงกะทันหัน!”
“เข้าใจแล้ว!” เจิ้งปินตอบรับเสียงด้ัง
ภายใต้การนำาของเฟิงหลัว คนสี่คนล้วนมีสมาธิจด้จ่อ เคลื่อนที่ไปยังเมืองคูน้ำาเบื้องหน้าด้้วยความเรมวที่ช้าลง ระมัด้ระวังไป ตลอด้ทาง
หลายนาทีหลังจากนั้น
พวกเขาเคลื่อนไปตามหินแท่งหนึ่งที่เลมกยาว ตอนที่เคลื่อน จากหินก้อนนี้ไปยังหินยักษ์อีกก้อนหนึ่ง เฟิงหลัวพลันหน้าเปลี่ยนสี กล่าว “ระวังทางช้างเผือกข้างกายของตัวเอง!”
เนี่ยเทียนตะลึง หันขวับไปมองทางช้างเผือกเยมนเยือกกว้าง ใหญ่ที่อยู่ใกล้ มองไปยังแท่งหินทั้งสองข้าง
ในทางช้างเผือกทึบเทานั้น ศพมากมายที่เหมนได้้ชัด้ว่าไม่ใช่ เผ่ามนุษย์ อีกทั้งยังไม่ได้้เป็นเผ่าเด้ียวกันทั้งหมด้ลอยนิ่งอยู่รอบๆ แท่งหินของทางช้างผือก
ศพเหล่านั้นบางศพแค่มองปราด้เด้ียวกมรู้ได้้ว่าเป็นเผ่าเด้ียว กับภูตผีปีศาจที่โด้น “ค่ายกลเผาโลกันตร์กักปีศาจ” ของวังยมบาล พันธนาการเอาไว้
ศพของภูตผีปีศาจพิลึกพิลั่นอย่างยิ่ง รูปร่างใหญ่โต กล้าม เนื้อเป็นมัด้ๆ บนร่างสวมเสื้อเกราะที่มีลวด้ลายแปลกประหลาด้
เมื่อเปรียบเทียบพวกเขากับภูตผีปีศาจที่โด้น “ค่ายกลเผา โลกันตร์กักปีศาจ” กักขังแล้ว บนร่างพวกเขาถือว่ามีเสื้อเกราะและ เครื่องประด้ับที่แปลกตาเยอะกว่ามาก แถมในมือยังมีอาวุธแหลมคม ด้้วย
อาวุธเหล่านั้นถูกกาลเวลากัด้กร่อนมาหลายปี สูญเสียพละ กำาลังไปนานแล้ว แต่ละชิ้นสภาพผุพังอย่างเหมนได้้ชัด้
นอกจากภูตผีปีศาจแล้ว ยังมีศพของต่างเผ่าอีกมากมาย บางเผ่ากมีด้วงตาหลายข้าง บ้างเผ่ากมีหางที่ด้้านหลัง บางเผ่าตลอด้ ร่างเตมไปด้้วยขนหนาแน่น หน้าอกมีเกลมด้
“สิ่งมีชีวิตต่างเผ่า! ศพของสิ่งมีชีวิตต่างเผ่า!” เนี่ยเทียน มองอึ้งอยู่ครู่หนึ่งหน้ากมพลันเปลี่ยนสี “ดู้เหมือนว่าพวกเขาเคยเปิด้ ศึกนองเลือด้กันบนทางช้างเผือก! แล้วกมาตายอยู่ที่นี่ ศพไม่ได้้ร่วง ลงไป แต่ลอยอยู่ตลอด้กาล นี่…”
เขาหันขวับไปมองที่เมืองคูน้ำาผุพังนั่นอีกครั้ง พูด้ว่า “หรือ ว่าเกี่ยวข้องกับเมืองคูน้ำาแห่งนั้น?”
คำาพูด้ของเนี่ยเทียนทำาให้คนสามคนที่ตะลึงลานไปกับศพ มากมายของสิ่งมีชีวิตต่างเผ่ายิ่งสงสัยว่าด้้านในเมืองคูน้ำาเบื้องหน้ามี ความมหัศจรรย์อะไรด้ำารงอยู่กันแน่
สิ่งมีชีวิตต่างเผ่าที่เยอะมากขนาด้นี้มาต่อสู้กันในทางช้าง เผือก ด้้วยเหตุอันใด้?
“ไปเถอะ! ไม่ว่าจะตายหรือไม่ ข้ากมต้องรู้คำาตอบให้ได้้!” เฟิงหลัวกล่าวเสียงด้ัง
บัด้นี้แม้แต่เจิ้งปินที่ไม่ยินยอมตามมาด้้วยมากที่สุด้กมยังถูก ด้ึงดู้ด้ความสนใจอย่างรุนแรง แล้วกมตัด้สินใจมุ่งหน้าเข้าหาเมืองคูน้ำา เพื่อตามหาคำาตอบ
“ฟิ้ว!”
ปลายเท้าเฟิงหลัวแตะลงบนแท่งหิน ลอยตัวเบาๆ แล้วบิน ห่างออกไปเป็นคนแรก
เนี่ยเทียนที่อยู่ด้้านหลังกำาลังจะขยับตัว พลันค้นพบว่าบน ก้อนหินที่พวกเขากำาลังจะมุ่งหน้าไปมีเสียงต่อสู้ดุ้เด้ือด้ด้ังลอยมา
แสงวิเศษบาด้ตาเส้นหนึ่งเปล่งวาบขึ้นเบื้องหน้าคล้าย ด้าวตกที่พุ่งผ่านในทางช้างเผือก
“มีคนกำาลังต่อสู้กัน!”
เจิ้งปินและอวี๋ถงต่างกมตั้งสติได้้ รีบเตรียมตัวให้พร้อมรับมือ และพร้อมเข้าร่วม
“ฟิ้วๆๆ!”
ร่างของคนทั้งสามขยับตามเฟิงหลัว กระโด้ด้ข้ามแท่งหิน มาตกอยู่บนหินอุกกาบาตด้้านหน้าอย่างรวด้เรมว
หินอุกกาบาตก้อนนี้ใกล้กับหินยักษ์ของเมืองคูน้ำามากแล้ว
แค่ข้ามหินอุกกาบาตก้อนนี้ไปพวกเขากมจะไปถึงเมืองคูน้ำา และได้้เหมนความจริงอย่างแน่ชัด้แล้ว
“เคร้งๆ!”
เสียงอาวุธวิเศษด้ังกังวานมาจากด้้านหน้าอีกครั้ง ระหว่าง นั้นยังมีเสียงด้่าสาปแช่งแทรกมาเป็นระยะด้้วย
“ใครกัน?”
เฟิงหลัวลอยตัวขึ้นกลางอากาศ บนร่างอบอวลไปด้้วย หมอกเลือด้ มีด้ยาวขนาด้ใหญ่ยักษ์เล่มหนึ่งที่เปล่งแสงสีเลือด้น่า ตกใจถูกเขาชักออกมา
“เฟิงหลัว! นั่นเฟิงหลัวหรือไม่?”
ด้้านหน้าที่เนี่ยเทียนมองไม่เหมนมีเสียงที่ทั้งตะลึงทั้งด้ีใจด้ัง ลอยมา ดู้เหมือนว่าคนผู้นั้นจะเป็นผู้แขมงแกร่งของสำานักโลหิต แค่ ได้้ยินเสียงของเฟิงหลัวเขากมแยกแยะตัวตนของเฟิงหลัวออกทันที
“สือเซวียน!”
เฟิงหลัวเองกมจำาคนผู้นั้นได้้ ความเรมวของเขายิ่งมากขึ้น พริบตาเด้ียวกมทิ้งห่างพวกเนี่ยเทียน
เนี่ยเทียนรีบตามไป
ครู่หนึ่งหลังจากนั้น บนพื้นที่แห่งหนึ่งที่มีปราณเลือด้เข้ม ข้น เขามองเหมนเฟิงหลัวและผู้ฝึกลมปราณจากต่างอาณาจักรคน หนึ่งกำาลังต่อสู้อยู่ด้้วยกัน
ข้างกายเฟิงหลัว ผู้ฝึกลมปราณคนหนึ่งของสำานักโลหิตที่ ถูกเรียกว่าสือเซวียนหอบหายใจฮักๆ แขนและแผ่นหลังเตมไปด้้วย เลือด้
“อู้ๆๆ!”
เงาเลือด้ที่เกิด้จากเลือด้สด้จับตัวกันล่องลอยไปรอบด้้าน และกำาลังโจมตีผู้ฝึกลมปราณต่างอาณาจักรคนนั้น
คนผู้นั้นก่อนหน้าที่จะเข้าประตูสวรรค์มาเนี่ยเทียนกมเคย เหมนเขามาก่อน จำาได้้คลับคล้ายคลับคลา
“มารนหาที่ตายกันอีกแล้ว กมด้ี” ตอนที่คนผู้นั้นต่อสู้กับเฟิง หลัว ยังเหลือบตามามองพวกเนี่ยเทียนด้้วย อีกทั้งยังมีอารมณ์พูด้ พร่ำา “กมแค่คนอีกสี่คนที่เอากุญแจประตูสวรรค์มาส่งให้ข้ากมเท่านั้น”
เมื่อคำาพูด้นี้ด้ังออกมา เนี่ยเทียนตั้งใจสังเกตอยู่ครู่กมพบว่า บนหลังมือของคนผู้นั้นมีจุด้เลือด้สีแด้งหกจุด้
นี่หมายความว่ามีคนหกคนถูกเขาสังหารแล้วแย่งชิงเอารูป ประตูสวรรค์มา
“ตูม!”
และเวลานี้เอง ในเมืองคูน้ำาผุพังที่ยิ่งมองเหมนได้้ชัด้เจนแห่ง นั้นกมีเสียงกัมปนาทสะเทือนฟอาสะเทือนด้ินด้ังลอยมา
เมืองคูน้ำาที่ตั้งตระหง่านอยู่บนหินอุกกาบาตขนาด้ยักษ์ส่าย ไหวอย่างรุนแรง คล้ายจะถล่มลง